พอร์ซเลนปั้นรัก
39
ตอน
1.72K
เข้าชม
25
ถูกใจ
3
ความคิดเห็น
4
เพิ่มลงคลัง
ช้อนย่อมต้องคู่กับส้อม ร้องเท้าข้างขวาย่อมต้องคู่กับข้างซ้าย กุหลาบสีพีชคือความสนิทสนมชิดใกล้อยากอยู่ร่วมกัน ทิวลิปสีขาวคือการให้อภัย ดอกฟอร์เก็ตมีน็อตเปรียบเหมือนความรักที่ไม่มีสิ้นสุด

# 1: บทนำ

บทนำ 

           คณะบริหารธุรกิจ 

           “พู ทางนี้ๆ มาเร็วๆ” รมิตาในชุดนิสิตคณะบริหารธุรกิจกำลังโบกมือหย็อยๆเรียกพวงชมพูเพื่อนรักที่กำลังเดินแกมวิ่งมาทางหญิงสาว 

           “ตาล มานานหรือยังน่ะ” พวงชมพูในชุดนิสิตคณะเดียวกันเอ่ยทักด้วยอาการปนเหนื่อยหอบ 

           "นี่ๆ ดื่มน้ำก่อน ตาลมาสักครู่หนึ่งเอง” รมิตาตอบคำถามเพื่อนรักพร้อมกับยื่นขวดน้ำเย็นให้เพื่อนรัก 

           “เฮ้อ ค่อยยังชั่ว ได้เวลาที่จะต้องไปเจอพี่รหัสกันแล้วนี่” พวงชมพูก้มดูนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือพร้อมกับเงยหน้าสบตาเพื่อนรัก 

           “ไปกันเถอะ” สองสาวจูงมือกันเดินมุ่งหน้าไปยังห้องประชุม 

           พวงชมพูกับรมิตารู้จักกันตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่สามทั้งสองสนิทกันอย่างรวดเร็วเพราะรหัสประจำตัวของทั้งคู่อยู่ติดกัน ในขณะเดียวกันทั้งคู่มักจะสอบได้คะแนนไล่เลี่ยกันตลอดแต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยคิดจะแข่งขันกันเอง 

รมิตาได้รับความเอ็นดูจากครอบครัวของพวงชมพูให้มาค้างที่บ้านบ่อยๆด้วยเพราะหญิงสาวมักจะมีปัญหากับแม่เลี้ยงเสมอๆ 

“พู พู ยัยพู!” พวงชมพูสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิดก่อนจะหน้าตาตื่นหันไปหาเพื่อนรัก 

“อะ…อะไรยัยตาลเรียกซะดังเลย”  

“ก็เรียกตั้งนานไม่หัน คิดอะไรอยู่เนี่ย” รมิตาเอ่ยด้วยความหงุดหงิดเล็กๆ 

“ไปนั่งตรงนั้นกัน” รมิตาจูงข้อมือพวงชมพูลงไปนั่งแถวที่ห้าที่มีเก้าอี้ว่างอยู่ทางริมซ้ายสองที่ติดกันพอดี 

  

“สวัสดีครับและขอต้อนรับน้องๆปีหนึ่งทุกคนนะครับ” ประธานรุ่นพี่ปีสี่เอ่ยต้อนรับ 

“เดี๋ยวอีกสักครู่เราจะเดินออกไปที่สนามหญ้าลานกว้างๆตรงหน้าคณะของเรากันเพื่อที่จะไปพบกับพี่รหัสของพวกเรานะครับ” เมื่อประธานรุ่นพี่ปีสี่ได้รับสัญญาณจากทีมงานเขาก็ได้บอกให้น้องๆปีหนึ่งค่อยๆเดินทีละแถวออกไปตั้งแถวเป็นวงกลมโดยที่น้องๆแต่ละคนจะมีป้ายชื่อที่เขียนชื่อจริงและชื่อเล่นคล้องคอไว้และถูกปิดตาด้วยผ้าสีขาวเพื่อรอให้พี่รหัสของตัวเองเดินมารับน้องรหัสของตัวเอง 

“สวัสดีครับ…น้องพู” เสียงนุ่มทุ้มของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้นตรงหน้าพวงชมพู 

“สะ…สวัสดีค่ะ” พวงชมพูเอ่ยเสียงตะกุกตะกักใบหน้าเนียนใสพลันขึ้นสีระเรื่อเมื่อได้ยินเสียงนุ่มทุ้ม 

“พี่ชื่อปวีร์ เรียกพี่วีร์ก็ได้ครับ” ชายหนุ่มยิ้มเต็มใบหน้าแต่หญิงสาวไม่อาจจะเห็นรอยยิ้มและแววตาได้เพราะเขายังไม่ได้อนุญาตให้เธอดึงผ้าปิดตาออก 

“คะ…ค่ะพี่วีร์” พวงชมพูยังเอ่ยตะกุกตะกักด้วยความประหม่าปนเขินอายเพียงเพราะเสียงที่นุ่มทุ้มดูอบอุ่น หญิงสาวสัมผัสได้ถึงมือหนาอุ่นร้อนค่อยๆปลดผ้าผูกตาออกจากใบหน้า นัยน์ตาคมเข้มสบนัยน์ตากลมโตของคนตรงหน้าเหมือนต้องมนตร์ 

“เอ่อ พี่ว่าเราเดินไปใต้ต้นไม้ต้นนั้นกันดีกว่านะครับแดดเริ่มมาแล้ว” ปวีร์เดินนำสาวน้อยปีหนึ่งไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นก่อนที่เขาจะหันมาเอ่ยกับหญิงสาว 

“สายรหัสของเราเมื่อก่อนจะมีครบทุกชั้นปีแต่พี่ปีสองวันนี้มาไม่ได้อยู่ต่างจังหวัด ส่วนพี่ปีสามลาออกไปแล้วไปเรียนคณะอื่น ส่วนพี่ปีสี่ติดภาระกิจที่ต่างประเทศกับครอบครัว ส่วนพี่เพิ่งจบออกมาได้ปีนึงก็เลยมาทำหน้าที่รับน้องให้” ปวีร์อธิบายให้น้องสายรหัสรับรู้ 

“ถ้าเกิดติดปัญหาอะไรก็ติดต่อพี่ปีสองกับพี่ปีสี่ได้ หรือจะถามพี่ก็ได้นะครับ”  

“ข้อมูลในนี้คือเบอร์โทรและไลน์สำหรับติดต่อกัน ส่วนอันนี้เป็นไลน์กรุ๊ปสำหรับสายรหัสของเรา” ปวีร์ยื่นกระดาษใบเล็กให้พวงชมพูก่อนจะเปิดหน้าคิวอาร์โคดบนหน้าจอโทรศัพท์หรูยื่นให้หญิงสาวเพื่อเพิ่มเพื่อน 

“โอเคเรียบร้อย อันนี้เป็นของขวัญต้อนรับเข้าสายรหัสตามธรรมเนียมของสายเราพี่หวังว่าน้องพูจะชอบนะครับ” ปวีร์ยิ้มบางก่อนจะยื่นของขวัญให้หญิงสาว 

“ขอบคุณค่ะ” พวงชมพูยกมือไหว้ชายหนุ่มรุ่นพี่ก่อนจะรับของขวัญในกล่องสวยมาถือไว้ 

  

อีกมุมหนึ่งของหน้าคณะบริหารธุรกิจรมิตาค่อยๆดึงผ้าปิดตาลงเพื่อมองหน้าพี่รหัสของตัวเอง สายรหัสของรมิตาอยู่กันครบทุกชั้นปีเพียงแต่รุ่นพี่อีกหนึ่งคนที่จบออกไปแล้วไม่ได้เดินเข้ามาทักทายสายรหัสของตนเพราะเขาเองกำลังติดพันโทรศัพท์ทางไกลอยู่ หิรัญได้แต่ยืนมองรมิตาในมุมหนึ่งเท่านั้น 

           หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการรับน้องรหัสแล้วปวีร์และหิรัญก็เดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อบินไปเรียนต่อปริญญาโทที่บอสตันทันที 

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว