เสียงเครื่องมอเตอร์ไซค์ดับลงหน้าคอนโดเก่าแถวมหาวิทยาลัย “ถึงแล้วครับน้อง” เสียงทุ้มต่ำของพี่วินดังขึ้น
“ขอบคุณครับพี่นนท์” นักศึกษาหนุ่มปีสามยื่นเงินให้ มือเรียวยาวแตะโดนปลายนิ้วของคนขับโดยไม่ได้ตั้งใจ ความรู้สึกแปลบวาบแล่นขึ้นมาทันที
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คีตะเรียกใช้บริการวินของพี่นนท์ ชายหนุ่มวัยยี่สิบแปด ผิวแทนเข้ม กล้ามแขนแน่นจากการบิดคันเร่งทุกวัน รอยยิ้มมุมปากแบบคนมีเสน่ห์เงียบ ๆ ทำให้หัวใจของนักศึกษาหนุ่มเต้นผิดจังหวะเสมอ
“ช่วงนี้กลับดึกนะเรา” พี่นนท์เอ่ย พลางถอดหมวกกันน็อก เผยให้เห็นเส้นผมชื้นเหงื่อ
“ทำโปรเจกต์ครับ… หรือพี่จะเป็นห่วงผม?” คีตะแกล้งถาม ยิ้มตาเป็นประกาย
สายตาสองคู่สบกันนานเกินกว่าคำว่า “คนขับกับผู้โดยสาร” จะอธิบายได้ บรรยากาศเงียบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจ
“ขึ้นไปส่งถึงห้องไหมครับ” พี่นนท์พูดเบา ๆ คราวนี้น้ำเสียงไม่เหมือนทุกครั้ง
คีตะลังเลเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะพยักหน้า
ในลิฟต์แคบ ๆ ไหล่ของทั้งคู่เบียดกันโดยไม่ได้ตั้งใจ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของนักศึกษาหนุ่มผสมกับกลิ่นเหงื่อสะอาดของคนทำงานกลางแดด กลายเป็นส่วนผสมที่ทำให้หัวใจเต้นแรง
ประตูลิฟต์เปิดออก แต่ไม่มีใครขยับทันที
“พี่รู้ไหม… ผมไม่ได้เรียกวินเพราะไม่มีรถ” คีตะกระซิบ เสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน
พี่นนท์ยกมือแตะแผ่นหลังอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยความระมัดระวังและความต้องการที่พยายามเก็บงำ
“แล้วเรียกเพราะอะไรครับ”
“เพราะอยากเจอพี่”
คำตอบนั้นเหมือนปลดล็อกบางอย่าง ร่างสูงดึงอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ จนหน้าผากแทบชนกัน ลมหายใจอุ่นรินรดผิวแก้ม ความใกล้ชิดทำให้หัวใจทั้งคู่เต้นแรงจนได้ยินชัด
ริมฝีปากแตะกันเบา ๆ ช้า ๆ ราวกับถามไถ่ความสมัครใจ ก่อนจะค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้นอย่างอ่อนโยน มือหนาโอบเอวบางแน่นขึ้นเล็กน้อย ขณะที่มือของคีตะกำเสื้อกั๊กวินไว้ราวกับกลัวว่าความฝันนี้จะหายไป
ไม่มีคำพูดฟุ่มเฟือย มีเพียงความรู้สึกที่สื่อผ่านการสัมผัส
คืนนั้น แสงไฟหน้าห้องพักสลัวลง เหลือเพียงเงาของคนสองคนที่เรียนรู้จังหวะหัวใจของกันและกันอย่างช้า ๆ และเต็มใจ
และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
การนั่งวินกลับคอนโด… ไม่เคยเป็นแค่การเดินทางอีกต่อไป ✨
