● คำโปรย ●
“คลอดแล้วก็ทิ้งลูกไว้ที่นี่ ส่วนเธอ… รับเงินสองล้านนี้ แล้วไสหัวออกไปให้พ้นหน้าฉันซะ”
ตอนนั้นเขาผลักไสเธออย่างไร้เยื่อใย มาวันนี้จะมาขอเริ่มต้นกันใหม่ ไม่คิดว่าคำขอนี้มันพูดง่ายไปหน่อยเหรอ
~~~
เพราะเงื่อนไขในพินัยกรรม ทำให้ “เตชินท์” ต้องมาแต่งงานกับ “กุลนิภา” หญิงสาวกำพร้าที่คุณย่ารับมาเลี้ยงดู และต้องมีลูกด้วยกัน ถึงจะได้รับมรดกมูลค่ารวมกว่าห้าร้อยล้านบาท ซึ่งมันควรจะเป็นของเขาอยู่แล้ว
เมื่อวันที่รอคอยมาถึง เตชินท์ก็ยื่นขอเสนอให้กุลนิภาทิ้งลูกไว้ที่ไร่ชาสิงห์คีรี แล้วรับเงินสองล้านบาทแลกกับการที่เธอต้องออกไปจากที่นั่น แต่ทว่าเธอกลับตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว อุ้มท้องหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ทำให้คนที่ไม่เคยคิดว่าจะถูกทิ้งเริ่มรู้สึกสับสน แปรเปลี่ยนเป็นความคิดถึง และรู้สึกผิดกับการตัดสินใจทำเรื่องเลวร้ายในวันนั้น
เตชินท์ตามหากุลนิภาอยู่หลายปี ในที่สุดก็พบภรรยาอยู่กับลูกชายวัยสี่ขวบ เจอกันครั้งนี้เขาจะขอเดินหน้าง้อกุลนิภา และไม่ว่าจะถูกต่อว่า ขับไสไล่ส่ง หรือต้องแลกด้วยอะไรก็ยอมทั้งนั้น ขอเพียงแค่ให้เธอกับลูกกลับมาอยู่เป็นครอบครัวเดียวกันก็พอ

(พระเอก)
เต เตชินท์ สิงห์คีรีสุวรรณ
อายุ 28 ปี หลานชายของคุณย่าอัญชลี ผู้เป็นเจ้าของไร่ชาสิงห์คีรี ที่มีเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่
ใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาคมดุ จมูกโด่งเป็นสัน ผิวขาวเหลือง ผมสีน้ำตาลเข้ม สูง 181 cm.
นิสัยสุขุม แต่ร้ายลึก เป็นคนที่คาดเดาได้ยาก ทำได้ทุกอย่างเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง
~~~
(นางเอก)
นิล กุลนิภา ฐิตินารา
อายุ 23 ปี เรียนจบคณะเกษตรศาสตร์ เด็กกำพร้าที่ได้รับการการเลี้ยงดูโดยคุณย่าของเตชินท์
ใบหน้าสวยหวาน ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้ม ดวงตากลมโต ริมฝีปากอวบอิ่ม ผิวขาว ตัวเล็ก แต่ดูมีน้ำมีนวล สูง 162 cm.
นิสัยสุภาพอ่อนหวาน มองโลกในแง่ดี ไม่ค่อยทันเล่ห์เหลี่ยมคน (โดยเฉพาะกับพระเอก) แต่พอได้ลุกขึ้นสู้ ก็เป็นคนที่ไม่ยอมให้ใครมารังแก
