Smile
วันนี้ทางสายการบิน JEJU AIR ได้มีโปรแกรมพิเศษให้พรีเซ็นเตอร์ระดับเทพของตัวเองอย่าง TVXQ! เซอร์ไพรส์ลูกค้าของสายการบินด้วยการปลอมตัวมาเป็นกัปตันปลอม ๆ บนเครื่องบิน และแน่นอนเรื่องนี้ต้องทำให้เป็นความลับที่สุดเพื่อไม่ให้ข่าวรั่วไหลออกไป เพราะทุกคนรู้ว่าแฟนคลับของทงบังชินกิที่ชื่อแคสสิโอเปียทำงานยิ่งกว่า FBI CIA ไม่ว่าเรื่องไหนหรือรูปอะไรสามารถสืบหาตามค้นได้หมด ดังนั้นเรื่องนี้จึงมีคนรู้ไม่กี่คนคือ ผู้บริหาร ฝ่ายการตลาด แอร์โฮสเตส ช่างกล้อง และแน่นอน ยุนโฮและชางมิน สองหนุ่มพรีเซ็นเตอร์แห่ง JEJU AIR
และเที่ยวบินที่เลือกในวันนี้คือเที่ยวบินที่จะบินจากเกาหลีไปลงที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่ยุนโฮและชางมินรู้จักเป็นอย่างดีรองลงมาจากเกาหลีประเทศของตัวเอง เมื่อทุกอย่างเตรียมการเรียบร้อย ผู้โดยสารทุกคนเช็คอินและขึ้นไปอยู่บนเครื่องเรียบร้อยก็ถึงเวลาที่เครื่องบินจะออกเดินทางไปพร้อมกับพรีเซ็นเตอร์ที่จะมาสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับผู้โดยสาร เมื่อเครื่องบิน ๆ ขึ้นมาได้ในระดับที่ต้องการแล้วเสียงที่ผู้โดยสารทุกคนจะต้องได้ยินคือเสียงการทักทายจากกัปตันของสายการบิน
“คุณยุนโฮกับคุณชางมินพร้อมไหมครับ ?” ช่างกล้องที่รับหน้าที่ถ่ายทำเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ
“มาขนาดนี้ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมแล้ว หึหึหึ” ชางมินตอบกลับช่างกล้องพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ ผ่านลำคอพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากเบา ๆ แค่นั้นก็สามารถทำให้ช่างกล้องกลืนน้ำลายลงคอได้อย่างยากเย็น พร้อมกับคิดในใจว่า ถ้ายังอยากมีชีวิตและอยู่รอดปลอดภัยจงอยู่นิ่ง ๆ อย่าไปขัดใจเป็นดีที่สุด
“ถ้าพร้อมแล้วงั้นเริ่มกันเลยนะครับผมจะให้สัญญาณมือพอถึงสามคุณชางมินเริ่มพูดก่อนเลยนะครับ พอคุณชางมินพูดจบผมจะให้สัญญาณมือแล้วคุณยุนโฮก็พูดต่อเลยนะครับ”
“ได้ครับไม่มีปัญหา” ชางมินพูดพร้อมกับทำมือว่าโอเคส่งไปให้ในขณะที่ยุนโฮพยักหน้าเพื่อเป็นการบอกว่าเข้าใจแล้วก่อนที่ช่างกล้องจะส่งสัญญาณมือว่าให้เตรียมพร้อม เมื่อนับถึงสามชางมินก็เริ่มพูดด้วยเสียงกระซิบแบบน่ารัก (?) ทันทีว่า
"ขณะนี้ผมอยู่บนเครื่องบินที่จะออกเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่นเรามาดูกันว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง" พร้อมกับทำมือว่าเตรียมตัวให้ดีกันนะ ก่อนที่จะมีเสียงตามสายที่คนเดินทางโดยเครื่องบินจะต้องได้ยินทุกครั้งที่ขึ้นเครื่องบิน
“สวัสดีครับนี่คือทงบังชินกิพรีเซ็นเตอร์ของสายการบิน JEJU AIR ครับ เที่ยวบินวันนี้เราจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นกันนะครับของให้ทุกท่านมีความสุขกับการเดินทางไปกับพวกเราในครั้งนี้" ยุนโฮที่ยืนรอสัญญาณมืออยู่เมื่อทางช่างกล้องให้สัญญาณยุนโฮก็พูดประกาศออกไปด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่หล่อเหลาชวนให้ลุ่มหลง
และสิ่งที่ทุกคนต้องการเห็นคือปฏิกิริยาเมื่อผู้โดยสารได้ยินว่าเสียงประกาศเป็นใคร หลายคนทำท่างง ๆ กับเสียงประกาศที่ไม่คุ้นเคย บางคนก็ไม่ได้สนใจ และบางคนก็ไม่แน่ใจว่าเสียงที่ประกาศออกมานั้นเป็นตัวจริงเสียงจริงหรือไม่ ก่อนที่ชางมินจะค่อยๆ เข็นรถเข็นอาหารออกมาพร้อมกับทำมือใส่กล้องว่าให้เงียบๆ ไว้ก่อนที่จะเดินไปถึงหน้าผู้โดยสารคนหนึ่งและนั้นถึงกับทำให้เจ้าตัวทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าจะได้เจอตัวจริงเสียงจริงแบบใกล้ชิดขนาดนี้ ไหนจะยังกล้องที่กำลังถ่ายทำอีก ก่อนที่ยุนโฮจะเดินตามหลังออกมาและนั้นทำให้ผู้โชคดีดีใจหนักกว่าเดิม
เมื่อทำการเสิร์ฟอาหารและพูดคุยเล็กน้อยกับผู้โดยสารผู้โชคดีแล้วยุนโฮกับชางมินก็กลับเข้าไปด้านหลังผ้าม่านที่เมื่อครู่เดินออกมา ในขณะที่ช่างกล้องตรงเข้าไปนั่งเก้าอี้โดยสารของเครื่องบินเพื่อจะเช็คเรื่องรายละเอียดว่ามีต้องแก้ไขตรงไหนอีกหรือเปล่า สองพี่น้องที่กำลังยืนคุยกันถึงเรื่องเมื่อครู่โดยหันหลังให้ผ้าม่านนั้นก็ไม่ได้รู้เลยว่ามีใครเปิดม่านเข้ามายืนอยู่ด้านหลังทั้งสองคนแล้ว
“สนุกกันใหญ่เลยนะสองคนนี้”
เสียงอันคุ้นเคยที่จู่ ๆ ดังขึ้นทางด้านหลังทำให้สองพี่น้องต่างสายเลือดหันกลับไปมองพร้อมกันทันที
“แจจุง / พี่แจจุง” สองเสียงพูดออกมาพร้อมกันก่อนที่น้องชายคนเล็กจะพุ่งเข้ากอดพี่ชายอีกคนของตนเองด้วยความคิดถึงทันที ทำให้ใครอีกคนได้แต่ยืนหน้ามุ่ยทำปากยื่น ๆ ออกมานิด ๆ ด้วยความไม่พอใจเล็ก ๆ
“ทำไม ? ไม่พอใจที่ฉันมางั้นเหรองั้นฉันไปก็ได้” แจจุงเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะปลดแขนชางมินที่กำลังกอดตัวเองออกก่อนจะหันหลังกลับไปเมื่อเห็นอีกคนที่ตัวเองอยากเจอใจแทบขาดกลับมาทำหน้ามุ่ยใส่เสียอย่างนั้น
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะแจจุง” ยุนโฮที่รู้ตัวว่าทำให้แจจุงเข้าใจตนเองผิดก็รีบดึงแขนอีกฝ่ายไว้เพื่อไม่ให้เดินหนีไปก่อนจะดึงเข้ามากอดเมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังน้ำตาคลอ “อย่าร้องนะครับคนดียุนไม่ได้ไม่อยากเจอแจนะยุนก็แค่ไม่พอใจที่ไม่ได้กอดแจก่อนชางมินเท่านั้นเองน่ะ” ยุนโฮรีบสารภาพออกมาด้วยความกลัวอีกฝ่ายเข้าใจผิด น้ำตาของแจจุงเป็นอะไรที่ยุนโฮไม่ชอบเห็นมากที่สุด
ชางมินที่ได้ยินก็ท้าวเอวพร้อมทั้งทำหน้าเซ็ง ๆ ใส่พี่ชายตนเอง “อะไรมันจะเวอร์วังขนาดนั้นฮะพี่ยุนโฮแค่ผมกอดพี่แจจุงก่อนแค่นี้เนี่ยนะ ? ที่ตัวเองนอนกอดพี่แจจุงไว้ทั้งคืนผมยังไม่เห็นจะโกรธจะงอนตรงไหนเลย” ก็นะมันก็อดที่จะพูดประชดไม่ได้จริง ๆ คนอะไรแค่นี้ก็ต้องมาทำหึงมาทำไม่พอใจ
“ชางมินพูดมากไปแล้วนะ” ยุนโฮพูดพร้อมทำตาดุ ๆ ใส่แต่ถามว่าชางมินกลัวไหม ? บอกเลยว่าไม่ ชางมินยกไหล่พร้อมกับเบ้ปากนิด ๆ แบบว่าไม่แคร์ไม่สนใจจะว่าอะไรก็ว่าไป
แจจุงที่ซุกหน้าอยู่กับอกอุ่นก็แอบอมยิ้มออกมาอย่างดีใจพร้อมกับแอบขำเล็ก ๆ ที่แกล้งให้คนที่กอดตัวเองอยู่หึงและพูดออกมาได้ มันก็จะรู้สึกดีหน่อย ๆ อะนะ
“ว่าแต่พี่แจจุงมาได้ไง ? แล้วนี่หนีอัตจังหลบเฮียชิคมาได้ไงเนี่ย ? ปกติประกบเป็นเงาตามตัวยิ่งช่วงนี้พี่กำลังมีทัวร์งานมีทติ้งด้วย ?” ชางมินถามออกมาด้วยความสงสัย
“ฉันก็ต้องมีวิธีของฉันบ้างแหละเรื่องอะไรจะต้องบอกให้แกรู้ด้วยชางมิน”
“โอ้โหเดี๋ยวนี้มีความลับกับน้องกับนุ่งนะ”
“ทำอย่างกับแกไม่มีความลับกับฉันชางมิน ?”
“ว่าแต่พี่แจจุงรู้ได้ไงว่าวันนี้ผมกับพี่ยุนโฮมีถ่ายทำบนเครื่องบินกันวันนี้” ชางมินรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีอะไรที่ถามแล้วมันจะเข้าตัวเราก็ควรจะเลี่ยงถามถูกไหม ?
“เอาเป็นว่าฉันรู้ก็แล้วกันแล้วเป็นไงเซอร์ไพรส์ไหม ? ดีใจหรือเปล่า ?” แจจุงที่ซุกหน้าอยู่กับอกอุ่นหันหน้ากลับมาถามชางมินก่อนจะค่อย ๆ ดันตัวเองออกมาจากอกอุ่นเพื่อหันหน้าไปคุยกับน้องชายตัวเอง
“ดีใจสิทำไมจะไม่ดีใจผมคิดถึงพี่แจจุงมากเลยรู้ไหม ? คิดถึงอาหารที่พี่แจจุงทำให้ผมกิน” ชางมินพูดออกมาอย่างดีใจก่อนจะกลายร่างเป็นเด็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าพี่ ๆ โดยเฉพาะพี่ที่ชื่อแจจุง
“งั้นเราก็มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกดีกว่า ไม่ง่ายนะที่จะได้ถ่ายรูปกับกัปตันสุดหล่อทั้งสองบนเครื่องบินแบบนี้”
“นั้นซิว่าแต่ใช้กล้องพี่แจจุงนะ”
“แน่นอนต้องใช้กล้องฉันอย่าลืมนะว่านี่มือโปรในการถ่ายภาพ”
“อืม ๆ เอาที่พี่แจจุงสบายใจ” ชางมินรีบพูดปัด ๆ ออกไปทันทีเพราะไม่อย่างนั้นคงจะได้พูดถึงเรื่องถ่ายรูปกันยาวจนไม่ต้องได้ถ่ายรูปกันล่ะวันนี้
“เอาล่ะนะ ฮานา ทุล เซท” แจจุงนับหนึ่งถึงสามก่อนจะกดปุ่มถ่ายรูปจากมือถือแล้วเอาขึ้นมาเช็คก่อนที่จะพูดอวยตัวเองว่าถ่ายรูปเก่งแค่ไหน ถ่ายแค่รูปเดียวไม่ต้องซ่อมด้วย ชางมินฟังพร้อมกับตบมือให้เบา ๆ เพื่อเป็นการชื่นชมก่อนจะเดินเปิดม่านออกไปเพื่อไปนั่งด้านนอกและปล่อยให้สองคนในนั้นเขาจีบกัน (?)
“ใครใช้ให้นายลดหุ่นลดความอ้วนขนาดนี้ยุนโฮ” ทันทีที่ชางมินเดินออกไปแมวน้อยที่แสนขี้อ้อนก็เปลี่ยนเป็นแม่เสือสาวที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อให้ตายคาอุ้งเท้าตัวเองทันที
“หา ? เอ่อ ? ก็ทางบริษัทนั้นแหละที่ให้ลดเพราะทางนั้นอยากให้ยุนกลับมาหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มอีกครั้งเพื่อตอนรับการกลับมาของทงบังชินกิหลังจากที่หายไปสองปีน่ะ” ยุนโฮตกใจเล็กน้อยก่อนจะตอบออกมา ก็นะจากแมวน้อยกลายเป็นแม่เสือในพริบตาถึงจะเคยเจอเรื่อย ๆ ก็เถอะแต่ก็ไม่เคยชินสักที
“แล้วมันจำเป็นต้องลดลงมาขนาดนี้ไหม ? ต้องทำให้มีซิกแพคขนาดนี้เลยเหรอ ? หรือจริง ๆ แล้วต้องการทำเพื่อหลอกล่อบรรดาเด็ก ๆ สาว ๆ ให้มารักมาหลงตัวเองมากกว่าเดิมใช่ไหม ? บอกแจมาเดี๋ยวนี้นะ!!”
“โอ๊ย ๆ เจ็บ ๆ แจเบา ๆ หน่อยซิอย่าหยิกแรงแบบนี้” ยุนโฮได้แต่หลบหลีกไปมาจากมือน้อย ๆ ที่ไล่หยิบตัวเองด้วยความหมั่นไส้
“ก็มันน่าไหมล่ะรู้ตัวบ้างไหมว่าเดี๋ยวนี้หล่อขึ้นแค่ไหน ? รู้ไหมว่าแจหึง” แจจุงยังคงไล่หยิกอีกฝ่ายไม่หยุด
“ได้ยินแบบนี้แล้วมีกำลังในการลดอีกเยอะเลย ชอบจังเวลาแจหึงเนี่ย” เมื่อได้ยินคำสารภาพจากคนรักจากที่พยายามหลบหลีกมือน้อย ๆ ก็เปลี่ยนเป็นตะครุบมือแล้วดันแม่เสือสาวให้ถอยหลังไปชิดกับพนังเครื่องบินก่อนจะใช้มือคร่อมเพื่อกักร่างแม่เสือสาวไว้ในวงแขนของตัวเอง
“นั้นไงจริงอย่างที่แจคิดจริง ๆ ด้วยไอ้หมีบ้าไอ้หมีนิสัยไม่ดี”
“ครับ ๆ หมีบ้า หมีนิสัยไม่ดี แล้วรักหมีตัวนี้หรือเปล่าครับ”
“ไม่รักแล้วจะมาหึงอยู่อย่างนี้เหรอ” แจจุงส่งสายตาเคือง ๆ ไปให้ก่อนจะอมยิ้มน้อย ๆ เมื่ออีกฝ่ายส่งยิ้มพร้อมกับทำหน้าล้อเลียน
“หมีตัวนี้ก็รักแมวน้อยตรงหน้านะครับถึงบางทีจะกลายร่างเป็นแม่เสือก็เถอะ แต่ไม่ว่าแบบไหนก็ยังสวยน่ารักในสายตาคู่นี้เสมอนะ” ยุนโฮพูดพร้อมกับส่งสายตาที่มีความนัยไปให้และนั้นก็ทำให้แม่เสือสาวอายม้วยจนกลายร่างมาเป็นแมวน้อยในอ้อมกอดหมีอีกครั้ง
ชางมินใช้นิ้วเขี่ยม่านให้เปิดออกนิด ๆ เพื่อจะดูคนข้างในก่อนจะต้องส่ายหัวไปพร้อมกับกรอกตามองบน ตลอดเป็นแบบนี้ตลอดปล่อยให้อยู่สองคนทีไรจีบกันตลอด ตอนแรกก็ทำท่าเหมือนจะทะเลาะกันแต่ไป ๆ มา ๆ สวีทหวานกันเสียอย่างนั้น คนนอกอย่างเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจอะไรนักหรอกนะบางทีก็ยังสงสัยนี่ไม่เบื่อการจีบกันไปมาบ้างเหรอ ก่อนจะหันไปมองตากล้องที่ดูเหมือนสนอกสนใจกับภาพในกล้องเป็นพิเศษ นี่ไม่เห็นบ้างเลยเหรอว่าคิมแจจุงแห่ง JYJ เดินเข้ามาหายุนโฮชางมินแห่ง TVXQ! ถึงในห้องแถมยังบนเครื่องบินอีกแล้วแบบนี้จะไม่ให้ชวนสงสัยได้อย่างไร
“พี่ถามจริงไม่เห็นเลยเหรอว่ามีใครเข้าไปหลังม่านนั้นน่ะ” ชางมินลุกจากที่นั่งตนเองตรงไปนั่งเก้าอี้ข้าง ๆ ตากล้องทันที
“ไม่เห็นนะนอกจากคุณชางมินกับคุณยุนโฮผมก็ไม่เห็นใครเขาไปนะ” ช่างกล้องตอบปฏิเสธทันที
“เหรอ ? นิดเดียวก็ไม่เห็นเหรอ ?”
“ไม่เห็นไม่มีนะทำไม ? มีใครเข้าไปเหรอ ?” คราวนี้ถึงคราวช่างกล้องถามกลับบ้าง
“เปล่าไม่มีอะไรหรอกครับผมก็แค่เห็นว่าพี่เอาแต่ดูภาพในกล้องก็เลยสงสัยว่าพี่เอาแต่ก้มดูภาพอย่างเดียวคือไม่เมื่อยบ้างเหรอครับ” ชางมินรีบตอบปฏิเสธและรีบหาคำตอบอื่นตอบไปทันที
“ใครจะดูตลอดล่ะครับผมก็ต้องมีงีบบ้างอะไรบ้าง” ช่างกล้องตอบกลับไปอย่างขำ ๆ ใครจะนั่งดูกล้องดูภาพได้ตลอด
“งั้นเหรอครับงั้นผมไม่กวนแล้วเชิญพี่ดูกล้องต่อไปเลยครับ” ชางมินพูดพร้อมโค้งให้นิด ๆ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งยังทีตัวเอง
ช่างกล้องที่เห็นชางมินกลับไปนั่งที่เดิมของตัวเองแล้วก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างโล่งอก จะบอกได้ไงว่าโดนคิมแจจุงสั่งให้ปิดปากให้เงียบและก็เป็นตัวเองนี่แหละที่เป็นคนไปบอกแจจุงเรื่องการถ่ายทำวันนี้ ก็นะน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าคนเรามันก็ต้องช่วยเหลือกันและอยู่แล้ว
ชางมินที่กลับไปนั่งที่เดิมก่อนที่จะเริ่มวางแผนคิดจะแกล้งยุนโฮพี่ชายของตนเองบนเวทีคอนเสิร์ต งานนี้ชองยุนโฮไม่มีทางรอดพ้นจากการแกล้งของชิมชางมินไปได้อย่างแน่นอน ด้วยข้อหาอะไรนะเหรอ ก็ข้อหาหมั่นไส้คนขี้หึงขี้หวงที่ชอบสวีทหวานไม่เกรงใจน้องนุ่ง ในเมื่อทำคนหนึ่งไม่ได้อีกคนก็จะต้องโดนแทน แค่คิดชางมินก็สนุกแล้ว
เที่ยวบินของ JEJU AIR ที่ไปประเทศญี่ปุ่นคราวนี้ช่างมีแต่เรื่องเซอร์ไพรส์จริง ๆ เซอร์ไพรส์ทั้งผู้โดยสารที่โชคดี เซอร์ไพรส์ทั้งสองหนุ่มพรีเซ็นเตอร์แห่ง JEJU AIR แต่ในเรื่องเซอร์ไพรส์ก็มีแต่ความสุข ความสุขของผู้โชคดีที่ได้เจอยุนโฮชางมินแบบไม่คาดฝัน ความสุขที่ชางมินได้เจอกับแจจุง และคู่ที่สุขที่สุดก็คงหนีไม่พ้นคู่ยุนโฮแจจุงที่พากันสวีทหวานกันอยู่สองคนภายในห้องหลังผ้าม่านนั้น งานนี้ก็คงสวีทตั้งแต่เครื่องออกจากเกาหลีจนไปถึงประเทศญี่ปุ่นและไหน ๆ ก็ไปถึงญี่ปุ่นแล้วก็คงได้มีการไปหวานต่อในประเทศประเทศญี่ปุ่นแน่ ๆ ส่วนชางมินก็หนีไปมีความสุขกับการกินของตัวเอง งานนี้ทุกคนก็มีแต่รอยยิ้มแห่งความสุขกันถ้วนหน้า
สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่าน ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคที่คิดออกมากระทันหันหลังจากเห็นภาพตัดต่อรูปนี้ที่ดูเนียนมาก ๆ เลยเกิดเป็นฟิคสั้นขึ้นมาค่ะ หวังว่าจะชอบกันไม่มากก็น้อยนะคะ เราแค่อยากให้ทุกคนมีรอยยิ้ม ^^