เนตรนที นักบัลเล่ต์อนาคตไกลกำลังจะก้าวเข้าสู่ทีมชาติ แต่เขาต้องหยุดมันไว้เพราะเหตุการณ์ในวันนั้นวันที่เขาไม่อาจลืมมันลงได้จนถึงทุกวัน เนตรนทีไม่ทิ้งความฝันเขาผันตัวมาเป็นครูสอนบัลเล่ต์ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคเหนือ แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นกับนักเรียนของเขาที่อยู่ๆก็เสียชีวิตติดต่อกันถึงสามคนทำให้เขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการเสียชีวิตของเด็กๆเหล่านั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ คืนหนึ่งในขณะที่เขากำลังเคลิ้มกำลังจะหลับ ก็ต้องสะดุ้งตื่นอย่างแรงเมื่อมีวิญญาณสามดวงมาปรากฏกายขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา
"ครูครับช่วยพวกเราด้วย! ช่วยพวกเราด้วย!" วิญญาณทั้งสามดวงมาร้องขอความช่วยเหลือก่อนจะหายไปเหมือนกับถูกดึงกลับไปโดยที่ทั้งสามไม่ได้เต็มใจ ไวเท่าความคิดเขารีบคว้าหาโทรศัพท์กดเบอร์ที่เขาพึ่งได้มา 'ผู้กองชัช'
ทางด้านของชัชวรินทร์ที่พึ่งจะได้ล้มหัวลงหมอนเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขาขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความหงุดหงิดพลางเหลือบมองดูนาฬิกาที่ผนังตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่งครึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู 'ครูนที' ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ทำให้เขายิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม
"ว่ายังไงครับ"
"ผู้กองเด็กๆพวกนั้นมาหาผม เขามาขอให้ผมช่วยเขา พวกเขากำลังทรมาน..."
"เดี๋ยวก่อนคุณ หยุด!" ชัชวรินทร์รีบห้ามปลายสายก่อนที่เนตรนทีจะพูดจาไร้สาระไปมากกว่านี้ เขาเป็นตำรวจเชื่อในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากกว่าเรื่องผีสางของอีกฝ่าย
"คุณ คุณโทรมาเพื่อจะพูดจาไร้สาระตอนตีหนึ่งครึ่งเนี่ยนะ"
"ผู้กองผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่เชื่อยาก แต่..."
"ไม่มีแต่ ตอนนี้คุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้นะอย่าลืม"
"ได้ถ้าคุณไม่เชื่อผม เรามาพนันกันว่าใครจะหาหลักฐานและสืบเจอฆาตกรก่อนกัน" ว่าแล้วเนตรนทีก็ตัดสายทิ้งทันที
"เดี๋ยวก่อนคุณ!..." ชัชวรินทร์ชะงักค้างไปก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ โยนโทรศัพท์ทิ้งไปอีกฝั่งของเตียงนอน ทิ้งตัวลงนอนแล้วก็หลับไป
กรกวี นายแบบน้องใหม่อนาคตไกลแต่เพราะมีชื่อเสียงเร็วเกินไปทำให้ถูกมองว่าเป็นเด็กเส้นและ ทำให้บรรดารุ่นพี่นายแบบอิจฉากลั่นแกล้งด้วยวิธีสกปรกในงานเปิดตัวชุดเครื่องเพชรของบริษัทแห่งหนึ่ง กรกวีหยิบรองเท้าที่จะใส่ขึ้นเดินออกมาใส่โดยไม่ได้ตรวจดูอีกรอบ ทันทีที่ใส่เข้าไปเขาก็ต้องนิ่วหน้าเพราะรู้สึกเจ็บ แต่จะถอนก็ถอนไม่ได้เพราะได้เวลาเดินแบบแล้ว เขาจึงกัดฟันเดินจนจบ พอเดินเข้าไปด้านหลังเวทีเท่านั้นแหละเขาร่วงลงพื้นจนผู้จัดการส่วนตัวและทีมงานต้องวิ่งกรูกันเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น พอกรกวีถอนรองเท้าออกเท้านั้นแหละ เลือดไหลทะลักออกมาจากฝ่าเท้าทั้งสองข้างจนทีมงานต้องรีบนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อทำแผล
"เดี๋ยวก่อน นี่มันโรงพยาบาลตำรวจนิ" ผู้จัดการส่วนตัวร้องขึ้นถามทีมงาน
"ที่นี่ใกล้สุดแล้วค่ะ"
"กวีนายโอเคไหม"
"ผมโอเคครับ" กรกวีกัดฟันตอบทั้งที่จริงๆแล้วเขาเจ็บจนอยากจะร้องออกมาดังๆเสียด้วยซ้ำ ใครกันเอาตะปูมาใส่ไว้ในรองเท้าของเขา แกล้งกันเกินไปแล้ว
พอรถแล่นมาจอดหน้าห้องฉุกเฉินพยาบาลก็กรูกันเข้ามาพาเขาเข้าห้องฉุกเฉินไป ขึ้นชื่อว่าโรงพยาบาลแน่นอนว่าต้องมีวิญญาณของผู้เสียงชีวิตอย่างแน่นอน กลิ่น กรกวีเริ่มได้กลิ่นของวิญญาณอยู่ภายในห้องฉุกเฉินแต่ก็ไม่แรงมาก เขาทนได้ ในขณะที่พยาบาลกำลังทำแผลมีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องฉุกเฉิน กรกวีต้องรีบใช้มือปิดจมูกอย่างเร็วเพราะกลิ่นวิญญาณแรงมาก จนเขาต้องหันไปมองผู้ชายคนนั้นที่เขาได้ยินพยาบาลเรียกว่า หมอวัฒน์
"หมอวัฒน์คะ รบกวนดูเคสนี้หน่อย" จังหวะที่พุฒธิวัฒน์จะเดินออกไปพยาบาลที่ทำแผลให้เขาดันเรียกหมอเข้ามาอีก กรกวีใช้มือปิดจมูกจนจะหายใจไม่ออกยิ่งอีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้กลิ่นวิญญาณยิ่งแรงขึ้น
"คนไข้ไหวไหมคะ" พยาบาลสังเกตเห็นสีหน้าของกรกวีไม่สู้ดีนักจึงเดินเข้ามาถาม เขาส่ายหัวรัวๆจนหมอวัฒน์หันมามองหน้าคนไข้ที่ใช้มือปิดจมูกจนเห็นแต่ดวงตากลมโตที่จ้องมองตนไม่กระพริบ จนกระทั่งทำแผลเสร็จ
"คุณหมอ คุณทำบุญบ้างนะพวกเขาตามคุณมาเยอะมาก" กรกวีพูดไปก็ย่นจมูกไปด้วย พุฒธิวัฒน์หันมามองหน้าคนไข้อีกครั้งพร้อมกับถอนผ้าปิดจมูกออกให้เห็นใบหน้าชัดๆ
"เมื่อครู่คนไข้ว่ายังไงนะครับ ใครตามผม"
"ก็พวกวิญญาณยังไงล่ะ" กรกวีใช้มือป้องปากหันไปกระซิบบอกให้ได้ยินกันสองคน
"ไร้สาระ"
"เดี๋ยวก่อนสิคุณ!"
จังหวะที่พุฒธิวัฒน์จะเดินหนีกรกวีลุกกระโดดลงจากเตียงคว้าแขนอีกฝ่ายเอาไว้ ลืมไปว่าตัวเองพึ่งทำแผลเสร็จทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นเขาก็ต้องนิ่วหน้าเข่าอ่อนแทบร่วงไปกองกับพื้น โชคดีที่พุฒธิวัฒน์ช่วยพยุงอีกฝ่ายเอาไว้ พอยิ่งใกล้กลิ่นยิ่งแรงกรกวีเอามือปิดจมูกแทบไม่ทัน
"คนไข้ครับ ถ้าจะขนาดนี้ไปเช็คจมูกหน่อยไหม"
"คุณไม่เชื่อผมเหรอ งั้นบอกมาคุณทำบุญล่าสุดวันไหน" พุฒธิวัฒน์มองหน้ากรกวีแล้วนิ่งไป พยาบาลนำรถเข็นมาถึงพอดี เขาจึงพยุงคนไข้นั่งลงบนรถเข็นแล้วเดินออกจากห้องฉุกเฉินไปเลย
"คุณพยาบาลเมื่อกี้..."
"อ้อ คนเมื่อกี้คือหมอพุฒธิวัฒน์ หรือ หมอวัฒน์ค่ะ เป็นหมอจิตเวชประจำโรงพยาบาลเรา"
"อ้อ หมอจิตเวชเหรอ แล้วทำไมกลิ่นวิญญาณถึงแรงขนาดนั้นนะ" เขาพึมพำกับตัวเอง
"อะไรนะคะ"
"อ้อ เปล่าครับไม่มีอะไร"
"กวีพยาบาลให้กลับบ้านได้ เราล่ะโอเคไหมต้องนอนดูอาการที่โรงพยาบาลก่อนไหม" ผู้จัดการส่วนตัวเดินมาบอกพร้อมถาม
"ผมดูแลตัวเองได้ครับ ไม่ต้องนอนหรอก"
"โอเคถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้พี่จะพานายไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ แบบนี้มันแกล้งกันแรงเกินไปแล้ว"
"ครับพี่"
