“ยายจ๋า ลุงคำมาอีกแล้ว” เด็กชายตัวน้อยตะโกนบอก เมื่อเห็นชายวัยกลางคนที่มีสภาพซูบผอม ผิวหนังคล้ำเสีย เดินพยุงร่างพิงรั้วบ้านเข้ามา
ยายไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่หยิบผ้าสไบเฉียงบ่าสีแดงก่ำขึ้นมาห่ม ทับเสื้อแขนกระบอกสีขาวสะอาดตา ก่อนจะก้าวลงจากเรือนด้วยท่าทีสงบนิ่ง
ในหมู่บ้านแถบนี้ ความเชื่อเรื่องผีฟ้าสืบทอดกันมาผ่านสายเลือด ผีฟ้าไม่ใช่ผีร้ายที่คอยหลอกหลอน แต่คืออณูวิญญาณแห่งการรักษาที่สถิตอยู่ในตัวสตรี (หรือบางครั้งก็บุรุษ) ของตระกูลเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เมื่อมีใครเจ็บไข้ได้ป่วยโดยหาสาเหตุไม่ได้ พวกเขาจะพากันมาที่นี่
แม้ภาพที่เห็นจะเป็นการช่วยเหลือผู้คน แต่อินทร์กลับรู้สึกถึงความ "ผิดปกติ" บางอย่างเขาเคยเห็นยายแอบเข้าไปในห้องมืดเพียงลำพังตอนกลางคืน เสียงเคี้ยวอะไรบางอย่างที่ดัง แจ๊บ... แจ๊บ... ดังลอดออกมา พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงจนเขาต้องอุดจมูก ชาวบ้านบางคนกระซิบกระซาบกันลับหลังว่า...
"ผีฟ้าน่ะ ถ้าคนทรงถือตัวไม่ดี หรือถึงคราวเคราะห์... มันจะกลายเป็นปอบ"
"อินทร์ มานี่ลูก" ยายเรียกเขาในเย็นวันหนึ่งขณะที่แสงอาทิตย์กำลังลับขอบโขง
มือที่เคยชุบชีวิตคนลูบไล้ไปตามใบหน้าของหลานชายสายเลือดเพียงคนเดียว ดวงตาของยายวาวโรจน์อย่างประหลาดในความมืด "เจ้ามีกลิ่นที่ผีฟ้ามัก... กลิ่นของสายเลือดบริสุทธิ์ มื้อหน้า... เจ้าต้องรับช่วงต่อจากยาย"
คำพูดนั้นทำให้เด็กชายตัวสั่นเทิ้ม เขาไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นเกียรติ แต่เขารู้สึกเหมือนถูกตีตราจองโดยสิ่งลี้ลับที่เขามองไม่เห็น เขาไม่อยากฟ้อนรำเหมือนผู้หญิง ไม่อยากนั่งเคี้ยวของคาวในความมืด และไม่อยากเป็นที่พึ่งของใครในแบบที่น่าสยดสยองเช่นนี้
