ฉันหวังว่าคงไม่มีใครได้อ่านบันทึกเล่มนี้ ฉันจึงต้องคอยมองรอบๆ ตัวอยู่ตลอดขณะเขียน

 

 

 

เมื่อผู้เขียนเขียนนวนิยายเรื่อง เบญจมาลี จบ และลงเผยแพร่เรียบร้อยแล้ว ผู้เขียนยังคงรู้สึกชื่นชอบตัวละคร “รดา” ตัวเอกจากเรื่องเล่าลำดับที่ห้า พวงวิวาห์เล่ห์หลง ด้วยเธอเป็นตัวละครที่ค่อนข้างโดดเด่น

รดาเป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษหนึ่งเดียวในคณะนาฏศิลป์จังหวัดนนทบุรี นิสัยของรดาหากใช้คำในยุคนี้อธิบาย เธอคงเป็นพวก “ชอบวิ่งเข้าหาคอนเทนต์” รดามั่นใจในตัวเอง กล้าตั้งคำถามกับทุกความเป็นไปในสังคม และพร้อมปกป้องคนที่รักสุดความสามารถ ผู้เขียนคิดว่ารดาเหมาะจะเป็นพี่สาวของใครสักคน เมื่อคิดได้เช่นนี้ ผู้เขียนจึงสร้างตัวละคร “เกสร” เด็กสาวอายุ ๑๖ ปี ที่มีเบื้องหลังชีวิตคล้ายกัน ให้เป็นน้องสาวของรดา

ผู้เขียนนำรายละเอียดจากเรื่อง “พวงวิวาห์เล่ห์หลง” มาสร้างเรื่องใหม่ ตั้งแต่นำฉากย่านคลองบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ในพ.ศ.๒๔๙๑ นำคณะนาฏศิลป์ทั้ง ๔ คณะ ได้แก่ เทวะวิษณุ ไก่ฟ้า พญาลอ และจินดา มาใช้ประกอบฉากในเรื่องใหม่

รวมทั้งนำตัวละครสำคัญจากเรื่องเดิม อาทิ “รดา” ภรรยาครูศรุต “ครูศรุต” หัวหน้าคณะไก่ฟ้า “แม่ครูเพ็ญ” แม่ของศรุต และ “น้าอร” นางรำอาวุโสในคณะไก่ฟ้า ผู้เขียนนำองค์ประกอบทั้งหมดมาสร้างเป็นผลงานนวนิยายเรื่อง สมุดสีน้ำเงิน

ตลอดเวลาที่ผู้เขียนรู้จักกับ “เกสร” ผู้เขียนได้รับพลังความสดใส ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว และความหวังอย่างเต็มเปี่ยม เกสรนับว่าเป็น “ลูกสาวคนเล็ก” ของผู้เขียน เพราะตัวละครนี้มีอายุค่อนข้างน้อย เป็นเหตุให้ผู้เขียนรู้สึกเอ็นดูตัวละครนี้มากเป็นพิเศษ

ผู้เขียนรู้สึกยินดีที่ได้รู้จักเกสร แม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ถึงสองเดือน แต่ผู้เขียนจะจดจำสิ่งที่เกสรถ่ายทอดออกมา และพยายามไม่เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มองข้ามปัญหาเหล่านั้นในสังคม ผู้เขียนขอขอบคุณจากใจจริง สำหรับทุกสิ่งที่ได้เรียนรู้จากลูกสาวคนเล็ก

 

เพลิงกัลป์เพทาย

๑๔ มีนาคม ๒๕๖๙

 

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว