ความโกลาหลเกิดขึ้นกลางดึก ในหมู่บ้านไฉ่หลิน เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจและเจ็บปวด ดังระงมขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ของบรรยากาศยามค่ำคืน ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสงบลง จากนั้นไฟก็เริ่มลุกไหม้ และเผาไหม้บ้านเรือนแต่หลังอย่างรวดเร็ว
เปลวไฟลุกโชน โหมกระหน่ำอย่างน่ากลัว กลุ่มควันสีดำทะมึน ลอยคลุ้งปกคลุมไปทั่วบริเวณ กลิ่นเหม็นไหม้ลอยคละคลุ้ง ทั่วชั้นบรรยากาศโดยรอบ เปลวไฟที่ลุกอย่างต่อเนื่อง ทำให้บ้านเรือนราว20หลังจมอยู่ในทะเลเพลิง
เปลวเพลิงที่ลุกไหม้ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ด้วยกระแสลมที่พัดแรง ยิ่งทำให้เปลวเพลิงยิ่งโหมหนักมากยิ่งขึ้น ไม่นานหลังจากนั้น บ้านเรือนก็เหลือเพียงกองเถ้าถ่าน
กลุ่มคนร้ายยืนมองผลงานอย่างพอใจ ก่อนจะพากันหลบหนีไปในความมืด
“แค๊ก ๆ” เสียงไอจากร่างของเด็กน้อย ในวัยเพียง9ขวบ ที่นอนอยู่ยังชั้นใต้ดิน ซากไม้มากมายกองทับอยู่เหนือร่าง โดยมีเสาไม้ขนาดใหญ่กันไว้อีกที จึงไม่ทำให้ร่างน้อยได้รับบาดเจ็บมากนัก แต่ทว่าศรีษะของนาง กลับถูกกระแทกอย่างแรงจนเสียชีวิต จากนั้นวิญญาณของใบบัว หญิงไทยในยุคปัจจุบัน ก็เข้ามาแทนที่
ซิ่วอิง ลี่อิน เจียวจู ตงฮวน หานเกอ ผู้รอดพ้นจากการสังหารอย่างเหี้ยมโหด ในวัยเพียงเก้าขวบ โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของพวกเขา ความเจ็บปวดโศกเศร้าเสียใจ ถูกฝั่งลึกเอาไว้ภายในใจ ซิ่วอิงบอกพวกเขาว่า จงใช้ชีวิตให้ดีและมีความสุขในทุกวัน รอวันที่เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง การแก้แค้นเอาคืนคนชั่วสิบปีก็ไม่สาย รอพวกข้าหน่อยนะเจ้าคนชั่ว วันใดที่พวกข้าแข็งแกร่ง วันนั้นคือวันตายของพวกเจ้า

นิยายเรื่องนี้เป็นจินตนาการของผู้แต่ง ไม่มีความเกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของจีนแต่อย่างใด
ชื่อและสถานที่เป็นสิ่งที่นักเขียนสมมุติขึ้นเพื่อความเพลิดเพลินทางเนื้อหา
ขอให้อ่านให้สนุกค่ะ
ฝากกดไลค์ คอมเม้นท์ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ