เสียงชัตเตอร์กล้องดังแข่งกับเสียงระเบิดกึกก้อง แสงสีทองและแดงอาบไล้ใบหน้าของหลินซี เธอสบตากับความสว่างไสวบนท้องฟ้าผ่านช่องมองภาพ
สำหรับคนทั่วไป ดอกไม้ไฟคือตัวแทนของการเฉลิมฉลอง แต่สำหรับเธอ มันคือเข็มนาฬิกาที่ย้ำเตือนว่าเวลาได้ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งปี
เจ็ดปีเต็มที่หลินซีเฝ้ามองประกายไฟเหล่านี้ร่วงหล่น ทิ้งไว้เพียงควันจางและท้องฟ้าที่กลับมามืดสนิท ทุกครั้งที่ล้างรูปถ่าย เธอหวังอยู่ลึกๆ ว่าจะมีแผ่นหลังคุ้นตาของใครบางคนปะปนอยู่ในฝูงชน
ใครบางคนที่เคยหยุดยืนใต้ร่มเงาไม้ หันมาสบตาเธอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"พรุ่งนี้เราไปดูพลุกันไหม"
นั่นคือประโยคสุดท้ายที่เฉิงสือเยี่ยนพูดกับเธอ ก่อนที่เขาจะหายตัวไปอย่างสมบูรณ์ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า คำถามที่ไร้คำตอบ และคำสัญญาที่ถูกแช่แข็งไว้ในความทรงจำ
หลินซีลดกล้องลง ลมกลางคืนพัดพาความเย็นมากระทบผิวจนต้องกระชับเสื้อโค้ต เธอทอดสายตามองขอบฟ้า กลิ่นอายของฤดูร้อนในวัยสิบเจ็ดปีค่อยๆ ไหลย้อนกลับมา
ภาพของเด็กหนุ่มผู้เงียบขรึม กลิ่นฝนหลงฤดูหลังเลิกเรียน และความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอแค่อยากจะถามเขาให้ชัดเจน... ว่าพรุ่งนี้ของเรา คือวันไหนกันแน่
