ในคืนฉลองวันเกิดหัวหน้าแผนก
‘นับดาว’ เกือบโดนคนเลวพรากพรหมจรรย์
แต่โชคดีที่มีคน ‘ช่วย’ ไว้ทัน
และเขาคนนั้นก็คือ ‘เจสัน’ CEO คนใหม่ของเธอ
โปรยปราย
“ขอโทษนะ แต่ผมต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้อาการของคุณทุเลาลง ไม่อย่างนั้นคุณขาดใจตายตรงนี้แน่”
“แต่...อื้อ...”
เธอไม่ทันได้คัดค้านหรือปฏิเสธ ร่างเล็กก็ถูกยกขึ้นมานั่งบนตักหนา
ก่อนที่เขาจะบดขยี้ริมฝีปากของเธอด้วยปากของตนเองอีกครั้งและคราวนี้มันช่างเร่าร้อนจนเธอแทบลืมหายใจ
ชายกระโปรงของเธอเลิกขึ้นมาจนถึงโคนขาอ่อน มือใหญ่ข้างหนึ่งของเขาสอดเข้าไปตรงหว่างขาเรียวแล้วกดลงตรงจุดอ่อนไหว
จุดที่ไม่มีใครเคยสัมผัสมาก่อน แม้ว่าเขาจะไม่ได้ล้วงเข้าไปจนถึงเนื้อใน เป็นเพียงการสัมผัสผ่านทางเนื้อผ้าเรียบลื่นตัวจิ๋ว
แต่มันกลับทำให้ท้องไส้ของเธอปั่นป่วน หัวใจก็เต้นแรงทั้งยังเต็มไปด้วยความเรียกร้องและต้องการอะไรที่มากกว่านั้น
ฝ่ามือร้ายกาจขยับพลิกพลิ้วไปมาอยู่ตรงกึ่งกลางกายของเธออยู่นานจนหญิงสาวรับรู้ถึงความเปียกชื้นของตัวเอง
มันช่างเป็นความทรมานที่ผสมผสานกับความสุขสมอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน
แต่เมื่อระลึกได้ว่าเธอกำลังทำเรื่องน่าอายกับผู้ชายแปลกหน้าที่เจอกันไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
สำนึกในใจก็บอกว่าเธอควรจะห้ามปรามเขา แต่เหมือนว่าร่างกายของเธอจะไม่ยอมเชื่อฟังเลยสักนิด
เพราะฤทธิ์ยาที่ได้รับนั้นมันบอกว่าเธอควรปล่อยให้เขา ‘ช่วย’ อย่างนี้ต่อไปอีกสักหน่อย
อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ไม่รู้สึกทรมานเหมือนในตอนแรกอีก และเขาก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรมากไปกว่านั้น
เขาไม่ได้ล้วงมือเข้ามาในโพรงที่ชุ่มฉ่ำ ไม่ได้แตะต้องเนื้อแท้ของเธอ นอกจากริมฝีปากที่บดขยี้กันอยู่ในตอนนี้
หญิงสาวหายใจหอบสะท้านเมื่อเขาผละริมฝีปากออกไปอีกครู่หนึ่ง
แววตาเรียบนิ่งที่เธอเห็นก่อนหน้าเริ่มมีประกายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงมากขึ้นทุกขณะ
นั่นเพราะเธอคงไม่รู้ตัวว่าตอนนี้ริมฝีปากจิ้มลิ้มที่บวมเจ่อกับความเปียกลื่นที่เขาสัมผัสได้ มันกำลังทำให้เขาต้องตกที่นั่งลำบากเสียเอง
ลำบากตรงที่อวัยวะบางอย่างตรงกลางกายของเขามันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนผลิพุ่งดุนดันกางเกงผ้าเดนิมราคาแพงนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ
บ่งบอกว่าเขาเองก็ต้องการปลดปล่อยไม่ต่างกัน