facebook-icon

แม้จะเริ่มต้นจากการแต่งงานด้วยความจำเป็น แต่สุดท้ายแล้ว เขากับเธอก็ได้รู้ว่าความรักอันแท้จริงเป็นอย่างไร...

ตอนที่ 3-4 ค่ำคืนที่ฮอกไกโด

ชื่อตอน : ตอนที่ 3-4 ค่ำคืนที่ฮอกไกโด

คำค้น : ซ่อนรัก วิวาห์จำเป็น Dear Love นิยายเกาหลี นิยายแปล

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2563 13:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 7,300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3-4 ค่ำคืนที่ฮอกไกโด
แบบอักษร

“มูฮยองไม่ได้สอนคุณหรือไง” 

ซอนแจเอ่ยถามมาริ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้อยู่ในสายตาของคนเมา เขาเองก็ไม่ชินกับตัวเองแบบนี้เหมือนกันจนต้องเสยผมอย่างแรง 

คนประเภทที่เกลียดที่สุด การกระทำที่น่ารังเกียจที่สุด ขยะแขยง ต้องกำจัดออกไป อย่าเปิดช่องให้เด็ดขาด เสียงฟาดลงมาเหมือนแส้ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง 

“สอนสิคะ บางครั้งพี่ก็มาปรากฏตัวตรงหน้า แล้วชกหน้าคนพวกนั้นแทนฉัน แต่คงไม่ใช่กับวันนี้... เพราะถึงอยู่หน้าประตู แต่พี่ก็ไม่เปิดแบบเมื่อกี้ แล้วสิ่งที่พี่สอนก็ไม่ได้รวมถึงคุณค่ะ” 

น้ำเสียงไร้เรี่ยวแรงของเธอเจือด้วยเสียงหัวเราะ แต่ก็มีความเศร้าปะปนอยู่ในเสียงหัวเราะนั้นด้วย 

“ถ้าความรู้สึกของฉันสื่อถึงพี่ได้ พี่ก็อาจจะบอกให้ฉันทำยังไงก็ได้ ให้ตัวเองได้อยู่ในอ้อมกอดของคุณ ถึงจะรู้สึกขยะแขยง แต่มันก็น่าเศร้า…” 

“อีมาริ” 

“แต่ก็ต้องทำ...อย่างที่พี่ต้องการ” 

เส้นผมยาวสลวยกระจายไปทั่ว เขาเผลอยื่นมือออกไปปัดผมออกจากใบหน้าเปื้อนน้ำตา ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยสีหน้าโกรธเคือง 

“การแต่งงานสำคัญถึงขนาดต้องทำแบบนี้เลยเหรอ” 

“ค่ะ” 

“ทำไมกัน” 

“เพราะมันจำเป็นค่ะ” 

เขาต้องการเหตุผลอื่น แต่เมื่อคำตอบหน้าไม่อายอย่างที่คิดหลุดออกมาจากปากอีกฝ่าย เขาก็ต้องจบเรื่องเสียที 

“สำหรับมูฮยองน่ะเหรอ” 

รู้คำตอบดี แต่ก็ยังถามต่อ จบไม่ได้... ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อไหร่ที่ทุกอย่างวุ่นวายขนาดนี้ 

“ค่ะ แล้วฉันก็ฝันว่าจะได้ออกจากบ้านน่ากลัวหลังนั้นมาตั้งนานแล้ว แต่คำขอนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นคุณก็ได้ที่จะมาช่วยฉัน แต่คนที่พี่หวังก็คือคุณค่ะ คุณซอนแจ” 

เธอไปไหนไม่ได้เพราะมูฮยอง และไม่มีอิสระมากพอจะไป สุดท้ายแล้วหากต้องออกจากบ้านหลังนั้น เธอก็อยากจะทำตามที่มูฮยองต้องการ 

“ความรัก… เป็นสิ่งที่แย่ที่สุดจริงๆ” 

ซอนแจพูดพลางเอนตัวพิงโซฟา แม้ร่างกายจะสบาย แต่ข้างในกลับคล้ายมีไฟที่ไม่รู้ว่ามาจากเหล้าหรือความโมโหกันแน่ลุกโชน เขายืดตัวตรงแล้วรินเหล้าที่เหลือใส่แก้วอีกครั้งอย่างไม่เสียดาย แต่อยากได้น้ำแข็งเพิ่ม ขณะลุกขึ้นเพื่อไปเอาน้ำแข็ง หญิงสาวที่นอนนิ่งไร้เรี่ยวแรงอยู่บนโซฟาก็เอื้อมมือมาจับแขนเขา 

“คุณยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะคะ” 

มาริจ้องมองพร้อมน้ำตาเอ่อคลอ เขาจึงนั่งลงบนโซฟาอีกรอบ 

“ถ้าฉัน…นอนกับคุณ คุณจะยอมแต่งงานไหมคะ” 

ดื้อรั้น ความหงุดหงิดพุ่งขึ้นมาแทนความโมโห เขาเสยผมอย่างแรงแล้วกระดกเหล้าในมือลงคอจนหมด จากนั้นกระแทกวางแก้วลงบนโต๊ะจนได้ยินเสียง เคร้ง ของแก้วกระทบโต๊ะ ซอนแจอุ้มมาริขึ้นจากโซฟาจนผ้าห่มไหลตกลงพื้น เขารู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบจากขาเปลือยขาวเรียว 

“ถ้านั่นคือความหวังแท้จริง” 

อุ้มจากโซฟาไปที่เตียง 

“เธอชนะ ฉันขยะแขยงความรักขอทานของเธอ แต่ฉันก็จะลองทำตามความต้องการของเธอสักครั้ง ถ้าสิ่งที่เธอต้องการ คือการแต่งงาน ได้! ฉันจะให้ ตอนนี้ก็ลองทำให้ดีที่สุดดู เอาทุกอย่างที่เธอมีออกมา ความรักที่เหมือนขอทานของเธอ หัวใจของเธอ เอาออกมาแผ่ให้ฉันดูให้หมด มอบทุกอย่างกับฉัน แล้ว…” 

“...” 

“แล้วมูฮยองจะเป็นของเธองั้นเหรอ เป็นไปได้หรือไง เธอเชื่อว่ามันจะเป็นอย่างนั้น ถึงได้มาเกาะติดฉันเหรอ” 

ซอนแจมองมาริร้องไห้อย่างไร้เรี่ยวแรงเหมือนเด็กขณะอยู่ในอ้อมกอด ดวงตาใสซื่อจริงใจกำลังมองเขา น่าประหลาด ไม่รู้ไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงกล้ามองหน้าทั้งๆ ที่ร้องไห้ เขามองเห็นตัวเองอย่างเลือนรางภายในนัยน์ตาสีดำสั่นไหวนั่น 

ภายในนัยน์ตาสีดำใสปรากฏภาพตัวเองกำลังจ้องมองหญิงสาวตัวสั่นในอ้อมแขน เขาโมโห ตะโกน เปิดบาดแผลอันเจ็บปวดนั้น… แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่เข้าใจตัวเอง ตัวเขาในแบบที่ไม่รู้จัก 

“ตอบสิ” 

ท่อนแขนที่ใช้อุ้มอีกฝ่ายสั่นเทา ไม่ใช่เพราะไม่มีแรง แต่เป็นเพราะไม่สามารถเอาชนะความโกรธของตัวเองได้ต่างหาก 

“ตอบมา อีมาริ เธอเชื่อว่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆ เหรอ” 

เสียงของเขาสั่นน้อยๆ เหมือนกับแขน ในที่สุดน้ำตาก็ตกลงบนแก้มของเธอ เมื่อรู้ว่าไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีก ซอนแจก็ไม่อาจเอาเปรียบมาริได้ ทว่าวินาทีที่ตัดสินใจจะโยนตัวเธอลง 

ฟึ่บ เสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันพร้อมกับแขนเรียวบางทั้งสองก็โอบรอบคอเขา 

“...” 

ชั่วขณะที่แขนขาวเหมือนหิมะจนมองเห็นได้แม้อยู่ในความมืดนั้นกอดคอ เขาก็ไม่กล้าจะปล่อยแขนที่ชาจากการอุ้มเธอ หรือจะโยนเธอลง 

มาริไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่ หรือแม้แต่คำขอโทษก็ตาม เธอพยายามไม่สั่นทั้งๆ ที่แขนสองข้างกำลังสั่นด้วยความกลัว และมันก็ตรึงตัวเธอเอาไว้เองอย่างเร่งร้อน 

“อย่าเกร็ง” 

เขากระซิบบอกคนในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา 

“ฉันจะกอดอย่างที่เธอต้องการ เราจะแต่งงานกัน เธอไม่ต้องไปจากเกาหลี จะได้อยู่กับอีมูฮยองเหมือนที่หวัง ฉันจะทำทุกอย่างตามความต้องการของเธอ” 

แล้วแขนเรียวบางที่กอดคอแน่นก็คลายลง ซอนแจหัวเราะออกมาอย่างสิ้นหวังก่อนจะโยนอีกฝ่ายลงบนเตียงอย่างไร้เยื่อใย 

“ส่วนชีวิตแต่งงานที่มีความสุข อย่าคิดจะหวังเลยนะ เพราะฉันให้เธอไม่ได้แน่นอน ฉันเกลียดคนแบบเธอที่สุด มีเหตุผลข้อเดียวที่ฉันต้องการเธอ ก็คือเธอจะไม่มีวันรักฉัน ความเชื่อมั่นคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันมาถึงตรงนี้” 

ซอนแจถอดเสื้อไหมพรมออกขว้างทิ้งแล้วพูดต่อ 

“แต่จำไว้อย่างหนึ่ง อย่าคิดทำลาย ฆ่าตัวตายอย่างน่าเวทนาเหมือนขอทาน เธอห้ามตายเด็ดขาด รู้ไหมทำไมฉันถึงเกลียดคนอย่างเธอ เพราะเธอคิดว่าความรักคือทุกอย่าง เธอยังเด็กนัก พอความรักจบ ชีวิตเธอก็ต้องจบด้วยเหรอ ชีวิตมีแค่ความรักหรือไง หา?” 

เขาตะโกนก้อง 

“เพราะ...คุณยังไม่เคยมีความรักต่างหาก” 

“ใช่ ฉันไม่เคยมีความรักแบบเธอ แล้วต่อไปก็ไม่คิดจะมีด้วย” 

มาริบันทึกภาพชายตรงหน้าด้วยดวงตาพร่ามัว ตั้งแต่ลูกกระเดือกตรงคอที่มองเห็นอย่างชัดเจน รวมไปถึงกล้ามเนื้อแข็งแรงสีแทน หากขยับมือขึ้นไปก็จะเป็นใบหน้าหล่อเหลาเหมือนรูปปั้น หากสังเกตดีๆ จะเห็นผิวหน้าเขาของเปียกชื้น 

ผู้ชายคนนี้กำลังร้องไห้ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ ทุกอย่างจึงยิ่งพร่าเลือนด้วยน้ำตาที่ไม่อาจรู้เหตุผล 

“คุณซอนแจ” 

เธอเรียกชื่อเขาอย่างเศร้าใจ แต่เขากลับพูดสวนด้วยสีหน้าเจ็บปวด 

“ฉันเคยเห็นคนแบบเธอ รักคนที่ไม่มีความรัก ไม่มีน้ำใจ ไม่มีน้ำตา ไม่มีค่า ไม่สิ ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายไม่มีใจให้สักนิด ก็ยังจะโง่เดิมพันด้วยทุกอย่าง เสียสละตัวเอง ทำไมถึงทำแบบนั้นกัน ความรักมันทำไมนัก อีมูฮยองไม่เหมือนคนอื่นเหรอ เขารักเธอ ทุ่มทั้งหมดเหมือนเธอ สำหรับอีมูฮยองแล้ว เธอคือทุกอย่างของเขาด้วยหรือเปล่า” 

มาริรู้สึกเจ็บปวดเพราะคำพูดของเขา บาดแผลของเธอเจ็บแสบเมื่ออยู่ต่อหน้าอีกฝ่ายที่เจ็บปวดไม่แพ้กัน ภาพของซอนแจยิ่งพร่าเลือนมากขึ้น 

“เพราะคนที่เป็นฝ่ายร้องขอคือฉัน สำหรับฉัน ไม่มีใครสำคัญมากกว่า ถึงฉันจะฆ่าตัวตายไม่ได้ แต่ถ้าคนฆ่าไม่ใช่ฉัน เรื่องมันก็จะต่างออกไป” 

เขาพุ่งขึ้นไปบนเตียงทันที ร่างบางยังนอนมองหน้าอยู่บนเตียง ทั้งเธอและเขาต่างจ้องมองกันพลางร้องไห้ออกมา 

หัวใจของเธอเจ็บปวด แต่หัวใจของเขาก็เจ็บปวดเช่นกันโดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร มาริคิดอยากเช็ดน้ำตาให้คนตรงหน้า 

น้ำตาของเขาหยดร่วงทับบนน้ำตาของเธอ แต่ละหยดรวมเข้าด้วยกันจนไหลลงจากแก้มเธอ 

“ถ้าเธอตายต่อหน้าฉัน มูฮยองก็ต้องตาย ฉันจะเป็นฆาตกรไม่ได้ แต่ฉันทำลายเขาจนไม่เหลือชิ้นดีได้ ดังนั้นเธอห้ามตายเด็ดขาด ต้องไปต่อให้สุดทาง” 

มูฮยองก็ต้องตาย... เธอควรโกรธเขา แต่น่าแปลกที่ไม่รู้สึกแบบนั้น มาริหลับตาลง ทว่ายังรู้สึกได้ถึงน้ำตาของซอนแจหยดลงบนแก้ม มันรวมกับน้ำตาของเธอแล้วไหลผ่านแก้ม 

“ถ้าต้องการที่ซ่อน ก็มาซ่อนที่นี่ เธอต้องฉลาดกว่าเดิม เลวกว่าเดิม ไม่ต้องรู้สึกละอายอะไร ใช้ฉันเลย ใช้ฉันแล้วไปให้ถึงที่ที่เธอต้องการ ฉันจะอยู่ข้างหลังเธอเอง แต่เธอห้ามตาย” 

เสียงเกรี้ยวกราดของเขาทะลุทะลวงอยู่ข้างหูไม่หยุด 

“อย่าตายนะอีมาริ” 

เสียงโกรธเกรี้ยวนั้น ความเร่งรีบนั้นทำให้เธอตัวสั่น ทำให้รู้สึกแปลกๆ อย่างไม่รู้สาเหตุ อารมณ์อ่อนไหว เปลือกตาอันหนักอึ้ง ความคิดถึงมูฮยอง และความวิตกกังวลอีกมากมาย 

“ความรักจะมาหาเธออีกแน่ ดังนั้น ถึงความรักนี้จบลง เธอก็ห้ามตาย” 

มารินอนแผ่นอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียง ก่อนจะยกแขนทั้งสองข้างขึ้น 

“ฉันจะอยู่ข้างหลังให้เอง” 

ปลายนิ้วมือของเธอสัมผัสลูกกระเดือกสั่นไหวเหมือนอารมณ์ที่รับมือไม่ได้ของเขา จากนั้นเธอก็เอื้อมโอบรอบลำคอแกร่ง 

“ฉันสัญญาค่ะ” 

น้ำเสียงปนสะอื้นทะลุเข้าสู่โสตประสาท ลมหายใจเปียกชื้นด้วยน้ำตาสัมผัสกับใบหู ซอนแจรู้สึกหนักอึ้งอยู่ลึกๆ ในอก 

“ได้ ฉันสัญญา” 

อะไรบางอย่างหยุ่นนิ่มก็สัมผัสริมฝีปากแห้งผาก ความเปียกชื้นแนบชิดลงมา เมื่อเธอปล่อยแขนสองข้างที่เหนี่ยวคออีกฝ่ายคล้ายต้องการสิ่งยืนยันในคำสัญญานั้น ก็รีบเร่งถอดเสื้อไหมพรมของตัวเอง แต่มือกลับสั่นจนลื่นหลายครั้ง 

“เธอไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้” 

ซอนแจยืดมือรีบร้อนนั้นไว้ มาริส่ายหน้าแล้วหรี่ตาจ้องมองเขาด้วยดวงตาปรือปรอยเหมือนคนไร้สติ เขาจึงหลับตาลงอยู่กับตัวเองในความมืดมิด ได้ยินเสียงผ้าห่มกับเสื้อผ้าเสียดสีกัน และเมื่อลืมตาอีกครั้ง อีกฝ่ายก็เหลือแต่ชุดชั้นในและนอนอยู่ใต้ร่างเขาอย่างกับตุ๊กตา 

“คุณอย่าร้องไห้เลยค่ะ” 

นิ้วเรียวยาวลูบใต้ตาเขาเบาๆ 

“กอดฉันนะคะ” 

คำพูดนั้น ณ วินาทีนั้น ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกอ้อนวอนขอความรัก แต่แน่นอนว่าสิ่งที่อีมาริต้องการก็คืออีมูฮยอง เขาคอยบอกเธอตลอดและเตือนความจำไปแล้ว บางทีตอนนั้นเธออาจแค่คิดอยากหนีออกจากที่นั่นก็ได้ สองแขนเหยียดค้ำลำตัวหมดแรงลงดั่งด้ายเส้นสุดท้ายขาดวิ่น ก่อนจะทิ้งตัวลงทาบทับบนตัวหญิงสาว 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว