ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายในฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศในจวนอัครเสนาบดีตระกูลเยี่ยนหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยศิลาพันชั่ง เยี่ยนเหวินตง ในชุดขุนนางสีม่วงเข้มยืนตระหง่านอยู่กลางห้องโถง ร่างกายสูงโปร่งและกำยำของเขาแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจที่ทำให้ข้ารับใช้รอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ใบหน้าคมกริบประดุจเทพเซียนแกะสลักนั้นเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมปลาบกลับฉายแววกังวลเมื่อจ้องมองบุรุษร่างซูบผอมที่นั่งหอบหายใจรวยรินอยู่เบื้องหน้า
"ศิษย์พี่เนี่ย... ท่านฝืนสังขารมาไกลถึงเพียงนี้เพื่ออะไร" น้ำเสียงของเขาต่ำลึกและเปี่ยมไปด้วยความเคารพ
เนี่ยเจิ้น อดีตแม่ทัพผู้เป็นศิษย์พี่เพียงคนเดียวที่เขายอมก้มหัวให้ กระอักเลือดออกมาคำหนึ่งก่อนจะขยับยิ้มขื่น "เหวินตง... ข้าไม่มีเวลาแล้ว... ข้าไม่ได้มาเพื่อขอความช่วยเหลือให้ตัวเอง แต่ข้ามาเพื่อฝาก... 'แก้วตาดวงใจ' เพียงคนเดียวของข้าไว้กับเจ้า"
สิ้นคำนั้น ประตูห้องโถงก็ถูกเปิดออกช้าๆ
เงาร่างบอบบางในชุดสีขาวสะอาดตาเดินฝ่าม่านหมอกฝนเข้ามา ทันทีที่นางปรากฏตัว แสงสว่างในห้องที่เคยสลัวรางกลับดูสว่างจ้าขึ้นอย่างประหลาด เนี่ยชิงเฉิง ในวัยสิบแปดปีเงยหน้าขึ้น ผิวของนางขาวจัดดุจหิมะรับกับริมฝีปากแดงระเรื่อธรรมชาติ ดวงตากลมโตดำขลับที่ดูใสซื่อทว่าลึกล้ำราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทรจ้องตรงมายังอัครเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่
หัวใจของเยี่ยนเหวินตงกระตุกวูบ... ความสงบเยือกเย็นที่เขาสั่งสมมาตลอดสิบปีสั่นคลอนในชั่วพริบตา ความงามของนางไม่ใช่เพียงแค่รูปโฉม แต่มันคือแรงดึงดูดที่แฝงไปด้วยความอันตรายจนน่าหวาดหวั่น
"ชิงเฉิง... คารวะท่านอาเยี่ยนเสียสิ" เสียงของเนี่ยเจิ้นแผ่วเบาลงทุกที
ร่างบางย่อกายลงอย่างอ่อนช้อย ท่วงท่าระหงนุ่มนวลอย่างประหลาด "ชิงเฉิง คารวะท่านอาเยี่ยนเจ้าค่ะ"
เยี่ยนเหวินตงนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง มือที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อกว้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาพยายามบังคับลมหายใจให้สม่ำเสมอเพื่อรักษาความสำรวมของอัครเสนาบดีไว้ "ลุกขึ้นเถิด... ต่อไปนี้จวนเยี่ยนคือบ้านของเจ้า และข้า... คือผู้ปกครองของเจ้า"
ภายใต้ใบหน้าที่ก้มลงต่ำ เนี่ยชิงเฉิงลอบยิ้มที่มุมปาก ดวงตาที่เคยดูใสซื่อแปรเปลี่ยนเป็นประกายกล้าของนางมารผู้เจนโลก 'ท่านอาเยี่ยนอย่างนั้นหรือ?... อัครเสนาบดีผู้เคร่งครัดที่คนทั้งใต้หล้ายำเกรง กลับใจสั่นเพียงแค่เห็นหน้าข้าอย่างนั้นรึ น่าสนุกเสียจริง'
ในคืนนั้นเอง... ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้จากการจากไปของเนี่ยเจิ้น พันธะสัญญาที่ผูกมัดคนทั้งสองไว้ด้วย 'บุญคุณ' และ 'หน้าที่' ก็เริ่มต้นขึ้น พร้อมกับเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากแห่งความสำรวม... ที่กำลังจะแผดเผาใจของท่านมหาเสนาบดีให้มอดไหม้
