ถึงชื่อจะใสแต่นิยายไม่ได้ใสตามชื่อนะจ๊ะ

ตอนที่ 39 ทัวร์เกาหลี(1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 39 ทัวร์เกาหลี(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 45.6k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ค. 2563 16:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 39 ทัวร์เกาหลี(1)
แบบอักษร

ฉันพยายามข่มความกลัวแล้วยื่นมือออกไปจับแล้วฝืนยิ้มออกมา 

 

จับมือกันพอเป็นพิธีแล้วต่างฝ่ายต่างก็ดึงมือกลับ ฝ่ายแลนดอนเป็นคนพูดขึ้นมาก่อน "ดูเหมือนว่าจะเป็นโรคกลัวนะครับ แถมยังเป็นมือผู้ชาย อ้อ ผมรู้เรื่องของคุณมาคร่าวๆแล้วล่ะ ส่วนการรักษาจิตใจของคุณยังพอเข้มแข็งอยู่บ้างบำบัดไม่นานก็คงหายครับ แค่หมั่นเผชิญหน้าบ่อยๆสักพักก็ดีขึ้นเอง" 

 

ฉันที่สีหน้าดีขึ้นมากแล้วก็พยักหน้า ยังไงก็การรักษาให้เร็วที่สุดจะเป็นการดี เพราะถ้าป่วยไปอยู่แบบนี้จะจับมือกับนักธุรกิจท่านอื่นจะกลายเป็นเรื่องยาก 

 

"แล้วเรื่องที่คุณไปสืบมาเป็นยังไงบ้างคะ" ฉันหันไปถามอลัน 

 

"คุณคิดว่าตั้งแต่เมื่อเช้าจนถึงตอนนี้สี่ชั่วโมงคนของผมจะสืบได้เร็วขนาดนี้เลยหรอ" อลันถามพร้อมกับยิ้มน้อยๆที่มุมปาก 

 

ฉันยิ้มอย่างมั่นใจ "คนของฉันถ้าสืบอย่างเร็วคือหนึ่งวันเต็ม แต่ฉันคิดว่าคนของคุณจะมีประสิทธิภาพมากกว่านะ" 

 

"สมแล้วที่ทำให้บริษัทของคุณก้าวไปได้ไกล คุณคิดถูกแล้วล่ะ ผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่คุณบอกเลย แต่ในฐานะที่เป็นผู้ถูกกระทำอยากจะจัดการด้วยตัวเองหรือจะให้ผมจัดการ" 

 

"แน่นอนว่าหล่อนทำอะไรไว้หล่อนต้องได้ชดใช้ และฉันอยากจะจัดการด้วยตัวเอง แต่อำนาจของฉันยังไม่มากพอถ้าไม่ว่าอะไรฉันจะขอความช่วยเหลือของคุณในบางเรื่องนะคะ" 

 

"ได้สิ"  

 

"ดีค่ะ แผนการแก้แค้นของฉันจะเริ่มขึ้นเมื่อฉันรักษาตัวจนหายสนิทแล้วนะคะ" ฉันหันหน้าไปทางหมอแลนดอน "ลำบากหมอรักษาฉันด้วยนะคะ" 

 

หมอแลนดอนยิ้มแล้วพยักหน้า  

 

หลังจากนั้นตลอดหนึ่งเดือนที่ฉันก็ไปเรียน ทำงาน และรักษาสภาพจิตใจไปพร้อมๆกันจนหายขาด แผนการแก้แค้นถูกร่างไว้ในหัวนานแล้วแต่ฉันยังไม่รีบที่จะดำเนินการในตอนนี้ เพราะฉันจะลองดูท่าทีของอลิซ่าก่อน 

 

จะว่าไปตั้งแต่เกิดเรื่องคราวก่อนทำให้ฉันต้องจ้างคนฝีมือดีมาเป็นบอดี้การ์ด ไว้คอยดูแลรอบบ้านและคอยแสตนด์บายในที่ลับหากฉันเกิดเรื่อง ถ้าตามนิยายจีนก็คงคล้ายๆกับองครักษ์เงาแหละ แต่ก็ไม่ได้ใช้งานหนักตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะ แค่ให้ผลัดเวรยามกันจะได้ไม่เหนื่อย 

 

ช่วงนี้ฉันใช้คนไปสืบข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับอลิซ่า พบว่านอกจากแค่หน้าตาดีวันๆหล่อนก็ใช้ชีวิตอย่างลูกคุณหนู คิดว่าในอนาคตจะแต่งเข้าตระกูลสูงศักดิ์และใช้ชีวิตเป็นคุณนายที่ไม่ต้องออกไปทำงานแบบที่แม่ของหล่อนเป็น สิ่งที่รักก็มีนั่นคือการเต้นบัลเล่ต์ 

 

อิงฟ้าเคยบอกเอาไว้ว่าฉันเป็นคนเจ้าคิิดเจ้าแค้น และใช่ฉันเป็นมากเลยด้วย คนที่หวังจะทำลายฉัน ฉันก็จะค่อยๆทรมาณและทำลายคนผู้นั้นซะ 

 

นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่ฉันไม่อยากจะสร้างศัตรู เพราะฉันรู้ดีว่าถ้าเมื่อไหร่ฉันถูกกระทำ ฉันจะเอาคืนเป็นร้อยเท่าพันเท่า 

 

อีกหนึ่งสัปดาห์เป็นวันเกิดคุณแม่วันพรุ่งนี้ฉันจึงบินกลับไปเกาหลี ดังนั้นงานตลอดหนึ่งสัปดาห์นั้นฉันได้จัดการไว้หมดเรียบร้อยแล้ว 

 

เรื่องคราวก่อนที่ฉันโดนลักพาตัวฉันปิดบังทุกคน ฉันคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องดี กับคุณพ่อคุณแม่เองก็ไม่อยากให้พวกท่านเป็นห่วง 

 

 

ช่วงเช้าในวันที่กลับเกาหลี 

 

ฉันจองตั๋วระดับเฟิร์สคลาสเอาไว้ แต่พอได้ขึ้นเครื่องก็ตกใจกับภาพที่เห็น นั่นคือคุณนายวิลเลียมส์กับอลันที่สีหน้าเฉยเมยเมยนั่งอยู่ข้างๆที่ของฉันพอดี อะไรจะบังเอิญได้ขนาดนี้กันนะ? 

 

เห็นแล้วจะทำเป็นไม่รู้จักก็ไม่ได้ฉันเลยต้องทักทายทั้งสองคน "อรุณสวัสดิ์ค่ะ มาดามวิลเลียมส์ คุณวิลเลียมส์" 

 

คุณนายวิลเลียมส์หันมาเห็นฉันก็ทำสีหน้าแปลกใจ ส่วนสีหน้าอลันที่พอเห็นฉันก็เหมือนจะรับรู้ความจริงบางอย่างเข้า "อรุณสวัสดิ์จ้ะหนูลิน จะไปเกาหลีเหมือนกันหรอจ๊ะ?" 

 

"ค่ะ กลับไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่น่ะค่ะ" 

 

คุณนายวิลเลียมส์มาจับมือของฉันไว้ "แหม บังเอิญจริงๆเลยนะ ฉันก็กำลังไปเที่ยวเกาหลีกับลูกชายอยู่พอดี แถมยังได้นั่งข้างๆกันอีก ถ้าหนูไม่ว่าอะไรมาเป็นไกด์นำเที่ยวให้ฉันได้ไหมจ๊ะ?" 

 

จะปฏิเสธหาเหตุผลว่ายุ่งก็ไม่ได้เพราะว่าว่างยาว ฉันคิดว่าที่เธอมานั่งอยู่ตรงนี้ได้ไม่ใช่เพราะบังเอิญหรอก แต่เป็นเพราะแผนการของคุณนายวิลเลียมส์มากกว่า และดูท่าเธอจะสืบความเคลื่อนไหวของฉันมา แบบนี้เธอก็ต้องรู้แน่ๆว่าฉันว่าง 

 

ยิ่งถ้าอ้างถึงครอบครัว ฉันมั่นใจเลยว่าคุณนายวิลเลียมส์จะหาเรื่องไปโผล่ตัวที่บ้านของฉัน อย่างพ่อถ้าเห็นหน้าอลันต้องยิ่งผลักดันให้ฉันไปนำเที่ยวแน่ๆ เผลอๆจะอยากจับคู่ด้วยอีกคน ถึงตอนนั้นจะปวดหัวเอาเปล่าๆ 

 

ฉันยิ้ม "ได้สิคะมาดามวิลเลียมส์" 

 

"ตายจริง อย่าเรียกฉันว่ามาดามเลย เรียกว่าคุณป้าจะดีกว่านะ มาดามฟังแล้วดูห่างเหิน"  

 

"ได้ค่ะ คุณป้า" 

 

พอถึงโซลฉันก็แยกย้ายกลับไปบ้าน ส่วนคุณนายวิลเลียมส์กับอลันก็ไปที่โรงแรม พักผ่อนกันหนึ่งคืนแล้วพรุ่งนี้เช้าฉันขับรถจะไปรับทั้งสองคนที่โรงแรมด้วยตัวเอง 

 

ทั้งสองคนจะมาเที่ยวที่เกาหลีกันหกวัน ฉันจึงต้องมานั่งลิสต์รายการดูว่าจะพาทั้งสองคนไปเที่ยวที่ไหนดี คุณนายวิลเลียมส์เองก็เกริ่นไว้ว่าอยากไปเที่ยวสวนสนุกกับชมความเป็นเกาหลีดู ไม่จำเป็นต้องหรูหรามากก็ได้ 

 

ฉันก็เลยลิสต์ไว้ ไปวันละที่ หอคอยเอ็นโซลทาวเวอร์ ศูนย์วัฒนธรรมชุดฮันบก พระราชวังโชซอน โรงอาบน้ำสาธารณะ เกาะนามิ เอเวอร์แลนด์ อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน สวนเขาวงกตเชจู มีอีกที่ก็น่าลองไปแต่อาจจะเสียมารยาทกับคุณนายวิลเลียมส์ไปหน่อยนั่นก็คือสวนเชจูเลิฟแลนด์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีห้ามเข้า แต่ก็คงได้แค่คิดทำจริงไม่ได้ 

 

วันนี้เป็นวันที่หนึ่งก็พักผ่อนกันก่อน ส่วนวันที่สองซึ่งก็คือพรุ่งนี้ซึ่งจะอยู่ในโซลก่อนก็จะไปหอคอยเอ็นโซลทาวเวอร์ จากนัั้นก็ไปศูนย์วัฒนธรรมชุดฮันบก แล้วก็ต่อด้วยพระราชวัง แล้วตอนเย็นก็จะเป็นโรงอาบน้ำสาธารณะ 

 

ส่วนวันที่สามฉันจะพาไปเที่ยวเกาะนามิ ช่วงนี้ก็กลางฤดูใบไม้ร่วงบรรยากาศกำลังโรแมนติกเลยทีเดียว แต่ต้องขับรถไกลหน่อย ขากลับตอนเย็นน่าจะแวะร้านเนื้อย่าง 

 

วันที่สี่จะเป็นเอเวอร์แลนด์ อาจจะต้องออกแต่เช้าหน่อยสักเจ็ดโมงกว่าๆ เพราะจะนั่งรถไฟใต้ดินไปกันซึ่งอย่างเร็วจะใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ และจะอยู่นั่นทั้งวัน ฉันจะจองโรงแรมไว้ด้วยเผื่อกรณีที่มืดมากแล้ว 

 

วันที่ห้าจะไปเกาะเชจู ช่วงเช้าจะเป็นอุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน แล้วตอนบ่ายจะไปสวนเขาวงกตเชจู วันนี้จะกลับเร็วหน่อยเพราะว่าจะให้ถึงโซลก่อนจะดึก 

 

แล้วอลันกับคุณนายวิลเลียมส์ก็จะกลับอังกฤษในเช้าวันที่หก และวันที่เจ็ดก็เป็นวันเกิดคุณแม่ เราจะจัดงานเลี้ยงเล็กๆแล้วรุ่งเช้าวันถัดมาฉันก็จะกลับไปอังกฤษ 

 

ฉันส่งข้อความไปให้อลันว่าฉันจะไปรับทั้งสองคนในวันพรุ่งนี้ตอนเก้าโมงสี่สิบเพราะที่ที่จะพาไปนั้นเปิดสิบโมง 

 

พอส่งข้อความเสร็จฉันก็เหลือบไปเห็นกล้องโพลารอยด์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ตลอดห้าวันนี้น่าจะได้ถ่ายรูปเยอะอยู่ ตอนนี้ก็ยังไม่มืดมากร้านน่าจะยังไม่ปิดจึงออกไปซื้อฟิล์มมาสักสิบห้ากล่อง กล่องหนึ่งมีฟิล์มสิบใบก็จะถ่ายได้ร้อยห้าสิบรูป คนอื่นอาจจะมองว่ามันสิ้นเปลืองแต่ฉันชอบรูปที่จับต้องได้มากกว่ารูปที่อยู่ในมือถือที่เกิดวันดีคืนดีข้อมูลทั้งหมดถูกลบไปก็จะเสียดายแย่ บางคนบอกว่าปริ๊นต์เอาก็ได้ แต่ขอโทษทีมันยุ่งยากน่ะ 

 

ฉันเก็บของที่จำเป็นใส่ลงในกระเป๋าเป้ใบเล็ก ไม่ว่าจะเป็นชุดปฐมพยาบาลขนาดพกพา ช่วงนี้ฤดูใบไม้ร่วงอากาศออกเย็นๆแต่ไม่เท่าอังกฤษคิดว่าคนเมืองหนาวทั้งสองคนอาจจะร้อนนิดหน่อยเลยเตรียมพัดลมพกพาขนาดเล็กไปอีกสองอัน ครีมกันแดด แป้งกับลิป พกร่มคันเล็กไว้เผื่อฝนตก ซึ่งเอาจริงๆที่มินิมาร์ทเองก็มีขาย กระดาษทิชชู่ ทิชชู่เปียก กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าบัตร กล้องโพลารอยด์ ฟิล์มโพลารอยด์ 

 

"มีอะไรอีกไหมนะ?" ฉันมองกระเป๋าใบเล็กที่เริ่มตุงตัดสินใจเปลี่ยนใหม่เป็นเป้อีกใบที่ใหญ่กว่าเดิมดีกว่า 

 

จะว่าไปแล้วฉันไปเที่ยวรอบโลกมาก็เยอะแต่ยังไม่เคยเที่ยวเกาหลีจริงๆจังๆแบบนี้สักครั้ง ได้เที่ยวแบบนี้ก็ดีเหมือนกันเดี๋ยวจะโดนหาว่าเป็นคนเกาหลียังไงไม่รู้จักเกาหลีดีพอ 

 

วันถัดมาฉันก็นั่งรับประทานอาหารเช้ากันพร้อมหน้ากับครอบครัวที่ไม่ได้เจอกันมานาน ทั้งคุณตา คุณยาย คุณพ่อ คุณแม่และน้องชาย ฉันบอกกับทุกคนไว้ล่วงหน้าแล้วว่าในลูกค้าต้องการเที่ยวเกาหลีฉันจึงต้องเป็นไกด์นำเที่ยวในสี่วันนี้ 

 

คุณแม่ดูน้อยใจนิดหน่อยแต่ก็เข้าใจดีว่าฉันเองก็มีงานที่ต้องรับผิดชอบจึงให้ฉันไปแม้จะรู้สึกเสียใจนิดหน่อย ฉันเองก็รู้สึกผิดเล็กๆคิดในใจตั้งมั่นไว้แล้วว่าถ้ามีเวลาเหลือจากใช้มันให้คุ้มค่ากับครอบครัวมากที่สุด อีกใจหนึ่งก็แอบบ่นเล็กๆใส่คุณนายวิลเลียมส์ไม่ได้ ช่างมาได้ผิดเวลาจริงๆ 

 

ฉันขับรถออกไปและถึงที่โรงแรมตรงเวลาเป๊ะๆ ตอนแรกอลันจะนั่งกับคุณนายวิลเลียมส์ที่เบาะหลังแต่ก็ถูกเธอไล่มานั่งข้างหน้าเป็นเพื่อนฉัน 

 

ขณะขับรถไปฉันก็บอกเล่าแพลนในวันนี้ให้ทุกคนได้ฟังด้วย "คุณป้าคะ วันนี้ฉันจะทั้งสองไปชมทิวทัศน์ของโซลก่อนที่หอคอยเอ็นโซลทาวเวอร์ เสร็จแล้วที่ข้างล่างหอคอยจะมีศูนย์วัฒนธรรมชุดฮันบก เราจะมาใส่ชุดฮันบกถ่ายรูปกันค่ะ ที่นี่จะมีฉากให้ถ่ายรูปอยู่ด้วย ได้อารมณ์แบบย้อนยุค เสร็จแล้วฉันจะพาไปชมพระราชวังโชซอน และหากคุณป้าไม่รังเกียจสนใจตอนเย็นจะไปลองโรงอาบน้ำสาธารณะดูไหมคะ แต่อาจจะได้เห็นผู้หญิงด้วยกันโป๊นะคะ" 

 

"โรงอาบน้ำน่าสนใจดี ไปจ้ะ แต่เอ๊ะ ป้าเคยได้ยินมาว่าที่หอคอยเอ็นโซลเขามีคล้องกุญแจรักกันอยู่ พวกหนูสองคนไม่ลองคล้องด้วยกันดูล่ะ?" 

 

"แค่กๆ" อลันไอขึ้น 

 

ฉันเกือบจะเหยียบเบรคจนสุดไปแล้วดีที่ยั้งไว้ทัน จึงไม่ได้เบรคแรงอะไร และยังโชคดีที่ตอนนี้ฉันขับรถไม่เร็วมีหวังตอนได้ยินประโยคนี้คงได้รถคว่ำและตายหมู่แหงๆ 

 

"เอ่อ คุณป้าคะ ฉันกับคุณวิลเลียมส์ไม่ได้คบกันหรือรักกันอยู่นะคะ แล้วส่วนใหญ่ที่ไปคล้องกุญแจกันก็ล้วนเป็นคู่รักกันหมดเลยนะคะ คงทำไม่ได้หรอกค่ะ" 

 

"น่าเสียดายจังเลยนะ หนูลินเป็นคนแรกเลยนะที่ปฏิเสธไม่รับลูกชายป้าเป็นสามี" 

 

"ฉันยังเด็กแล้วก็ยังเรียนอยู่นี่คะ ตอนนี้เลยยังไม่อยากจะผูกมัดกับใครเพราะยังต้องการอิสระอยู่" 

 

"เสียดายจริงๆหนูลินออกจะน่ารักขนาดนี้" 

 

"ขอบคุณค่ะ" ฉันขอบคุณสำหรับคำชมแล้วหัวเราะแห้งๆ 

 

คุณนายวิลเลียมส์สุดท้ายก็หยุดพูดไปแล้วส่งข้อความไปหาใครบางคน 

 

นี่เจ้าลูกชายตัวดี สี่ห้าวันนี้รีบไปทำคะแนนกับว่าที่สะใภ้ของแม่ซะ ก่อนที่จะโดนผู้ชายคนอื่นคาบไปกิน เข้าใจที่แม่ใช่ไหม? 

 

อลันก้มลงมองข้อความที่ส่งมาจากมารดาในสมาร์ทโฟนของตัวเองแล้วก็ลอบกลอกตามองบนในใจ แม่ของเขาเป็นผู้หญิงที่ไม่ว่าจะอยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่ก็เป็นกับบางเรื่องเท่านั้น และดูเหมือนว่าแม่ของเขาต้องการหญิงสาวชาวเอเชียที่นั่งขับรถอยู่ข้างกายตัวเองเป็นลูกสะใภ้เสียเหลือเกิน และดูท่าว่าจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆด้วย 

 

อย่ามาทำเมินข้อความแม่นะ แม่รู้นะว่าลึกๆแล้วลูกรู้สึกยังไง อย่ามัวสับสนแล้วรีบทำคะแนนซะ 

 

อลันอ่านจบก็ปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือไปอย่างไม่สนใจ 

 

ฉันที่ตั้งใจขับรถอยู่นั้นก็ไม่รู้ตัวเลยว่าสองแม่ลูกแอบส่งข้อความหากัน 

 

ยังดีที่ในรถมีเพลงเปิดคลอเบาๆทำให้บรรยากาศที่ในรถไม่มีใครพูดอะไรออกมาน่าอึดอัดจนเกินไป 

 

พอเราไปถึงหอคอยโซลก็เป็นเวลาเปิดพอดี ตอนนี้คนยังไม่มาก พวกเราเลยได้ถ่ายรูปกันอย่างสบายใจ 

 

ฉันหยิบกล้องโพลารอยด์ออกมาถ่ายรูปให้กับคุณนายวิลเลียมส์และอลัน 

 

"คนน้อยจังเลยนะ" คุณนายวิลเลียมส์พูดขึ้นมาขณะรอฟิล์มขึ้นสี 

 

"ตอนนี้เพิ่งเปิดน่ะค่ะ แถมเป็นวันธรรมดาไม่ใช่วันหยุดคนก็เลยไม่เยอะเท่าไหร่" ฉันตอบ 

 

"อ้อ" คุณนายวิลเลียมส์พยักหน้า "หนูลินเอากล้องมาให้ป้าสิ ป้าจะได้ถ่ายรูปให้หนู" 

 

"จะดีหรอคะ?" 

 

"ไม่เป็นไรๆ ฉันเองก็อยากลองถ่ายรูปด้วยกล้องแบบนี้อยู่พอดี" 

 

"งั้นรบกวนแล้วนะคะ" ในใจฉันลอบเหงื่อตก นี่เหมือนกับว่าฉันใช้แม่ของประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ถ่ายรูปให้เลยนะ 

 

แชะ 

 

"อลันมาถ่ายรูปคู่กับหนูลินหน่อยสิ" 

 

วันนี้คุณนายวิลเลียมส์จะทำให้หัวใจฉันวายเพราะตกใจให้ได้เลยใช่ไหม? 

 

ฉันหันไปมองอลัน อีกฝ่ายเดินมายืนข้างฉันเว้นระยะไว้ราวสองฟุต 

 

"ตายจริง ยืนชิดๆกันหน่อยสิจ๊ะ" 

 

ฉันเลยขยับเข้าใกล้ ร่นระยะห่างเหลือหนึ่งฟุต 

 

แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ดั่งใจคุณนายวิลเลียมส์ เธอเลยเดินเข้ามาจับฉันให้ยืนตัวติดกับอลัน 

 

"นั่นแหละ ยิ้มสวยๆนะ หนึ่ง สอง สาม" 

 

แชะ 

 

พอหยิบรูปออกมาคุณนายวิลเลียมส์ก็ขอถ่ายรูปคู่อีกรูป ฉันเลยต้องยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น 

 

จะว่าไปพอฉันยืนใกล้กับอลันขนาดนี้มันทำให้กลิ่นน้ำหอมของเขาก็ลอยเข้ามาในจมูก เป็นกลิ่นที่ชวนให้นึกถึงคืนที่บ้านของเขา นึกถึงคืนในไนท์คลับ นึกถึงตอนที่อยู่ที่ห้องสมุด 

 

แล้วพอดันไปนึกถึงเรื่องบัดสีบัดเถลิงในเวลานี้ก็อดหน้าแดงไม่ได้ที่คิดอะไรลามก 

 

พอถ่ายรูปอีกใบนึงเสร็จฉันก็รีบแยกตัวออกมาทำเป็นขอดูรูปอย่างเนียนๆ 

 

รูปแรกนั้นไม่เท่าไหร่ แต่รูปที่สองนั้นแก้มจะแดงกว่า ฉันตัดสินใจเลือกรูปที่สองมาเก็บไว้ สีหน้าแบบนั้นไม่สมควรให้ใครเห็นเด็ดขาด 

 

พอถ่ายรูปชมวิวกันจนพอใจ ฉันก็พาลงไปยังศูนย์วัฒนธรรมชุดฮันบกที่อยู่ใต้หอคอยโซล 

 

หลังจากที่ฉันคุยกับพนักงานเสร็จ พวกเราต่างคนต่างแยกย้ายไปเปลี่ยนชุด ด้วยความที่หน้าของฉันนั้นมีความเป็นเกาหลีอยู่แล้วเวลาใส่ชุดฮันบกออกมาก็ดูเหมือนอยู่ในหนังย้อนยุคของเกาหลี 

 

พอฉันเห็นคุณนายวิลเลียมส์แต่งชุดฮันบกแล้วก็รู้สึกแปลกๆอยู่บ้าง เพราะว่าเธอเป็นคนยุโรป แต่ก็สวยไปอีกแบบ 

 

พอออกมาจากห้องแต่งตัวก็เห็นอลันที่คอยอยู่ก่อนแล้ว เขาหล่อมากจริงๆเลยในชุดแบบนี้ สาวๆในนี้เองก็เหล่มองเขาอยู่ตลอด 

 

ฉันไม่สามารถห้ามสายตาของผู้หญิงเหล่านี้ เลยได้แต่รีบพาคนทั้งสองไปถ่ายรูปไวๆแล้วออกมากินข้าวกลางวันกัน 

 

ตอนบ่ายฉันก็พาไปเที่ยวพระราชวังโชซอน นอกจากจะพาเดินชมแล้วฉันยังเล่าถึงประวัติศาสตร์ต่างๆให้ทั้งสองคนได้ฟังควบคู่ไปด้วย นับว่าเป็นไกด์ได้ดีเลยทีเดียว 

 

พอชมพระราชวังตลอดบ่ายเสร็จ เย็นฉันก็พาไปโรงอาบน้ำสาธารณะ นี่นับว่าเป็นครั้งแรกของฉัน อลันและคุณนายวิลเลียมส์ที่เข้ามาในที่แห่งนี้ พอเข้าไปแล้วก็แอบเขินๆที่ต้องมาแก้ผ้าให้ผู้หญิงคนอื่นได้เห็น ฉันรู้สึกได้เลยว่ามีสายตาหลายคู่แอบเหล่มองหน้าอกของฉัน อาจเป็นเพราะมันใหญ่และสะดุดตามากก็ได้ แม้แต่คุณนายวิลเลียมส์ยังชมกับขนาดของฉันเลย 

 

พอแช่น้ำกันจนพอใจฉันกับคุณนายวิลเลียมส์ก็มาใส่เสื้อผ้าแล้วเจอออกอลันที่นั่งรออยู่ในห้องรวมพอดี 

 

ในโรงอาบน้ำหรือจิมจิลบังนี้มีอาหารขายอยู่ซึ่งเป็นอาหารเกาหลีทั้งนั้น ดีที่อลันกับคุณนายวิลเลียมส์กินได้ กินเสร็จฉันก็พาไปทำสปาและซาวน่าต่อ จนสามทุ่มแล้วฉันถึงพาทั้งสองคนกลับโรงแรม ส่วนฉันก็กลับบ้านของตัวเอง 

 

ก่อนกลับฉันนัดหมายไว้แล้วว่าวันพรุ่งนี้จะออกมารับทั้งสองคนแต่เช้า เพราะต้องไปเกาะนามิและใช้เวลาเดินทางนาน 

 

พอกลับบ้านมาก็ทักทายทุกคนในบ้านแล้วขึ้นห้องไป พอเปลี่ยนชุดและหัวถึงหมอนก็หลับไปด้วยความเพลีย 

 

 

 

 

------- 

 

อยากจะบอกความยากในการเขียนตอนนี้คือ 

การลิสต์ที่เที่ยว ดูเวลาการเดินทาง ดูรายละเอียดต่างๆ 

หาข้อมูลเยอะแยะมาก5555  

 

ช่วงคลื่นลมสงบก่อนพายุจะมาาา 

 

เย้ๆ 3M แล้ว555 

 

ปล. ตอนนี้ไรท์ออกอีบุ๊คแล้วนะคะเผื่อใครยังไม่ทราบ 

จะเป็นตอนที่1-20ก่อนน้าา เปิดให้อ่านฟรีๆกันไปเลยย 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว