ข้าเคยรักมั่นถึงขนาดยอมรับดอกธนูพิษแทนเขาจากคนมุ่งทำร้าย ทว่ากับทำให้นางเจ็บป่วยเรื้อรัง นางกับเขารักกันมาก ทว่าพอเขาได้ตำแหน่งขึ้นเป็นจักรพรรดิทุกอย่างก็พลิกผัน ความรักที่เขามีให้นางเหมือนจะจืดจางลง ความรักของเขากับมีให้กับสนมที่คอยเอาใจปรนนิบัติ ผลสุดท้ายสนมผู้นั้นตั้งครรภ์ขึ้นมาป้ายสีให้ร้ายนางทำลายบุตรในครรภ์จนแท้ง แทนที่เขาจะตรวจสอบหาความจริง เขากับเชื่อสนมนั่น และประทานเหล้าพิษเพื่อปลดชีพนาง
ความเจ็บอย่างแสนสาหัสถูกหล่อหล่อมในห้วงสุดท้ายของความตาย
หวนคืนอีกครา นางจะสลัดความรักนั้นทิ้งไปและแก้แค้นให้สาสม
☘️☘️☘️☘️☘️☘️☘️☘️☘️☘️
บทตัวอย่าง
“ที่ข้าเรียกเจ้ามาวันนี้ ก็เพื่อจะแจ้งเรื่องการแต่งตั้งตำแหน่งใหม่” หมิงเยียนกล่าวขึ้นโดยที่ยังคงมิได้สบตานาง
จางลี่รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางใจ นางรับรู้ถึงความผิดหวังที่เกาะกินจิตใจอย่างรุนแรง “ไม่ทราบว่าตำแหน่งใหม่ที่ว่านี้พระองค์ทรงหมายถึงผู้ใดหรือเพคะ”
“พรุ่งนี้ สนมฉินฮวา จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น กุ้ยเฟย และจะย้ายไปประทับที่ตำหนักคุนหนิง” หมิงเยียนวางฎีกาลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจางลี่ด้วยสายตาว่างเปล่า
จางลี่เซถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือเรียวยกขึ้นกุมหน้าอกด้านซ้ายที่กำลังปวดร้าวอย่างแสนสาหัส นางพยายามควบคุมเสียงมิให้สั่นเครือ “ตำหนักคุนหนิงเป็นตำหนักของ...ของฮองเฮามาแต่โบราณ มิใช่หรือเพคะ ตัวหม่อมฉันเองเป็นถึงฮองเฮายังมิเคยประทับที่นั่นด้วยซ้ำ”
การที่หมิงเยียนทำเช่นนี้เท่ากับหยามเกียรตินางในตำแหน่งฮองเฮา เพื่อเอาใจฉินฮวานั่นแล้ว เขาถึงกับแจ้งเรื่องนี้ให้นางรับทราบ
“เจ้าไม่พอใจข้าอย่างงั้นหรือ...ตอนนี้เจ้าก็ยังเป็นฮองเฮาอยู่” หมิงเยียนตอบกลับอย่างไม่แยแส “แต่ตำแหน่งฮองเฮานั้น อาจจะมิได้เป็นของเจ้าตลอดไป”
คำพูดขององค์ฮ่องเต้ประดุจมีดกรีดลึกกลางใจนาง “หมายความว่า... หมายความว่าฝ่าบาทกำลังจะปลดหม่อมฉันหรือเพคะ”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ จางลี่” หมิงเยียนถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย “เจ้าเป็นฮองเฮามาหลายปี แต่กลับมิสามารถให้กำเนิดรัชทายาทได้แม้แต่คนเดียว แล้วยังมีเรื่องสุขภาพที่ไม่แข็งแรงของเจ้าอีก ที่สำคัญเจ้าผลักฉินฮวาตกลงไปในสระน้ำนั่น”
“ใช่! หม่อมฉันสุขภาพมิค่อยดี ถึงให้กำเนิดพระโอรสแก่ฝ่าบาทมิได้ แต่พระองค์มิทรงเชื่อหม่อมฉันหรือ หม่อมฉันมิได้เป็นคนผลักสนมฉินฮวาตกลงไปในสระน้ำ แต่สนมฉินฮวานั่นแสร้งตกลงไปเองต่างหากเพคะ” จางลี่พยายามประคองตนเองไว้มิให้ล้ม เวลานี้จู่ๆ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ หลั่งออกมาอาบแก้มมิอาจควบคุมได้อีก“ได้โปรด อย่าทำเช่นนี้เลยเพคะ หม่อมฉันรักพระองค์ รักพระองค์มาโดยตลอด”
หมิงเยียนลุกขึ้นจากบัลลังก์ เดินลงมาหยุดอยู่ตรงหน้าจางลี่ “ความรักของเจ้า... สำหรับข้ามันไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว” เขากล่าวเสียงเย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
จางลี่เงยหน้าขึ้นมองสวามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปวดร้าว ในดวงตาของนางสะท้อนภาพของชายผู้เป็นที่รัก ที่บัดนี้ราวกับเป็นคนแปลกหน้า เมื่อครั้งที่หมิงเยียนยังเป็นองค์ชายเขาแต่งนางเป็นชายาเอก ทั้งสองรักใคร่กลมเกลียว ไม่นึกว่าพอเขาได้ขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิ มีนางสนมเข้ามาคอยปรนนิบัติข้างกาย จิตใจของหมิงเยียนเหมือนจะลืมจางลี่ไปเสียได้ คำพูดหวานซึ้งกินใจที่จะปกป้องและรักดูแลกันไปตลอดเหมือนจะสิ้นสุดกันแล้ว
“เมื่อก่อน พระองค์เคยตรัสกับหม่อมฉันว่าจะรักและดูแลหม่อมฉัน มิทราบว่า...พระองค์ยังจดจำคำนั่นได้หรือไม่” คำถามที่เต็มไปด้วยความหวังริบหรี่พรั่งพรูออกมา
หมิงเยียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำลายความหวังสุดท้ายของนาง "ข้าลืมมันไปหมดสิ้นแล้ว ข้าอยู่ในฐานะเช่นนี้ เจ้ายังคงตั้งความหวังนั่นอีกหรือ”
สิ้นคำนั้น... โลกทั้งใบของจางลี่ก็ดับวูบลง นางรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่หน้าอกอย่างรุนแรง เลือดอุ่นๆ ไหลซึมออกมาจากมุมปาก
“แค่ก! แค่ก!” เสียงไอที่ดังขึ้นพร้อมกับเลือดที่กระอักออกมาเป็นสาย
“จางลี่!” หมิงเยียนตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รีบเข้าไปประคองนางไว้
จางลี่พยายามใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี เอ่ยคำพูดสุดท้ายออกมาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง “พระองค์ทรงลืมไปแล้ว... อย่างนั้นหรือเพคะ”
ดวงตาของฮองเฮาผู้แสนอาภัพค่อยๆ ปิดลง ทิ้งไว้เพียงร่างที่นอนสลบในอ้อมแขนขององค์จักรพรรดิ
หมิงเยียนมองใบหน้าที่ซีดเผือดของจางลี่ หัวใจของเขาราวกับถูกบีบอัดอย่างรุนแรงก่อนจะร้องตะโกนเรียกคนสั่งให้หมอหลวงเข้ามาตรวจดูอาการ
