เส้นขนานอำพรางรัก
41
ตอน
876
เข้าชม
0
ถูกใจ
1
ความคิดเห็น
1
เพิ่มลงคลัง
ยิ่งเห็นน้ำตา ความรู้สึกประหลาดยิ่งขยายใหญ่ขึ้น ร่างสูงฉวยโอกาสจุ๊บแก้มขาว สูดดมกลิ่นที่ไม่เข้าใจว่ากลิ่นแก้มผู้ชายด้วยกันมันหอมขนาดนี้ได้อย่างไร ทั้งที่ปากบอกว่ารังเกียจแต่กลับไม่ยอมถอยออกห่างเลย

 

 

เรื่องย่อ นิยายเรื่อง เส้นขนานอำพรางรัก 

           นิยายเรื่องนี้ดำเนินเรื่อผ่านตัวละครหลักสองตัว ซึ่งคือปราการ หรือกร และฉัตรเกล้า หรือผักกาด โดยต้นเหตุของทุกอย่างเกิดขึ้นในวันที่ ฉัตรเกล้า กำลังเดินข้ามถนนเพื่อกลับเข้ามหาวิทยาลัย แต่ต้องเกือบกลายเป็นคนพิการตลอดชีวิตเพราะถูกรถยนต์ที่ ปราการ ขับรถมาด้วยความเร็วและเมาสุราอย่างหนักเฉี่ยวชนเข้า เพราะผู้ก่อเหตุเมาแล้วขับเป็นถึงกัปตันทีมของสโมสรฟุตบอลระดับแชมป์ของเอเชีย ในขณะที่เหยื่อเมาแล้วขับครั้งนี้เป็นเพียงลูกชายร้านขายข้าวราดแกงจากต่างจังหวัด สโมสรพยายามปกปิดข่าวและทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดคดีความขึ้นเพราะปราการยังสามารถทำเงินได้มหาศาล แม้แต่ผู้ก่อเหตุยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคืนนั้นตนได้ขับรถชนคนทั้งคนจนเกือบตายเพราะเมาหนักมากแต่ฝืนขับรถ ส่วนเหยื่อสโมสรได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลและสัญญาว่าจะจ้างงานตลอดชีพ แลกกับการห้ามไม่ให้หาคำตอบว่าใครคือคนที่ขับรถชนเขาบาดเจ็บปางตาย และห้ามเอ่ยถึงอุบัติเหตุครั้งนั้นอีก 

ห้าปีผ่านไปการรักษาตัวหลังอุบัติเหตุร้ายแรงสิ้นสุดลง ซึ่งบังเอิญตรงกับช่วงที่กำลังเกิดความปั่นป่วนภายในระบบทีมฟุตบอลของสโมสรขึ้นพอดี เนื่องจากกัปตันทีมมีชื่อเสียงโด่งดังและเก่งเกินกว่าที่ผู้จัดการทีมจะสามารถควบคุมให้อยู่ในระบบทีมได้ ปราการมีปัญหากับสตาฟโค้ชบ่อยครั้งเกี่ยวกับแผนการเล่นที่คุยกันไม่ลงตัว ธีรภพ ในฐานะผู้จัดการใหญ่ของระบบทีม จึงใช้วิธีดึงเรื่องเมาแล้วขับที่เขาเคยก่อเมื่อห้าปีก่อนขึ้นมาเป็นคำข่มขู่โดยอ้อมว่า ให้ลดอัตตาลงและยอมรับระบบทีมที่ผู้จัดการทีมสร้างไว้ให้เล่น และบังเอิญเป็นจังหวะเวลาที่ฉัตรเกล้าเข้ามาทำงานในสโมสฟุตบอล ในตำแหน่งผู้ช่วยนักกายภาพบำบัดพอดี ปราการที่เกลียดการถูกข่มขู่เข้าไส้ จึงยิ่งต่อต้านและโกรธไม่สนใจเหตุผลใดๆ เมื่อเห็นว่าสโมสรได้พาผู้ชายหน้าโง่ๆอย่างฉัตรเกล้าเข้ามาขู่ ยิ่งอาละวาดออกฤทธิ์เพราะไม่ถูกชะตา ทั้งทำตรงข้ามกับแผนที่ผู้จัดการบอก แล้วยังเอาความโกรธเกลียดทั้งหมดไปพาลใส่และคอยตั้งแง่หาเรื่องหมอนวดคนใหม่ของสโมสรไม่เว้นแต่ละวัน หนักบ้างเบาบ้างแล้วแต่ว่ามีปากเสียงเถียงกับผู้จัดการมากน้อยขนาดไหน  

บุคลิกของฉัตรเกล้าที่เป็นคนเงียบ รูปร่างหน้าตาที่เป็นผู้ชายตัวเล็ก หน้าหวานดูเปราะบางอ่อนแอ อีกทั้งรสนิยมทางเพศที่ชัดเจนว่าไม่ได้ชมชอบผู้หญิง ยิ่งทำให้การแกล้งเหยื่อของพวกปราการนั้นสนุกสนานมีรสชาติมากขึ้น การกลั่นแกล้งเป็นไปอย่างดุเดือดรุนแรง บ่อยครั้งที่เกิดเหตุเกินเลยเป็นเรื่องเจ็บตัว ทำให้กลุ่มนักฟุตบอลมักจะถูกเรียกขึ้นไปตักเตือน แต่ยิ่งเตือนเหมือนว่าฉัตรเกล้าจะยิ่งใช้ชีวิตในสโมสรแห่งนี้ลำบากมากขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่งปราการเกิดจากอุบัติเหตุระหว่างฝึกซ้อมได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า โชคดีที่ไม่ร้ายแรงแต่ต้องใช้ที่พยุงเข่าและรักษาอาการด้วยการกายภาพบำบัดหลายเดือน แพทย์ประจำสโมสรมอบหมายงานให้ฉัตรเกล้าคอยดูแลปราการอย่างใกล้ชิด อาการบาดเจ็บทำให้ปราการนั้นโมโหง่าย ไม่ว่าฉัตรเกล้าจะทำอะไรล้วนไม่ถูกใจจึงถูกด่าและโดนดูถูกเหยียดหยามรวมทั้งเหยียดเพศและรสนิยมอยู่ตลอด จึงมีเหตุให้ปะทะคารมกันแทบทุกวัน เป็นเช่นนี้อยู่หลายเดือนจนขาที่มีอาการบาดเจ็บของปราการนั้นเริ่มหายดี  

ปราการมีแฟนสาวที่เป็นเน็ตไอดอลคนดัง ชื่อ โยษิตา หรือเยลลี่ ทั้งคู่มีเรื่องระหองระแหงกันเพราะความเจ้าอารมณ์ของฝ่ายหญิง และความห่างไกลที่นานหลายสัปดาห์กว่าจะได้พบเจอกันสักครั้งอยู่ตลอด โยษิตาเป็นผู้หญิงเจ้าอารมณ์เอาแต่ใจมักจะเรียกร้องความสนใจด้วยการบอกเลิกกับปราการอยู่บ่อยครั้ง จนวันที่อาการบาดเจ็บของปราการหายดี คือวันที่โยษิตามาบอกเลิกกับปราการอย่างจริงจังเพราะเธอกำลังจะไปแต่งงานกับคนอื่น ที่เธอมาบอกเลิกอยู่บ่อยครั้ง เพราะแอบมีคนอื่นอยู่ตลอดเวลาที่คบหากัน และบ่อยครั้งที่ทั้งคู่มีปัญหาทะเลาะบอกเลิกกัน ก็มักจะเป็นช่วงที่ปราการต้องลงสนามแข่งในวันสำคัญอยู่เสมอ คล้ายว่าเป็นการบอกเลิกเพื่อก่อกวนสมาธิของกัปตันหนุ่มอย่างไรอย่างนั้น 

ครั้งนี้ที่ถูกบอกเลิกอย่างจริงจัง ปราการจับได้ว่าผู้ชายที่เป็นข่าวของแฟนสาวของตนแต่งงานนั้น คือผู้เป็นน้องชายของ รชตะ เพื่อนสนิทในกลุ่มที่เติบโตขึ้นมาจากนักฟุตบอลเยาวชนด้วยกัน วันนั้นปราการจึงไปอาละวาดเอาเรื่องที่รชตะ เกิดมีปากเสียงทะเลาะวิวาทชกต่อย ผู้จัดการธีรภพ เข้ายุติสถานการณ์ โดยการขอให้เรื่องเงียบไปและให้นักฟุตบอลทุกคนกลับมาสามัคคีกันดังเดิม โดยสโมสรจัดงานสังสรรค์กระชับสัมพันธ์ทั้งสโมสรและปาร์ตี้ปลอบใจปราการในคืนนั้น  

ปราการดื่มหนักและเคลียร์ใจถึงเรื่องบาดหมางทุกเรื่องกับเพื่อนนักเตะทุกคน ในคืนนั้นเพราะความเสียใจ ความเมา และความเหงาทำให้ปราการปรับท่าทีเข้ามาพูดคุยต่อฉัตรเกล้าดีๆ อาจจะเพราะเมามาก  คืนนั้นทั้งคู่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน ตื่นเช้ามาฉัตรเกล้าได้พบว่าปราการที่พูดคุยกับตนดีๆ ปฏิบัติต่อกันอย่างอ่อนโยนเมื่อคืนนั้นเป็นเพียงภาพฝัน คนที่มีท่าทีหมางเมินเย็นชาซ้ำยังพูดจาเหยียดหยามกันได้โหดร้ายทารุณจิตใจกว่าก่อนหน้าต่างหากคือของจริง ปราการประกาศชัดว่าเรื่องคืนงานเลี้ยงเป็นฉัตรเกล้าที่ง่ายเอง ในขณะที่ตนนั้นเกลียดและขยะแขยงอีกฝ่ายมากจนไม่อยากพูดถึง ซ้ำยังเอาเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนส่วนตัวไปพูดคุยราวกับเป็นเรื่องตลก เป็นเรื่องขำขันที่มีผู้ชายหน้าโง่คนหนึ่งยอมขึ้นเตียงกับตนง่ายๆ ทั้งๆที่ตนแสดงออกชัดเจนว่ารังเกียจ แต่พอเมากลับยอมนอนด้วยกันง่ายๆ ในขณะที่ฉัตรเกล้าเจ็บปวดใจเพราะเผลอมีใจให้ปราการตั้งแต่มีจูบแรกร่วมกัน 

สิ่งที่ได้พบเจอทั้งหมดทำให้ฉัตรเกล้ารู้สึกเหมือนโลกถล่ม เขาเครียดและเสียใจมาก จนบุคลิกภาพผิดแปลกไปจากเดิม กลายเป็นซึมเศร้าหม่นหมอง และนอนไม่หลับ อีกทั้งปราการนั้นกลับมากลั่นแกล้งเขาอย่างหนักและแกล้งแรงขึ้นกว่าเดิม ครั้งนี้มีเป้าหมายทำร้ายทำลายไปที่ความรู้สึก แต่ทว่ามันมีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นคือ ความรู้สึกของปราการ เพราะมันกลับกลายเป็นตัวเขาเองเองที่มีอารมณ์หงุดหงิดเมื่อเห็นฉัตรเกล้ากล้าเมินเฉยต่อเขา ยิ่งแกล้งรุนแรง อีกฝ่ายยิ่งนิ่งเฉยมาก กลับกลายเป็นคนแกล้งเสียเองที่ทนต่อท่าทีเมินเฉยเย็นชาของอีกฝ่ายแทบไม่ไหว 

ฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลเพื่อถ้วยรางวัลระดับเอเชียมาถึง สโมสรพานักฟุตบอลไปจัดกิจกรรมสันทนาการที่เขื่อนเก็บน้ำแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ในกิจกรรมรอบกองไฟ ทางสโมสรได้แจ้งว่าฉัตรเกล้ายื่นเรื่องขอลาออกจากที่ทำงานซึ่งจะมีผลหลังจบพรีซีซั่น ท่ามกลางความตกใจของนักเตะทุกคนโดยเฉพาะปราการ ในช่วงจัดกิจกรรมล่องแพกินข้าวเที่ยง ฉัตรเกล้าเกิดอุบัติเหตุพลัดตกน้ำ ปราการเข้าไปช่วยไว้ทันพร้อมทั้งระเบิดความรู้สึกห่วงใย กลัวอีกฝ่ายตายเหมือนใจจะขาดเสียให้ ปราการรู้ตัวว่าตนนั้นกำลังชอบฉัตรเกล้าเข้าแล้ว และคืนนั้นเขาได้ประกาศไม่ยอมให้ฉัตรเกล้าลาออกต่อหน้าทุกคน และขู่ว่าหากฉัตรเกล้าลาออกสำเร็จปราการจะประกาศเลิกเตะฟุตบอลให้สโมสรทันที เมื่อถูกขู่เช่นนี้ทางสโมสรจึงพูดคุยกันใหม่  

เพราะปราการไม่ยอมให้ลาออกจึงเปลี่ยนเป็นให้ฉัตรเกล้าไปพักผ่อนที่บ้านเกิดจังหวัดพะเยาแทน แต่ปราการได้ขับรถตามไปถึงบ้านที่พะเยาของ ที่บ้านพ่อและแม่ของฉัตรเกล้าให้การตอนรับปราการในฐานะเพื่อนลูกชายอย่างอบอุ่น จนปราการรู้สึกรักพ่อและแม่ของฉัตรเกล้ามาก เพราะเป็นความอบอุ่นที่ตนไม่เคยได้รับจากแม่แท้ๆ เด็กที่โตมากับแม่เลี้ยงก็มักจะรู้สึกขาดอะไรไปบางอย่างเช่นนี้ ในระหว่างอยู่พะเยาปราการตามง้อฉัตรเกล้าจนสำเร็จ เขาประกาศว่าฉัตรเกล้าเป็นของเขาผ่านสื่อโซเชียล  

เมื่อวันหยุดพักผ่อนครบเวลาจึงเดินทางกลับสโมสรมาด้วยกัน ครั้งนี้ปราการตั้งใจจะชอบฉัตรเกล้าอย่างดีกว่าที่เคยผ่านมาทุกความสัมพันธ์ จนกระทั่งโยษิตามาปรากฏตัวตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมทั้งบอกว่าตนกำลังท้องและเด็กในท้องคือลูกของปราการ ฉัตรเกล้าเสียใจบอบช้ำอย่างหนักขอเลิกกับปราการทันที แต่ปราการไม่ยอม เขายืนยันจะตรวจดีเอ็นเอ  

โยษิตาโกรธแค้นและโทษว่าเป็นเพราะฉัตรเกล้าทำให้ปราการไม่รักตน จึงบุกไปอาละวาดรุมทำร้ายฉัตรเกล้าบาดเจ็บหนักถึงในสโมสรฟุตบอล โยษิตาได้ทิ้งแผลในใจไว้ให้ฉัตรเกล้า นั่นคือการประกาศว่าคนที่ขับรถชนฉัตรเกล้าเมื่อตอนยังเป็นนักศึกษาแพทย์นั้น คือปราการ เพราะปราการเมามากและรีบร้อนจะมาหาเธอ โดยที่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เขาขับรถชนคืนนั้นคือคนหรือหมา และโยษิตายังปั่นหัวฉัตรเกล้าต่อไปอีกว่า พอรู้ว่าชนคน กลับยังใช้วิธีปิดปากให้เหยื่อตีนผีเมาแล้วขับนั้นลืมเลือนเรื่องที่เคยเกิดด้วยการพาขึ้นเตียง และด่าว่าฉัตรเกล้าเป็นคนโง่ไร้ศักดิ์ศรีเพราะขึ้นเตียงกับคนที่ทำลายอนาคตตัวเองง่ายๆ  

ดูเหมือนว่าชีวิตจะไม่อนุญาตให้คนบนโลกใบนี้มีความสุขมากเกินไป ปัญหาเรื่องแฟนเก่าประกาศว่าท้องและใส่ร้ายว่าปราการนั้นไม่รับผิดชอบเพราะมีมือที่สามเป็นผู้ชาย ทำให้กระแสสังคมโจมตีปราการหนักหน่วง ถึงขั้นถูกแฟนบอลโห่ไล่ในสนามระหว่างแข่งขัน แล้วยังมีข่าวว่าปราการมีส่วนพัวพันกับโต๊ะพนันบอล และการล้มบอลเพื่ออำนวยประโยชน์ให้เจ้ามือโต๊ะพนัน ด้านฉัตรเกล้าถูกทำร้ายบาดเจ็บได้โทรตามพ่อและแม่จากพะเยาให้มารับตนนั้นกลับบ้าน พ่อแม่เมื่อได้รับสายโทรศัพท์และได้ยินลูกร้องไห้ จึงรีบขับรถจากจังหวัดพะเยามาหา แต่สุดท้ายกลับเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตระหว่างทาง การสูญเสียใหญ่หลวงไม่ได้พรากชีวิตของพ่อแม่ที่อบอุ่นอ่อนโยนที่สุดไปเท่านั้น แต่ยังพรากสติที่เป็นปกติไปจากระบบประสาทของฉัตรเกล้าด้วย  

ในช่วงมรสุมชีวิต ปราการมีชื่อพัวพันกับคดีเกี่ยวกับฟอกเงินและการพนัน คนที่แจ้งความจับเขาไม่ใช่คนอื่นแต่คือผู้จัดการธีรภพเอง เหตุที่เกิดกับปราการดูไม่ชอบมาพากลหลายอย่าง กลุ่มเพื่อนๆจึงช่วยกันหาหลักฐานแก้ต่างความผิด วันหนึ่งโยษิตากลับเข้ามาในชีวิตของปราการอีกครั้งในสภาพเหมือนศพเดินได้ เพราะเธอพึ่งตกเลือดแท้งลูกมา โยษิตาสารภาพว่าเด็กในท้องเป็นของผู้จัดการธีรภพ ชู้รักอีกคนที่มันจับเธอกินยาขับเลือด มันซ้อมเธอจนแท้งเพราะโกรธที่เอาเด็กในท้องมาใช้ทำลายชื่อเสียงปราการไม่สำเร็จ และเห็นว่าเด็กในท้องหมดประโยชน์มันไม่ลังเลที่จะฆ่าลูกตัวเอง เธอหวาดกลัวว่าวันนึงเมื่อหมดประโยชน์มันจะฆ่าเธอ จึงรีบเอาความจริงทุกอย่างที่รู้และที่มีหลักฐานมาส่งมอบให้ปราการ ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังโต๊ะพนัน การใส่ร้าย การสร้างหลักฐานเท็จโยนความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินและบ่อนพนันให้ปราการ ล้วนเป็นฝีมือของธีรภพทั้งสิ้น  

ทุกเรื่องเลวร้ายที่เกิดกับปราการ ล้วนเกิดจากฝีมือของคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะทำเช่นนี้ นั่นคือผู้จัดการธีรภพ ปราการฟังเรื่องที่โยษิตาเล่าพร้อมหลักฐานเป็นรูปถ่ายประวัติการเดิมพัน รายละเอียดบัญชีปลอมเพื่อฟอกเงิน แต่เขาตกใจคาดไม่ถึงว่าคนๆนี้จะทำได้ขนาดนี้ เหตุเกิดเพียงเพราะปราการไม่ยอมเล่นบอลตามแผนที่จะทำให้ทีมแพ้ และเพราะทีมชนะในการแข่งขันทำให้โต๊ะพนันบอลเสียเงินมหาศาล ยิ่งสืบลึกยิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้วผู้จัดการธีรภพเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนหลักของบ่อนพนันนั้น ธีรภพทำลายปราการเพราะเสียประโยชน์หลายร้อยล้านจนเกิดความแค้น  

ปราการมีแฟนสาวที่เป็นเน็ตไอดอลคนดัง ชื่อ โยษิตา หรือเยลลี่ ทั้งคู่มีเรื่องระหองระแหงกันเพราะความเจ้าอารมณ์ของฝ่ายหญิง และความห่างไกลที่นานหลายสัปดาห์กว่าจะได้พบเจอกันสักครั้งอยู่ตลอด โยษิตาเป็นผู้หญิงเจ้าอารมณ์เอาแต่ใจมักจะเรียกร้องความสนใจด้วยการบอกเลิกกับปราการอยู่บ่อยครั้ง จนวันที่อาการบาดเจ็บของปราการหายดี คือวันที่โยษิตามาบอกเลิกกับปราการอย่างจริงจังเพราะเธอกำลังจะไปแต่งงานกับคนอื่น ที่เธอมาบอกเลิกอยู่บ่อยครั้ง เพราะแอบมีคนอื่นอยู่ตลอดเวลาที่คบหากัน และบ่อยครั้งที่ทั้งคู่มีปัญหาทะเลาะบอกเลิกกัน ก็มักจะเป็นช่วงที่ปราการต้องลงสนามแข่งในวันสำคัญอยู่เสมอ คล้ายว่าเป็นการบอกเลิกเพื่อก่อกวนสมาธิของกัปตันหนุ่มอย่างไรอย่างนั้น 

ครั้งนี้ที่ถูกบอกเลิกอย่างจริงจัง ปราการจับได้ว่าผู้ชายที่เป็นข่าวของแฟนสาวของตนแต่งงานนั้น คือผู้เป็นน้องชายของ รชตะ เพื่อนสนิทในกลุ่มที่เติบโตขึ้นมาจากนักฟุตบอลเยาวชนด้วยกัน วันนั้นปราการจึงไปอาละวาดเอาเรื่องที่รชตะ เกิดมีปากเสียงทะเลาะวิวาทชกต่อย ผู้จัดการธีรภพ เข้ายุติสถานการณ์ โดยการขอให้เรื่องเงียบไปและให้นักฟุตบอลทุกคนกลับมาสามัคคีกันดังเดิม โดยสโมสรจัดงานสังสรรค์กระชับสัมพันธ์ทั้งสโมสรและปาร์ตี้ปลอบใจปราการในคืนนั้น  

ปราการดื่มหนักและเคลียร์ใจถึงเรื่องบาดหมางทุกเรื่องกับเพื่อนนักเตะทุกคน ในคืนนั้นเพราะความเสียใจ ความเมา และความเหงาทำให้ปราการปรับท่าทีเข้ามาพูดคุยต่อฉัตรเกล้าดีๆ อาจจะเพราะเมามาก  คืนนั้นทั้งคู่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน ตื่นเช้ามาฉัตรเกล้าได้พบว่าปราการที่พูดคุยกับตนดีๆ ปฏิบัติต่อกันอย่างอ่อนโยนเมื่อคืนนั้นเป็นเพียงภาพฝัน คนที่มีท่าทีหมางเมินเย็นชาซ้ำยังพูดจาเหยียดหยามกันได้โหดร้ายทารุณจิตใจกว่าก่อนหน้าต่างหากคือของจริง ปราการประกาศชัดว่าเรื่องคืนงานเลี้ยงเป็นฉัตรเกล้าที่ง่ายเอง ในขณะที่ตนนั้นเกลียดและขยะแขยงอีกฝ่ายมากจนไม่อยากพูดถึง ซ้ำยังเอาเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนส่วนตัวไปพูดคุยราวกับเป็นเรื่องตลก เป็นเรื่องขำขันที่มีผู้ชายหน้าโง่คนหนึ่งยอมขึ้นเตียงกับตนง่ายๆ ทั้งๆที่ตนแสดงออกชัดเจนว่ารังเกียจ แต่พอเมากลับยอมนอนด้วยกันง่ายๆ ในขณะที่ฉัตรเกล้าเจ็บปวดใจเพราะเผลอมีใจให้ปราการตั้งแต่มีจูบแรกร่วมกัน 

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว