สปอย
ตอนใหม่ องค์รักษ์หลวงตระกูลซ่ง
บรรยากาศยามบ่าย ณ ศาลาพักผ่อนหน้าเรือนมูตานเงียบสงบจนได้ยินเสียงนกพัดปีกและเสียงตัดกิ่งไม้ดังก้องมาจากในสวน ซุนเถาเอนกายพิงหมอนอิงปักลายอย่างเกียจคร้าน นางปรายตามองนางกำนัลสองคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดดอกไม้ใส่แจกันหยกอย่างขะมักเขม้น โดยมีผิงเอ๋อร์คอยปรนนิบัติพัดวีอยู่ข้างกายไม่ห่าง
ซุนเถานิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับกายเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"ผิงเอ๋อร์... เข้ามาใกล้ข้าหน่อยสิ"
ผิงเอ๋อร์สะดุ้งเล็กน้อย ท่าทางลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด นางรีบวางพัดแล้วคลานเข่าเข้ามาหาองค์หญิงจนแทบจะชิดเบาะที่ประทับ
"เมื่อคืนเจ้าหายไปไหนมา..." ซุนเถาโน้มตัวลงไปกระซิบถามเสียงเบาหวิว ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับเย็นเยียบจนคนฟังขนลุกซู่
"ข้าหิวน้ำจนต้องลุกขึ้นมาหาดื่มเอง"
"คือ... คือ... หม่อมฉันขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะองค์หญิง" ผิงเอ๋อร์ก้มหน้าจนชิดอก ร่างกายสั่นเทา
"เมื่อคืนหม่อมฉันรู้สึกปวดท้องรุนแรงพ่ะย่ะค่ะ จึงได้แอบไปปลดทุกข์นานไปเสียหน่อย..."
"ปลดทุกข์งั้นหรือ" ซุนเถาแค่นยิ้มที่มุมปาก ดวงตาวาววับอย่างรู้ทัน
"ปลดทุกข์ที่ศาลาไผ่ท้ายสวนโบตั๋น... ร่วมกับทหารหลวงถึงสองนายเนี่ยนะ”
“เสียงปลดทุกข์ ของเจ้าในยามดึกช่างดังระงมไปทั่วสวนเสียจริง"
คำพูดนั้นทำให้ผิงเอ๋อร์ถึงกับหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ลมหายใจสะดุดกึก นางรีบหมอบลงแทบเท้าของซุนเถาด้วยความหวาดกลัวตัวสั่น
"องค์หญิง โปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วย หม่อมฉัน... หม่อมฉันผิดไปแล้วเจ้าค่ะ" ผิงเอ๋อร์พร่ำขอความเมตตาทั้งน้ำตา
ซุนเถาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ นางใช้ปลายนิ้วเชยคางนางกำนัลคนสนิทขึ้นมา มองดูใบหน้าที่ยังคงมีร่องรอยของความอ่อนล้าจากการกรำศึกหนักเมื่อคืน
"ข้าไม่ได้จะเอาความเจ้า... แค่อยากจะถามดูว่า รสชาติของทหารหลวงสองนายพร้อมกันนั้น มันทำให้เจ้าลืมเลือนหน้าที่ได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ"
ซุนเถาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของผิงเอ๋อร์ที่สั่นระริก ใบหน้าของนางกำนัลคนสนิทแดงซ่านไปจนถึงลำคอ เมื่อเห็นว่าองค์หญิงไม่ได้ทรงกริ้วอย่างที่คิด นางจึงรวบรวมความกล้าพึมพำตอบด้วยเสียงที่เบากว่าเสียงลมพัด
"มัน... มันสุขมากเพคะองค์หญิง รัญจวนสุด ๆ จนหม่อมฉันแทบจะสิ้นสติ เมื่อแท่งหยกของทั้งสองสอดประสานเข้ามาพร้อมกัน ทั้งช่องทางหน้าและด้านหลัง มันคับแน่นและร้อนรุ่มไปหมดจนหม่อมฉันลืมทุกสิ่งพ่ะย่ะค่ะ"
คำสารภาพอันโจ่งแจ้งนั้นทำให้ซุนเถาถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งกาย รอยแยกกึ่งกลางกายสาวที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาจากซ่งเหยียนเมื่อคืนกลับมาประท้วงด้วยอาการขมิบตอดรัดอย่างห้ามไม่ได้ ความร้อนรุ่มแล่นพล่านขึ้นมากลางอกเพียงแค่จินตนาการตามภาพที่ผิงเอ๋อร์เล่า
"เจ้าช่างกล้าพูดนัก..." ซุนเถาเอ่ยเสียงพร่า
"แล้วทหารหลวงพวกนั้น... ดุดันหรือไม่"
ผิงเอ๋อร์ก้มหน้าละล่ำละลัก
"พวกเขากระแทกกระทั้นดั่งพายุเจ้าค่ะองค์หญิง..."
ประโยคตอกย้ำความซ่านเสียวของผิงเอ๋อร์ทำเอาซุนเถาหน้าร้อนผ่าวราวกับเป็นไข้ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อภาพความดุดันของซ่งเหยียนเมื่อคืนซ้อนทับขึ้นมาในหัว นางบิดผ้าเช็ดหน้าในมือจนยับย่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีตื้นขึ้นมา
