“ไม่ต้องกลัวนะเดียร์ มันไม่ใช่คลินิกเถื่อน ทุกอย่างถูกกฎหมายและปลอดภัย”
ดารินญากลืนน้ำเหนียว ๆ เพื่อลดอาการตื้อตันคล้ายกับว่ามีอะไรจุกอยู่ที่ลำคอ แม้น้ำเสียงของเขาจะแสดงถึงการปลอบใจ แต่คำกล่าวเหล่านั้นล้วนแสดงถึงความเห็นแก่ตัวทั้งนั้น ที่ผ่านมาเธอก็ไม่ต่างไรกับคนที่หูหนวกตาบอด มองไม่เห็นตัวตนที่แท้จริงของผู้ชายที่พร่ำบอกว่ารักกัน
คำว่ารักนั้น...ล้วนแต่หลอกลวง
รถยนต์ของปภังกรณ์เลี้ยวเข้ามาจอดในเขตของโรงพยาบาลในเครือของรัฐบาลแห่งหนึ่ง ทั้งสองเดินมุ่งหน้าไปตามทาง ดารินญาทำเพียงเดินตามเขาไปเงียบ ๆ และปภังกรณ์เองก็รู้ดีถึงสภาพจิตใจของเธอในตอนนี้ ชายหนุ่มเอื้อมมือไปกอบกุมฝ่ามือของเธออีกครั้งเพื่อส่งกำลังใจและปลอบโยน แต่มือเล็กกลับถูกดึงออกเบา ๆ เป็นการบอกถึงความรู้สึก
ชายหนุ่มทอดถอนหายใจ เขาเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่ต้องเลือกเส้นทางนี้ แต่หากจะปล่อยให้หนึ่งชีวิตนั้นได้ออกมาลืมตาดูโลก ทั้งชีวิตของเขาและดารินญาก็คงจะมืดมนและเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเขายังจะต้องสานต่อกิจการของคนเป็นพ่อ คนที่ต้องเดินทางไปทั่วทุกทิศในประเทศอยู่ตลอดเวลาเช่นเขา คงไม่เหมาะที่จะสร้างครอบครัวในตอนนี้
ดารินญานั่งลงตรงหน้าเจ้าหน้าที่ ใบหน้าของเธอก้มลงซึ่งบ่งบอกถึงสภาพจิตใจอยู่ในสภาวะที่ไม่พร้อม น้ำเสียงโอบอ้อมอารีของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยถาม
“สวัสดีค่ะ พี่เป็นนักสังคมสงเคราะห์นะคะ พี่จะทำหน้าที่ประเมินสภาพจิตใจของคุณแม่ก่อนที่เราจะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป น้องพร้อมที่จะพูดคุยและให้ข้อมูลกับพี่ไหมคะ”
ดารินญาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา ริมฝีปากเล็กฉีกยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความทุกข์เศร้า
“พร้อมค่ะ ไม่ต้องประเมินอะไรก็ได้ค่ะ หนูพร้อมแล้ว”
เสียงลมหายใจของนักสังคมสงเคราะห์ทอดถอนออกมาเบา ๆ สายตาเหลือบมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่าที่คุณแม่ยังสาว จนได้เห็นแววตาที่มีความรู้สึกผิดของคนเป็นพ่อไม่ต่างกัน ทั้งที่ผ่านการประเมินสภาพจิตใจของพ่อและแม่มือใหม่ที่ไม่มีความพร้อมมามากมาย ในตอนนี้ก็ยังรู้สึกหดหู่ใจไม่ต่างจากที่แล้วมาอยู่ดี
เมื่อผ่านการพูดคุยสอบถามโดยมีหลักจิตวิทยาเข้ามาเป็นหนึ่งในกระบวนการ ดารินญาก็ถูกส่งตัวไปยังห้องอัลตร้าซาวด์ตามลำดับขั้น หลังจากนั้นก็ถึงขั้นตอนสำคัญ
“พี่จะรอเดียร์อยู่ที่หน้าห้องนะ พี่จะไม่ไปไหน”
“ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ” บอกกับเขาพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนเย็นชา ปภังกรณ์ยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็ก ภาษากายของเขาบ่งบอกถึงความห่วงใยและกังวล
...แต่ดารินญาไม่ได้รู้สึกซาบซึ้ง
คนหนึ่งต้องอยู่ในห้องพร้อมกับเจ้าหน้าที่พยาบาล ส่วนอีกคนนั่งรออยู่ด้านนอกพร้อมกับความรู้สึกผิดบาป แต่อนาคตที่กำลังไปได้ดีจะมาหยุดชะงักด้วยเหตุนี้ก็คงไม่ได้
“ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ”
ปภังกรณ์นั่งคิดทบทวนอย่างเข้าข้างตัวเอง ในท้องของดารินญาเป็นเพียงก้อนเลือดที่ยังไร้หัวใจไร้ความรู้สึกนึกคิด ความผิดบาปคงไม่หนักหนาจนเกินไป
“หากวันหนึ่งที่ทุกอย่างมันพร้อมกว่านี้ ค่อยกลับมาเกิดเป็นลูกของพ่ออีกครั้งนะ”
เนื้อหาอาจมีบางช่วงบางตอนที่พระเอกนัวเนียกับหญิงอื่น แต่ไม่มีฉากพระเอกมีอะไรกับหญิงอื่นค่ะ
เรื่องราวดราม่านางเอกน่าสงสารตามสไตล์การเขียนของฝนเมษา ตอนจบสุขนิยมค่ะ
