กลับอีกครั้งค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอละเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ

ตอนที่4 นี่มันไม่ใช่ละครน้ำเน่านะ

ชื่อตอน : ตอนที่4 นี่มันไม่ใช่ละครน้ำเน่านะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 699

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2559 21:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่4 นี่มันไม่ใช่ละครน้ำเน่านะ
แบบอักษร

นี่มันไม่ใช่ละครน้ำเน่านะ

 

โครม!!!

               ประตูห้องนอนถูกผลักอย่างแรงจนแก้วกันยาผู้ที่ได้รับสิทธิเป็นเจ้าของห้องนอนแคบๆนี้ต้องสะดุ้งตื่น หญิงสาวรวบรวมสติและพยายามหรี่ตามองทามกลางแสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงว่าผู้บุกลุกยามวิกาลนี้เป็นใคร

               "เป็นบ้าอะไร!เข้ามาทำไมฮะ!" แก้วกันยาขึ้นเสียงใส่ทันทีที่อนภัทรเดินมาหยุดยืนอยู่ปลายเตียง

              "ลุกขึ้นมา!" อนภัทรสั่งเสียงเรียบแต่เต็มไปด้วยความน่ายำเกรง

               "จะบ้ารึไงค่ำมืดดึกดื่นจะให้ฉันไปไหนยะ!...ประสาท" แก้วกันยาบ่น

               "ปรกติเธอคงนอนกินบ้านกินเมืองสินะ!ลุกขึ้นมันจะตีสามแล้ว"

               "ตีสาม!!!" แก้วกันยาอุทานพร้อมกับหันไปมองนาฬิกาที่ผนังห้อง   "นายจะบ้ารึไงตีสามเองนะจะให้ฉันตื่นไปทำอะไรฮะไปให้พ้นๆเลยไปฉันจะนอน" แก้วกันยาออกปากไล่พลางหันหลังทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งแต่ไม่กี่อึดใจก็โดนอนภัทรกระชากให้ลุกขึ้นมานั่งอีกครั้ง

              "โอ๊ย!"

              "บอกให้ตื่นไง!" ชายหนุ่มบีบข้อมือเล็กไว้แน่นด้วยความกรุ่นโกรธ

              "ฉันเจ็บ!...ปล่อยนะ!" แก้วกันยาพยายามขัดขืน   "นายนี่มันตัวอะไรฮะเกิดมาเป็นผู้ชายจริงๆรึเปล่าเห็นเก่งแต่ใช้กำลังรังแกฉันเนี่ย!"

              "หุบปากซะก่อนที่ฉันจะรำคาญเธอมากไปกว่านี้" พูดจบอนภัทรก็แกะเชือกที่มัดข้อเท้าของแก้วกันยาออกพร้อมกับกระชากเธอลงมาจากเตียง

               "นี่!...จะไปไหนปล่อยฉันนะ" ด้านแก้วกันยาก็ขัดขืนอย่างสุดกำลังทั้งทุบตั้งตีทั้งจิกทั้งข่วนแขนของอนภัทรที่กำลังฉุดกระชากข้อมือเธออยู่แต่ชายหนุ่มที่เดินนำหน้าก็ไม่มีทีท่าจะสนใจ

               เขาลากหญิงสาวออกมาจากบ้านได้สำเร็จแต่เสียงร้องโวยวายของเธอทำเอาคนงานบนเกาะของอนภัทรต่างพากันมายืนมุงดูและหัวเราะท่าทางประหลาดของสาวคนเมืองที่กรี๊ดร้องเหมือนคนบ้า

               "ผีเข้าเหรอนาย" เข่งเด็กหนุ่มที่คอยรับใช้อนภัทรถามด้วยสีหน้าและท่าทางที่หวาดกลัวเกิดมาเขาไม่เคยเห็นใครเป็นแบบนี้มาก่อนนอกจากตอนเด็กๆที่แอบตามผู้ใหญ่ไปดูเขาทำพิธีไล่ผี

              "ใช่!...สงสัยจะเป็นผีแมวบ้าถึงได้จิกได้ข่วนเก่งแบบนี้"

              "แกสิบ้า!...ปล่อยฉันนะ" แก้วกันยายังคงแผลงฤทธิ์

              "ให้เข่งไปเอาน้ำมนต์มาให้มั้ยนาย" เด็กหนุ่มมองผู้หญิงคนเมืองอย่างหวั่นกลัว

               "เข่งไปเอาปืนฉันมาแล้วไปรอที่เรือส่วนแมวผีนี่เดี๋ยวฉันจัดการเอง"

               "ครับนาย" เด็กหนุ่มวิ่งกลับไปอย่างรวดเร็ว

               "ทุกคนตามฉันไปที่หาด"อนภัทรสั่งคนงานเสียงเข้ม

               ไม่นานนักคนงานทุกคนที่เกาะก็มายืนรวมกันอยู่หน้าหาดสายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ผู้หญิงแปลกหน้าที่นายหัวกำลังออกแรงฉุดกระชากอย่างไม่ปรานีก่อนจะเหวี่ยงเธอลงบนพื้นทรายต่อหน้าทุกคน

              "ทุกคนจำหน้าผู้หญิงคนนี้เอาไว้ เธอมาเพื่อใช้หนี้ถ้าเห็นเธออยู่ที่ไหนให้จับมาส่งฉันที่บ้านทันที ผู้หญิงคนนี้ไม่มีสิทธิ์ไปไหนตามใจชอบแต่ถ้าดื้อดึงขัดขืนก็ยิงทิ้งได้เลย"

              "ว่าอะไรนะ!" แก้วกันยาตวาดลั่นพลางลุกขึ้นมาผลักอนภัทรสุดแรงด้วยความโมโห อะไรกันใช้หนี้บ้าบออะไรแล้วที่นี่มันที่ไหนทำไมถึงได้ป่าเถื่อนกันแบบนี้

              อนภัทรปรี่เข้ามากระชากแขนแก้วกันยาเข้ามาหาตัวเขาจ้องหญิงสาวที่ทำอย่างไรก็ไม่สิ้นฤทธิ์ด้วยความหงุดหงิด เธอเป็นคนแรกที่อาจหาญต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่หวั่นเกรง

              "หุบปากซะถ้ายังอยากจะมีลมหายใจอุ่นๆกลับไปเจอพ่อสุดที่รักของเธอ...เข้าใจรึเปล่า!" อนภัทรพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น สายตาของคนทั้งคู่จับจ้องกันโดยไม่มีความยำเกรง

              "สารเลว!" แก้วกันยาพูดใส่หน้าอนภัทรเสียงดังฟังชัดจนคนงานฮือฮา

เพี๊ยะ!...

              อนภัทรฟาดมือลงบนแก้มใสอย่างแรงจนเธอล้มลงไปกองที่พื้นคนงานพากันตกใจและเกรงกลัวอารมณ์ร้อนๆนายหัวของตนยามนี้เป็นที่สุดจึงไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยแก้วกันยา

             "แยกย้ายกันไปได้แล้ว!" อนภัทรหันมาสั่งคนงานเสียงเย็นสิ้นคำทุกคนต่างก็วิ่งหายไปในความมืดอย่างรวดเร็วเหลือเพียงอนภัทรและแก้วกันยาที่ต้องรบรากันต่อไป   "ลุกขึ้นมา!" อนภัทรหันไปสั่งแก้วกันยาที่ยังนั่งก้มหน้าอยู่ที่พื้น   "ลุกขึ้น!" ชายหนุ่มสั่งอีกครั้งแต่เธอก็ยังนิ่งเฉยชายหนุ่มกระชากเธอขึ้นมายืนประจันหน้ากันอีกครั้ง สายตาคมจับจ้องไปที่ใบหน้าคมที่ยามนี้มีน้ำตาไหลอาบสองแก้ม

               หญิงสาวจ้องมองชายหนุ่มทั้งน้ำตาริมฝีปากขบแน่นไม่มีคำพูดใดนอกจากสายตาที่จ้องมองชายแปลกหน้า

ใช่...ฉันกำลังเจ็บ

ใช่...ฉันกำลังโกรธ....

ใช่...ฉันกำลังเกลียด....

               แก้วกันยาตอบทุกความรู้สึกที่มีอยู่ในใจยามนี้เขาเป็นใครมาจากไหนกล้าดียังไงมาตบเธอและผู้ชายดีๆที่ไหนกันถึงได้ลงไม้ลงมือกับเธอแบบนี้มันก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอที่เธอจะด่าว่าเขา

คนสารเลว....

              แต่จะให้เธอทำอย่างไรได้เธอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆที่ถูกจับมาระบายความอัดอั้นตันใจในบางอย่างโดยที่ตัวเธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องหาความยุติธรรม ท้องทะเลอันกว้างใหญ่เบื้องหน้าไร้ซึ่งแสงไฟเธอก็ตอบตัวเองได้ว่าถูกจับมาทรมานบนเกาะอันห่างไกลที่ที่กฎหมู่มีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด

ความพ่ายแพ้...

             "ตบอีกสิ" แก้วกันยาพูดด้วยเสียงอันแผ่วเบาเมื่อหาจุดจบของตัวเองได้

              เพียงแค่เห็นสายตาแข็งกร้าวที่แปลเปลี่ยนเป็นสานตาที่สิ้นหวังยอมจำนนต่อโชคชะตาของแก้วกันยาอนภัทรก็รู้สึกใจหวิวๆขึ้นมาอย่างประหลาดอาจเพราะตัวเขาไม่คุ้นชิ้นกับท่าทางเรียบเฉยของหญิงสาวมาก่อนก็เป็นได้ สายตาคมจับจ้องไปที่แก้มใสที่ยามนี้ปรากฏรอยมือเขาอย่างชัดเจน

              "ร้องไห้ทำไม...กลายเป็นผู้หญิงอ่อนแอน่าสงสารไปแล้วเหรอ" อนภัทรพยายามข่มใจและเอ่ยวาจาเย้ยหยันออกไป

              "นายมันยังเป็นผู้ชายอยู่รึเปล่าฮะ!" แก้วกันยาขึ้นเสียงใส่อนภัทรอีกครั้งพลางปาดน้ำตาทิ้งเธอกำลังจะเป็นบ้าเพราะความอัดอั้นตันใจ

              "เลิกบ้าแล้วตามฉันมาได้แล้ว" อนภัทรจับข้อมือแก้วกันยาอีกครั้งแต่หญิงสาวสะบัดหนีสุดแรง

              "ไม่! ฉันไม่ไป!นายเป็นใคร ที่นี่ที่ไหน จับฉันมาทำไมบอกฉันมาว่านายต้องการอะไรกันแน่"

              "เลิกบ้าได้แล้ว! ทำตัวให้มันดีๆอย่าให้ฉันหมดความอดทนรู้แล้วไม่ใช่เหรอว่าถ้าฉันหมดความอดทนแล้วเธอจะเจออะไร"

              "งั้นก็เอาสิตบฉันเลย!"

              "ถ้าไม่อยากแก้มบวมทั้งสองข้างก็อย่าท้าทายฉันแก้วกันยา...เธออาจปากเก่งอวดดีกับคนอื่นได้แต่ไม่ใช่ฉันตราบใดที่ยังอยากหายใจอยู่ที่นี่" พูดจบอนภัทรก็กระชากแขนแก้วกันยาให้ออกเดินตามเขามาที่ท่าเรือ

              แก้วกันยามองเรือเร็วที่จอดเทียบท่าอยู่หลายลำอย่างสนใจที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่ทำไมถึงมีเรือแบบนี้อยู่ตั้งหลายลำเดิมทีเธอเข้าใจว่าอาชีพหลักของคนเกาะนี้คือชาวประมงเสียอีกยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยหรือว่าเรือประมงออกจากท่ากันไปหมดแล้ว

              "กิจจา..." แก้วกันยาอ่านชื่อที่ข้างเรือเร็วอย่างสงสัยทุกลำที่เห็นชื่อกิจจาทั้งหมดนี่มันนามสกุลผู้ชายคนนี้นี่นา หมอนี่ทำมาหากินอะไรกันแน่ทำไมถึงมีเงินมากมายมาซื้อเรือแพงๆแบบนี้ได้นะแล้วคนแบบนี้ไปรู้จักกับพ่อของเธอตอนไหนถึงได้แค้นเคืองเธอขนาดนี้... ยิ่งเห็นก็ยิ่งสงสัย

             ทั้งคู่เดินไปจนสุดท่าเรือเด็กหนุ่มวัยมัธยมก็รีบกระโดดลงมาจากเรือประมงตรงมารับหน้านายหัวทันที

              "เข่งเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้วนะนายหัว" เด็กหนุ่มรายงานพร้อมกับส่งปืนให้

              "อื่ม...กลับไปได้แล้ว"

              "อ้าว!นายหัวไม่ให้เข่งไปด้วยเหรอ"

              "ไม่ต้อง...ฉันมีคนช่วยแล้วไม่เห็นรึไง" อนภัทรปลายตามองแก้วกันยา

              "คนเมืองเนี่ยนะ...นายแน่ใจเหรอ"เข่งท่าทางเป็นกังวล

              "อื่ม..."

              "นาย...." เข่งเสียงอ่อนท่าทางเป็นห่วงคนทั้งคู่

              "เอ่อ...บอกแม่เราด้วยว่าให้หาเสื้อผ้าผู้หญิงมาสักสองชุด"

             "ได้ๆ...เข่งไปนะนายหัว" พูดจบเด็กหนุ่มก็วิ่งกลับบ้าน

              "เธอน่ะ!ไปลงเรือได้แล้ว" อนภัทรดึงแก้วกันยาไปที่เรือประมง

              "นาย....จะไปไหน"

              "ไม่ถามสักเรื่องได้มั้ย....มานี่" อนภัทรฉุดกระชากแก้วกันยาลงมาในเรืออย่างยากเย็น

              "ไม่ไป!...ปล่อยฉันนะ" แก้วกันยาขัดขืนอย่างไรแก้วกันยาก็คือแก้วกันยาวันยังค่ำถนัดแต่เรื่องต่อต้านคัดคานอำนาจเขา  

              "นายหัวจะพาสาวคนเมืองไปจริงๆเหรอ"ดิ่งชายวัยกลางคนผู้ทำหน้าที่ไต่ก๋งเรือด้ายภาษาใต้อย่างไม่มั่นใจ

              "ใช่"

              "นาย..." ไต่ก๋งพยายามทัดทาน

              "ออกเรือได้แล้ว" อนภัทรหันไปบอกไต่ก๋งเรือที่ยืนทำหน้าเครียดดูคนทั้งคู่ออกแรงฉุดกระชากกันอยู่พักใหญ่

               ในที่สุดเรือก็แล่นออกจากฝั่งแก้วกันยามองผืนน้ำอันดำมืดอย่างหวาดเกรงเขาพาเธอลงเรือประมงมาทำไมจะพาไปส่งเป็นไปไม่ได้รึว่าจะทำมิดีมีร้ายเธอ แก้วกันยากันไปมองไต่ก๋งเรืออย่างหวั่นเกรง ท่าทางผู้ชายคนนี้ก็ช่างน่ากลัวไว้หนวดเคราผมเผ้ารุงรัง

              อนภัทรมองแก้วกันยาที่เอาแต่จ้องไต่ก๋งหน้าตาตื่นอย่างพอใจเพราะอย่างน้อยเขาก็หาจุดอ่อนในตัวหญิงสาวได้สักอย่างเมื่อคิดแบบนั้นชายหนุ่มจึงแกล้งเดินไปที่ห้องเครื่อง

              "วันนี้คลื่นสงบผิดปรกตินะนายหัวผมว่าวันสองวันนี้พายุน่าจะเข้า"ชายวัยกลางคนพูดภาษาใต้อย่างเป็นกังวลเมื่อผืนน้ำนิ่งสนิทจนผิดสังเกต

              "อื่ม..."อนภัทรพยักหน้าพลางมองผืนน้ำอันกว้างใหญ่ตามคำบอกของผู้มากประสบการณ์

              "ว่าแต่ผู้หญิงคนเมืองนี่เป็นใครเหรอนาย"

              "ศัตรู" อนภัทรตอบเสียงเรียบพร้อมจ้องแก้วกันยาไม่วางตาจนไต่ก๋งเรือไม่กล้าที่จะถามอะไรต่อ

              ไม่นานนักเสียงเครื่องยนต์ก็เงียบหายไปแก้วกันยาหันไปมองชายคนขับเรืออย่างหวั่นเกรง เขาจะทำอะไรกันอย่าบอกนะว่าจะพาเธอมาโยนทิ้งทะเล หญิงสาวคิดฟุ้งซ่านในหัว

              "นั่งบื้อทำไมลุกขึ้นมาทำงานได้แล้ว" อนภัทรสั่งเสียงเข้ม

              "ว่าไงนะ!" แก้วกันยาตาโต

              "ลุกขึ้น...ฉันไม่ได้พาเธอมาล่องเรือสำราญนะ! ลุกขึ้นมาทำงานได้แล้ว"

              "ทำงาน!ทำอะไร...บ้า!...นายให้ฉันมาเป็นลูกเรือประมงงั้นเหรอ" แก้วกันยาโวยวาย

              "จะทำหรือไม่ทำ!"

              "ไม่!" แก้วกันยาตอบโดยไม่ต้องคิด

              "ถ้าไม่ทำก็ไม่ต้องกินข้าว ไม่ต้องอาบน้ำเลือกเอานะ"

              "วะ...ว่าไงนะ!"

            

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว