facebook-icon

กาสะลอง นักเขียนนิยายอีโรติก

ตอนที่ 15 บางอย่าง.... แปลกๆ

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 บางอย่าง.... แปลกๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มี.ค. 2560 15:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 บางอย่าง.... แปลกๆ
แบบอักษร

เสร็จจากช่วงสั้นๆของการหยุดพัก เปลวเปลี่ยนให้พรานชราขึ้นเดินนำ ตามด้วยทรงกลด พริม และลูกหาบ สลับตัวเองไปคอยระวังหลัง พาคณะมุ่งลึกเข้าไปตามเบื้องทิศตะวันตก แม้จะยังไม่ถึงครึ่งทาง แต่ก็ใกล้สุสานสาละวินเข้าไปทุกขณะ

แต่ละก้าวที่ยิ่งล่วงลึกเข้าไปในผืนป่า ความเยียบเย็นและดิบชื้นก็ทวีขึ้นเป็นลำดับ พรานเฒ่าค่อยๆนำทางคณะลอดผ่านต้นไม้ใหญ่ที่หักโค่นลงขวางทาง กิ่งก้านข้างบนก็สานสะกันเป็นอุโมงค์อยู่ตรงหน้า

ลำต้นที่เริ่มผุของไม้บางต้น บ่งบอกว่ามันล้มมานาน ร่องรอยที่เห็น น่าจะเกิดจากฟ้าผ่ามากกว่าล้มเพราะคมเลื่อยของพวกลักลอบตัดไม้ทำลายป่า  

บางส่วนของลำต้น ที่บริเวณเปลือกสีน้ำตาลขรุขระของมันเปลี่ยนเป็นสีเขียว เพราะถูกคลุมเอาไว้ด้วยมอส ตะไคร่ ไลเคน รา และเห็ดสีประหลาด อวดดอกดวงที่มีสีสันแปลกๆอยู่ทั่วท่อนลำที่ผุชื้นของมัน

“เดี๋ยว!”

พรานขะยียกมือ ย่อเข่าลงช้าๆ หรี่ตา ก้มต่ำ แนบใบหน้าจนได้ระนาบกับพื้นที่เต็มไปด้วยหินเคลือบสีเขียวของตะไคร่ สำรวจร่องรอยอันน่าสงสัย

“มีคนผ่านหน้าเราไปเพียงไม่กี่นาที”

มือกร้านหยิบก้อนหินขึ้นมาจากพื้น สำรวจรอยหินพลิกและคราบตะไคร่ที่ถูกรองเท้าของใครบางคนเหยียบย่ำ ล้วนอยู่ในสายตาของพรานขะยีผู้ช่างสังเกตสังกา

“แล้วลุงรู้ได้อย่างไรว่าผ่านไปเพียงไม่กี่นาที” ทรงกลดถาม

เขาเองก็เห็นในสิ่งเดียวกัน ไม่ได้นึกสงสัยในประสบการณ์ของพรานชรา ทว่าก็อดไม่ได้ที่อยากทดสอบ

“ตะไคร่เขียวที่ล่อนลื่นไปกับพื้นรองเท้า…ถ้าเกินชั่วโมง สีของมันจะเปลี่ยนจากเขียวเข้มจนเป็นน้ำตาลเกือบแห้ง” พรานขะยีตอบให้คนถามหายสงสัย ราวกับรู้ว่าตนกำลังถูกทดสอบ แกจึงเสริมขึ้นจากสิ่งที่สายตาของแกเห็น

“แม้แต่พื้นรองเท้าที่ประทับร่องรอยเอาไว้…ก็บอกได้ไม่ยากว่ามันเป็นรองเท้าทหาร และจากร่องรอยเท้า เท่าที่สังเกตได้ พวกมันมีไม่ต่ำกว่าห้าคนอย่างแน่นอน” พรานผู้มากประสบการณ์กล่าว

“ทหาร!”

หญิงสาวเผลออุทานออกมาเบาๆ น้ำเสียงตกใจ แววตาเป็นกังวลฉายชัด

“ต่างตนต่างมา ต่างคนก็ต่างเจตนา เราจะไม่ปะทะถ้าไม่จะเป็น”

เปลวเสริมขึ้นเบาๆ ในสถานการณ์ที่ไม่รู้เขา…ไม่รู้เรา

“ลอดอุโมงค์ต้นไม้เข้าไป เราต้องตรงไป…ผมแนะนำว่าอย่าเสี่ยงออกซ้ายหรือขวาเลยนะนาย” พรานเฒ่าแนะช่องทางเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับผู้มาเยือนก่อนหน้า

เปลวพยักหน้า

ทรงกลดหันไปมองหญิงสาวและลูกหาบ พยักหน้าและก้าวช้าๆไปตามเส้นทางที่ก้านกิ่งรกรื้นของต้นไม้ค้อมลงมาสานสะกันไปตลอดสองข้างทาง เปิดช่องเป็นอุโมงค์ กว้างพอให้เดินลอดผ่านไปได้อย่างไม่ลำบากนัก

และทันทีที่ผ่านอุโมงค์สั้นๆนั้นไปได้…

“ถ่านหมดอีกแล้ว!...”

หญิงสาวบ่นอุบ เมื่ออยู่ๆ นาฬิกาข้อมือของตนก็หยุดเดิน

มันหยุดอยู่ที่ 12.00 นาฬิกา ทั้งที่จำได้ว่าเพิ่งเปลี่ยนถ่านมาเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า

“บังเอิญจริงๆ! ของผมก็หยุดเดินเหมือนกัน”

ทรงกลดตบลงไปบนนาฬิกาที่คาดอยู่บนหลังข้อมือของตนเบาๆ ไม่รู้ว่ามันหยุดเดินตั้งแต่เมื่อไร ทว่าช่างบังเอิญที่เข็มของมันก็ค้างอยู่ที่ 12.00 นาฬิกาเช่นกัน

“คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” เปลวกล่าว เพราะนาฬิกาข้อมือของเขาก็หยุดเดินเช่นกัน

เมื่อได้ยินดังนั้น พรานเฒ่าที่ก้าวนำหน้าจึงครุ่นคิด หรี่ตา…เหลือบมองนาฬิกาที่เปลวยกข้อมือขึ้นยืนยันให้ตนได้เห็นด้วยตาตัวเอง กับความบังเอิญอันน่าประหลาด…ที่เกิดขึ้นพร้อมๆกัน

“นายเปลวมีเข็มทิศใช่ไหม?” พรานขะยีหยุดกึก หันมากระซิบถามเปลวเบาๆ

เปลวพยักหน้ารับ

ควักเข็มทิศออกมาจากกระเป๋ากางเกงช้าๆ

ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นก็ต้องฉายแววฉงนฉงาย เมื่อพบว่าเข็มของมันแกว่งไปมาเหมือนเสียศูนย์ ซึ่งโดยธรรมชาติ เข็มของมันควรจะชี้ไปตามทิศเหนือและใต้ ตามทิศทางแห่งแรงดึงดูดของแม่เหล็กโลก

“เข็มทิศพัง นาฬิกาเสีย…ช่างเป็นเหตุบังเอิญดีแท้” ทรงกลดโพล่งออกมาด้วยความประหลาดใจ

“มันคงไม่ใช่ความบังเอิญ”

พรานเฒ่ากล่าวเหมือนรู้ทัน ว่ามันคือการต้อนรับของป่า เหมือนเรื่องเล่าจากปากของพรานรุ่นปู่รุ่นทวด ที่ตนเคยได้ยินมานักต่อนัก แต่ก็คิดไม่ถึงว่าในชีวิตนี้ จะได้มาเจอะเจอด้วยตัวเอง

วูบหนึ่งของสายลมที่วูบไหวเข้ามาทักทาย กลางป่าดิบชื้นที่แทบไม่มีช่องทางให้สายลมลอดผ่าน

ทุกคนมองตากัน…..เงียบงัน

ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผืนป่าเบื้องหน้าพร้อมๆกัน มันไม่ได้สว่างมากไปกว่าที่ปากอุโมงค์ต้นไม้อีกด้าน ก่อนหน้าที่จะลอดผ่านมา

หากสิ่งแรกที่ทุกคนสัมผัสได้ตรงกัน ก็คือสายลมยะเยือก ชื่นและเย็นกว่า และสภาพพืชพรรณที่แปลกตาออกไป มีกลิ่นหอมอ่อนๆจากดอกไม้ที่แทรกกระจายไปในความครึ้มเขียวและรกชื้นไปทั้งผืนป่า

“รู้สึกเหมือนผมไหม?” ทรงกลดกล่าวขึ้นมาลอยๆ

“รู้สึกราวกับว่ามันเป็นอีกผืนป่า…ไม่ใช่ป่าผืนเดียวกันกับป่าที่เราพากันย่ำมากว่าค่อนวัน” เปลวสำทับความเห็นเข้าไป

ทรงกลดหายข้องใจว่ากำลังรู้สึกอยู่คนเดียว 

อะย่วยกับกะจาหันหน้ามองตากันปริบๆ หญิงสาวรู้สึกถึงความเงียบเชียบและเยียบเย็นของผืนป่าที่เห็นเช่นกัน

จากคำพูดของพรานชรา จากการสันนิษฐานของเปลวและทรงกลด ทุกอย่างล้วนประกอบขึ้นเป็นความกลัว จู่โจมเข้าสู่หัวใจดวงน้อยๆของหล่อน ที่แทบไม่ทันตั้งตัวกับสิ่งที่เห็น

เป็นเวลากี่โมงกี่ยาม…ไม่มีใครบอกได้ รู้เพียงแต่ว่าความมืดมิดกำลังคลี่คลุมลงทุกขณะ


(ฝากอีบุ๊คเรื่องใหม่ด้วยนะครับ)

#

#

#

#

#

(ฝากอีบุ๊คเรื่องล่าสุดด้วยนะครับ)

#

#

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว