facebook-icon

แม้จะเริ่มต้นจากการแต่งงานด้วยความจำเป็น แต่สุดท้ายแล้ว เขากับเธอก็ได้รู้ว่าความรักอันแท้จริงเป็นอย่างไร...

ตอนที่ 2-3 ผู้ชายคนนั้น ผู้หญิงคนนั้น

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-3 ผู้ชายคนนั้น ผู้หญิงคนนั้น

คำค้น : ซ่อนรัก วิวาห์จำเป็น Dear Love นิยายเกาหลี นิยายแปล

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2563 11:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-3 ผู้ชายคนนั้น ผู้หญิงคนนั้น
แบบอักษร

ภาพศิลปะที่หญิงสาวอาจจะเป็นคนวาดเองอยู่พิงผนังอยู่กับพื้นเต็มไปหมด ในภาพทุ่งดอกไม้สีฟ้ามีคนอยู่สามคน โดยมีเด็กตัวเล็กๆ ยืนอยู่ระหว่างผู้ใหญ่สองคน นั่นคือเธอหรือเปล่า เนื่องจากเป็นเพียงเงาสีดำ จึงไม่อาจแยกได้ว่าเป็นหญิงหรือชาย 

สีสันของภาพงดงามมาก ทุ่งดอกไม้สีฟ้า... ไม่รู้ว่ามีสถานที่แบบนี้อยู่จริงๆ หรือเปล่า ซอนแจลองพยายามนึกดูแล้ว แต่อย่างไรก็นึกไม่ออก 

น่าจะวาดไว้นานแล้วเพราะยังวาดไม่เก่งนัก ภาพสีน้ำมันขนาดต่างๆ ที่วางซ้อนกันอยู่ต่างเป็นภาพเดียวกันหมด คงวาดซ้ำอยู่หลายครั้ง 

มองนิ่งๆ ได้สักพัก เขาก็หยิบเอาภาพที่ซ้อนๆ กันอยู่ออกมาดูทีละภาพ มาริวาดแบบเดียวกัน แต่จะมีจุดแตกต่างจากกันเล็กน้อยเรียงจากซ้ายไปขวา เมื่อนำภาพมาเรียงดูจากภาพเก่ายังภาพล่าสุดก็ยิ่งชัดเจน ภาพทางขวาจะมีลายเส้นและสีสันสวยสดกว่า ขณะที่บางภาพกลับมีสีซีดจาง ภาพที่แยกออกมาจะดูหยาบเป็นพิเศษ คงเป็นภาพที่เก่ามากแล้ว อาจจะวาดตั้งแต่ยังเด็กๆ 

“เหมือนความทรงจำเลือนราง” 

ซอนแจรู้สึกร้อนๆ ดวงตาขึ้นมา ทั้งๆ ที่เจ้าตัวไม่เคยบอกอะไร เขาอาจจะคิดไปเองคนเดียว แต่ก็เข้าใจโดยอัตโนมัติเหมือนทุกอย่างเป็นความจริง 

ช่วงเวลาอันสำคัญที่สุด ถ่ายทอดช่วงเวลาที่จดจำได้ชัดเจนมากที่สุด ทุ่งดอกไม้สีฟ้า... สถานที่แห่งนี้จะมีจริงๆ หรือไม่ ภาพของเธอค่อยๆ จางลงตามความทรงจำที่เลือนรางลงเรื่อยๆ พร้อมกับเวลาที่หมุนผ่านไป 

ชายหนุ่มค่อยๆ เรียงภาพกลับที่เดิมอีกครั้ง จากนั้นก็กลับไปนั่งเก้าอี้ข้างเตียง รู้สึกเหมือนแอบดูสิ่งที่ไม่ควรเห็น เขาจ้องมองใบหน้าของคนอยู่ในห้วงนิทรา 

“ตอนนั้นคุณมีความสุขหรือเปล่าครับ” 

ขณะถามพึมพำเหมือนพูดคนเดียว โทรศัพท์มือถือก็สั่น แต่เป็นโทรศัพท์ของเธอ ไม่ใช่ของเขา เบอร์โทรเข้าถูกบันทึกว่า ‘พี่มูฮยอง’ ตอนนี้เลยเที่ยงคืนมาสักพักแล้ว ซอนแจจ้องมองโทรศัพท์นิ่งๆ ก่อนจะกดปุ่มปิดเสียงแล้วคว่ำหน้าจอลง 

“ดึกเกินกว่าเวลาแขกจะมีมาบ้าน” 

จากนั้นก็ปิดไฟหัวเตียงแล้วบ่นเบาๆ 

คนที่มาริรออยู่อาจจะเป็นมูฮยองก็ได้ แต่คนที่สัญญาว่าจะอยู่กับเธอวันนี้ก็คือเขา ซอนแจจึงคิดว่าไม่เป็นอะไร 

แล้วก็เผลอหลับไปทั้งๆ ที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง โดยก้มหน้าฟุบหลับกับฟูก แต่อาจจะเพราะแปลกที่ ดังนั้นเมื่อได้ยินเสียงกดรหัสประตูอัตโนมัติเลยรู้สึกตัวและหันไปมอง 

“ใคร…” 

กำลังจะเอ่ยถามว่าใคร อีกฝ่ายก็เดินเข้ามาข้างในจนไฟเซนเซอร์หน้าประตูสว่างขึ้น และคนที่มองเห็นภายใต้แสงไฟสีส้มก็คือ อีมูฮยอง 

“คิดไม่ถึงเลยนะครับว่าคุณจะอยู่ที่นี่ด้วย” 

หลังจากเห็นเงาดำๆ เหนือความคาดหมายอย่างชัดเจนแล้วว่าเป็นใคร มูฮยองก็เปิดปากพูดก่อน ถึงตอนแรกสีหน้าจะแข็งกร้าว แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว ส่งยิ้มให้พร้อมกับถอดรองเท้าออก 

“มาริโทรมา แต่ผมไม่ได้รับสายน่ะครับ พอโทรกลับ เธอก็ไม่รับอีก ผมพยายามไม่ก้าวก่ายชีวิตเธอแล้ว แต่ก็เป็นห่วงมากๆ เลยครับ” 

‘พี่เขาหาห้องให้ฉันค่ะ บอกว่าเป็นห่วง…’ 

ซอนแจยังจำสีหน้าของมาริตอนพูดได้เป็นอย่างดี ตอนนั้นเขาคิดขึ้นมาแวบหนึ่งว่าเป็นห่วงแบบไหน ถึงได้ส่งน้องสาวออกมาอยู่นอกบ้านทั้งๆ ที่กำลังจะแต่งงาน... แต่สุดท้ายก็เห็นด้วยเพราะคาดเดาได้ว่าบ้านหลังนั้นเป็นอย่างไร แต่พอได้ยินมูฮยองพูดก็คิดว่าคงไม่ใช่แค่เหตุผลนั้นแล้ว และถ้าหากในสองคนนี้ มีคนใดคนหนึ่งโกหก มันก็ต้องเป็นมูฮยองอย่างแน่นอน ซอนแจมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชาแล้วตอบเสียงทุ้มต่ำ 

“เธอไม่สบายครับ” 

เมื่อกดเปิดไฟตรงหัวเตียง มาริก็พลิกตัวหันหลังให้แสงไฟ แต่ในชั่วเสี้ยววินาทีนั้น มูฮยองมองเห็นใบหน้าของมาริเหนือลาดไหล่ของซอนแจ 

“ระหว่างอยู่ต่างประเทศ ก็คงอยู่คนเดียวแบบนี้มาตลอดเลยสินะครับ” 

คำพูดนั้นเหมือนหนามแหลมที่มองไม่เห็นทิ่มแทงมูฮยองให้เจ็บปวด 

“ผมคงไม่ใช่พี่ชายที่ดี ทั้งตอนนี้และตอนนั้นครับ เพราะไม่อาจเอาชนะประธานอีได้จริงๆ” 

“คงเป็นเรื่องน่าอับอายของลูกชาย ท่านคงไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอมีตัวตนสินะครับ” 

“...” 

“อืม พ่อของผมก็เป็นพวกนอกรีตเหมือนกันน่ะ” 

“แต่คุณก็ดูมีความสุขมากกว่าผมกับมารินะครับ” 

มูฮยองปรับสีหน้าเป็นปกติแล้วพูดอย่างนิ่งเรียบ ซอนแจจ้องหน้าแล้วเปิดปากถาม 

“ผมต้องหลีกทางให้หรือเปล่าครับ” 

โดยไม่ได้มีสีหน้าลำบากใจหรือรู้สึกผิดอะไร แปลความหมายได้ว่าคุณไม่จำเป็นสำหรับที่นี่ ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงแบบผู้ชาย มูฮยองอารมณ์เสียขั้นสุดแล้ว แต่ก็ทำได้แค่กำมือทั้งสองข้างแน่น 

ยูซอนแจถอดเสื้อสูทกับโค้ตทิ้งไว้ที่โซฟา เหลือใส่แต่เสื้อเชิ้ตสีขาวไร้เนกไท ดูสบายๆ เหมือนเป็นเจ้าของห้อง 

“ยังไงผมอยู่ ก็น่าจะดีกว่าว่าที่เจ้าบ่าวนะครับ” 

ว่าที่เจ้าบ่าวยักไหล่แล้วยิ้มให้ 

“แต่ดึกดื่นขนาดนี้ ออกมาหาน้องสาวเพราะแค่ติดต่อไม่ได้เนี่ย ภรรยาคุณก็เหมือนถูกสามีทอดทิ้งไม่ใช่เหรอครับ” 

“ไม่มีใครเป็นห่วงมาริเท่าผมหรอกครับ” 

“แค่น้องสาวของคุณบอกว่าติดต่อพี่ชายไม่ได้ คุณก็ไม่ควรจะหุนหันออกมาจากเรือนหอนะครับ” 

ความรู้สึกไม่สบายใจแปลกๆ นี้คืออะไร แม้ดูเหมือนเขาพูดเล่น แต่มูฮยองก็ไม่ได้รู้สึกตลกด้วยเลย 

“คุณทำแบบนี้กับน้องผม ทั้งๆ ที่ยังไม่แต่งงานกันได้ยังไง ผมควรจะตะคอกใส่คุณด้วยซ้ำ จะขอบคุณมากถ้าคุณใส่ใจต่อความไร้เดียงสาของมาริ” 

คงอยากถามว่า ‘คุณมาอยู่ที่นี่ทำไม’ มากกว่า ไม่ใช่เอามาริมาอ้าง ซึ่งก็ไม่ผิดหรอก ถ้าเป็นพี่ชายจริงๆ ก็คงต้องทำแบบนั้น แต่มูฮยองก็พลาดโอกาสการทำหน้าที่หลักของพี่ชายไป จนบางทีซอนแจก็ลืมว่าความรู้สึกที่อีกฝ่ายมีให้มาริไม่ใช่แบบคนในครอบครัว แต่เป็นอย่างอื่น... 

“ถึงจะเหมือนกินปูนร้อนท้อง แต่มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ หลังจากนี้ก็ด้วย ผมไม่ใช่คนเลวขนาดจะทำอะไรคนป่วย ไม่ต้องกังวลหรอกครับ” 

จากนั้นก็ใช้มือสัมผัสหน้าผากคนป่วยเพื่อวัดไข้ ทว่าในสายตาของมูฮยอง มือใหญ่ที่แตะลงบนหน้าผากมาริ ดูจะแช่นานเกินไป 

“เหมือนไข้จะลดลงกว่าเมื่อกี้แล้ว” 

พูดแล้วซอนแจก็ยิ้มให้อย่างสดชื่น 

“คุณจะอยู่ต่อเหรอครับ คงเหนื่อยแย่เลยนะ” 

ทว่าประโยคหลังรอยยิ้มเหมือนมีเข็มซ่อนอยู่ เขานั่งลงบนโซฟาโดยไม่สนใจคนมีฐานะพี่ชาย เงยหน้าพิงพนักแล้วหลับตาลง ไม่ต่างอะไรกับการไล่แขก 

งั้นเหรอ พื้นที่ตรงนี้ เป็นที่ที่มาริต้องได้ใช้เวลาร่วมกับเขา แต่เขากลับถูกไล่ซะงั้น... 

มูฮยองยิ้มขณะจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา 

“คุณตัดสินใจแล้วเหรอครับ เห็นมาริบอกว่าต้องพบกันอีกห้า…” 

“เรื่องพบกันห้าครั้ง ผมก็แค่ลองพูดเท่านั้นเอง” 

“…” 

“เราจะแต่งงานกันครับ” 

ซอนแจลุกขึ้นยืนทันทีแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม แต่สีหน้ากลับเย็นชา 

 

แสงแดดสาดส่องเข้ามากระทบใบหน้า มาริจึงพลิกตัวเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้น นอนกะพริบตาอยู่บนเตียง ร่างกายที่เคยหนักอึ้งเบาสบายขึ้นแล้ว 

เธอก้าวลงจากเตียงแล้วพับผ้าห่ม แต่ก็พบผ้าขนหนูชื้นๆ ตกอยู่บนพื้น 

พอมองหลังมือเพราะรู้สึกเจ็บแปลบ ก็เห็นว่ามีปลาสเตอร์แปะทับบริเวณที่เคยเจาะเข็มให้น้ำเกลือ 

“อ๋อ” 

เมื่อวานเราอยู่ด้วยกัน หญิงสาวคิดถึงเมื่อวานที่ได้อยู่กับเขาในห้องนี้ คิดถึงบทสนทนากับเขา ยังมีร่องรอยของเขาหลงเหลืออยู่ไหมนะ เหมือนฝันเลย... ไม่รู้ว่าเขาอยู่นานแค่ไหน หรือว่าคอยช่วยเฝ้าไข้ทั้งคืน 

หลังแม่นมจากโลกใบนี้ไป เวลาป่วยก็ต้องอยู่คนเดียวเสมอ ถึงจะอยากให้มูฮยองมาอยู่ข้างๆ แต่เธอก็มักป่วยเฉพาะเวลาอยู่ลำพัง 

“...” 

และเมื่อเห็นว่ามีสายไม่ได้รับจากมูฮยอง สีหน้าของมาริก็สงบขึ้น เขาคงโทรมาตอนเธอเพิ่งหลับไปได้ไม่นาน 

“ฉันไม่รับโทรศัพท์ พี่รู้สึกยังไงบ้างล่ะ” 

เธอไม่โทรกลับ มาริวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะข้างเตียงเหมือนเดิม พระอาทิตย์ขึ้นแล้วก็ต้องเตรียมตัวไปทำงาน หญิงสาวทำธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินไปที่ตู้เย็น 

มาริพบโพสอิทแผ่นหนึ่งติดอยู่บนนั้น ลายมือเรียบร้อยเหมือนกับนิสัยของเจ้าตัว 

[ผมไปทำงานก่อนนะครับ] 

พอเปิดตู้เย็นอันว่างเปล่าออกแล้วก็เจอกับถ้วยโจ๊ก โจ๊กที่เขาซื้อมาฝากเมื่อวาน เธอก็รู้สึกเขินแปลกๆ รู้สึกเหมือนคนแต่งงานแล้วจริงๆ 

ยังพอมีเวลาอยู่ มาริจึงหยิบโจ๊กกับน้ำออกมาจากตู้เย็น นำโจ๊กไปอุ่นในไมโครเวฟแล้วมานั่งทานที่โต๊ะ นอกจากน้ำเปล่า เธอก็เพิ่งเคยกินข้าวที่บ้านหลังนี้เป็นครั้งแรก โจ๊กปูอุ่นๆ รสชาติดีไหลผ่านหลอดอาหารอย่างง่ายดาย เธอค่อยๆ ละเลียดทานโจ๊กปู ทานแล้วเหมือนร่างกายก็ดูจะอุ่นขึ้นด้วย ปริมาณของมันไม่น้อยทีเดียว แต่ใช้เวลาไม่นานเธอก็กินจนหมด 

ควรจะโทรไปขอบคุณเขาสักครั้ง... แต่ไม่กล้าโทร แม้จะไม่ได้อยู่ต่อหน้า แต่เธอก็เขินจนเอาแต่ตักโจ๊กเข้าปากจนหมดเกลี้ยง 

มาริทานอาหารปริมาณมากกว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร หลังจากจ้องมองถ้วยโจ๊กหมดเกลี้ยงด้วยความประหลาดใจ เธอพึมพำเสียงเบา 

“ผมไปทำงานก่อนนะ ผมไปทำงานก่อนนะ” 

พูดประโยคที่เขียนอยู่ในโพสอิทซ้ำๆ ทำไมฟังแล้วจั๊กจี้แบบนี้ล่ะ ถ้าแต่งงานแล้ว ก็จะมีประโยคที่ได้ยินแล้วใกล้ชิดอบอุ่นแบบนี้เหมือนกันใช่ไหม 

‘ผมคงไม่ใช่คนที่คุณรอสินะ ให้ผมกลับเลยไหมครับ’ 

เหมือนจะจากไป 

‘คนที่พร้อมอยู่กับคุณมาแล้วนะ’ 

แต่ก็ไม่ไป 

‘คุณหลับตาเถอะครับ ไม่ต้องสนใจผม’ 

เหมือนจะไม่สนใจ 

‘มีตั้งหลายวิธีที่ทำให้หลับสนิท ไว้เราค่อยๆ หาวิธีไปด้วยกันนะครับ ถ้าหากได้แต่งงานกัน’ 

แต่ก็อ่อนโยน 

‘ภรรยาต้องนอนหลับสนิทดี สามีถึงจะนอนหลับสนิทเหมือนกัน’ 

บางครั้งอีกฝ่ายก็ทนความเงียบไม่ไหวจนต้องปล่อยมุกหน้าตาเฉย 

‘ไม่ใช่เพื่อน แต่เขาเป็นหมอครับ หมอเถื่อน’ 

มีเพื่อนดีๆ คอยมาช่วยเหลือแม้จะดึกมากแล้ว 

‘ผมอยู่ต่อได้ไหมครับ’ 

อยู่กับเธอ 

‘ฝันดีครับ’ 

ทำให้ฝันดี 

“ขอบคุณนะคะคุณซอนแจ” 

 

การแต่งงานอาจจะไม่ได้แย่เสมอไป 

ถ้าแต่งกับคนแบบเขา ถ้าได้แต่งงานกับยูซอนแจ อาจจะดีมากก็ได้ 

 

* * * 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว