จุดจบของนางร้าย และการเริ่มต้นที่ไม่ได้ร้องขอ
ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักในคืนฤดูหนาว ภายในเรือนพักท้ายวังชินอ๋องที่ทรุดโทรมจนแทบกันลมหนาวไม่ได้ ร่างบางของสตรีนางหนึ่งนอนหายใจรินรินอยู่บนเตียงไม้เก่าๆ
เว่ยหลานหง หลับตาลงอย่างโดดเดี่ยว ในใจของนางไม่มีความแค้นเหลืออยู่ มีเพียงความว่างเปล่า... นางเคยร้ายกาจ เคยแย่งชิง และเคยทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ชายผู้นั้นหันมามอง
แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้รับกลับมา มีเพียงสมรสพระราชทานที่เย็นชา และคำตราหน้าว่าเป็น ‘สตรีโฉดชั่ว’
‘ท่านพี่... หากชาติหน้ามีจริง ข้าขอไม่รักท่านอีก...’
นั่นคือคำอธิษฐานสุดท้าย ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะขาดช่วงไป
“เฮือก!”
เสียงสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างแรงดังขึ้นพร้อมกับร่างที่ผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียง หลินเยว่เบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ
ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือการนั่งปั่นต้นฉบับนิยายจนดึกดื่นแล้วฟุบหลับไป แต่ทำไมพอตื่นขึ้นมา เพดานห้องที่ควรจะเป็นฝ้าสีขาวกลับกลายเป็นโครงไม้เก่าๆ และกลิ่นอายดินโคลนแบบนี้!
“ที่นี่ที่ไหน... แล้วทำไมฉันถึงรู้สึกเจ็บคอขนาดนี้”
เธอยกมือขึ้นลูบคอตัวเอง ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นมือที่ผอมบางจนเห็นกระดูก
ผิวพรรณที่ควรจะเรียบเนียนกลับซีดเผือดและเย็นเฉียบ ราวกับคนป่วยที่ใกล้ตาย
ทันใดนั้น ความทรงจำมหาศาลที่ไม่ได้เป็นของเธอก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว
ภาพของสตรีที่งดงามทว่าร้ายกาจ ภาพของชินอ๋องผู้สูงศักดิ์ที่มองมาด้วยสายตาชิงเกลียด และภาพความตายที่แสนอนาถในนิยายเรื่อง ‘ลิขิตรักวังหลวง’ ที่เธอกำลังรีวิวอยู่
“นี่ฉัน... ทะลุมิติมาเป็นเว่ยหลานหง? นางร้ายที่ตายตั้งแต่สามบทแรกเนี่ยนะ!”
ยังไม่ทันที่หลินเยว่จะตั้งตัวได้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู
พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในอาภรณ์สีดำสนิท กลิ่นอายความสูงศักดิ์และความเย็นชาที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศในห้องอึดอัดจนหายใจไม่ออก
มู่หรงเยี่ยน ยืนอยู่ตรงนั้น สายตาของเขาที่มองมายังนางไม่มีความสงสารแม้แต่น้อย มีเพียงความรำคาญใจที่ปิดไม่มิด
“ตื่นแล้วอย่างนั้นรึ? แกล้งตายเพื่อเรียกร้องความสนใจครั้งนี้ของเจ้า ดูจะลงทุนลงแรงกว่าทุกครั้งนะเว่ยหลานหง”
หลินเยว่หรือในตอนนี้คือเว่ยหลานหงคนใหม่จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรแต่ปากคอเราะร้ายนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นยิ้มเย็นที่มุมปาก
ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่มู่หรงเยี่ยนไม่เคยเห็นจากนางมาก่อน
“ถ้าท่านอ๋องคิดว่าการใกล้ตายคือการแสดง... เช่นนั้นครั้งหน้าข้าจะพยายามตายให้สมจริงกว่านี้เจ้าค่ะ เผื่อท่านจะได้สบายใจไม่ต้องมาเห็นหน้าข้าอีก”
คำพูดประชดประชันที่แฝงไปด้วยความเมินเฉยนั้นทำให้มู่หรงเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง...
สตรีที่เคยร้องไห้ฟูมฟายอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขา หายไปไหนเสียแล้ว?