facebook-icon

แม้จะเริ่มต้นจากการแต่งงานด้วยความจำเป็น แต่สุดท้ายแล้ว เขากับเธอก็ได้รู้ว่าความรักอันแท้จริงเป็นอย่างไร...

ตอนที่ 1-7 ถือว่าผ่าน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-7 ถือว่าผ่าน

คำค้น : ซ่อนรัก วิวาห์จำเป็น Dear Love นิยายเกาหลี นิยายแปล

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ธ.ค. 2562 14:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-7 ถือว่าผ่าน
แบบอักษร

“ได้พบกันดีๆ แล้วเป็นยังไงบ้าง” 

รอยยิ้มบนใบหน้ามูฮยองหายไปอย่างรวดเร็ว กลับมาเป็นใบหน้าไร้อารมณ์เช่นเดิม พอเห็นแบบนั้น มาริก็ยิ้มกว้างเพื่อปกปิดความเศร้าของตัวเองเอาไว้ 

“ก็ไม่แย่นะคะ เขาดูเป็นคนจุกจิกต่างจากข่าวลือ แต่ก็ไม่ใช่คนเลวอะไร อาจจะเพราะได้ฟังแต่เรื่องเลวร้าย เลยกลายเป็นว่าเขาเป็นคนดีค่ะ ถึงจะยังไม่รู้จักกันดี สำหรับฉันแล้วก็เขาไม่ได้แย่ ต่อให้พี่สั่งให้ฉันแต่งงานกับลุงสักคน ฉันก็ต้องแต่งอยู่ดี” 

แม้จะแกล้งพูดเล่น นั่นก็คือความจริง มูฮยองจ้องหน้ามาริเขม็งโดยไม่พูดอะไรสักพัก 

“ขอโทษที มันก็ไม่ใช่ว่าฉันจะยอมให้เธอไปแต่งงานกับใครก็ได้” 

รู้ว่านั่นคือความจริงใจของเขา แต่ก็อยากเห็นเขาโมโหหรือโวยวายว่าเธอกล้าตำหนิเขา บอกรักแทนการขอโทษ สัญญาว่าสักวันหนึ่งจะพาตัวเธอกลับมา หว่านล้อมให้รออีกนิดจนกว่าพวกเราจะได้อยู่ด้วยกัน เธออยากได้ยินเขาพูดปลอบด้วยคำหวานมากกว่า 

“เขาก็มีด้านที่คาดไม่ถึง แต่ที่แน่ๆ คือหล่อมากเหมือนที่ล่ำลือกัน ดูฉลาดเหมือนพี่ ยังไงวันหนึ่งฉันก็ต้องแต่งงาน จริงๆ แล้วคนอย่างฉันคงได้แต่งงานกับคนมีข้อบกพร่องมากมาย แต่ดันได้แต่งกับคนยอดเยี่ยมขนาดนั้น ขอบคุณนะคะ” 

“ดูเธอจะชอบเขามากนะ” 

ถึงจะรู้ใจเธอดี แต่มูฮยองก็ยังพูดหยอกเล่นแบบนี้ 

“จะเป็นไปได้ยังไง” 

พูดด้วยรอยยิ้ม สุดท้ายน้ำตาก็ร่วงอยู่ดี มาริเจ็บเหมือนหัวใจฉีกขาด ทว่ามูฮยองกลับหันหน้าหนี ไม่พูดปลอบใดๆ ทั้งสิ้น เพราะถือเป็นเรื่องที่พวกเขาจะต้องผ่านไปให้ได้ แม้ว่าจะไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกัน ก็ต้องแสดงเป็นพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียว ต่างต้องแยกย้ายไปยืนเคียงข้างคนอื่น  

มีเพียงหัวใจเท่านั้นที่มอบให้แก่กัน 

เขาต้องครอบครองที่นี่ให้ได้ ถึงจะสามารถเอาตัวเธอไปซ่อนในที่ที่ปลอดภัยที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ 

จากนั้นมูฮยองก็ลุกขึ้น หมายความว่าต้องไปแล้ว 

“พี่กอดฉันหน่อยไม่ได้เหรอ” 

เธอมองหน้าเขาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยแล้วเอ่ยถาม 

“ที่นี่บริษัทนะ” 

เขาปฏิเสธอย่างใจเย็น แต่มาริก็ยังดึงดันด้วยการลุกตามและกอดอีกคนไว้ มูฮยองใช้ปลายนิ้วสัมผัสแก้มเปื้อนคราบน้ำตาอย่างไร้ความรู้สึก  

“ไม่เอา” 

เธอออกแรงกอดรั้งมากขึ้น ทว่าสุดท้ายแล้วข้อมือทั้งสองข้างก็โดนล็อก ถึงจะทำสีหน้าเว้าวอน กัดเม้มริมฝีปากแค่ไหน มูฮยองก็ไม่คลายสีหน้าเข้มงวดลง ไม่ยอมโอนอ่อนให้แต่อย่างใด เธอต้องหยุดแค่นี้ หัวใจของเธอถูกทำร้ายมากพอแล้ว 

“ไม่เห็นมีใครเลย ไม่มี...” 

ชายหนุ่มจ้องเขม็งด้วยสีหน้าเย็นชา เป็นสัญญาณว่าจะไม่ตามใจเธออีกต่อไปแล้ว มาริจึงจ้องกลับด้วยสายตาขุ่นเคือง แต่ก็ไม่พูดอะไรอีก 

เธอรู้ดี เวลาเขาทำสีหน้าแบบนี้หมายถึงต้องหยุดจริงๆ 

เมื่อสิบปีก่อนก็เหมือนกัน ถึงเธอจะไม่อยากไปไหน แต่เขาสั่งให้ไป ให้เธอไปอยู่ที่นั่น แล้วบอกว่าสักวันหนึ่งจะมาหา มาริจึงยอมทำตามอย่างว่าง่าย ทั้งตอนนั้นและในตอนนี้ มูฮยองไม่เคยสัญญาอะไร เขาทำทุกอย่างด้วยความสุขุมรอบคอบ พูดน้อย ไม่แสดงความรู้สึก แม้เธอจะรู้ว่ามีอะไรมากมายซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบนั้นก็ตาม 

เมื่อมาริคลายวงแขนออก มูฮยองก็ปล่อยตัวเธอเช่นกัน 

“ยัยโง่” 

เธอเป็นฝ่ายสารภาพรักก่อนเสมอ 

“ฉันมีพี่คนเดียว พี่เป็นทั้งครอบครัว ทั้งคนรักของฉัน” 

คำสารภาพรักไร้คำตอบจากอีกฝ่ายก็เหมือนคุยกับกำแพง แต่อย่างน้อยก็อยากย้ำเตือนคุณค่าของตัวเอง ถึงจะพอมีชีวิตอยู่ต่อได้ 

“ดังนั้น แค่อย่าทิ้งฉัน อย่าไปจากฉัน” 

มาริเช็ดน้ำตาด้วยสีหน้าแน่วแน่ 

“ถ้าพี่ทิ้งฉัน หรือไปจากฉัน ฉันก็ไม่เหลือเหตุผลจะมีชีวิตอยู่อีก ฉันจะทำทุกอย่างตามที่พี่ต้องการ” 

ถ้าวันไหนพี่ทิ้งฉันไป ฉันก็จะเป็นฝ่ายไปเอง 

ไปในที่ที่พี่จะหาฉันไม่เจออีกเลยตลอดกาล พี่จะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต… 

“บอกว่าชอบฉันที…” 

เขาต้องย้ำอยู่เสมอว่ารัก แต่กลับพูดคำว่ารักตรงๆ ไม่ได้ มูฮยองรู้ดีว่าถึงจะอยู่ต่อหน้าแบบนี้ มาริก็ยังกังวลและกระวนกระวาย สำหรับเขาแล้ว มาริไม่เคยเปลี่ยนแปลง ในบ้านหลังนั้นพวกเขามีสถานะต่างกันและยุ่งเกี่ยวกันไม่ได้ ด้านหนึ่งถือเป็นเรื่องดี แต่เขาก็กลัว กลัวว่าเธออาจจะบินหนีหายไป มูฮยองจ้องดวงตาของเธออยู่นานเพื่อยืนยันอะไรบางอย่าง 

“ได้สิ ฉันชอบเธอ” 

ก่อนจะพูดออกมาช้าๆ ให้สายตาดื้อดึงแสดงออกชัดว่าอยู่ไม่ได้ถ้าหากไม่มีเขา จำเป็นต้องมีเขาอยู่ด้วยเท่านั้น พูดกับหญิงสาวที่จ้องมองกันด้วยสีหน้าวิตกกังวลเหมือนคนคอแห้งผากกลางทะเลทราย การทำให้ใบหน้าหวานที่กระหายในตัวเขาวางใจลง เป็นสิ่งที่มูฮยองต้องการ 

เขารู้ดี ตัวเขาสะท้อนนัยน์ตาสีดำนั่นเป็นคนทำลายเธอ บังคับให้เธอมีความรักที่ไม่ถูกต้อง 

“จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงใช่ไหม” 

เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับโดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ มาริก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาจากโซฟา ตอนนี้เธอใจเย็นลงแล้ว จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เรื่องนั้นเธอรู้ดีกว่ามูฮยองเสียอีก 

เธอไม่ได้เอาช็อกโกแล็ตของเขากลับไปด้วย นั่นเป็นการต่อต้านเท่าที่จะแสดงต่อมูฮยองได้ ชายหนุ่มเฝ้ามองเฉยๆ ก่อนจะหยิบกล่องช็อกโกแล็ตขึ้นมาด้วยตัวเอง ค้นในกล่องแล้วหยิบอะไรบางอย่างออกมา การ์ดเล็กๆ มีที่อยู่ของใครบางคนเขียนเอาไว้ 

“รหัสคือวันเกิดของฉัน เธอไปอยู่ที่นี่จนกว่าจะแต่งงานแล้วกัน ไม่งั้นเดี๋ยวก็ถูกประธานอีตีอีก ถึงจะไม่เหมือนเมื่อก่อน แต่ฉันก็ไม่อยากเห็น โดยเฉพาะพวกญาติๆ” 

“ฉันไม่รู้สึกขอบคุณเลยสักนิด แต่เพราะไม่อยากให้พี่เป็นห่วง พี่ควบคุมที่นั่นได้ยาก เพราะคนของคุณปู่มากกว่าคนของพี่” 

“ต่อไปเราจะไปพบกันที่นี่” 

ต้องเมินมูฮยองให้ได้ แต่สุดท้ายเธอก็ยิ้มออกมาเหมือนคนบ้า ยัยโง่มาริ เธอต้องงอนต่ออีกหน่อยสิ มันมักจะเป็นแบบนี้เสมอ 

“แต่คงไปบ่อยๆ ไม่ได้หรอกนะ ค้างคืนเหมือนตอนอยู่อเมริกาก็ไม่ได้เหมือนกัน” 

เธอสลัดเขาออกไม่ได้จริงๆ เพราะทุกครั้งที่รู้สึกท้อแท้ เขาก็จะยื่นมือมาให้เสมอ 

“จนกว่าฉันจะก้าวออกจากห้องนี้ อย่าหันหลังให้ฉันได้ไหม พี่ทำให้ฉันได้หรือเปล่า” 

“ได้สิ กลับดีๆ ล่ะ” 

แล้วมาริก็ถือกล่องช็อกโกแล็ตที่รสชาติเหมือนกับมูฮยองออกมาจากบริษัทด้วย 

 

พออยู่เพียงลำพัง มูฮยองก็มองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่กำลังสั่น ชองฮี มารดาของเขาเอง เป็นสายโทรเข้าจากคนดูแลท่านที่โรงพยาบาลจิตเวช 

“ครับ มูฮยองครับ” 

[นังมาริกลับมาอยู่เกาหลีแล้วใช่ไหม] 

เสียงจากปลายสายแหบแห้ง แต่ดังก้อง 

[แกกล้าเอาแม่มาทิ้งไว้ที่นี่ แล้วแต่งงานโดยไม่บอกฉันได้ยังไง ฮึก] 

อารมณ์ของชองฮีขึ้นๆ ลงๆ แปรปรวนง่าย 

“ตอนนั้นอาการแม่ไม่ค่อยดี อีกสักพักผมกับซอนโยจะไปเยี่ยมนะครับ” 

[แต่ฉันต้องได้เห็นหน้านังมาริก่อน] 

หญิงวัยกลางคนรู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้างสลับกันซ้ำๆ แต่ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ชองฮีมักจะยึดติดกับเรื่องราวในอดีตเสมอ เกี่ยวกับแม่ของมาริที่ตายจากไปแล้วและตัวมาริเองที่หน้าเหมือนแม่ของเธอ 

[คุณแม่ โธ่ ขอโทษนะคะ ไม่รู้ว่าท่านเอาโทรศัพท์ฉันไปได้ยังไง ฉันไม่อยู่แค่แป๊บเดียวเอง] 

“ช่วยให้ยาระงับประสาท แล้วก็ให้คุณแม่พักผ่อนด้วยนะครับ สุดสัปดาห์นี้ผมจะเข้าไปหา” 

มูฮยองวางสายแล้วหลับตาลง ภายในชั่วพริบตาความเหนื่อยล้าก็เข้าจู่โจมจิตใจเขา 

แม่ผู้น่าสงสาร แม่กลายเป็นภาระของเขาชั่วชีวิต 

“ฉันน่าจะขอให้เธออยู่ต่ออีกหน่อยนะ มาริ” 

เขาบ่นพึมพำทั้งๆ ที่ยังหลับตา เมื่อนึกถึงดวงตาคู่สวยที่ใช้จ้องมองกันเสมอ ถึงรู้สึกวางใจลง 

เป้าหมายทั้งหมดของเขาสำเร็จลุล่วงได้ด้วยการทำลายเธอ มูฮยองใช้มาริเพื่อแก้แค้นให้มารดาของตัวเอง และใช้เธอเป็นของตอบแทนให้แก่ผู้เสียสละ ผันตัวเองเป็นหมาล่าเนื้อในการแก้แค้นครั้งนี้อย่างตัวเอง ทำลายมาริก็เพื่อแม่ผู้น่าสงสาร ทำลายจนสุดท้ายเธอก็ต้องพึ่งพาเขา มูฮยองจึงจงใจทำให้มาริแยกตัวออกจากคนอื่นและอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนโลกใบนี้ 

เพื่อให้เธอกลายเป็นของเขา มีเพียงตัวเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะทิ้งเธอได้ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว