email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : ) ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ

ในรอยร้าว ความรักในความชัง 5

ชื่อตอน : ในรอยร้าว ความรักในความชัง 5

คำค้น : เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.7k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2562 23:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ในรอยร้าว ความรักในความชัง 5
แบบอักษร

 

“เพลี๊ยะ!!!” 

“ไอเลวทำได้แม้กระทั่งผู้หญิงไม่มีทางสู้ พวกฉันไปทำอะไรให้แก่ ทำไมต้องมาทำร้ายกันแบบนี้!” ถ้อยคำที่หลุดออกมาจากปากของนาธินันท์ถามเสียงสั่นกับคนตรงหน้า 

 

 

พวกมึงไม่ได้ทำอะไรพวกกู 

แต่ว่าพวกมึงเคยทำอะไรใครเขาไว้ มึงก็ลองใช้สมองคิดดูเองก็แล้วกัน! ไป! เอาพวกมันไป!” หันไปสั่งเสียงเหี้ยมแก่ลูกน้องของมัน 

“ปล่อยพวกฉันนะ ปล่อย!!!” 

“พูดมากจังวะ!!! ทำให้พวกแม่งสงบปากสงบคำดิ!” 

“ครับ!” 

“จะ...จะทำอะไร ขอร้องล่ะ ปล่อยพวกฉันไปเถอะนะ ยะ...อย่า” คำวิงวอนร้องขอมิอาจเป็นผลเลยสักนิด สิ่งที่พวกมันกำลังกระทำอยู่มันทำให้เธอและนาธินันท์นั้นหวาดกลัว 

“ตุ้บ! ตุ้บ!” แรงหนักๆที่มันอัดเขาที่ท้องถึงสองครั้งทำให้ร่างของหญิงสาวแทบจะทรุดลงไปที่พื้นหากทว่าไม่มีมือของไปพวกชั่วนั้นดึงรั้งไว้อยู่ 

“อะ...โอ๊ย ขะ...ขอร้อง” น้ำตาใสมันไหลอาบดวงตาความจุกเละเจ็บที่เธอมันแสนน่ากลัวนัก ขอร้องละ พวกเธอไม่เคยทำอะไรให้ใคร ได้โปรด ปล่อยกันไปเถอะนะ อย่าทำแบบนี้เลย... 

“มุ!!!” นาธินันท์เองก็ตกใจที่เธอนั้นเห็นเพื่อนของตนโดนต่อยเข้าที่ท้องอย่างแรง 

“ตุ้บ!!” ครานี้เป็นเสียงที่มันกระแทกเข้าที่ท้องของนาธินันท์อีกคน จนร่างของสาวเจ้านั้นจุกไปหมด 

“นะ...นา” เสียงที่แผ่วเบาของมุทิตาเอ่ยชื่อเพื่อนของตนที่โดนกระทำเช่นเดียวกัน 

ดวงตาที่ในคราแรกนั้นมองเห็นได้อย่างชัดเจน แต่ทว่าในยามนี้มันได้ใกล้จะปิดลงเต็มที่แล้ว ทั้งมุทิตาและนาธินันท์หมดเรี่ยวแรงที่จะสู้ไหว ดวงตาเริ่มเลือนลอยจนสุดท้ายแล้วมันก็ปิดสนิทลง หมดสิ้นการรับรู้เรื่องราวอื่นๆที่มันกำลังจะเกิดขึ้นอีกต่อไป... 

ในยามนี้แขก 

เครือในงานก็เริ่มที่จะทยอยกลับกันหมดแล้ว แอรอนที่อยู่จนจบงานก็เผยยิ้มตั้งแต่ต้นงานยันจบงาน แต่ทว่าวี่แววของรอยยิ้มที่มีมันกำลังหายไปเมื่ออีกคนที่มันกำลังจะทำให้อารมณ์ของเขานั้นปะทุ เมื่อไม่เห็นแม้แต่เงาตั้งแต่ตอนนั้น ตอนที่เขาและเธอทะเลาะกัน... 

“เป็นยังไงบ้าง เห็นมั้ย” แอรอนหันไปถามคาร์มิลและลูกน้องคนอื่นๆ 

“ไม่เห็นเลยครับ เพื่อนของมุทิตาที่มากันด้วยก็หายไปเหมือนกัน” 

“แล้วคนงานคนอื่นว่ายังไงบ้าง” 

“ไม่มีใครเห็นเหมือนกันครับ” คาร์มิลบอกแก่แอรอน เขาเองก็นึกห่วงหญิงสาวทั้งสองขึ้นมาบ้างเพราะตั้งแต่ครั้งที่เห็นมุทิตาทะเลาะกับแอรอน เขาก็ไม่เห็นสาวเจ้าอีกเลยบวกกับเพื่อนของเธออีกคนมันยิ่งทำให้นึกสงสัยว่าหายไปไหน แม้ว่าจะพยายามใช้ดวงตากวาดหาเสียให้ทั่วก็ไม่พบ ถามไถ่คนอื่นๆก็ไม่มีใครสามารถบอกได้เลยว่าสาวเจ้านั้นหายไปไหน 

“ให้คนงานที่มาจากที่บ้านกลับไปก่อนได้เลย ไม่ต้องรอมุทิตา” แอรอนสั่งกับคาร์มิล ให้จัดการเรื่องนั้นให้เรียบร้อยเสีย 

“ครับ” 

“ซ่า!” 

เสียงน้ำกะละมังใหญ่ถูกสาดเข้าไปที่ร่างของหญิงสาวทั้งสองคนที่กำลังนอนสลบหลับใหลอยู่ที่พื้น 

“แค่ก! แค่ก! แค่ก!” 

เสียงไอกระค่อกกระแค่กของสองสาวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันและความมืดที่แสนน่ากลัว สิ่งที่เธอเห็นเมื่อลืมตาขึ้นคือแสงไฟที่มันสลัวๆเท่านั้น เพราะในยามนี้บนใบหน้ามันมีผ้าปิดตามาผูกมัดความสว่างของแสงภายนอกไว้ 

“ไง ตื่นสักทีนะพวกมึง ไม่กระตุ้นก็ไม่รู้จักแหกตาตื่น” เสียงหนึ่งของชายปริศนาดังขึ้นท่ามกลางความมืดใต้ผ้าที่แสนน่ากลัว เพราะพวกเธอไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าในยามนี้ตนนั้นอยู่ที่ไหนและพวกมันจะทำอะไรบ้าง 

“พวกแกเป็นใคร จับพวกฉันมาทำไม ถ้าจะจับมาเรียกค่าไถก็ล้มเลิกความคิดไปได้เลยเพราะพวกฉันไม่ได้รวยล้นฟ้าที่จะมีตังค์มาให้คนอย่างพวกแกหรอกนะ” 

“หุบปาก!” 

“เพลี๊ยะ!” 

“โอ๊ย!” มือสากของไอโจรชั่วฟาดลงอย่างแรงที่ใบหน้าของมุทิตา จนใบหน้าของสาวเจ้านั้นหันไปอีกทาง อีกทั้งที่มุมปากของหญิงสาวยังเกิดรอยแตกที่มุมปาก มีเลือดไหลซิบออกมา 

“มุ!” 

“ขะ...ขอร้องล่ะ ปล่อยพวกฉันไปเถอะนะ พวกฉันไม่รู้จักพวกแกจริงๆ” ครั้งนี้เป็นนาธินันท์ที่ใช้นำเสียงอ่อนอ้อนวอนต่อคนที่มันจับพวกเธอมา ไม่ว่ามันจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม พวกเธอทั้งสองคนไม่เคยรู้จักกับบุคคลเหล่านี้แน่นอน เรื่องบาดหมางอะไรก็ไม่เคยไปมีกับใคร แล้วเหตุใด ทำไมต้องจับพวกเธอมากันเล่า 

“มึงไม่รู้จักพวกกูมันก็ถูก แต่มีคนหนึ่งที่มึงรู้จักดีเลยล่ะ ฮึ ฮึ ฮึ” เสียงหัวเราะนี้มันชวนให้ขนหัวของมุทิตาและนาธินันท์ลุกซู่เสียเหลือเกิน 

ก่อนที่ไม่นานนัก มันจะยื่นโทรศัพท์เครื่องหนึ่งมาพร้อมกับมีเสียงปริศนาดังลั่นออกมาจากโทรศัพท์ 

“อะไร!” เสียงของนาธินันท์เอ่ยถาม 

“พวกมึงก็ลองฟังดูสิ” 

“ไง พวกแกยังจำฉันได้มั้ย” เสียงเย็นยะเยือกถูกส่งออกมาจากคลื่นโทรศัพท์ ทั้งนาธินันท์และมุทิตานั้นได้ยินเต็มทั้งสองรูหู 

“แกเป็นใคร ฉันไม่เคยรู้จักแก” ครานี้เป็นเสียงของมุทิตาที่ดังขึ้นมา เธอจำไม่ได้จริงๆว่าเสียงนี้มันเป้นของใครหรืออาจจะเป็นเพราะเสียงของคนจริงๆที่ได้ยินในโทรศัพท์ในตอนนี้มันอาจจะไม่เหมือนกัน มันเลยทำให้เธอนั้นฉุกคิดถึงใครไม่ได้เลย 

“แหมๆๆ ทำเป็นจำไม่ได้เสียด้วย” 

“จับพวกฉันมาทำไม แกรีบๆบอกมาเถอะ ถ้าเกี่ยวกับเรื่องเงินบอกไว้เลยว่าคิดผิด” นาธินันท์เร่งเล้าให้อีกฝ่ายรีบบอกมาว่าต้องการอะไรกันแน่ 

“ฉันไม่ต้องการเงิน แต่สิ่งที่ฉันอยากได้คือชีวิตพวกแก!!!” เสียงนั้นตะโกนกร้าวอกมาลั่นจนหญิงสาวทั้งสองได้ยินชัดเจนในสิ่งที่มันต้องการ 

“พวกฉันไปทำอะไรให้ แกถึงต้องการชีวิตของพวกฉัน!!!” ทั้งสองตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน ทำไมมันถึงต้องการชีวิตของพวกเธอทั้งสองกัน...? 

“โง่จริงๆหรือแกล้งโง่ พวกแกเกือบฆ่าชีวิตใครเขาไป จำไม่ได้เลยหรือยังไง!!! ลองใช่สมองกลวงๆของพวกแกคิดสิว่าทำอะไรใครเขาไว้!!!” 

“พวกฉันไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร ขอร้องปล่อยพวกฉันไปเถอะนะ ฉันขอร้อง” คำวิงวอนร้องของมุทิตาที่ส่งไปถึงคนในสาย แต่ทว่าสิ่งที่ได้กลับมามันยิ่งทำให้จิตใจของเธอยิ่งหวาดหวั่นไปมากกว่า 

“ฉันรำคาญที่จะต้องมานั่งเปลืองน้ำลาย พวกแกรีบๆจัดการมันซะ จะเล่นสนุกกับพวกมันยังไงก็ได้แต่สุดท้ายต้องให้พวกมันทรมานเหมือนตายทั้งเป็นเหมือนกับฉัน!!! ต่อให้เล่นสนุกกับพวกมันจนตายฉันก็ไม่ว่า แล้วอย่าลืมความทรมานที่ฉันเตรียมไว้ให้พวกมันด้วยล่ะ” 

“ได้ครับ!!!” คำสั่งนี้มันชั่งหวานปากพวกมันเหลือเกิน ชีวิตของสองสาวนี้มันกำลังตกอยู่ในมือของไอโจรชั่วพวกนี้แล้ว 

“อ้อ อีกอย่างเผาพวกมัน” 

“ครับนาย” 

“ขะ...ขอร้อง ปะ...ปล่อยพวกฉันไปเถอะนะ” มุทิตาที่หวนนึกถึงเรื่องราวๆเก่าๆมันก็ยิ่งทำให้เธอต้องหวาดกลัว หัวใจของเธอในยามนี้มันแสนจะแห้งเหี่ยว ฝันร้ายในครั้งนั้นมันจะเข้ามาทำร้ายเธออีกครา ขอร้องละ ได้โปรดอย่าทำแบบนี้...ร่างอวบที่เริ่มจะกระถดถอยหนีร้นรานไปหมดไม่ต่างกันกับนาธินันท์ 

นาธินันท์เองก็หวาดหวั่นเช่นกันแม้ว่าเธอจะไม่โดนเท่ามุทิตาในครั้งนั้นแต่ทว่าเหตุการณ์ร้ายๆมันก็ยังตราตรึงไม่จางหาย... 

โจรร้าย... 

ที่พวกมันเข้ามาทำร้ายพวกเธอ...ทิ้งฝันร้ายเอาไว้ 

จนยากที่จะลืมเลือน... 

ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นมันย้อนกลับเข้ามาในหัวของทั้งมุทิตาและนาธินันท์ จนน้ำตาใสมันเริ่มไหลนองออกมาจากใบหน้า ทั้งๆที่ตอนนี้มันจะมีผ้าปิดกั้นดวงตาของพวกเธอไว้ก็ตาม แววตาที่สั่นระริกที่อยู่ใต้ร่มผ้าของมุทิตาแสดงออกได้ชัดเจนว่าในยามนี้เธอกลัวมากแค่ไหน... 

มาเเล้วจ้าาา 

เป็นนางเอกนางรองไรท์ต้องอดทน สิบล้อชนต้องไม่ตาย!!! 555+ 

ใครกันเเน่สั่งฆ่าทั้งสองคน มีรีดของไรท์คนไหนพอจะเดาถูกบ้างคะ 

​แอรอนก็นึกห่วงใช่ย่อยนะ 

​ขอเม้นเยอะๆนะครับรีดจ้าาา 

​ปล.หนทางของเรื่องนี้ยังอีกยาวไกลบอกไว้ก่อนนะคะ เผื่อใครขี้เกียจรอ 

ความคิดเห็น