ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : รอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2559 00:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รอ
แบบอักษร

ตอนที่ 39

“พยายามโทรหาฉันหรือคะ”

อธิปถอนใจเมื่อคู่สนทนาที่เขาพยายามโทรหาอยู่ทุกวันยอมรับสาย ร่างสูงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน มือข้างหนึ่งดึงเนคไทหลวมๆ บรรเทาความอึดอัด

“หม่อน ทำไมคุณไม่รับสายผมเลย”

“ฉันไม่อยากรับรู้สิ่งที่คุณจะบอกไงคะ”

“คุณรู้อะไรมา”

“ไม่รู้อะไรทั้งนั้นแหละค่ะ แต่การที่คุณโทรหาฉันถี่ขนาดนี้ แน่นอนว่าต้องมีเรื่องเกิดขึ้น และก็คงเป็นเรื่องไม่ดี อีกสองวันฉันจะกลับไทย ไว้เจอกันที่นั่นนะคะ”

“ตอนนี้คุณอยู่ไหน”

“เท่านี้ก่อนนะคะ ดูแลตัวเองด้วย”

เธอไม่ตอบคำถามแถมวางสายไปดื้อๆ อธิปเครียดหนักกว่าเก่า การตัดสัมพันธ์กับคนอย่างพาขวัญเป็นเรื่องยาก หล่อนไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่เคยวุ่นวาย ไม่เคยก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวให้รำคาญ...แต่จะทำเช่นไรได้ ในเมื่อใจเขาตอนนี้ไม่มีเธออีกแล้ว

 

ห้องของพิมพ์มาดาตกอยู่ในความเงียบหลังจากไวโอลินเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เธอฟัง คนป่วยน้ำตาร่วงอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอหายใจไม่ออกเพียงนึกถึงทวีภาคและเหตุการณ์เลวร้ายเหล่านั้น

“พราว ใจเย็นๆ นะ”

ไวโอลินมองคนร้องไห้จนตัวงอ โผกอดน้องสาวฝาแฝดของสามีด้วยความสงสาร อีกฝ่ายอ่อนแรงเฉียบพลัน เรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอช่างเลวร้ายนัก ยังมีอีกหลายคนที่ต้องเสียใจกับเรื่องบ้าๆ ที่เขาก่อ อย่างน้อยก็ครอบครัวเธอ พ่อกับแม่หน้าชื่นอกตรมแค่ไหนทำไมเธอจะไม่รู้

“ฝากบอกเขาด้วยว่าพราวเข้าใจทุกอย่างแล้ว บอกเขาว่าให้ใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการ ขอให้เขาโชคดี”

 

คำตอบของพิมพ์มาดายังคงสร้างความว้าวุ่นให้คนรับสาร หากใจความที่เธอฝากไปบอกทวีภาคชัดเจนทุกประการ ทั้งคู่เปรียบเสมือนเส้นขนานที่ไม่มีทางบรรจบกันได้ ขณะที่คิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้นโทรศัพท์มือถือก็ดัง

“ทำอะไรอยู่...” อธิปถาม

“กำลังเดินกลับบ้านเรา ว่าจะไปซักผ้า”

“ทำไมไม่สั่งให้คนบ้านโน้นมาเอาไปซัก”

“อยากทำเองมากกว่า ไม่ชอบให้ใครมายุ่ง”

“ไม่เหนื่อยนะ”

“ไม่เลย ภาคล่ะเหนื่อยมั้ย”

“อือ เหนื่อยทั้งงานเหนื่อยทั้งเรื่องส่วนตัว”

“เล่าให้เทียนฟังได้มั้ย” ถามพลางเดินขึ้นห้องนอน

“ได้สิ แต่เธอคงไม่ชอบใจถ้าฉันพูดถึงผู้หญิงอีกคน” ไวโอลินหน้าเปลี่ยนสี เธอสงสารฝ่ายนั้นจริงๆ

“เทียนรู้สึกไม่ดีเลย เธอคนนั้นไม่ได้ผิดอะไร เทียน...”

“เธอก็ไม่ผิด จะบอกอะไรให้นะ คนอย่างฉันต่อให้บังคับแทบตายถ้าไม่รู้สึกอะไรก็ไม่มีทางฝืนใจตัวเองเด็ดขาด เรื่องนี้ก็เหมือนกัน...ฉันไม่ได้รักเขาแล้ว ตอนแรกก็คิดนะว่าแค่สงสารเธอหรือเปล่า เพราะฉันทำไม่ดีกับเธอไว้ตั้งมาก...”

ปลายสายเงียบฟังอย่างตั้งใจ น้ำตาไหลเพราะตื้นตันในสิ่งที่เขาเอ่ย ไวโอลินก็เหมือนพิมพ์มาดาที่ศรัทธาความรักแบบไม่ลืมหูลืมตา ทว่าย้อนเวลากลับไปได้ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เธอยังคงรักผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนี้เหมือนเดิม และตลอดไป...

“ฉันได้เรียนรู้ทุกอย่างจากความเสียใจของเธอ หลายครั้งที่ไม่อยากจะสนใจ ไม่อยากรับรู้เรื่องของเธอแต่ก็ทำไม่เคยได้ หน้าเธอตามหลอกหลอนฉันทั้งวันทั้งคืน ...ฉันคิดถึงเธอมาก อยากอยู่กับเธอตลอดเวลา อยากกอด จูบ อยากดูแลเธอ”

“ฉันก็คิดถึงเธอเหมือนกัน พอไม่มีเธอแล้วห้องนี้ดูใหญ่ไปเลย ฉันอยากให้เธอนอนกอดฉัน...” 

“แต่ทุกคืนที่เรานอนด้วยกันฉันทำมากกว่ากอดเสมอนะ เธอต้องการแบบไหนล่ะ”

คนอดอยากยิ้มยามจินตนาการหน้าเธอกำลังอาย ไวโอลินถอนหายใจ ไม่ว่าอยู่ไกลแค่ไหนเขาก็ทะลึ่งได้ตลอดเวลา 

“ใกล้วันเกิดฉันแล้วเธอเตรียมอะไรให้หรือยัง” เขาถาม

“อืมมม...ต้องเตรียมด้วยเหรอ อยากได้อะไรล่ะ”

“ตักบาตรเขาให้ถามพระด้วยเหรอ เซอร์ไพรส์น่ะทำเป็นมั้ย”

“ทำไม่เป็น...แต่จะลองดูก็ได้”

อธิปยิ้มแฉ่ง เดินวนไปวนมาอยู่ในห้องทำงาน หัวใจดวงนี้คิดถึงแต่เธอ เขาทรมานยามต้องห่างไกล คิดไม่ออกเลยว่าอนาคตจะเป็นเช่นไรถ้าไม่มีไวโอลิน

“ภาค...ถ้าเทียนทำอะไรผิดไป เอ่อ...หมายถึงทำอะไรที่ภาคไม่ชอบ จะโกรธเทียนมากมั้ย”

“มากฉันจะกัดเธอให้เป็นรอยทั้งตัวเลย”

เขาพูดติดตลกหากเธอไม่ขำด้วย อธิปไม่ใช่คนโง่ เขาอาจรู้เรื่องที่เธอกำลังปกปิดอยู่ ไม่ช้าก็เร็ว...

“คิดอะไรอยู่ล่ะ เธอทำอะไรผิด”

“เปล่า ถามดู เทียนจะเอาเวลาไหนไปทำผิดล่ะ อยู่บ้านตลอดเลย”

“อือ ให้จริงนะ...ว่าแต่เมื่อวานเธอไปกินข้าวกับใครมา”

เขาวกกลับมาเรื่องเมื่อวาน หญิงสาวกลืนน้ำลายไม่ลง เธอควรไปกินข้าวกับใครดีนะ?

“อัน...ฉันไปกินข้าวกับอัน เรานัดเจอกัน”

“อ่อต่อไปเอาฉันไปด้วยนะ เธออยากเปิดตัวหนุ่มป๊อปต่อหน้าเพื่อนๆ มั้ยล่ะ ฉันยอมถวายตัวให้เธอลากไปไหนมาไหนได้ตามใจเลย”

“อย่าหลงตัวเองภาค จะอ้วก”

ปากบอกจะอ้วกแต่ใบหน้ากลับยิ้มไม่หุบ ทั้งคู่คุยกันอย่างมีความสุขเป็นเวลาหลายชั่วโมง ขณะเดียวกันในห้องของพิมพ์มาดา หลังจากไวโอลินออกไปเธอยังคงนอนร้องไห้กับหมอน มือเรียวบางหยิบรูปทวีภาคที่ซ่อนไว้ออกมามอง...

“ขอบคุณที่ไม่ทำร้ายพราว”

เธอยิ้มให้รูปถ่ายทั้งน้ำตา พิมพ์มาดาตัดสินใจละทิ้งความทุกข์ทั้งปวงไว้เบื้องหลัง ต่อไปเธอจะทำเพื่อคนที่รักเธอบ้าง ดวงตาแสนเศร้ามองรูปทวีภาคอีกครั้งก่อนฉีกภาพนั้นด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง...ต่อไปเธอจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว

 

วันเวลาผ่านไปกระทั่งถึงวันเกิดอธิป เขาโทรไปขอพรบุพการีแต่เช้าเพราะได้ไฟลท์บินรอบบ่าย

“มีความสุขมากๆ นะลูก คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง” พ่ออวยพรสั้นๆ ท่านส่งโทรศัพท์ให้แม่ของลูก

“ภาคมีทุกอย่างครบแล้ว เพียรรักษาไว้ให้มั่นนะลูก แม่อยู่กับลูกตลอดไปไม่ได้ ไม่มีใครสอนเราได้ทุกวันหรอกนะ”

“ครับ ผมรักแม่นะ...ขอโทษที่ทำให้แม่เสียใจมาตลอด”

มารดาน้ำตาคลอ ยิ้มให้เจ้าของวันเกิดอีกคน นางส่งโทรศัพท์ให้พิมพ์มาดา 

“สุขสันต์วันเกิดนะภาค...”

เสียงของน้องทำคนฟังหัวใจพองโต เขาไม่รู้ว่าพิมพ์มาดาเป็นอย่างไรบ้าง แต่ฟังจากน้ำเสียงน้องดูมีความสุขเหลือเกิน

“สุขสันต์วันเกิดเหมือนกัน พี่มีของขวัญให้เธอด้วยนะ”

“จริงเหรอ นึกว่ามีแต่ของฝากให้เทียนซะอีก”

“ใครจะลืมคนที่คลานตามฉันออกมาได้ล่ะ พราว...หายโกรธพี่แล้วใช่ไหม”

พิมพ์มาดาเดินออกมาคุยโทรศัพท์ข้างนอก เธอไม่อยากให้พ่อกับแม่ได้ยินเรื่องพวกนี้อีกแล้ว ตั้งแต่วันที่ไวโอลินบอกความจริงทั้งหมดเธอก็กลับมาเป็นพราวคนเดิม แม้ทุกคนจะงุนงงแต่ก็สบายใจที่เห็นคนป่วยดีขึ้น กำลังใจจากคนในครอบครัวสำคัญที่สุด

“พราวไม่ได้โกรธพี่หรอก ก็แค่เสียใจที่ทุกคนรู้ ให้เรื่องที่ผ่านมาจบลงตรงนี้เถอะนะ ได้โปรดอย่าพูดถึงท็อปอีก”

“แต่พี่เกลียดมัน มันทำกับเธออย่างนั้นได้ยังไง”

“ทุกคนมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับไปแล้วล่ะ ก็แค่ไม่ต้องพูดถึงเขาอีกพี่ทำให้ฉันได้ไหม วันเกิดปีนี้ฉันจะไม่ขออะไรมาก แค่พี่ตัดผู้ชายที่ชื่อทวีภาคออกไปก็พอ”

 

แม้จะเป็นคำขอจากแฝดแต่อธิปก็ทำใจไม่ได้ พยายามนับหนึ่งถึงสิบเพื่อทบทวนเรื่องราวทุกอย่างที่ผ่านมา ทว่ายิ่งนึกยิ่งหงุดหงิด เขาทำใจยอมรับไม่ได้สักวินาที

ขณะเดียวกันที่บ้านเล็กในรั้วภัทรกาญจน์ ไวโอลินตั้งหน้าตั้งตาทำของขวัญให้เขาตั้งแต่เช้า เธอเข้าครัวอบขนมเค้กแสนอร่อย วันนี้เป็นวันเกิดพิมพ์มาดาด้วย เธอจึงทำทั้งหมด 2 ก้อน

“โอ๊ยยยบ้านนี้หอมจังเลย”

โรสิตาเดินเข้ามาได้กลิ่นนมเนยเตะจมูก เธอสูดกลิ่นหอมเต็มปอดก่อนเดินไปหาพี่เทียนในครัว

“พี่เทียนทำได้ไงเนี่ย โรสอยากทำมั่งจัง”

“เดี๋ยวว่างๆ พี่สอนนะ แต่ตอนนี้มาเป็นลูกมือพี่มั้ย”

โรสิตาพยักหน้าอยากทำ เธอช่วยไวโอลินแต่งเค้กให้พิมพ์มาดาอย่างสวยงาม เหลือทิ้งไว้เพียงเค้กของอธิป

“ของพี่ภาคแต่งแบบไหนดี มาเดี๋ยวโรสช่วย”

“เอ่อ...ของภาคพี่อยากทำเองน่ะโรส”

“โหยหวานน่าดูเลย สงสัยเค้กนมสดก้อนนี้ต้องถูกปากพี่ภาคที่สุดในโลก”

ไวโอลินยิ้มหน้าแดง เธอคิดถึงเจ้าของวันเกิดที่สุด เมื่อไหร่เขาจะถึงบ้านหนอ มีเรื่องราวมากมายที่เธออยากเล่าอยากระบายให้เขาฟัง ยังไงเสียอธิปก็คือคู่ชีวิต ไม่ว่าเขาจะเห็นด้วยหรือไม่เธอก็ต้องบอก...

 

อธิปนั่งเครื่องมาถึงประเทศไทยเวลาหกโมงเย็น มองนาฬิกาข้อมืออยู่หลายหนเพราะใจอยากกลับบ้านที่สุด วันนี้ทั้งวันเขายังไม่ได้คุยกับไวโอลินสักคำ คิดได้ดังนั้นจึงกดโทรศัพท์หาเธอ ทว่ายังไม่ทันโทรออกก็มีสายโทรสวนเข้ามาเสียก่อน

“สุขสันต์วันเกิดค่ะ” เสียงคนโทรมาทำให้อธิปใจเสีย

“หม่อน...”

 

ที่บ้านภัทรกาญจน์ทุกคนร่วมกันฉลองวันเกิดให้แฝด ทว่ามีแต่พิมพ์มาดาคนเดียวที่อยู่ตรงนี้ แฝดคนพี่ยังมาไม่ถึง

“พิมพ์ทำไมลูกยังไม่มาอีก”

“เดี๋ยวพิมพ์โทรหาลูกเองค่ะ”

พิมพ์นาราจัดการโทรหาลูกชาย คุยกันสองสามคำรายนั้นก็ขอสายไวโอลิน เธอรับโทรศัพท์จากแม่สามีด้วยใจหวิวไหว ไวโอลินสัมผัสได้ว่ามีเรื่องไม่ค่อยดีเท่าไหร่

“เทียน...” แค่ประโยคแรกของเขาเธอก็ใจหายแล้ว ไวโอลินเงียบสนิท

“ตอนนี้ภาคอยู่กับผู้หญิงคนนั้น แต่ไม่ต้องคิดมากนะ ฉันจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย”

ปลายสายหน้าซีดเผือด เธอยืนนิ่งไม่พูดสักคำ

“รอภาคนะ ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ฉันรักเธอเทียน...”

เขาวางสายไปในขณะที่คนฟังน้ำตาเอ่อคลอ ไวโอลินรีบเช็ดมันทันที วันนี้วันดีของพิมพ์มาดา เธอไม่อยากให้คนอื่นต้องหมดสนุกไปด้วย

“พี่ภาคว่าไงคะพี่เทียน” พิมพ์พรรณถามตาแป๋ว

“เอ่อ...เขาจะมาช้าจ้ะ ทุกคนกินกันก่อนได้เลยนะคะ”

น้ำเสียงและสีหน้าของไวโอลินดูสดใสไม่บอกความทุกข์ในใจ มีพิมพ์มาดาคนเดียวที่มองออก แต่เธอเลือกที่จะเก็บไว้ถามทีหลัง ขณะเดียวกันภายในร้านอาหารใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ

“สั่งสิ...”

หลังจากนั่งนิ่งอยู่นานเขาจึงเป็นฝ่ายเปิดฉากสนทนา ดวงตาคมมองสาวสวยในอุดมคติด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาเสียใจต่อเธอที่สุด พาขวัญไม่แลเมนูอาหารที่วางตรงหน้า เธอยิ้มส่ายหัว

“กินไม่ลงค่ะ แค่กาแฟก็พอ”

“หม่อน...คือภาคมีเรื่องจะบอก”

“ฉันไม่สนว่าคุณจะพูดอะไร แต่ที่แน่ๆ คืนนี้คุณต้องอยู่กับฉันค่ะ”

“ไม่ได้ ผมต้องกลับบ้าน มีคนรอผมอยู่”

“แล้วฉันล่ะคะ ฉันรอคุณมานานแค่ไหนแล้ว เธอคนนั้นรอคุณได้นานเท่าฉันมั้ย”

อธิปหลับตาถอนหายใจ พาขวัญเสียงสั่นน้ำตารื้น วันนี้คือวันสุดท้ายของเรา ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องอยู่กับเธอที่นี่

“เราแต่งงานกันแล้ว ส่วนเรื่องผู้หญิงคนนั้นผมไม่ขอลงรายละเอียดใดๆ ทั้งสิ้น คุณรู้แค่ว่าเธอเคยรอผมก็พอ และรอมานานกว่าคุณด้วยซ้ำ”

 

หลังงานเลี้ยงจบลงไวโอลินก็ลาทุกคนกลับบ้าน พิมพ์มาดาเดินมาส่งพี่สะใภ้ จับมืออีกฝ่ายก่อนเอ่ยขอบคุณจากใจ

“พราวโล่งใจมากพอรู้เรื่องที่เทียนเล่า แม้ในใจลึกๆ จะเจ็บปวดอยู่ก็ตาม แต่ทุกอย่างจะผ่านไปได้ใช่ไหม...” ไวโอลินพยักหน้า เธอมองตาพิมพ์มาดา

“ใช่ เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป พราวเข้มแข็งขึ้นมากเลยนะ เทียนดีใจด้วยจริงๆ”

พิมพ์มาดายิ้มหวานสวมกอดไวโอลิน อีกฝ่ายกอดตอบทันที ผู้หญิงสองคนนี้มีชะตากรรมคล้ายกัน

“เทียนก็เหมือนกันนะ มีอะไรเล่าให้พราวฟังได้ทุกเรื่อง อย่าเก็บความเสียใจไว้คนเดียวเลย...เค้กอร่อยที่สุด ขอบคุณมากๆ จ้ะ”

 

แม้พิมพ์มาดาจะเปิดทางแต่ไวโอลินไม่พูดสักคำ กลับมานั่งรออธิปที่บ้านของเรา ดวงตาแสนเศร้ามองเค้กตาละห้อย นี่จะเลยวันใหม่แล้วทำไมเขายังไม่มา หากเธอเลือกแล้วที่จะรอ... แค่เขาสั่งให้รอเธอก็จะไม่ไปไหน

ห้าทุ่มครึ่งวันเดียวกันอธิปเดินทางกลับมาสนามบินอีกครั้ง เขานั่งเคียงคู่กับพาขวัญตลอดเวลา ฝ่ายหญิงรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนไปของเขา ผู้ชายคนนี้ลุกลี้ลุกลนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“ภาค คุณกลับไปเถอะค่ะ”

เธอทนไม่ไหว ยิ่งเห็นเขาเป็นแบบนี้หัวใจยิ่งเจ็บปวด ไม่มีประโยชน์ที่จะฝืนมันอีกแล้ว อธิปเหมือนได้สติ มองคนข้างกายด้วยความละอายใจ

“ผมขอโทษ”

เพราะแบตโทรศัพท์หมดเลยไม่ได้ติดต่อใคร อย่างน้อยเขาอยากโทรไปบอกไวโอลินว่าไม่ต้องรออีกแล้ว อธิปสังหรณ์ใจว่าเธอจะทำตามที่เขาสั่ง

“ฉันรู้จากเล่ตั้งนานแล้วค่ะว่าคุณแต่งงาน แล้วก็รู้อะไรอีกหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น ดูแลเธอให้ดีนะคะ เดี๋ยวฉันเข้าไปนั่งรอข้างใน คุณกลับบ้านได้แล้วล่ะค่ะ”

ร่างบางยืนขึ้นน้ำตาคลอเบ้า ความรักของเธอกับเขาจบสิ้นแล้วจริงๆ อธิปมองรักแรกตาละห้อย เขาเจอกับพาขวัญครั้งแรกที่แพเมืองกาญจน์ แม่ของเธอเป็นภรรยาคนที่สองของพ่อธานิน พาขวัญเป็นลูกเลี้ยงของท่าน

ทั้งคู่คบหากันอย่างเงียบๆ เพราะฝ่ายหญิงค่อนข้างเจียมตัว หลังจากมารดาเสียกะทันหันพาขวัญจึงย้ายไปอยู่กับพ่อที่ต่างประเทศ นานๆ ทีถึงจะกลับมาเยี่ยมธานินและบิดา

“ที่จริงวันนี้หม่อนมีเรื่องสำคัญจะบอกภาค หม่อนรอให้ถึงวันนี้มานานมากเพื่อที่จะบอกความรู้สึกข้างในออกมาให้หมด...”

พาขวัญน้ำตาไหลริน หากทำเหมือนไม่เป็นอะไร หญิงสาวฝืนยิ้มแม้ในใจบอบช้ำแหลกสลาย อธิปสวมกอดเธอ เขาไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ

“หม่อนรักภาค...รักมาคนเดียว และรักตลอดเวลา”

“ผมขอโทษ...ขอโทษ”

ภาพอดีตของทั้งคู่หวนเข้ามาให้นึกถึง วันเวลาดีๆ ที่เคยทำร่วมกันมาแม้จะไม่มากแต่ก็ไม่มีใครลืมมันได้ ครั้งหนึ่งเขาเคยรักผู้หญิงคนนี้จับจิต หากวันนี้ไม่เหลือแล้ว หัวใจเขาแทบหยุดเต้นยามกอดเธอไว้...

ต่างจากอีกฝ่าย พาขวัญยังใจเต้นโครมครามทุกครั้งที่เขาโอบกอด หากวันนี้หัวใจเธอกรีดร้องโหยหวนนัก ไม่มีอีกแล้วไออุ่นจากผู้ชายคนนี้ จบสิ้นกันทีความรักที่ค้างคาใจมานานแสนนาน แม้จะรักๆ เลิกๆ เป็นสิบครั้งแต่ยังไงก็คือเขา...อธิป ภัทรกาญจน์

 

ไวโอลินมองนาฬิกาทั้งน้ำตา ตีสองแล้วแต่เขายังไม่กลับมา โทรไปหาก็ปิดเครื่องไร้วี่แวว ทุกอย่างที่คิดจะพูดจะทำให้เขาถูกความเสียใจกลืนกินจนหมดสิ้น เธอมองเค้กวันเกิดก่อนก้มหน้าปล่อยโฮ ที่จริงวันนี้เราควรอยู่ด้วยกันไม่ใช่หรือ แต่ทำไมเป็นแบบนี้...ทำไมเขาถึงอยู่กับผู้หญิงอีกคน

ประตูบ้านเปิด ก่อนร่างใหญ่จะเดินเข้ามาด้านใน ภาพผู้หญิงก้มหน้าร้องไห้ทำให้คนมองแทบทนไม่ไหว เขาตาแดงก่ำด้วยความปวดใจ ไม่ว่าอย่างไรคนที่ทำเธอเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็คือเขา

“เทียน...”

เสียงที่คุ้นเคยทำคนร้องไห้เงยหน้ามอง เธอยืนขึ้นสบตาสามีด้วยสภาพไม่ดีนัก ใบหน้ากลมแดงจัด ทั้งยังมีคราบน้ำตาเปรอะเหมือนเด็ก อธิปคิ้วขมวดเดินเข้าไปใกล้

“ฉันทำเธอเสียใจอีกแล้วใช่ไหม”

ไวโอลินส่ายหัวปฏิเสธ อธิปน้ำตาร่วงสงสารเธอจนอยากตบหน้าตัวเองสักร้อยหน ไม่น่าเลย...เขาไม่น่าให้เธอรอเลย

“ขอโทษ...ฉันขอโทษ”

อธิปเอ่ยเสียงสั่นโผกอดเธอด้วยความรักสุดขั้วหัวใจ เขาเจ็บปวดที่ทำเธอร้องไห้ เขาเสียใจที่ไวโอลินมีแต่น้ำตา หญิงสาวกอดตอบตัวสั่นเทิ้ม เธอเกลียดตัวเองที่ไม่ไว้ใจเขา...

“เทียนขอโทษ...ฮึกๆ แม้จะรู้ว่าภาคอยู่กับผู้หญิงอีกคนเพราะอะไรแต่มันก็อดเป็นแบบนี้ไม่ได้...”

“ฉันเข้าใจที่เธอเป็นแบบนี้ อย่าโทษตัวเอง เธอไม่ผิด...ไม่ผิดสักนิดเดียว”

จมูกคมสันเทียวไล้เทียวหอมผมหญิงสาวอย่างปลอบประโลม ไวโอลินถอนกอดมองเขาทั้งน้ำตา ใช้สองมือลูบใบหน้าสามี

“มองฉันให้เต็มตาสิ ผู้ชายคนนี้เป็นของเธอ ภาคเป็นของเทียนคนเดียว”

ทุกความรู้สึกส่งผ่านทางการกระทำ ฝ่ามือใหญ่เช็ดน้ำตาแห่งความปวดร้าวให้เธอ ต่อไปจะไม่มีอีกแล้ว...เขาจะไม่ทำให้เธอเสียใจอีก

“สุขสันต์วันเกิด เทียนรักภาค...”

เขย่งจูบเขาทั้งน้ำตา อธิปคว้าหมับที่เอวคอด ริมฝีปากเผยอตอบกดลึก ความเจ็บปวดของเธอถูกถ่ายเทมาแล้ว เขาสัมผัสได้ว่าไวโอลินทุกข์ระทมเพียงใด เจ้าของวันเกิดไม่ประวิงเวลาอีกต่อไป เขาคิดถึงเธอใจแทบขาด อธิปตวัดร่างงามขึ้นสู่อ้อมอกก้าวอาดๆ ขึ้นบนบ้านตรงไปยังห้องนอน

เขาวางตัวหล่อนลงบนเตียงกว้าง จูบซับน้ำตาให้เธออย่างอ้อยอิ่ง ปลายจมูกลากไล้ไปยังใบหูขาวจนสาวเจ้าอ่อนระทวย เขาฉวยโอกาสขบเม้มเน้นหนัก

“ฉันคิดถึงเธอแทบบ้า ฉันต้องการเธอคนเดียว”

กระซิบข้างหูจนคนฟังขนลุกซู่ แขนทั้งสองข้างโอบลำคอเขาด้วยความคิดถึงเช่นกัน เธอจูบแก้มของสามี

“เทียนก็คิดถึงภาค...คิดถึงที่สุด”

นัยน์ตาเขายิ้มสดใสด้วยหัวใจพองโต อธิปเคลื่อนตัวไปยังหน้าผากขาว เผยอริมฝีปากจุมพิตอย่างนุ่มนวล ไวโอลินหลับตาซึมซับภาษากาย เธอไม่สามารถปฏิเสธผู้ชายคนนี้ได้เลย...

“เธอคือของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิตฉัน”

ร่างหนาบดเบียดเสียดสีอย่างรู้หน้าที่ ใบหน้าคมซุกไซ้ซอกคอระหงด้วยความสิเน่หา เขาอยากจูบเธอทั้งตัวให้หายคิดถึง ผู้หญิงคนนี้เป็นของเขา ไวโอลินคือสมบัติแสนเลอค่าของอธิป

“อื้อ!

เสียงเล็กครางหวิวเมื่อปากร้อนขบเม้มนวลเนื้อขาว เขาโอ้โลมร่างกายสาวทั่วทุกอณู อธิปประคองไวโอลินลุกนั่ง  ถอดชุดเมียอย่างรู้งาน ดวงตาคมมีไฟยามมองเรือนร่างที่มีเพียงเสื้อในกับกางเกงใน เขาสั่งเธอเสียงสั่น

“ถอดสิ...”

เธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาเก่งกาจในเรื่องนี้เพียงใด อธิปเหมือนคนควบคุมเกมทุกครั้งที่เราร่วมรักกัน เธอทำตามคำสั่งอย่างง่ายดาย เสื้อในตัวสวยหลุดจากอกอวบเป็นอย่างต่อมา

“มีลูกกันเถอะ ฉันอยากมีลูกกับเธอ”

 

 

 

 สนใจดาวน์โหลดนิยายได้ที่ https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiMzYxMTg5IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiNDgwODYiO30

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว