email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : ) ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ

ในรอยร้าว ไร้หนทาง 2

ชื่อตอน : ในรอยร้าว ไร้หนทาง 2

คำค้น : เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2562 23:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ในรอยร้าว ไร้หนทาง 2
แบบอักษร

 

“เดี๋ยวให้คาร์มิลเข้าไปเก็บให้!” หันมาเผชิญหน้ากับสาวเจ้าที่หน้าทะมึงตึงอยู่ข้างๆ อารมณ์ในหัวมันตีกันวนไปหมด ยิ่งครั้งที่สาวเจ้าทำท่าทีเสมือนว่าจะร้องไห้ในตอนที่ยกมืออ้อนวอนต่อคนเหล่านั้นแล้วมันยิ่งทำให้อารมณ์ของเขามันแปรปรวนเข้าไปใหญ่ แต่ก็ต้องรีบสลัดมันให้หลุดออกจากหัวเพราะผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆนี้ไม่ได้มีค่าอะไรสำหรับเขาเลย 

 

“ไม่ต้อง! ฉันจะเข้าไปเก็บเอง” 

พูดจบก็เปิดประตูรถออกไปแต่ทว่าคนร่างหนากลับเร็วกว่าคว้าข้อมือของสาวเจ้าไว้ได้ทันแล้วดึงกระชากให้เธอกลับนั่งลงในท่าเดิม แล้วก็รีบทะยานรถพุ่งออกไปที่ถนนทันที ไม่รอให้สาวเจ้าได้คัดค้านอะไรอีก 

“คุณแอรอน จะไปไหนจอดเดี๋ยวนี้นะคะ” 

“เงียบ!” แอรอนหันมาตวาดเสียงเข้ม ทำให้คนที่ถามเมื่อครู่ต้องหุบปากลงแทบจะทันที 

มุทิตาจึงได้แต่นั่งยู่ข้างเขาไปแบบเงียบๆ แม้ว่าอยากจะพูดมากสักเท่าไรแต่ก็คงจะทำอะไรไม่ได้เพราะแววตาของแอรอนที่จ้องอมองมาที่เธอเมื่อครู่มันดุกร้าวราวกับว่าจะใช้ดวงตาคู่นั้นฆ่าเธอเสียให้ได้ แต่ทว่าร่างอวบก็นั่งนิ่งอยู่ได้ไม่นานเมื่อรถคันหรูมันแล่นเข้ามาภายในสถานที่แห่งหนึ่ง 

“คะ...คุณแอรอน มาที่นี่ทำไมคะ” น้ำเสียงสั่นเครือรู้สึกถึงรังสีความไม่ปลอดภัยสำหรับตัวเอง แต่แอรอนกลับไม่ตอบคำถามที่สาวเจ้าสงสัย ได้เเต่แล่นรถเข้าไปภายใน 

“ปัง!” 

“มะ...ไม่เข้า! ฮึก ปะ...ปล่อย!” มืออวบข้างหนึ่งพยายามฉุดรั้งขอบประตูของห้องไว้เมื่อแอรอนพยายามออกแรงดึงเธอเข้าไปข้างใน 

เพิ่งจะรู้อย่างกระจ่างแจ้งก็เมื่อไม่กี่นาทีที่แอรอนเดินเข้ามาภายในโรงแรมหรู แล้วต่างก็มีผู้คนที่เดินควักไขว่ไปมาต่างก็พากันยืนนิ่งยกมือไหว้ ราวกับว่าเขาคือเจ้าของที่นี่ ซึ่งมันก็ใช่จริงๆ เสียงหนาสั่งเข้มไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนในห้องทำงานของตัวเอง จากนั้นเขาก็ลากเธอขึ้นลิฟต์มาที่จุดหมาย แม้ว่าจะหาทางหลีกหนีแล้วแต่ก็ไม่รอดพ้นเมื่อเขาพันธนาการข้อมือแกร่งไปกับแขนของเธอแน่น แล้วก็ลากมาที่ห้องทำงาน หัวใจของมุทิตาหวาดหวั่นเป็นที่สุดเมื่อยืนนิ่งตัวสั่นอยู่กลางห้องทำงาน สายตากวาดมองพื้นที่โดยรอบ แล้วหัวใจก็แทบจะร่วงหล่นไปที่พื้นเมื่อเหลือบมองเห็นประตูห้องปริศนาที่มันถูกปิดอยู่ 

“ขอร้อง ฉันไม่อยากทำแบบนั้นอีกแล้ว” เสียงสาวเจ้าเว้าวอนต่อแอรอนที่กำลังจะเป็นซาตานร้ายฆ่าเธอ 

“ฉันบอกเธอกี่รอบแล้วเรื่องฟิลลิป!” เขาปล่อยมือของมุทิตาที่มันกำลังฉุดรั้งกับประตูไว้ออก แล้วจ้องมองไปที่หญิงสาว ถามคำถามด้วยเสียงเข้มขบกรามแน่น 

“ฉันแค่บังเอิญเจอเขาเท่านั้น” ไม่รู้ว่าเขามีปัญหาอะไรกับฟิลลิปแต่เรื่องมันไม่น่าจะมาเกี่ยวกันในเมื่อเธอกับเขามันคนละคนกัน 

“บังเอิญเจอกันบ่อยเกินไปมั้ย!” กัดฟันกรอดข่มคำพูดออกไป 

“ฉันไม่รู้ว่าระหว่างคุณกับคุณฟิลลิปมีปัญหาอะไรกัน แต่เขาเป็นคนเข้ามาช่วยฉันทุกครั้งเมื่อต้องการความช่วยเหลือ! เขาเป็นผู้ที่มีพระคุณต่อฉัน! ซึ่งมันต่างจากคุณที่ไม่มีอะไรต่อชีวิตฉันแม้แต่น้อย แถมยังคอยย้ำยีราวกับเป็นผักเป็นปลาไร้เลือดเนื้อจิตใจ!” มุทิตาเหลืออดกับแอรอนเหลือเกิน ทุกครั้งที่ฟิลลิปเข้ามาเขาก็เปลี่ยนไปเกือบทุกครั้ง พฤติกรรมความรุนแรงที่เคยพบเจอกันเมื่อในคราแรกมันก็มลายหายไปสิ้น ต่างจากคนตรงหน้า! 

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะทบทวนว่าฉันก็มีอะไรต่อชีวิตเธอยังไง แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้มีพระคุณแต่ฉันจะเป็นยมทูตที่คอยขย้ำและลากเธอลงนรก!!!” 

“มะ...ไม่” ใบหน้าสาวเจ้าสะบัดไปมาหัวสั่นหัวคลอน เริ่มรู้ตัวเองว่าไม่สมควรจะพูดสิ่งนั้นออกไปในยามที่กำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะมันจะยิ่งทำให้เธอเองนั้นแหละที่เจ็บกว่าใคร! แอรอนค่อยๆย่างสามขุมเขามาหามุทิตามากขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวเองก็ถดถอยกายหนี 

“ปัก!” 

ร่างหนาจับมุทิตาเหวี่ยงเข้าไปภายในห้องนอนที่อยู่ในห้องทำงาน จนมุทิตาชนเข้ากับขอบเตียงจนเกิดเสียงดัง แผลที่ฝ่าเท้าที่เพิ่งจะได้รับมันมาใหม่ๆจากเศษแก้วปาดเข้าใส่มันก็เริ่มมีเลือดซิบๆซึมออกมาแม้จะเจ็บก็ต้องกลั้นกลืนเสียงนั้นลงคอ แอรอนย่างสามสุมเข้ามาหาสาวเจ้าราวกลับว่าเขาเป็นเจ้าชีวิตของเธอในตอนนี้ ดวงตาที่มันเกรี้ยวกราดมองมาที่มุทิตาไม่วาง มันลุกโชนราวกับปีศาจร้ายที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่งที่เข้าไปขวาง 

สายตาที่เริ่มเศร้าหมองมองหาหนทางหลบหนีแต่สายตามันก็ต้องหยุดลงเมื่อคำพูดของเขาแผดดังขึ้น ดับความหวังครั้งสุดท้าย 

“เธอไม่เคยรอดเงื้อมมือจากฉันไปได้สักครั้งเลยไม่ใช่หรอมุทิตา ไม่ต้องมองหาให้มันเสียเวลาหรอก” น้ำเสียงเหี้ยมเย้ยยันเอ่ยบอกมุทิตา เสมือนรู้ทันว่าสาวเจ้ากำลังหาทางเอาตัวรอดจึงโผคำพูดที่มันเป็นจริงทุกอย่างขึ้นมาดักทางไว้ 

ร่างอวบนิ่งงัน ใช่! เธอไม่เคยรอดพ้นจากเงื้อมมือของเขาไปได้เลยสักครั้ง แววตาไหววูบลง จ้องมองลงไปที่ฝ่าเท้าของตัวเองที่กำลังมีน้ำสีแดงๆไหลออกมาเพิ่มบวกกับอันเก่าที่แห้งกร้านติดไปกับเนื้อหนัง ในคราแรกมันยังไม่รู้สึกว่ามีอะไรไหลออกมาเนื่องด้วยอาการชา แต่ทว่าตอนนี้มันกลับรับรู้ความเจ็บขึ้นเสียแล้ว 

“ว๊าย!” 

ตกใจที่อยู่ดีๆร่างของตัวเองก็ลอยหวือเหนือพื้น ดวงตากลมโตช้อนตาขึ้นจ้องมองแอรอน ที่เขานำเธอไปวางลงที่เตียงหนาอย่างแผ่วเบา สมองมึนงงว่ามันคืออะไรกันอยู่ดีๆท่าทีที่แสนหน้ากลัวก่อนหน้ามันก็จางหายไปราวกับว่าเขาเป็นใครอีกคน 

“เอากล่องปฐมพยาบาลมาให้ฉันที่ห้องที” เสียงหนาสั่งผ่านโทรศัพท์มือถือเครื่องแพง 

“????” สาวเจ้ามองตามเขาด้วยแววตาที่แสนสงสัย 

“ไม่ต้องมองหน้าฉันแบบนั้น ฉันไม่ใจร้ายพอจะให้คนเลือดไหลหมดตัวตายในห้องนี้หรอกนะ” เขาเห็นเลือดที่มันไหลซึมออกมาจากเท้าของมุทิตาในใจก็นึกตกใจแต่ก็ทำได้แค่นิ่งเฉย 

มือหนาบรรจงทำแผลบนฝ่าเท้าของมุทิตาด้วยความระมัดระวังอย่างเป็นที่สุด แอรอนค่อยๆยกเท้าของสาวเจ้าขึ้นเบาๆแล้วลงมือล้างด้วยน้ำเกลือเบาๆโดยเลือกทาที่บริเวณทั่วแผลจากนั้นจึงนำแอลกอฮอล์มาล้างรอบๆแผล ชายหนุ่มทำอย่างชำนิชำนาญ สายตาของสาวเจ้าจ้องมองไปที่ผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่วางตา ตอนนี้เขากำลังทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจอย่างเป็นที่สุด...? 

เมื่อก้มหน้าก้มตาบรรจงทำแผลให้มุทิตาเสร็จสายตาคมก็เหลียวขึ้นมองหน้าของสาวเจ้าที่ยังคงจ้องมาที่เขาอย่างไม่วางตา ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอเล็กน้อยอย่างลืมตัว ซึ่งเจ้าตัวกลับไม่รู้เลยว่าริมฝีปากอวบนั้นมันแสนจะเชิญชวนให้ชายตรงหน้าอยากลิ้มลองรสมันมากแค่ไหน ก่อนที่สุดท้ายแอรอนจะเริ่มทนทานไม่ไหวใบหน้าของเขาก็รีบเข้าฉกลิ้มรสที่ริมฝีปากของมุทิตาอย่างทันที! 

“อ่ะ! อื้อ!” 

ไรท์เพิ่มให้อีกหนึ่งตอนนะคะ 

ขอคอมเม้นเยอะๆและขอให้สนุกนะคะ 

ความคิดเห็น