email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : ) ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ

ในรอยร้าว 11 ทรมาน...

ชื่อตอน : ในรอยร้าว 11 ทรมาน...

คำค้น : เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.6k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2562 22:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ในรอยร้าว 11 ทรมาน...
แบบอักษร

แต่เพียงแค่ผ่านไปได้สักพักนึงมันก็มีเสียงแตรรถดังขึ้นไล่หลังมา จนคนที่กำลังจะก้าวเดินเข้าบ้านตัวเองก็ต้องเหลียวหลังเห็นไปมองว่าจะบีบอะไรหนักหนา มองไม่เห็นหรือไงว่าถนนมันก็ว่างอยู่มองไม่เห็นหมาสักตัวนึง! ที่จะมาวิ่งตัดหน้ารถ แต่สุดท้ายเธอก็รู้แจ้งเห็นชัดว่าเจ้าของเสียงแตรลั่นที่ดังลั่นนั้นเป็นใคร 

“ขึ้นรถ!” 

“.......” 

เอียงหัวน้อยๆเพราะไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ 

“ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรอ ฉันบอกให้ขึ้นรถนาธินันท์” 

ยังไงแล้วนาธินันท์ก็ไม่สามารถคัดค้านสิ่งใดได้ ได้แต่ทำตามในสิ่งที่อภิวัฒน์เอ่ยปากบอก ก่อนที่จะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถของอภิวัฒน์แล้วเขาก็พุ่งทะยานออกไปราวกับพายุ ขึ้นมานั่งบนรถได้ นาธินันท์ก็ได้แต่นั่งนิ่งเงียบเป็นเป่าสากไม่กล้าเอ่ยปากใดๆ ส่วนเขาก็มุ่งแต่พุ่งทะยานสายตาจ้องมองถนนสีเทาเบื้องหน้า 

“คุณจะพาฉันไปไหน” ทนแรงกดดันแห่งความเงียบและความอึดอัดไม่ไหว เธอจึงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนี้เสียเอง 

“ไปตามหามุ” เขาหันมามองที่นาธินันท์ที่นั่งตัวนิ่งบีบตัวเข้าหากันราวกับว่าจะมีใครมาแย้งของรักไป 

“ไปตามหามุ ที่ไหน” นึกสงสัยว่าจะไปตามหามุทิตาได้อย่างไรในเมื่อเขาก็ไม่รู้ว่าหญิงสาวอยู่ที่ไหน 

“ไม่รู้ แล้วเธอมีความคิดที่มันดีกว่านี้มั้ยล่ะ ฮึ” 

“มี” ว่าแล้วก็กดโทรศัพท์ต่อสายถึงใครสักคน แต่ทว่ากลับมีสายโทรเข้ามาเสียก่อน 

“ฮัลโหลค่ะ มุ!!!” อยู่ดีๆมุทิตาก็ติดต่อกลับมาทำให้คนที่ใจกำลังร้อนรนรู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันที อภิวัฒน์ที่ทำหน้าที่ขับรถมองถนนข้างหน้าก็หูผึ่งขึ้นมาเมื่อหญิงสาวที่นั่งข้างเอ่ยชื่อของคนที่กำลังตามหา 

“โอเคได้มุ ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว จ๊ะๆ” แค่นั้นนาธินันท์ก็ว่างสายการสนทนา 

“มุบอกว่าไง” 

“มุบอกว่าไปทำงานพิเศษที่ต่างจังหวัดด่วน เลยไม่ได้ติดต่อใครเลย” 

“ถ้าอย่างนั้นก็ดี” รู้สึกใจชื้นขึ้นเมื่อมุทิตายังอยู่ดีมีสุขดั่งที่ใจหวัง 

“ถ้าอย่างนั้นก็กรุณาขับไปส่งฉันที่บ้านด้วยค่ะ” 

“ยังหรอกนาธินันท์ ฉันยังมีที่ที่อยากให้เธอไปอีก” จบประโยชน์เขาก็ไม่ได้พูดส่งใดต่อมุ่งตรงไปเป้าหมายที่เขาบอกแก่เธอทันที นาธินันท์ที่นั่งอยู่ข้างๆก็นั่งคิดด้วยความสงสัยจะออกเสียงถามก็ไม่กล้า 

“นะ...นี่ค่ะ” 

ยืนโทรศัพท์ในมือให้กับเขา ดวงตาทั้งสองข้างมันยังเอ่อล้นไปด้วยรอยน้ำตา แอรอนจอดรถข้างทางเผื่อให้มุทิตาโทรบอกคนสนิทเพื่อที่จะไม่มีใครสงสัยว่าเธอนั้นหายไปไหน พร้อมยังให้เธอโป้คำปดคำโต ยังดีที่เขาคิดถึงเรื่องนี้ได้ทันไม่อย่างนั้นมุทิตาที่หายไปเงียบๆอาจมีคนสงสัย 

“ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ เดี๋ยวฉันจะทำงานทนแทนกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ ฉันขอร้องนะคะ” มุทิตาแทบจะก้มลงไปกราบคนที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับรถหากแต่ไม่ติดว่ามีเกียร์มือหรือสิ่งของกั้นอยู่เธอคงจะทำไปแล้ว 

“..........” แอรอนไม่พูดอะไรปล่อยให้คนร่างอวบอ้อนวอนร้องขอต่อเขา ในใจนึกสมเพชนัก 

“ฉันขอร้องนะคะ” เธอยังร้องขอเขาอย่างไม่เลิกรา ถ้านับเวลามันก็คงจะเกือบห้านาทีได้แล้ว 

“เงียบ!!! หุบปากเน่าๆของเธอซะ! รำคาญ!!” สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่ทนความรำคาญของมุทิตาไม่ได้จนต้องตะโกนลั่นทั่วทั่งรถจนคนที่เอ่ยเสียงเอื้อยๆเมื่ออยู่ต้องหุบปากลงอย่างรวดเร็วแล้วหดตัวลีบลงด้วยความกลัวทันที 

“ถ้ายังพูดอีกคำเดียว เธอไม่ได้เกิดแน่มุทิตา!!” 

รถหรูเคลื่อนตัวเข้ามาในสถานที่ที่แสนคุ้นหูคุ้นตาของมุทิตาแถมเธอยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่เดียวที่เธอเคยมาทำงานแทนเพื่อนสาวที่อยู่ร้านอาหารเดียวกัน และเพราะจากแสงสีเสียงที่มันรอดผ่านออกมาตามซอกช่องน้อยๆก็ทำให้รู้ทันทีเลยว่าข้างในมันเต็มไปด้วยสิ่งอโคจรมากมาย 

“มาที่นี่ทำไมคะ” เธอหันไปถามชายหนุ่มที่ยืนนิ่งข้างตัวของหญิงสาว แต่ทว่าเขากลับไม่ยอมตอบคำถามของเธอ อีกทั้งยังเดินไปเบื้องหน้ามือเรียวหนาก็ฉุดกระชากให้เดินตามจนแทบหน้าจะคะมำลงที่พื้น 

แอรอนลากเธอเข้ามาที่ด้านในที่มันมีเสียงดังกระหึ่มเดินเข้ามาคนก็แทบจะเหยียบกันตาย เพราะชายหนุ่มหญิงสาวต่างแข่งกันขยับสะโพกโยกย้ายไปซ้ายทีขวาทีกันอย่างเมามันส์ไม่สนใจว่าใครจะมาใหม่ บ้างก็กำลังดื่มด่ำอยู่กับแก้วเหล้าในมือราคาแพง 

ที่แก้วเดียวก็แทบจะแพงจนหูฉีกไหนจะเดินไปหรือมองไปทางไหนก็เห็นสาวนั่งดริ๊งก์คอยเทคแคร์เสี่ยกระเป๋าหนักที่พร้อมจ่ายได้เมื่อเมื่อคุณต้องการ 

“อ้าวว่าไงวะ ไอคุณแอรอน กว่าจะโผล่หัวมาแต่ละที่นี่มันยากเหลือเกินนะ” อัครพลที่เดินมาจากห้องพักส่วนตัวสุดหรูของตนเองที่ด้านบนสุด ที่มันต่อจากสถานที่อโคจรข้างล่างตรงนี้ ข้างบนก็ยังมีห้องพักสุดหรูไว้ให้พักต่อในยามค่ำคืนหากว่าอารมณ์มันยังค้างอยู่หรือไปต่อไม่ไหวร่างกายต้องการพักผ่อนที่นี่ก็พร้อมเปิดให้คุณบริการได้เสมอ 

“ฉันเอาเด็กมาฝากว่ะ พอดีว่าเห็นบอกว่าอยากได้เงิน แถมยังบอกขายตัวก็ยอม” แอรอนเอื้อนเอ่ยออกไปโดยที่ไม่ได้ถามสาวเจ้าที่ยืนหน้าเอ่อเหวอหว๋ออยู่ข้างๆเลย มุทิตาก็ได้แต่สะดุ้งตกใจกับคำพูดที่เขาเพิ่งพ่นอออกไป 

ก่อนที่จะพูดเขาได้ใช้สมองไตร่ตรองบ้างมั้ยเนี่ย!!!!!! 

​“มันใช่หรอว่ะ” 

“มะ...ไม่” เธอพยายามจะปฏิเสธสิ่งที่เขาพูดแต่ทว่า... 

“ไม่ปฏิเสธ แม้ว่าสินค้าที่ฉันเอามาให้มันจะไม่ได้มาตรฐานแก่หน่อยแต่รับรองว่าเด็ดไม่แพ้ใคร” เขาโกหกคำโต พูดออกไปทั้งๆที่ไม่เคยรับรู้เลยว่าคนที่ได้แต่ยืนฟังอย่างมุทิตาตอนนี้น้ำตามันซึมแค่ไหน 

“มะ...ไม่นะคะ คุณแอรอนอย่าทำแบบนี้” ตอนนี้ทั้งดวงหน้ามันซึมซับไปด้วยหยาดน้ำตาใสๆที่ไหลออกมาเพราะความอดสู การที่เขายัดเยียดสิ่งนี้ให้เธอ มันทำให้เขาดูเป็นผู้ชายที่ชั่งน่ารังเกียจที่สุด!!!! เธอเริ่มถอยห่างออกจากชายหนุ่มทั้งสองน้อยๆก่อนจะหาจังหวะแล้ววิ่งพรวดออกไปออกไปจากห้องที่มีชายน่ารังเกียจอยู่ทันที วินาทีนี้แม้แต่หายใจร่วมกันยังไม่อยากจะทำเลยด้วยซ้ำไป! 

“มุทิตา!!!!” เขาไม่ทันคิดว่ายัยร่างอวบนั้นมันจะกล้าวิ่งหนีแบบนี้ มันชั่งน่านัก!!!! ก่อนที่ร่างหนาจะลุกพรวดตามไปติดๆ อัครพลก็นั่งนิ่งงงกับเหตุการณ์ที่มันเพิ่งเกิดขึ้นสรุปมันเป็นยังไงกันแน่ 

มุทิตาพยายามวิ่งเบียดเสียดออกมาจากกลุ่มคนที่กำลังครื้นเครงไปกับบทเพลงซึ่งมันต่างจากเธอที่ต้องหนีออกจากนรกให้มันเร็วที่สุด จนสุดท้ายก็สามารถหลุดออกมาได้ วิ่งออกมาไกลจนเกือบจะถึงถนนเต็มทีแต่ทว่าดันมือสิ่งมาฉุดรั้งเธอไว้! 

“จะไปไหน กล้ามากนะที่วิ่งออกมาทั้งๆที่ฉันไม่ได้สั่ง!!!” รั้งข้อมืออวบด้วยแรงมหาศาลบีบและรัดมันไว้อย่างสุดแรงจนคนโดนบีบต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด 

“ชีวิตฉัน ฉันจะทำอะไรไม่ต้องรอให้ใครมาสั่งมีสมองมากพอจะไตร่ตรองเรื่องทุกอย่างเองได้ ไม่เหมือนกับคุณที่มีสมองแต่ใช้มันไม่ไม่เป็น อ้อ หรือไม่มีมันตั้งแต่แรกแล้ว!!!” 

“เพี๊ยะ!!!!!!!!” 

เสียงมือหนาตบเข้าที่หน้าของมุทิตาดังสะท้านไปทั่วแต่ยังดีที่ตรงนั้นมีแค่เธอและเขาเพียงแค่สองคนเท่านั้น แรงตบที่มันกระทบลงที่ใบหน้าทำให้เธอต้องหันตามไปด้วยแรงของชายหนุ่ม เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ยังไม่มีใครกล้าตบหน้าตนเลยขนาดแม่ที่บ่นว่าด่าทอแทบทุกวันก็ไม่เคยทำรุนแรงถึงขั้นนี้จะมีก็แค่ตามร่างกายเล็กน้อยเท่านั้น 

แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะโดนเข้าที่ใบหน้าสักครั้งนึง มุทิตาค่อยๆหันหน้าที่มันช้ำไปแล้วข้างนึงหันมาปะทะกับชายหนุ่มที่ยืนอย่างไร้ความรู้สึกผิดต่อสิ่งที่กระทำ 

“คุณมันเลว!!” 

ตอนนี้เธอแทบจะสะกดคำว่าเกรงกลัวต่อชายหนุ่มไม่เป็นเลย แอรอนที่ยืนนิ่งอยู่ในคราแรก เขาเองก็ตกใจที่พลั้งมือตบเข้าที่ใบหน้าของหญิงสาวจนเป็นรอยช้ำแถมยังมีเลือดที่มุมปากเล็กน้อย ใจนั้นมันก็ยากจะเอ่ยขอโทษแต่พอได้ยินในสิ่งที่มุทิตพ่นมันออกมา เขาแทบอยากจะพุ่งเข้าบีบคอเธออีกรอบเสีย 

“.........” เขานิ่งเงียบใช้สายตาไล่มองหญิงสาวด้วยแววตาที่มันแทบจะกลืนกินหญิงสาวตรงหน้านี้ได้ ก่อนที่จะกระชากข้อมือของมุทิตาให้กลับเข้าไปด้านในนั้นอีกครั้ง 

มุทิตาแม้ว่าจะพยายามฉุดกระชากกับแรงของเขาจนสุดแรงแต่สุดท้ายเธอก็ไม่สามารถที่จะดึงรั้งร่างของตัวเองให้กลับคืนมาได้ ได้เพียงแต่เดินตามไปในทิศทางที่เขานำเธอไป 

‘ตุ้บ!’ 

เสียงร่างของมุทิตากระแทกเข้ากับโซฟาที่มีอัครพลนั่งอยู่ใกล้กัน เขาเหวี่ยงเธอลงมาด้วยแรงที่มันไม่น้อยเลย แถมตอนนี้ยังยืนจ้องหน้าราวกับจะฆ่ากันให้ตายโดยผ่านสายตา ก่อนที่จะหันไปพูดกับคนที่มึนงงอยู่กับสถานการณ์ตรงหน้า โดยสายตาของอัครพลบ่งบอกได้ทันทีเลยว่ามันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ งงไปหมดแล้ว 

“วันนี้กูให้มึงเอาผู้หญิงคนนี้ไปเป็นเด็กนั่งดริ๊งให้คืนนึง จะทำอะไรก็เชิญ” 

“มะ...ไม่” เสียงแผ่วเบาที่เล็ดลอดออกมา แต่ทว่ากลับไม่มีกระแสคลื่นใดส่งเขาหาชายหนุ่มเลย แต่ถึงแม้ว่าใจอยากจะคัดค้านแทบขาด ตอนนี้มันก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว 

“อะไรนะ! พูดใหม่ดิ” อัครพลที่อยากจะทวนในคำสั่งของเพื่อนหนุ่มอีกรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ ได้ยินอะไรผิดใช่หรือไม่ 

“จะเอาผู้หญิงคนนี้ไปทำอะไรก็เชิญ ยิ่งงานอย่างว่าคงยิ่งชอบ” เขาทวนซ้ำอีกรอบ 

“เอาจริงหรอวะ” อัครพลถามอีกครั้งว่าที่พูดออกมานี่มันจริงแล้วใช่มั้ย เพราะหน้าของสาวเจ้าร่างอวบตอนนี้จะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ อีกทั้งหญิงสาวตรงหน้ายังมีรูปร่างที่อวบแม้ว่าจะไม่ได้มากเท่าไร แต่ถ้าไปนั่งอยู่ในจุดนั้นเธออาจจะโดนจับได้แบบเต็มไม้เต็มมือแน่นอน 

“เอ่อ ไม่ต้องถามมากจะทำอะไรก็ทำ!” เริ่มโมโหเมื่อโดนเพื่อนถามซักไซ้ไล่ความ 

“เอ่อๆๆ” 

จากนั้นร่างของมุทิตาก็โดนจับไปแต่งเนื้อแต่งตัว เนื้อใบหน้านวลถูกแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางอย่างเบาบางและเสื้อผ้าที่มันแสนจะรัดรูปเว้าโน่นเว้านี่ก็ถูกประดับเข้ากายอวบ โดยชุดที่เธอใส่เข้าไปนั้นคือชุดเดรสสั้นเหนือเข่าขึ้นมา เป็นเกาะอกสีดำขลับรัดทุกสัดส่วนของร่างกาย 

ผมยาวจากที่เคยมัดรวบเป็นหางม้าไว้ก็ถูกปล่อยม้วนเป็นลอนใหญ่ให้สยายลงมาจนถึงกลางหลัง จากนั้นหญิงสาวก็ต้องจำใจเดินออกไปภายในสถานที่ที่มีบุคคลพลุ่กพล่านไปหมด 

“อยู่แถวเนี่ยแหละ ถ้ามีลูกค้าเข้ามาเพิ่มเดี๋ยวฉันจะให้เธอไปรองรับลูกค้า” ผู้หญิงที่อายุคล้ายว่าจะมากกว่าอยู่หลายปีเอ่ยบอกพร้อมกับเดินออกไปรับลูกค้าที่ทยอยเข้ามากันเรื่อยๆ โดยลูกค้าที่เธอคนนั้นหมายถึงก็คือจำพวกเสี่ยกระเป่าหนักที่มักจะชอบหิ้วสาวในร้านไปสักสองสามคนเพื่อบำบัดความใคร่ 

ตอนนี้มุทิตายืนด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา เธอยืนอยู่ข้างๆเคาน์เตอร์บาร์ที่ต่างก็มีผู้คนเข้ามาสั่งเครื่องดื่มอย่างไม่ขาดสาย เธอแทบจะทำอะไรไม่ได้เลยเพราะทุกอย่างมันอยู่ในสายตาของแอรอนหมด เขาจ้องมองมาที่เธอ ครั้งที่คล้ายว่าจะเดินหนีสายตาที่ส่งให้มาก็แทบจะคาดโทษว่าหากเธอทำอย่างนั้นได้ไม่ตายดีแน่ แล้วเธอจะทำอย่างไรตอนนี้มันก็เหมือนกับกำลังตายทั้งเป็นอยู่แล้ว 

“เดินตามฉันมา มีคนสนใจเธอ” แค่พูดเสียงเรียบๆแต่ก็เหมือนแกบบังคับว่าเธอต้องเดินตามไปอย่าขัดคำสั่ง 

“นี่ค่ะเสี่ย นาวพาคนที่เสี่ยสนใจมาให้แล้วค่ะ” หญิงสาวร่างสวยตรงหน้าพูดทักทาย ‘เสี่ย’ ที่นั่งอยู่ตรงหน้าของหญิงสาวทั้งสอง มุทิตาก้มหน้ามองพื้นตลอดเวลาเธอไม่อยากจะเอ่ยพูดหรือมองอะไรรอบตัวทั้งนั้น หน้าของคนที่หญิงสาวอีกคนพามาพบเธอก็ไม่อยากมอง 

“นั่งสิ” หญิงสาวร่างสวยหันไปสั่งมุทิตาให้นั่งลงไปข้างๆ ‘เสี่ย’ ลูกค้าวีไอพีของที่นี่ แต่ทว่าท่าทีของมุทิตาไม่มีทางว่าจะขยับไปไหนเลยได้แต่ยืนนิ่งๆน้ำตาคลอ เพราะดูเหมือนจะเริ่มรับรู้ชะตากรรมตัวเองแล้วว่ามันจะเป็นอย่างไร 

“ไม่เป็นไรหรอก เธอมีอะไรก็ไปทำไป เดี๋ยวฉันจัดการเอง” 

“ค่ะ” จากนั้นก็เดินจากไปเหลือไว้เพียงแค่มุทิตากับเสี่ยที่นั่งอยู่ตรงหน้าเพียงสองคนเท่านั้น 

“นั่งลงสิ สาวน้อย” เอ่ยเรียกหญิงสาวร่างอวบให้มานั่งลงข้างๆกาย เขาชอบเธอเพราะมันดูจับได้แบบเต็มไม้เต็มมือดีแล้วอีกอย่างใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆจำพวกสาวนั่งดริ๊งก์ที่มีรูปร่างแบบนี้ 

“.............” 

“นั่งสิ” ครั้งเขาไม่รอให้หญิงสาวตรงหน้าได้ยืนนิ่งปฏิเสธเป็นครั้งที่สาม จัดการจับข้อมือของมุทิตาแล้วดึงหญิงสาวลงมานั่งที่ตักของตนทันที 

“ว้าย!!” 

“แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง มาทำงานแบบนี้แล้วจะหวงตัวไปทำไม” จะบอกว่าเสียอารมณ์นิดๆก็ได้เพราะไม่เคยมีใครที่ไม่อยากวิ่งเข้าหาเขาเท่าเธอ เพราะด้วยรูปร่างหน้าตาที่จะเรียกว่าหล่อมากก็ยังได้ รูปร่างทุกส่วนบนร่างกายมันสมส่วนทุกอย่างทั้งบนและล่าง ฐานะในวงการธุรกิจมันก็เรืองลือ เงินทองก็มีมากโข 

“ฉะ...ฉัน” มุทิตาค่อยเงยหน้ามองใบหน้าของชายตรงหน้าในคราแรกเธอก็คิดว่าคงจะเป็นเสี่ยพุ่งยุ้ย แต่ที่ไหนได้กับเป็นชายหนุ่มรูปร่างดีหน้าตาหล่อเหลา 

“ทำไมฮึ คิดว่าคนที่ถูกเรียกว่าเสี่ยนี่ต้องพุ่งนำหน้า อ้วนอย่างเดียวหรือไง” เพราะเห็นดวงตาที่มันนิ่งฉายแววสงสัย จึงเอ่ยถามตอกกลับไปแทนเพราะที่เธอเป็นแบบนี้มันก็คงจะไม่มีเรื่องอะไรมากนักหรอก 

“ปะ...เปล่านะคะ” รีบปฏิเสธทันควัน 

“งั้นก็ดี เรามาสนุกกันดีกว่า” มือหนาเรียวเริ่มซุกไซ้เข้าไปตัวของหญิงสาวเรื่อยๆ อยากจะสัมผัสเนื้อนุ่มนิ่มนี้แทบแย่มันชั่งเต็มไม้เต็มมือดีเสียจริง 

“อะ...อย่านะคะ ฉะ...ไม่ได้อยากทำงานนี้ สะ...เสี่ยยะ...หยุด” 

เธอปฏิเสธและสะบัดมือของเขาออกไปจากเรียวขาของตนเอง แต่ท่าทีที่ปฏิเสธนี้ เมื่อมองจากสายตาของแอรอนที่มองมาเห็นจากทางด้านหลังมันเสมือนกลับเป็นว่าหญิงสาวชอบเสียมากกว่าพยายามปัดป้อง 

“ฮึ ทุเรศสิ้นดี” 

น้ำเสียงของแอรอนที่พูดออกมามันแสนจะเย้ยยันหญิงสาวที่มองเห็นอยู่ ปากในคราแรกก็บอกว่าไม่อยากทำแต่ที่ไหนได้พอเจอเงินปาเข้าใส่หน่อยก็รีบคืบคลานไปหาทันที 

“อะไรของมึงนะ” อัครพลที่ไม่เข้าใจเพื่อนว่ากำลังพูดถึงสิ่งใดกัน 

“เปล่าไม่มีอะไร” 

“เอ่อๆๆ” 

“เรียกฉันว่าฟิลลิป ฉันชื่อฟิลลิปสาวน้อย” เสี่ยที่ใครๆต่างก็เรียกหา แต่ครานี้เขาอยากให้หญิงสาวคนนี้เรียกชื่อจริงของเขาเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรแต่มันชั่งถูกใจชายคนนี้ยิ่งนัก 

“คะ...คุณฟิลลิป ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ” 

“ทำไมล่ะ อยู่กับฉันนี่มันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ ฮึ” โน้มหน้าลงเข้าไปใกล้หน้าอกหน้าใจของหญิงสาว พร้อมสูดดมกลิ่นมันจนสุดปอด 

“อืม หอมดีวะ” เขาเริ่มรุกมุทิตาหนักขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสูดทั้งดม มือหนาเรียวก็สัมผัสไปเสียทุกส่วนของร่างกายสาว ปากเรียวหนาก็งับเข้าที่ลำคอของมุทิตาจนเธอต้องปล่อยเสียงร้องออกมาน้อยๆเพราะความตกใจ 

“อ๊ะ! ยะ...อย่า” อยากจะผลักดันให้ออกห่างแต่ก็ทำไม่ได้เพราะแรงชายที่เขามีมากกว่าเธอหลายเท่ากดเธอไว้ไม่ให้ทำสิ่งที่ใจปรารถนาได้เลย 

“ทำไมเล่นตัวจังวะ” อารมณ์เริ่มเสียขึ้นเรื่อยๆเมื่อหญิงสาวตรงหน้าขัดใจเขา เล่นตัวเสียไปทุกอยางจับต้องตรงไหนก็ปัดป้องอยู่นั้นแหละ 

“ไอแอรอน นั้นไอฟิลลิปไม่ใช่หรอวะ” อัครพลที่นั่งสังเกตมองผู้ชายที่กำลังนัวเนียหญิงสาวอยู่นั้น ในคราแรกมองเห็นจากด้านหลังก็ไม่ได้เอะใจแต่พอพินิจพิจารณาดูก็ชัดเจน 

“มึงว่าอะไรนะ” แอรอนหันขวับเมื่อได้ยินชื่อของศัตรูคู่แข่งในธุรกิจที่เชือดเฉือนกันมานาน 

“นั้นไงไอฟิลลิป ศัตรูคู่แข่งมึงไม่ใช่หรอวะ กำลังจะงาบเด็กที่มึงพามาแล้วน่ะ แหกตาดู” อัครพลให้แอรอนหันมองไปยังชายหญิงคู่หนึ่งที่นั่งหันหลังมาทางเขาแต่ลักษณะของผู้ชายเมื่อพยายามสังเกตดี เขาก็รู้ว่ามันเป็นใคร 

“ชั่งมันประไร ยัยผู้หญิงนั้นยิ่งชอบคนกระเป่าหนักๆ โดนมันไปคงจะชอบใจซะมากกว่า” 

“แต่กูเคยได้ยินมาว่ามันซาดิสใช่เล่นเลยนะเว้ย ยัยเด็กนั้นจะทนได้หรอวะ” เพราะอยู่ในวงการนี้มานานแถมยังได้ยินข่างเลืองลือมาอีก ครั้งไหนที่ฟิลลิปมันหิ้วเด็กที่ร้านเขาไป ทุกคนที่กลับมาแทบจะทำงานไม่ไหวกันทีเดียว 

“กูไม่สน” เขาเอ่ยออกไปอย่างไม่มีความใยดีต่อหญิงสาวที่กำลังเผชิญชะตากรรมอยู่ด้านนอกเลยสักนิด 

แต่ทว่าพออัครพลหันไปมองด้านอกที่มีชายหญิงอยู่ก่อนหน้าตอนนี้มันได้หายไปแล้ว 

“หายไปแล้ววะ” 

แอรอนที่ได้ยินแต่เขากับทำเป็นว่าไม่สนใจ ยกไวน์ในมือขึ้นมาดื่มจนหมดแก้วแล้วแก้วเล่า กระดกดื่มอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ว่าหญิงสาวที่หายไปนั้นจะเป็นอย่างไร 

“ตุ้บ!!!” 

“โอ๊ย!!!” 

ร่างอวบโดนชายหนุ่มร่างหนาเหวี่ยงเธอให้ล้มลงไปนอนที่เตียงนุ่มอย่างแรง มุทิตางอตัวด้วยความจุกราวกับว่าเป็นกุ้งโดนน้ำร้อนลวกอย่างไงอย่างงั้น 

“ฮือ ปะ...ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ ฉะ...ฉันไม่ได้อยากทำงานนี้เลย ขอร้อง” เสียงอ้อนวอนร้องขอต่อชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังจ้องมองมายังเธอ ราวกับเสือกำลังจะตะครุบเหยื่อ แต่ทว่าเสียงร้องนั้นเขาไม่ได้ฟังมันเลย ก้าวเดินเข้ามาเรื่อยๆจนคนที่นอนนิ่งอยู่บนที่นอนต้องเป็นฝ่ายที่เริ่มถดถอยหนี 

“จะไปไหน!” 

“ว้าย! ไม่!!” 

เขาลากข้อเท้าของเธอ ดึงให้มุทิตาเข้ามานอนอยู่ใต้ร่าง มือหน้าจับถลึงแขนทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียวจากนั้นก็กระชากเดรสสั้นขาดติดมือออกไปเหลือไว้เพียงแค่ชั้นในสีดำลายลูกไม้สองชิ้นที่ปกปิดสิ่งที่หญิงสาวหวงแหนแทบขาดใจไว้เท่านั้น 

“ว้าว! เด็ดดีนี่หว่า” ฟิลลิปลอบกลืนน้ำลายลงคอในครานี้เขาอยากจะขย้ำหญิงสาวตรงหน้าแทบจะแย่แล้ว เมื่อคิดได้อย่างนั้นก็ไม่รอช้าเริ่มซุกไซร้ลงที่ลำคอทันที มือหนาอีกข้างก็ลูบไล้ไปตามสีข้างของหญิงสาว ทั้งบีบทั้งคลำจนมันเกิดเป็นรอยช้ำ เสียงร้องไห้สะอื้นไห้เล็ดลอดออกมาจากปากของมุทิตาเรื่อยๆโดยไม่มีวี่แววเลยว่ามันจะลงเลย จนฟิลลิปชักจะเริ่มรำคาญเต็มทน 

“จะร้องมันอีกนานมั้ยว่ะ หนวกหูเว้ย!!!” 

“ฮึก ยะ...หยุดเถอะ ได้โปรด ฉันไม่ได้อยากทำอย่างนี้” 

“ไม่อยากทำแบบนี้ แล้วมาทำงานอย่างนี้ทำไมวะ” เขาได้ยินหลายครั้งที่เธอพูดว่าไม่อยากทำๆ จนสุดท้ายก็ทนรำคาญไม่ได้ อีกอย่างคนอย่างเขามันคงไม่ใจร้ายพอกับคนที่กำลังร้องไห้ขณะมีเซ็กส์หรอกนะ มันน่ารำคาญ!!! 

“ฉะ...ฉันโดน...” 

“ปัง!” เสียงประตูบานหนาถูกเปิดออก แต่ทว่ามันกลับไม่ได้ถูกเปิดด้วยมือแต่มันกลับเป็นเท้าแทน ขนาดอัครพลที่ตามมาด้วยยังตกใจที่แอรอนใช้เท้าพังประตูทั้งๆที่ในมือของเขาตอนนี้มันถือกุญแจอยู่ 

 

กุญแจก็มีมึงจะพังมันทำไมไอเพื่อนเวร 

 

อัครพลคิดหนักในใจ 

ฟิลลิปที่ได้ยินเสียงก็เดินออกมาจากห้องนอนที่มีร่างของหญิงสาวนอนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่แล้วตรงไปที่ห้องรับแขกที่ในตอนนี้มันมีร่างของอัครพลและแอรอนยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ 

“อ้าว ไม่คิดว่าจะมาเจอกันที่นี่ มีธุระอะไรมารบกวนฉันแบบนี้คิดว่ามันดีแล้วหรอวะ” ฟิลลิปตอบกลับไปก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองจะเอ่ยปากใดๆ 

แอรอนที่ยืนมองสภาพของชายหนุ่มอีกคนก็รู้ว่ามันกำลังทำกิจกรรมอะไรอยู่กับยัยนั้น!!! 

“กูมารับคนของกูคืน” แอรอนพูดออกไปอย่างไม่อายปากตัวเองทั้งๆที่เป็นเขาแท้ๆที่ทำให้มุทิตาต้องเจอเรื่องแบบนี้ 

“ไหนวะ คนของมึงกูไม่เห็น เห็นเลยว่ามันมีอยู่แถวนี้ด้วย” 

“ในนั้น” แอรอนชี้ไปที่ในห้องอีกห้องหนึ่งที่มันเปิดประตูกว้างอยู่ 

“อ้อ ยัยร่างอวบน่ะหรอ ฮึ เด็ดใช่ย่อยเลยวะ” ยกนิ้วโป่งขึ้นมาลูบที่ริมฝีปากของตนเอง แม้ว่าเขาจะไม่ได้ชิมหญิงสาวจริงๆแต่ก็มองก็รู้แล้วว่าเธอนั้นมีอะไรดีแน่นอน 

“มึงมาเอาไปเถอะ กูเสร็จละจะกลับพอดี ฮ่าๆๆ” อีกอย่างเพราะเขาเองก็ทนเห็นน้ำตาที่หญิงสาวร้องไห้ออกมาไม่ได้ ไม่รู้ทำไมจากนั้นก็เดินเข้าไปด้านในเอาสิ่งของของตนเองออกมา แต่ก่อนเดินจากไปเขากลับทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้กับหญิงสาวที่ไม่รู้อีโน่อีเน่อย่างไม่รู้ตัว 

“ไว้วันหลังกูจะมาใช้บริการยัยร่างอวบของมึงใหม่แล้วกันนะ แม่งสนุกดีวะ ฮ่าๆๆ” แอรอนกำมือแน่นอารมณ์ฉุนเฉียวในร่างมันเริ่มพลุ่งพล่านขึ้น อยากจะขย้ำหญิงสาวที่มันนอนอยู่ในนั้นเหลือเกิน!!!! 

“มึงกลับไปก่อนไออัค กูมีเรื่องจะเคลียกับมุทิตา” หันไปบอกกับอัครพลที่ยืนหน้าเหลอหลาอยู่ 

“เอ่อๆ” อัครพลตอบกลับไปเท่านั้นก่อนจะเดินออกจากห้องปิดประตูลงอย่างไม่ได้เอ่ยปากพูดสิ่งใดต่อ 

เมื่อลับร่างของอัครพลไปแล้วสายตาคมก็จ้องมองไปที่อีกห้องหนึ่งที่มันมีร่างของหญิงสาวนอนคดคู้อยู่ในนั้น เขาเร่งสาวเท้าเดินเข้าไปภายในอย่างไม่รีรอให้สมองต้องประมวลผลเป็นครั้งที่สอง 

“ไง เป็นไงบ้างล่ะ มันจ่ายหนักมั้ยละ ฮึ!” 

เขาย่างก้าวเดินเข้ามาภายในห้องนี้ก็เห็นร่างของหญิงสาวที่มันมีแต่เสื้อชั้นในและกางเกงชั้นในเพียงแค่สองตัวเท่านั้นที่ปกปิดร่างอวบอยู่ แถมตอนนี้เจ้าตัวก็นอนคดร่างของตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของตนเองราวกับว่าพยายามจะปลอบประโลมมันเบาๆด้วยเสียงสะอื้นไห้ 

“ฮึก ฮือ ฮือ” 

มุทิตาค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาเผชิญหน้ากับซาตานตัวร้ายที่ตอนนี้กำลังยืนนิ่งไม่รู้สึกรู้สาอะไรตรงหน้าเธออยู่ ดวงหน้าทั้งใบหน้าของเธอตอนี้มันอาบไปด้วยหยาดน้ำที่มันอดสู เรียวแรงที่มีมันก็หมดลงไปตั้งแต่ที่เธอโดนชายอีกคนเหวี่ยงลงที่เตียงหนานี้แล้ว จะเอาอะไรไปด่าว่าคนตรงหน้ามันก็คงจะไม่ไหวนอกจากคำที่มันด่าทออยู่ในใจกับเสียงร้องไห้ที่พยายามจะอดกลั้นเท่าไรมันก็ห้ามไม่อยู่เสียที 

เนื้อตัวตามร่างกายของหญิงสาวตอนนี้มันก็เต็มไปด้วยรอยช้ำแดงเต็มไปหมด แถมแรงที่จะลุกขึ้นมาเอาสิ่งใดมาห่มกายยังไม่มี แม้ว่าจะอับอายแค่ไหนก็ตามแต่แรงมันหมดไปแล้วจริงๆ... 

“ลุกขึ้น มุทิตา!” เขาที่ยืนดูหญิงสาวอยู่นานแล้วก็ไม่เห็นวี่แววว่าสาวเจ้าจะลุกขึ้นมาเสียที จะวางท่าอ่อยเขาหรือไง ฮึ! รูปร่างแบบนี้ใครมันจะไปอยากมองกัน!! 

“......” 

แต่ทว่าสิ่งที่แอรอนได้เป็นคำตอบกับเป็นเสียงเงียบของหญิงสาวที่ไม่เอ่ยสิ่งใดเลย จนสุดท้ายความอดกลั้นมันก็หมด จับกระชากแขนหญิงสาวขึ้นมาเผชิญหน้า 

“ทำไมไม่พูดห๊ะ!!!” 

“........” แล้วก็เป็นเหมือนเดิม หญิงสาวนิ่งเงียบไม่เปิดปาก 

“ฉันพูดกับเธอดีๆแล้วนะมุทิตาหรือว่าต้องใช้ความรุนแรง!” 

“ฮึก เลว!” นี่คือคำ คำเดียวที่เธออยากพูดในตอนนี้ ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ก็เพราะชายหนุ่มตรงหน้าเป็นเพราะเขาคนเดียวถ้าไม่ลากเธอมาที่นี่เรื่องแบบนี้มันก็คงไม่เกิดขึ้น 

“ฮึ เลวหรอ ฉันเลวได้มากกว่านี้อีกมุทิตา” เสียงเรียบเย็นเอ่ยออกไปทำให้คนที่ไร้เรียวแรงต้องรวบรวมแรงฮึดสู้ทั้งหมดที่มี เพื่อหนีซาตานร้ายตรงหน้าแต่ทว่าเมื่อสิ้นเสียงพูดของแอรอน เขาก็ผลักร่างของเธอลงไปที่เตียงหนานั้นอย่างแรง จนร่างสาวเจ้าล้มตึง! 

ลงไปที่เตียงหนาอีกรอบ แต่เธอก็ยังไม่วายที่จะหยุดหาทางเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของคนเลวตรงหน้า!!! มุทิตายกเท้าทั้งสองข้างไล่ถีบร่างของแอรอนจนมันไปเตะเข้าที่หน้าท้องของเขาแต่มันก็เหมือนว่าจะไม่มีผลกระทบอะไรเลยอีกทั้งยังจับเท้าทั้งสองข้างของเธอไว้ จากนั้นก็เหวี่ยงมันไปทางซ้ายอย่างแรง 

“กล้ามากนะที่ใช้เท้าต่ำๆของเธอมาถีบฉัน!” 

มุทิตาไม่อยู่รอให้เขาทำอะไรเธอไปมากกว่านี้ รีบกระหืดกระหอบลุกคลานหนีออกมาจากเตียงกว้าง แต่ทว่าพอลุกขึ้นได้แอรอนก็พยายามที่จะจับตัวเธอไว้แต่มันกลับหลุดมือไป เขาจึงสาวเท้าเดินตามร่างอวบที่กำลังลนลานด้วยความกลัว แล้ว หมับ! 

จับเข้าที่แขนข้างหนึ่งของหญิงสาวจากนั้นแอรอนก็เหวี่ยงเธอไปอย่างไม่สนใจในทิศทางว่ามันเป็นอย่างไร 

“อะ...โอ๊ย!” 

เสียงใสร้องเมื่อแรงเหวี่ยงที่เขาส่งมาที่เธอ ทำให้เธอต้องเซไปยังทิศทางนั้นจากนั้นหลังของมุทิตาก็ชนเข้ากับขอบตู้อย่างรุนแรงจนร่างของเธอล้มลงที่พื้น...เพราะความเจ็บที่ปะทะเข้ามาอย่างไม่ได้ตั้งตัว 

แต่ทว่าความจุกยังไม่ทันหายแอรอนก็จับร่างเหวี่ยงลงที่เตียงหนาอย่างแรงอีกครั้ง 

“ฮึก คะ...คุณแอรอน” 

“เลิกทำเป็นสำออยสักที น่ารำคาญ!!!!” จากนั้นเขาก็ไม่รีรอที่จะให้มุทิตาได้โต้ตอบสิ่งใดต่อ จัดการซุกไซร้ลงที่ซอกคอของหญิงสาว มือข้างหนึ่งก็ยันกายของตัวเองไว้กับพื้นเตียงหนานุ่มส่วนอีกข้างที่ยังว่างอยู่ก็บีบเข็ญที่ทรวงอกทั้งสองข้างสลับไปมาอย่างสุขสมไม่สนใจหญิงร่างอวบด้านล่างเลยสักนิด อีกทั้งยังลืมคำพูดของตัวเองที่เคยพูดไว้เสียทั้งหมดว่าเคยพูดสิ่งใดไว้ 

“ฮึก...ปะ...ปล่อย ออกไป!” ครั้งเมื่อเขาปล่อยให้ริมฝีปากได้เป็นอิสระก็รีบกอบโกยเอาอาการเข้าปอดแล้วตะโกนสั่งบอกให้ชายหนุ่มนั้นปล่อยเธอไปเสีย อย่าได้ทำการที่มันน่าทุเรศแบบนี้! 

“หึ เห็นไม่ใส่เสื้อผ้า ไม่หาผ้ามาปิดฉันก็คิดว่าเธออ่อย อยากมีผัวจนตัวสั่นซะอีก แล้วไงทีนี้มาบอกให้หยุดละห๊ะ!” ลงน้ำหนักไปที่มือของตัวเองบีบเข็ญไปที่เนินเนื้อของหญิงสาวจนเธอต้องเผลอปล่อยเสียร้องออกมามา ทั้งยังบอกให้หยุดการกระทำครั้งนี้ แต่เสมือนว่ามันจะสายไปซะแล้วละเพราะไฟในตัวเขามันลุกจนยากที่จะดับ 

“อะ...พอเถอะ คุณแอรอน มะ...มะ...มันเจ็บขอร้อง ฮึก” คำวิงวอนร้องขอไม่ส่งผลให้เขาหยุดการกระทำนี้เลย 

“มาร้องขอตอนนี้มันก็สายไปแล้วละ!” น้ำเสียงเย็นชากดกระซิบลงที่ข้างใบหูของมุทิตา แล้วก็เริ่มปฏิบัติการกามต่ออย่างไม่รอให้มุทิตาได้คัดค้านอะไรอีก เพราะเขาได้เอาเศษผ้าที่เห็นอยู่ด้านล่างมามัดเข้าที่ปากของเธอไว้ 

“อือ อือ!!!” 

เสมือนว่าสิ่งที่เคยพูดไว้ก่อนหน้ามันหลุดหายออกไปอย่างหัวอย่างกู้ไม่กลับ จำไม่ได้ว่าเคยพูดสิ่งใดไว้ซึ่งการกระทำของเขาตอนนี้มันชั่งส่วนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง แอรอนซุกไซร้ลงที่ซอกคอของมุทิตาอย่างหิวกระหาย สลับวนเวียนซ้ายขวาตามใจปรารถนา มือข้างหนึ่งบีบเข็ญเนินอกสาวอย่างเมามัน 

จิตของเขาลุ่มหลงจมลงไปอย่างยากที่จะดึงกลับ บีบคลึงเคล้นจนเกิดรอยแดงช้ำทั่วตัวของมุทิตาแต่ทีมันช้ำกว่าใครเพื่อนก็คงจะเป็นทรวงอกทั้งสองข้างที่เขาทำร้ายมันราวกับว่าเป็นเพียงแค่ของเล่นชิ้นหนึ่ง เธอพยายามที่จะดีดดิ้นเพื่อให้หลุดออกจากกิจกามทุเรศๆนี้ แต่ทว่าแรงหญิงหรือจะสู้แรงชาย 

“นิ่งๆไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เดือด!” ออกคำสั่งร่างอวบจากนั้นก็ดึงกระชากสิ่งที่มันปิดกั้นความสุขสมในกามออกไปเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรค 

“โอ๊ย” เสียงใสร้องดังเมื่อเขากระทำการรุนแรงต่อร่างกายเธออีกครั้ง ตอนนี้มันเจ็บจนน้ำตาแทบตกใน เจ็บกายยังพอทนไหว แต่เจ็บใจที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรคนคนนี้ได้เลยมันเจ็บยิ่งกว่าเป็นไหนๆ 

แอรอนเริ่มรุกหนักขึ้นเรื่อยๆ การกระทำของเขามันทำให้เธอเริ่มรู้สึกระบมเจ็บมากกว่าแรกเริ่ม เขาดูดกลืนยอดถันทั้งสองข้างอย่างสนุกสนาน ทั้งๆที่มันต่างจากคนใต้ร่างที่พยายามดันหัวของเขาให้ออกจากทรวงอกทั้งสองข้าง แต่ทว่าขณะที่เธอพยายามจะผลักดันร่างหนาออก ปากเรียวหนาก็งับ! เข้าที่ยอดถันทันที 

“อะ!” จนเสียงของเธอที่กลั้นไว้ต้องถูกปล่อยออกมาเพราะความเจ็บแปลบ แอรอนที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกสนุกอยากจะแกล้งให้หญิงสาวรู้สึกเจ็บและกลัวตามที่เขาปรารถนาให้มันเป็น เขาจึงค่อยๆไล่สากมือหนาลูบไล้ลงไปที่สีข้างของสาวเจ้าจนร่างอวบเกร็งนิ่งต่อการกระทำที่มันเกิดขึ้น 

“มะ...ไม่ ตรงนั้นอย่า!” แทบจะแผดเสียงให้ลั่นห้องเพื่อสั่งให้เขาว่าตรงนั้นมันไม่ควร แต่จะมีหรือคนอย่างแอรอนจะยอมหยุดมือแล้วฟังใครง่ายๆ 

“นอนนิ่งๆ จะดีกว่านะมุทิตา” 

“คุณแอรอน อย่า!” สุดท้ายก็ไม่อาจจะห้ามผู้ชายใจร้ายคนนี้ได้เพราะตอนนี้เขาได้ดึงสิ่งสุดท้ายที่เหลือติดกายออกไปเรียบร้อยแล้ว แถมยังหยอกล้อกับมันราวกับว่ามันคือสิ่งของที่ไม่มีความหวั่นไหวต่อการสัมผัสอย่างไงอย่างงั้น 

“ช้าไปแล้วล่ะ...มุทิตา” 

 

มาเเล้วจ้าาาา 

ฝากด้วยนะคะ 

ความคิดเห็น