Intro
“แฮ่กๆๆ”
เด็กหนุ่มตัวดำหัวฟูใส่แว่นหนาเตอะ วิ่งกระหืดกระหอบราวกับฝ่าดงพายุมาที่ลานหน้าตึกคณะมนุษยศาสตร์ใน มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้ยินเสียงรุ่นพี่กำลังตะโกนผ่านโทรโข่งเสียงดังโหวกเหวกไปทั่วบริเวณ
บรรดาเฟรชชี่เด็กปีหนึ่งรายงานตัวแล้วก็ถูกสั่งให้ไปยืนเรียงแถวตอน มองๆไปแล้วก็ดูไปก็ไม่ต่างจากพิธีเรียงแถวรับน้องนักโทษใหม่
“เอาล่ะ มารายงานตัวกันหมดแล้วสินะ!! เข้าแถวให้เป็นระเบียบกันหน่อย!! เข้าแถวววว” พี่ว๊ากปีนี้ก็คือประธานฝ่ายกิจกรรมของคณะร้องบอกผ่านโทรโข่ง ร่างสูงๆ วิ่งมาหยุดที่หน้าแถว พลางหอบแฮ่กๆ เขาแทบไม่ทันสังเกตบรรยากาศมาคุของเหล่ารุ่นพี่ที่พากันมองกันตาเขียวปั๊ด พี่ว๊ากกระตุกยิ้มร้ายหรี่ตามองคงจะเล็งเล่นงานใครสักคนอยู่แล้วล่ะ
“เหลืออีกคนเหรอเนี่ย โห นี่เพิ่งลงมาจากดอยเรอะ!!! ชื่อเราน่ะอะไร”
พี่เคี้ยงประธานฝ่ายกิจกรรมหันโทรโข่งมาร้องถามแทบจะจ่อหู ทำเอาเด็กหนุ่มตัวดำรีบเอามือขึ้นมาป้องหูไว้ก่อนหูจะอื้อ
“แทคครับ แฮ่ก แฮ่ก” หนุ่มสูงโย่งร่างผอมเงยหน้าตอบทั้งยังพยายามสูดลมหายใจอย่างเอาเป็นเอาตาย มือยังเท้ายันเหนือเข่าหอบตัวโยน
“อะไรน๊า ไม่ได้ยิน!!!!”
“แทคครับ!!!”
“แทคอะไร! แทคภรัณยู!! หรือแทคอะไร บอกชื่อจริงเซ่ะ ที่บอร์ดมันแปะชื่อเล่นไว้หรือไง!” จริงๆ ไอ้พี่ว๊ากก็ได้ยินแล้วล่ะ แต่ทำเป็นมือป้องหู ขานรับอย่างกวนส้นตรีง
“อัครวินทร์ วัชรพลพาณิชย์ ครับ!!!”
“เออ ให้มันรู้เรื่อง!!…แต่ชื่อกับหน้าไปกันคนละทาง แล้วนี่เอ็งใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มสระผมรึไง หัวนี่ฟูยังกับขนหมาพุดเดิล … สายแล้วยังเสือกไม่หล่ออีก ไปเข้าแถว! อยู่ตรงนี้เป็นมลพิษทางสายตาพี่”
เด็กปีหนึ่งหัวเราะคนขี้เหร่กันครึกครื้น ก็เป็นอย่างที่พี่ว๊ากเขาว่าจริงๆ นายโย่งสูงชะลูด ผิวเข้มคล้ำแล้วยังใส่แว่นกรอบหนาจนเกือบบังหน้ามิดพอให้เห็นแก้มตอบๆ โผล่ มานิดหน่อย ซ้ำร้ายผมยังฟูจนเกือบเป็นทรงอัฟโฟร่ ดูๆ ไปแล้วเหมือนหลุดมาจากแดนเงาะป่า
นายแทคสะบัดหัวไล่ความฉุนอย่างอดกลั้น ไม่บ่อยนักที่โดนคนล้อเพราะเขาเป็น พวกเด็กเนิร์ดเงียบๆ ที่ไม่ค่อยจะยุ่งกับใครสักเท่าไหร่ แล้วกิจกรรมรับน้องก็ได้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนฉิบหายวายวอดตาม ฉบับแดดไทย เสียงกลองเสียงเพลง
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงก็ยังไม่เลิกเต้นเลิกร้องเหมือนจงใจจะทรมานเด็กให้อยู่ใน สภาพเป็นไก่ปิ้งบนเตาถ่าน ไม่นานพี่เคี้ยงและคณะรุ่นพี่ต้อนเด็กปีหนึ่งให้ขึ้นไปบนแสตนปูนซีเมนต์ร้อนกรุ่น ก่อนเรียกลงมาเล่นเกมส์กันต่อ ส่วนเด็กหนุ่มตัวดำไม่มีอารมณ์ร่วมเท่าไหร่เนื่องจากข้าวเช้ายังไม่ได้กิน แถมยังนอนดึกด้วย นี่ก็ปาไปเที่ยงแล้ว ตอนนี้หิวจนไส้กิ่วแสบท้องไปหมดกระหายน้ำจนคอแห้งผากไม่มีแรงร้องหรือตะโกน ตามที่รุ่นพี่สั่ง ทั้งร้อนทั้งมึนกับเสียงโทรโข่ง รู้สึกไม่ไหวจริงๆ ได้กินน้ำสักแก้วคงจะดีจึงยกมือขึ้น
“มีไรครับน้องฟู อยากเล่นเหรอ เองลงมาเลย”
“เปล่าครับพี่ ขอน้ำดื่มสักหน่อยได้มั้ย”
“งั้นเอ็งลงมานี่!!” เพียงแค่คำขอธรรมดาๆ แต่ทำให้รุ่นพี่รู้สึกฉุนกึ้กขึ้นมา จึงกวักมือเรียก แทครีบลงมาตามคำสั่งโดยดี แต่ถูกรุ่นพี่จับให้ยืนเด๋อคนเดียวอยู่หน้าแสตนเชียร์ ท่ามกลางสายตาเฟรชชี่คนอื่นๆ และรุ่นพี่ว๊ากอีกเกือบร้อยคู่
“คนอื่นยังไม่ได้แดรกน้ำกันสักคำแม้แต่ผู้หญิง นี่เป็นผู้ชายตัวใหญ่ซะเปล่า…ปั่นจิ้งหรีดสามสิบรอบแล้วกลับขึ้นไป!!!” พี่ว๊ากยังคงทำหน้าที่พี่ว๊ากผู้โหดร้ายสม่ำเสมอไม่มีอะลุ่มอล่วยให้ใครหน้า ไหนทั้งนั้น
“ห่ะ? แต่…”
“ไม่มีแต่!!…หรือจะเอาร้อยรอบ” สิ้นเสียงรุ่นพี่ เด็กปีหนึ่งก็ส่งเสียงเชียร์โห่ร้องให้ทำ เพราะในใจแอบเห็นด้วยกับพี่ว๊ากนิดหน่อย…คนอื่นยังไม่ได้ดื่มน้ำเลย จะมาขอลักไก่ก่อนคนอื่นได้ยังไง? พอทำเสร็จก็รุ่นพี่ผลักให้เดินไปขึ้นแสตนอีก หนุ่มโย่งหัวฟูรู้สึกแกนโลกเอียงแถมวิงเวียนหน้ามืดจนต้องเกาะขาเพื่อนไว้ แล้วอยู่นิ่งๆ พักใหญ่
“เฮ่ย เป็นไรมากเปล่านาย” โชคดีที่ไปเกาะขาคนที่ไม่ขี้โวยวายมากเท่าไหร่ นายแทคค่อยๆ สูดลมหายใจลึกๆแล้วยืดตัวขึ้นอย่างยากเย็น ครั้งรู้สึกดีขึ้นก็ขอทางเพื่อนตะกายกลับขึ้นแสตนอย่างทุลักทุเล แทนที่จะมีคนเห็นใจกลับมาคนส่งเสียงหัวเราะเบาๆ เพราะรู้สึกสมเพชคนตัวสูงซะเปล่าแต่กลับอ่อนแอเหมือนตั๊กแตนง่อยขาเปลี้ย
“นี่กูมารับน้อง หรือเข้าค่ายทหารวะ น้ำสักอึกก็ไม่ให้แดก” หนุ่มโย่งถอนหายใจบ่นพึมพำเมื่อนั่งลง มือยังกุมหัวที่มึนๆไม่หาย
“ …?” เมื่อพึมพำยังไม่จบดี ก็มีโดนสะกิดจากด้านข้าง เห็นถุงคุกกี้ที่เหมือนถูกเปิดกินไปแล้วครึ่งนึงกับน้ำขวดเล็กยื่นมาจากคน ข้างๆ ถัดไปสองที่นั่ง พร้อมด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ ของใครบางคน
“ไม่ได้กินข้าวเช้ามาสินะ เอานี่ไปรองท้องก่อนก็แล้วกัน”
“รอดตายแล้วกู” แทครีบรับถุงคุกกี้กับขวดน้ำมาโดยไม่ได้มองว่าใครส่งให้ ล้วงขนมที่มีเหลืออยู่ก้นถุงยัดเข้าปากกินกันตาย
“อร่อยว่ะ” ทั้งที่นายหัวฟูเป็นคนไม่ชอบขนมหรือของหวานๆ แต่ก็พึมพำออกมาไม่รู้ว่ามันอร่อยจริงหรือเพราะหิว เปิดขวดน้ำที่เหลือครึ่งขวดขึ้นมาดื่ม พอคลายหิวกับคลายความกระหายก็มองคนให้คุกกี้ซึ่งกำลังร้องเพลงเชียร์เพื่อน ที่เล่นเกมส์ มือกว้างล้วงคุกกี้ขึ้นมากินอีกชิ้น มองใบหน้าด้านข้างเจ้าของคุกกี้ไปด้วย ……..คนอื่นไม่เห็นสนใจว่ากูกำลังจะตายมีแต่หัวเราะซ้ำเติม แต่คนนี้ แม่ง โคตรใจดี หน้าก็ตาดีด้วย
พอกินหมดจะหันไปขอบคุณและถามชื่อ รุ่นพี่ก็ตะโกนผ่านโทรโข่งให้ทุกคนลงจากแสตนเชียร์ไปรวมกันข้างล่าง ทำให้เด็กหนุ่มผิวขาวที่ดูโดดเด่นกว่าใครๆ วิ่งกรูตามเพื่อนๆ ลงไป
….น่าแปลกนะ การกระทำที่ไม่ได้คิดอะไรมากของหนุ่มเฟรชชี่ผิวขาวคนนั้น กลับกลายเป็นเรื่องราวต่างๆ ในรั้วมหาลัยในเวลาต่อมา รวมไปถึงความรู้สึกประทับใจที่ตรึงนานแสนนานอยู่ในใจของใครบางคนซะด้วย
'''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''
สามปีต่อมา
“มึงเอาคุกกี้รสอะไรไปยัดใส่ล็อคเกอร์พี่แทควะอีมิ้ลค์”
“รสอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ เออกูจำไม่ได้รสอะไร…แต่ของกูเชื่อดิว่าเขากินคุกกี้กู คิกคิก”
“มึงอยากลองของเหรอ” สาวทรงโตแต่งหน้าจัดที่ใส่เสื้อขาวไซส์เล็กจนแทบจะยัดนมไม่ลง สวมกระโปรงสั้นผ่ากลางจนเกือบเห็นน้องลิงยืนหัวเราะคิกคักกัน
“คนหล่อๆ อย่างพี่แทคมึงไม่อยากลองเหรอ ซักคืนจะไม่ลืมพระคุณเลย”
“เวลาอยากให้พี่แทคแดก ทำไมต้องเอาคุกกี้ไปใส่ล็อคเกอร์วะ” เพื่อนก็ยังถามต่อ
“มันเป็นโค้ดลับว่ะ แต่เหตุผลจริงๆ ไว้กูแดกพี่แทคให้ได้ก่อนกูจะถามให้” สองสาวรุ่นน้องที่เปรี้ยวเข็ดฟันพอตัวป้องปากหัวเราะ เดินผ่านแก๊งค์ไฮโซรุ่นพี่ปีสาม อุดมหยุดเดิน แอบจิกมองรุ่นน้องที่ชื่อมิลค์ซึ่งเดินผ่านไปแล้วพร้อมบ่นขมุบขมิบ
“อื่ออหือ คันแต่เช้า ร่านระยะประชิด” เจสซี่ชะงักก่อนปรายตามองเพื่อน
“มึงด่าวะใครอุดม”
“กูไม่ได้ด่ามึง! แต่จะด่าก็ตอนเรียกกูอุดมนี่แหละ กูชื่ออัษฎา! ชื่ออุดมมันไม่แพง!” เจสซี่ยกมือขึ้นมาป้องปากหัวเราะ
“พ่อมึงไม่ยอมให้เปลี่ยน มึงจะชื่ออัษฎาได้ไงคะอุดม จริงปะคีส” คนที่ถูกพูดถึงเพียงแค่ยิ้มมุมปาก ไม่ยอมช่วยแซวอุดมหนุ่มนักศึกษาหน้าตี๋กลางๆ สูงพอประมาณ แม้ไม่หล่อจัดแต่มักจะทำทรงผม ดูแลตัวเองแต่งตัวให้ดูดีอยู่เสมอ ทั้งเจสและคีสเพิ่งมารู้ว่าอุดมเป้นเกย์ก็เมื่อเจ้าตัวรู้สึกสนิทใจและเลือก ที่จะเปิดเผยตัวตนในกลุ่ม แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าคนอื่นอุดมจะแอ๊บแมนตามปกติ แต่มีบ้างเวลาหมั่นไส้ชะนีคนไหนนางจะเกย์แตกทันที
“อีเจส ชื่อเก่าของมึงก็ไม่ได้ดีไปกว่ากู นักหรอก…อี..จ ” อุดมของขึ้นบ้าง
“โอ๋ๆ ต่อหน้าคนอื่นกูจะเรียกมึงอัษฎาก็ได้…เดี๋ยวกูเลี้ยงสตาร์บัคส์สิบแก้วนะ เพื่อน แดรกให้เย็นถึงลำไส้ใหญ่เลย” เจสซี่รีบยกมือขึ้นมาอุดปากอุดมทัน บอกใครก็จะช็อค ใครจะไปรู้ล่ะว่า เจ้าของใบหน้าสวยพิฆาต ผิวพรรณขาวสะอาดสะอ้านออร่าจับแทบจะคล้ายไอด้อลเกาหลี ท่าทางสง่าสมเป็นไฮโซสาวชื่อดังแห่งรั้วมหาลัย หวิดจะดับเอา หากเพียงมีคนรู้ชื่อเล่น-ชื่อจริงที่บุพการีตั้งให้แต่เกิด
“อีมิลค์ นั่นพี่คีสประธานคณะฝ่ายวิชาการปีสามนี่หว่า หล่ออ่ะ ออร่าเวอร์ แม่งใช้ไฮเตอร์แทนสบู่หรือไง”
สองสาวที่เดินผ่านไปแล้วหันกลับมามองรุ่นพี่และเดอะแก๊งค์ หนุ่มคีสที่พวกนางพูดถึงเป็นดาวเด่นมาตั้งแต่ปีหนึ่ง สมองดีเรียนเก่ง หน้าตาดีรูปร่างสูงโปร่งผิวพรรณสะอาดสะอ้านสมเป็นลูกผู้ดี หากใครตามหนังสือพลอยแกมเพชร หรือนิตยสาร HisoParty จะคุ้นๆหน้าครอบครัวคุณหญิงแม่ของหนุ่มคีสอย่างแน่นอน คนอะไรก็ไม่รู้เกิดมาสมบูรณ์แบบ ขนาดอยู่เงียบๆนิ่งๆไม่ยุ่งกับใครก็ไม่วายทำอะไรก็เป็นที่จับตามองตลอด
“เออ หล่อแล้วไงวะ เข้าถึงก็โคตรยาก ได้ข่าวว่ามีคนมาจีบทั้งผู้หญิงผู้ชาย แต่ถูกพวกแก๊งค์ไฮโซจับปาดคอหมด…ตกลงมันเป็นเพื่อนหรือมันเป็นแม่กันแน่วะ คอยสกรีนคนมาจีบลูกอยู่นั่นแหละ…ไปจีบพี่แทคดีกว่ามึง นอกจากจะได้กินแล้วแถมยังพอมีลุ้นว่าจะได้เป็นแฟนด้วยเว้ย”
พออุดมและเจสซี่หูเรดาร์ได้ยินเสียงนินทาก็เชิ่ดหน้าเบะปากแบบไฮโซ มองจ้องกลับด้วยสายตาพิฆาตทำให้สองสาวปากมอมรีบเดินฉับๆหนีไปก่อนจะเกิด เรื่องใหญ่โต
'''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''
ร้านกาแฟ
“ดม คีสมันไปไหนเนี่ย” เจสซี่ถามอุดมขณะเดินมาถึงร้านกาแฟสตาร์บัคส์สาขาที่ตบแต่งแสนหรูสุดใน มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นร้านประจำของแก๊งค์ไฮโซผู้ซึ่งไม่สามารถ เดินปะปนกับนักศึกษาฐานะธรรมดาๆดื่มกาแฟเย็นธรรมดาๆในโรงอาหารคณะได้
“เดี๋ยวก็คงมาแหละ…ว่าแต่มึงดู” อุดมพยักหน้าไปยังที่นั่งประจำของตัวเอง เป็นที่นั่งเย็นๆมุมสุดของหน้าต่างเบย์วินโดว์ยื่นออกไปข้างนอก หากใครนั่งตรงนั้นก็จะสามารถมองเช๊คเอ้าท์ชาวไฮโซเก๋ๆที่เดินผ่านไปผ่านมาใน ย่านนี้ได้ ซึ่งตอนนี้มีรุ่นน้องไม่คุ้นตากลุ่มหนึ่งนั่งจับจองอยู่ และกำลังอวดกระเป๋าแบรนด์เนมกัน
“ใบนี้กูต่อแถวซื้อมาจากฝรั่งเศสเชียวนะ” กระเป๋าหลุยส์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก New Cruise 2016 runway ถูกวางโชว์ไว้กลางโต๊ะ “ตอนปิดเทอมกูก็ไปชองเอลิเซ่มาไปสอยมาเหมือนกานนน”
สาวสวยผมยาวเม้ามอย อวดฟุ้งที่ได้ไปทริปยุโรปร่วมกับครอบครัวมาตั้งสัปดาห์
…เชอะแค่ไปถึงปารีสสอยหลุยส์มาทำเป็นอวด…. เจสซี่เบะปากก่อนเดินมาตรงโต๊ะข้างกัน ยกข้อศอกขึ้นมาโชว์กระเป๋าแอร์เมส เบอร์กิน หิมาลายัน ราคาเฉียดๆ สามล้านบาท ลงบนโต๊ะ พร้อมปรายตามองกระเป๋าหลุยส์ของรุ่นน้อง และมองเจ้าของกระเป๋าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเหยียดๆ
“อื่อม ก็ดีเนอะอุดมคนแถวนี้พอใจกับของถูกๆ แบบนี้สินะสนองนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง” นิ้วเรียวยาวเล็บทาสีมาชมพูช๊อคกิ้งพิ้งค์ปลายเคลือบทองวาว หากเป็นไฮโซเหมือนกันจะดูออกทันทีว่านางไปทำร้านเล็บจากร้านดังที่พารากอนมา เคาะบนฝาแก้วกาแฟสตาร์บัคส์เบาๆ จนนาฬิกาฟิลิปปาเต๊ะบนข้อมือกระเทือนเบาๆ อุดมก็จิกตามองตาม เพียงแค่กระเป๋าที่ทำจากหนังจระเข้วางเด่นตระหง่านรุ่นน้องสี่สาวก็มองด้วย ความตะลึง เพราะแอร์เมสรุ่นนี้หายากที่สุดไม่ใช่ใครมีเงินจะเดินดุ่มๆไปซื้อก็ได้ แต่ต้องจองเป็นปีหรือต้องเส้นใหญ่มากๆ เพราะในประเทศไทยนั้นมีเพียงดาราและไฮโซไม่กี่คนที่มีรุ่นนี้ในครอบครอง รุ่นน้องเจ้าของกระเป๋ากระรีบเก็บหลุยส์ของตัวเองลงจากโต๊ะอย่างท่าทาง เหนียมๆ
“แก๊ นี่ใช่แก๊งค์แอร์เมสปีสามในตำนานรึเปล่าวะ แมร่งบรรยากาศน่ากลัวฉิบหาย”หนึ่งในสาวกระซิบถามเพื่อนเลิกลั่ก “หล่อนคิดว่าหล่อนเป็นใครถึงนั่งตรงนั้นได้” เจสซี่จิกตาข่มอีก ถ้าสายตาคมๆของนางขว้างมีดได้ ป่านนี้คนแถวนี้คงโดนมีดสั้นแบรนด์เนมปักคอคนละเล่มสองเล่มแล้ว อุดมตามมาสมทบ วางกระเป๋าวางกระเป๋าใส่เอกสารทรงผู้ชายแอร์เมสซิตี้ฮอล ซึ่งราคาตีเป็นเงินไทยราวๆแค่สามแสนหก(เอง) ของตัวเองลงบนโต๊ะ เคียงข้างหิมาลายันปรายตามองรุ่นน้องพร้อมพูด
“คิดจะมั่นหน้าหัดเช็คหนังหน้าตัวเองบ้างนะ อ่อ แล้วที่นั่งมุมนั้นน่ะคิดจะเทียบรุ่นพวกชั้นรึไง หึ ? ” สี่สาวกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ก่อนรีบลุกออกจากโต๊ะไปพร้อมกระเป๋าหลุยส์ จึงทำให้แก๊งค์แอร์เมสจึงได้เชิ่ดหน้า ทวงที่นั่งประจำกลับคืนมาอย่างสง่างามราวกับพญาหงส์ขาวประทับบัลลังก์เดิม
ขณะนั่งรอเพื่อน เจสซี่กับอุดมก็ได้ยินรุ่นน้องที่อยู่โต๊ะถัดๆ ออกไปพูดถึงเรื่องคุกกี้ในล็อคเกอร์ของ แทค อัครวินทร์ (อีกแล้ว)
“ไปไหนมาไหนกูก็ได้ยินแต่ชื่อนี้ ทำไมตอนปีหนึ่งปีสองไม่เห็นมีใครพูดถึง พอขึ้นปีสามอยู่ๆ ก็มีแต่คนพูดถึงเฉยเลย” เจสซีบ่น พลางยกกาแฟขึ้นมาดูด ทั้งที่พวกนางมี sense มองคนดีเลิศ ถ้าไอ้คุณอัครวินทร์ดังจริง พวกกรูก็ต้องเห็นสะดุดตาตั้งแต่ปีหนึ่งกันแล้วสิวะ จู่ๆมาดังเอาตอนปีสามแมร่งผิดวิสัยหนุ่มหล่อ
“แกว่าเป็นไอ้หน้าเห่ยที่คนมองข้ามแล้วไปศัลยฯมาป่ะวะอีดม”ต่อมเผือกชะนีสาวไฮโซเดาไปเรื่อย “โอ๊ย อีดอก กรูน่ะมีเรดาร์จับพวกทำหน้ามานะยะ กรูฟันธงว่าไม่ได้ทำชัวร์ แล้วอีกอย่างนะกรูเคยเห็นคนเอารูปตอนปีหนึ่งมาเทียบละ โครงหน้าเหมือนเดิม แค่ล่ำขึ้นกับดูแลผิวพรรณตัดผมใหม่ ไม่ใส่แว่น” อุดมเผลอสะบัดมือสะดิ้งอย่างลืมตัวยามเมื่อเม้าซี่กับเพื่อนชะนีคนสนิท
“แหม รู้ดีจังนะแกร หรือว่าก็เล็งไว้เหมือนกัน ถึงอีตาแทคอะไรนั่น ถึงไม่ใช่ “เป็กกรู แต่ก็ต้องยอมรับอ่ะนะว่าแมร่งหล่อกว่าเดือนคณะรวมกันทั้งมหาลัยซะอีกว่ะ ไม่แปลกที่มีแต่คนอยากแดรก” เจสซีแอบหัวเราะคิกๆ ลอบมองหน้าอีดมเพื่อนเก้งที่ถามอะไร แหมสืบข้อมูลเค้ามารู้เป็นอย่างดี แถมตอนพูดถึงแอบมีลืมตัวส่งประกายตาวาวนิดๆ
“บร้า อีนี่หนิ ใครจะไปชอบลงวะ ดูเหมือนพี่แกจะแดรกไม่เลือก ชะนีตัวไหนอยากให้แดรกแค่เอาคุกกี้ไปใส่ล็อคเกอร์ไว้เนี่ยนะ กรูไม่เอาหรอกกกก ไม่อยากแชร์ดุ้นร่วมกับหอยใคร”
“วั๊ย อีทะลึ่ง ฮ่าๆๆๆ จริงสินะหอยมีโรครึเปล่าก็ไม่รู้” เจสซีหัวเราะร่วนฟาดมือตบไหล่อุดมที่ทำท่าหยิ่งเชิ่ดไม่แคร์สื่อ เก้งหนุ่มและชะนีไฮโซเห็นคีสเดินกลับมาสมทบแก๊งค์ จึงรีบลดทอนคำลามกทะลึ่งตึงตังลงมาในเลเวลที่พอรับได้ เพราะรู้เป็นอย่างดี ว่าที่บ้านคีสอบรมลูกชายคนเดียวมาอย่างไร
“เอ..ทำไมมาเจอพวกนายทีไร โต๊ะนี้ว่างให้นั่งทุกทีแฮะ” คีสเพิ่งได้กรีนทีลาเต้จึงเดินมาหาที่นั่งแต่ก็รู้สึกแปลกใจที่มากับเด อะแก๊งค์ทีไรได้ที่นั่งตรงเบย์วินโดว์วิวที่ดีที่สุดของร้านทุกที มือเรียวขาววางกระเป๋าใส่หนังสือเรียนแอร์เมสสะพายรุ่นคลาสสิคสีเรียบๆทรง ผู้ชายรุ่นลิมิเต็ดลงบนเก้าอี้อย่างไม่ใส่ใจ คีสไม่ใช่คนประเภทจับผิดพร็อพหรือกระเป๋าแบรนด์เนมใครๆเหมือนเพื่อนทั้งสอง ที่บ้านจัดหาของส่วนตัวอะไรมาให้ใช้ หนุ่มน้อยก็คิดว่าสะดวกดีเหมือนกัน จึงใช้ๆไปไม่เคยบ่นโวยวายขอเลือกซื้อเอง เพราะเห็นว่ามันก็เป็นแค่ ‘ของเอาไว้ใช้’ ไม่ได้ตระหนักว่ามันคือของมีแบรนด์เอาไว้โอ้อวด
“ก็--ไม่รู้สินะ…” เจสซี่แอบยิ้มมุมปากแอบทำตาเจ้าเล่ห์ แอบแปะมือไฮไฟว์อุดมใต้โต๊ะ เป็นที่รู้กันสองคน ยิ่งทำให้คีส ยืนงงเบาๆเข้าไปอีก หารู้ไม่ว่าเดอะแก๊งค์ของตนนั้นได้แผ่รัศมีอันน่าเกรงขามออกมาตลอดเวลา จนทำให้ใครก็ตามที่โดนอุดมหรือเจสซี่มองแรงใส่มักจะทนพลังงานลึกลับไม่ไหว ต้องรีบย้ายตูดหนีให้ไกลห่างๆ
อุดมกับเจสซี่สังเกตเห็นว่าถุงคีสถือถุงคุ้กกี้ร้านป้าในโรงอาหารอยู่ในมือด้วย จึงคิ้วขมวดพร้อมกันทั้งคู่ โดยมิได้นัดหมาย
“คีส มึงอย่าถือถุงคุกกี้เดินผ่านล็อคเกอร์ไอ้คุณแทค อัครวินทร์นะ เดี๋ยวคนแถวนั้นจะเข้าใจผิด” เจสซี่เตือนไปหัวเราะกลบเบาๆ “หืม? ทำไมวะ” คีสหยิบคุกกี้ขึ้นมากินอีกชิ้นอย่างงงๆ “ไม่ใช่แค่ถือคุกกี้เดินผ่าน แต่อย่าเสือกยัดคุกกี้ผิดล็อคเกอร์ล่ะ” อุดมเตือนอีกด้วยความหวังดี
'''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''
ตู้ล๊อคเกอร์ใกล้ชมรมว่ายน้ำ
“พี่แทคคะ วันนี้หมดโควต้ารับคุกกี้รึยังค๊ะ” สาวน้อยรุ่นน้องปีหนึ่งแอบถือถุงคุกกี้ซ่อนไว้ข้างหลัง เดินมาหาพี่แทค อัครวินทร์ สุดหล่อที่กำลังเดินมาหยิบหนังสือเรียนในล็อคเกอร์พอดี
“เอ...จะหมดดีมั้ยน๊า” น้ำเสียงขรึมเจ้าเล่ห์หยอกเล่นกับรุ่นน้องสาวผู้น่ารัก ก่อนที่จะยื่นหน้าหล่อๆไปหาทำเอาสาวเจ้าหัวใจเต้นตึกๆตะลึงในความหล่อทะลุ มิติของรุ่นพี่ปีสาม ที่ทั้งสูงไหล่กว้างอกล่ำ ผิวสีแทนน้ำผึ้งดูแมนสมชายชาตรี หล่อเว่อร์วังขนาดนี้แต่นิสัยกลับเฟรนด์ลี่เป็นมิตรกับคนได้ง่าย จึงมีสาวๆจำนวนมหาศาลชอบมาเข้าหาอยู่เป็นประจำ
“อย่าเพิ่งหมดสิคร๊า แหม” เหมือนสาวน้อยก็รู้งานจึงหยอกกลับ ผลักไหล่หนุ่มหล่อคารมเจ้าชู้เบาๆ
“ฮะๆๆ น่ารักอย่างน้อง พี่ไม่มีทางปฏิเสธหรอก เอามาสิครับ” พอเจอพี่แทคชมแล้ว ยืนเท้าแขนพิงล็อคเกอร์ด้วยมาดเท่ๆที่ทำให้หญิงสาวที่เห็นก็หลงใหลหัวปักหัว ปำ ทำให้น้องเชอรี่เขินจนแทบจะจิกกระโปรงตัวเองบนขาอ่อนตัวเองขาดวิ่น
“อีมิ้ลค์---กรูบอกแล้วไงว่า มัวแต่แต่งหน้า ชักช้ายืดยาดดูสิ อีน้องเชอรี่เด็กปีหนึ่งเอาคุกกี้มาให้พี่แทคตัดหน้ามรึงละ” สาวทรงโตโดนเพื่อนเบรกให้ยืนรอดูสถานการณ์เสียก่อน เสียดายที่พวกหล่อนมาช้าไปเพียงหนึ่งก้าว จึงเจอน้องรี่เนตไอดอล และนางเอกสาวเอ็มวีที่กำลังดังในเนต แอบย่องเอาคุ้กกี้มาให้พี่แทคเสียซะก่อน
“อื่อหือ คนดังด้วยนะ สงสัยพี่แทคเสร็จมันแน่เลยหว่ะ” สาวมิ้ลค์มองคู่ต่อสู้แรง ตาเขียวปั๊ดใส่ หนุ่มร่างสูงกำลังพูดจาหยอกล้อหยอดน้องเชอรี่อยู่ดีๆเมื่อเห็นถุงคุกกี้ในมือขาวๆก็เปลี่ยนสีหน้าและโทนเสียงทันที
“ เฮ่อ--- ขอโทษนะพี่ไม่ว่างรับคุกกี้ละ” เมื่อกี้ยังหยอดคำหวานใส่ จู่ๆหนุ่มใบหน้าคมก็เบือนหน้าหนี มือกว้างเหวี่ยงปิดกระแทกล็อคเกอร์ปิดดังปั้ง จนทำให้น้องเชอรี่คนน่ารักสะดุ้งโหยงและตาโต ตกใจในท่าทีที่เปลี่ยนไปทันทีของพี่แทคสุดหล่อ ผู้แสนเฟรนด์ลี่
“หา อะ อะไรคะ คือเชอรี่พูดอะไรผิดไปเหรอคะ” ไม่มีโอกาสให้น้องเชอรี่ได้แก้ตัวหรืออธิบายใดๆ พี่แทค อัครวินทร์ก็เดินหนีไปเฉย ปล่อยให้เนตไอดอลสาวสวยยืนตะลึง งงค้างอยู่อย่างนั้น คู่แข่งสาวทรงโตและเพื่อนที่ยืนดูเห็นเหตุการณ์อยู่ห่างๆจึงรีบเดินเข้ามา เผือกทันที
“ว๊าย น้องเชอรี่ทำไม ง่าวอย่างนี้คะหนู ไม่รู้เหรอคะว่าพี่แทคไม่ชอบคุ้กกี้ไวท์ช๊อคโกแลตชิบ” มิ้ลค์ปีสองพอเห็นถุงคุกกี้ในมือจึงเก็ต และหัวเราะเย้ยลั่นอย่างไม่อายใคร
“คิดจะสอยพี่แทคทั้งที ไม่ทำการบ้านหน่อยล่ะคะน้องขา ฮ่าๆๆๆๆ” เพื่อนชะนีก็ช่วยร่วมสมน้ำหน้า เพราะหมั่นไส้คนสวยกว่า ดังกว่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งนางมาพลาดให้เห็นต่อหน้าจึงต้องช่วยกันเหยียบซ้ำ น้องเชอรี่เนตไอดอลตั้งสติได้ก็มองแรงกลับด้วยสายตาอันเย่อหยิ่ง ก่อนจะมองหญิงสาวทั้งคู่หัวจรดเท้าและทำท่าแบะปากอย่างเหยียดกลับ
“แหม---พี่คะ ต่อให้พวกพี่เอาคุ้กกี้ไปให้ถูกรส แต่เบ้าหน้าสก๊อย แต่งหน้าหนาเป็นปูนปลาสเตอร์ ลงรองพื้นผิดเฉดแบบนี้ พี่แทคก็คงไม่เอาเหมือนกันหรอกมั้งคะ” น้องเชอรี่เองก็ร้ายแรงไม่แพ้กัน จนทำให้หญิงสาวคู่แข่งทั้งคู่ปรี๊ดปรอทแตก แทบจะกระทืบเท้าจนส้นสูงหัก
“เอ่าพูดแบบนี้ จะตบกันมั้ย---อีด*ก!!!”
“เออ! แน่จริงก็ตัว-ตัวสิวะ” เนตไอด้อลผู้น่ารักเงื้อมือเตรียมง้างตบ เสียงชะนีทะเลาะกันวุ่นวายน่าหนวกหูไปทั่วทางล็อคเกอร์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติของตึกนี้ไปเสียแล้ว ….ตั้งแต่ชื่อเสียงรุ่นพี่แทค อัครวินทร์ป็อบขึ้นมาอ่ะนะ ว่าแต่...ทำไม พี่แทคถึงไม่รับคุ้กกี้ไวท์ชอคโกแลตชิปล่ะ ?? มันต้องมีอะไรแน่ๆเลย…..
*********************Intro end *******************