ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ไม่ไว้หน้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2559 14:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไม่ไว้หน้า
แบบอักษร

#

ตอนที่ 31

อธิปกลับออกมาจากห้องพิมพ์มาดา หลังคุยกันพอให้หายคิดถึงร่วมหนึ่งชั่วโมง เขาแวะห้องน้องสาวคนเล็กเพื่อหยิบยาติดมือมา ชายหนุ่มชะโงกหน้ามองลงมาชั้นล่าง สั่งคนใช้สาวให้นำอาหารเช้าสำหรับสองที่ขึ้นมาบนห้อง

            เวลาต่อมาร่างสูงสง่าของบุรุษเพศ เดินอาดๆ เข้าห้องส่วนตัว ดวงตาคมมองเตียงกว้างที่มีใครอีกคนหลับสนิทด้วยความสับสน อธิปนั่งลงบนที่นอนนุ่ม ยาและชุดของพิมพ์มาดาถูกวางไว้ตรงเก้าอี้ข้างเตียง

            มันเจ็บไม่น้อยที่ทำให้เธอร้องไห้เสียใจอยู่บ่อยครั้ง ทว่าความจริงที่รับรู้มันแย่ยิ่งกว่า ทำไมหล่อนถึงยอมตกเป็นของผู้ชายอย่างมัน จริงอยู่ที่เขาไม่ถือเรื่องผู้หญิงผ่านมือผู้ชายมาแล้ว หากไวโอลินเป็นข้อยกเว้น เขาออกฤทธิ์เฉพาะกับหล่อนโดยไม่ทราบสาเหตุ

            ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูทำอธิปลุกจากที่นอนเดินไปรับอาหารเช้า ก่อนวางถาดอาหารลงบนโต๊ะที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มตัดสินใจโทรหาธานิน

            “ไอ้เล่ ฉันมีเรื่องจะคุยกับแก”

            คราวนี้ธานินยอมปรับความเข้าใจกับเพื่อน อธิปบอกความรู้สึกที่มีต่อไวโอลินให้สหายรับรู้ หากเขาไม่ได้บอกเรื่องของทวีภาค แค่นึกถึงเพียงเศษเสี้ยวยังทำใจไม่ได้เลย...มันโกรธและดูรุนแรงจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่

            “ฉันว่ายาวว่ะไอ้ภาค เอาเป็นว่าแกจะมางานเลี้ยงรุ่นมั้ย”

            “ไม่ไป ไร้สาระ” ปฏิเสธทันทีที่ถูกชวน

            “แต่เทียนไปนะ ยัยอันจอมจุ้นบอกมา”

            อธิปหันขวับไปยังคนนอนหลับ หล่อนเอาเวลาไหนไปตอบตกลงคนอื่น ชายหนุ่มถอนใจใส่ปลายสาย...

            “อือ ฉันไป ไว้คุยรายละเอียดกันวันหลัง”

            การสนทนาสิ้นสุดลงเมื่ออธิปเพลียจนตาจะปิด เหลือบมองอาหารในถาดสลับกับคนนอนหลับ ชายหนุ่มเดินไปปิดไฟ คลานขึ้นเตียงล้มตัวลงนอนใกล้เธอ

            “ฉันรอกินพร้อมเธอ”

            ผ้าห่มผืนใหญ่ให้ความอบอุ่นเราไว้ทั้งคู่ ภายในห้องนอนอธิปเงียบสนิทราวกับกลางคืน แขนซ้ายสวมกอดเธอ ใช้คางเกยไหล่สาวแล้วหลับตา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาสบายใจ อธิปเข้าห้วงนิทราตามเธอไปติดๆ ไวโอลินจะรู้บ้างไหมว่าในหัวของเขามีแต่เรื่องของเธอเต็มไปหมด...อธิปคิดมากจนจะบ้าตายอยู่รอมร่อ

            17.08 น. ภายในห้องนอนอธิป เพราะฝนตกหนักทำให้ทั้งวันแทบไม่เห็นแสงแดด เครื่องปรับอากาศทำงานในอุณหภูมิ 28 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าร้อนมากสำหรับเจ้าของห้อง หากอธิปกลัวคนในอ้อมกอดไม่สบาย เขายังคงนอนโอบเธอไว้ตั้งแต่เช้ายันเย็น

            ร่างบางในอ้อมแขนเริ่มมีปฏิกิริยา ขยับตัวเล็กน้อยเพราะนอนพักเต็มอิ่ม นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เธอหลับไปเพราะสังขารต้านไม่ไหว ไวโอลินกลายเป็นคนอ่อนแอ เป็นยัยขี้โรคเพราะสภาพจิตใจย่ำแย่

            เปลือกตาบวมช้ำลืมขึ้นปรับสภาพการมอง ภาพตรงหน้าที่เห็นคือใบหน้าหล่อเหลาหลับสนิท ลำแขนของเขาโอบกอดเธอราวกับว่ากลัวหาย หญิงสาวสะเทือนใจเพียงเห็นหน้าอธิป

            “ตื่นแล้วเหรอ”

            อธิปเป็นคนรู้สึกไว ถามเธอทั้งที่ยังหลับตาคิดบางอย่างในหัว ตอนนี้มันเพลีย และล้าเกินกว่าจะลืมตามองหน้าหล่อนได้ แขนแข็งแรงกระชับกอดแน่น หญิงสาวประหม่าเมื่อหน้าของเธออยู่ใกล้เขา จมูกเราทั้งคู่แทบจะชนกันอยู่แล้ว

            “ปล่อย...”

            สั่งสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า หากชายหนุ่มไม่ทำตาม เขาหลับตาบงการหล่อนทางร่างกาย

            “ขอแค่ 3 เดือน จะอยู่กับฉันหรือเปล่า”

            “ไม่3 วินาทีก็ไม่ ปล่อย

            แม้จะพยายามแกะแขนเขาออกแต่เหมือนจะไม่เป็นผล อธิปรัดเธอแน่นกว่าเก่า เขาลืมตาจ้องหน้าหล่อนด้วยความรวดร้าว จมูกคมสันเกลี่ยไล้แผ่วเบาเย้าจมูกเรียวเล็ก

            “เธอจะมีอิสระทุกอย่างเมื่ออยู่ที่นี่ ฉันจะไม่ห้ามหรือบังคับให้เธอทำอะไรทั้งสิ้น”

            “เธอจะให้ฉันอยู่กับคนที่เห็นฉันเป็นเศษขยะงั้นเหรอ... ถ้าเป็นเธอล่ะ? ถ้าเป็นเธอบ้างล่ะภาค”

            ไวโอลินน้ำตาไหลเมื่อความชอกช้ำใจตีรวนสุมอก อธิปกดหน้าเข้าไปใกล้เธอ จูบแก้มที่อาบไปด้วยหยาดน้ำตาอย่างทะนุถนอม

            “ฉันจะไปเองไม่ต้องห่วง...”

            หลังจากนอนคิดอยู่นานก็หาคำตอบให้ตัวเองได้ อันที่จริงสมองอธิปเพลียหนัก ชายหนุ่มหลับไปเพียง 3 ชั่วโมงแล้วก็ตื่นในเวลาต่อมา ทว่าคนมีแผนยังไม่ยอมลุกจากที่นอน เขาอยากกอดเธอไว้แบบนี้นานๆ

            “อาจมีบ้างที่ฉันต้องกลับมาที่นี่ แต่คงไม่นอนค้าง เธอสบายใจได้”

            “ทำไมเธอต้องไปอยู่ที่อื่น ฉันต่างหากที่ควรไป”

            สายตาทั้งสองสบประสานอย่างลึกซึ้ง อธิปตาแดงเถือกเมื่อความรู้สึกข้างในทรมานอย่างบอกไม่ถูก นี่เขากำลังรู้สึกอะไรกับเธอใช่มั้ย? เรียกว่าความรักได้หรือเปล่า...

            “เธอยังรักฉันหรือเปล่าเทียน ยังรู้สึกอะไรกับไอ้เลวคนนี้มั้ย”

            คำถามของเขาทำคนเจ็บปางตายน้ำตาหยด เธอก้มหน้าหลบสายตา หากอธิปเชยคางเรียวขึ้น...เราสบตากันอีกครั้งด้วยความรวดร้าว

            “ฉัน...ฉันกลัว ทุกครั้งที่เจอเธอมันมีแต่ความรู้สึกหวาดระแวง”

            ฝ่ายชายชักแขนกลับเมื่อได้ฟังคำตอบ เขาลุกขึ้นนั่งหันมามองหญิงสาว

            “เอาเป็นว่าอยู่ที่นี่ไปก่อน ฉันจะไปอยู่ที่อื่น เธอต้องนอนห้องนี้เท่านั้น อ่ออีกเรื่องนึง ในระหว่างที่อยู่กับฉันห้ามพูดถึงไอ้ระยำนั่นเด็ดขาด”

            “ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ เทียนอยากกลับบ้าน”

            “บ้านไหน? บ้านมันหรือบ้านเธอ”

            ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจให้ปากไว อธิปเหมือนได้สติลุกขึ้นยืนก่อนพูดทิ้งท้าย

            “แม่ฉันรักเธอ และทุกคนในครอบครัวฉันก็ไม่มีใครรังเกียจเธอ...”

            เดินออกจากห้องทันทีที่หมดธุระ ไวโอลินมองเขาจนลับตา เสียงบานประตูปิดดังทำให้ใจหายวาบ ทำไมเขาต้องไป? คนที่ควรออกไปจากบ้านหลังนี้คือเธอไม่ใช่หรือ

            อธิปลงมาคุยกับแม่เรื่องความคิดของเขา พิมพ์นาราพยักหน้าเห็นด้วย นางถามลูกชายคนเดียว...

            “แล้วลูกจะไปนานแค่ไหน”

            “ผมจะกลับบ้านทุกอาทิตย์ครับ แม่ไม่ต้องห่วง”

            “แม่ไม่ได้ห่วงลูก แต่แม่ห่วงผู้หญิงของลูกต่างหาก พาหนูเทียนไปหาปู่กับย่าบ้างสิภาค”

            “ผมยังไม่พร้อม...”

            มารดาชักงงกับความคิดลูกชาย เหมือนอธิปมีอะไรปิดบังไว้ นางจับหลังมืออีกฝ่าย เขาเงยหน้าสบตาแม่

            “ภาค โกหกแม่เหรอ”

            “เปล่าครับ ผมแค่อยากให้เทียนสบายใจจริงๆ ก็แค่อยากให้เวลาเธอ”

            “แล้วทำไมไม่อยู่ดูแลหนูเทียนด้วยตัวเองล่ะ ลูกจะหนีทำไม”

            “มันเหนื่อยครับแม่ ผมเพลียกับเรื่องบ้าๆ นี้จะแย่แล้ว”

            “แต่เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นภาคเป็นคนก่อ...”

            อธิปก้มหน้าหลบตาท่าน พิมพ์นาราถอนหายใจมองหน้าเจ้าตัวดี ฝ่ามือแม่ตบเบาๆ ที่บ่าแข็งแรง

            “แม่ไม่รู้ว่าลูกปิดบังอะไรเอาไว้ และแม่ก็คงไม่ถามด้วยว่าภาคจะแก้ไขมันยังไง โตแล้ว...เรียนรู้มาเยอะแล้ว ควรยืนได้ด้วยตัวเองสักที”

 

            แม้คำพูดของแม่จะคมคายสักเพียงใดหากสมองอธิปไม่รับ เขาขนเสื้อผ้าออกจากบ้านไปหลบภัยที่คอนโดธานินอยู่หลายวัน ระหว่างนั้นไวโอลินก็ใช้ชีวิตรอวันจาก หายใจหายคอสบายขึ้นมากเมื่อบ้านนี้ไม่มีเขา หากหัวใจข้างในช่างน่ากลัว ไม่มีวันไหนที่เธอไม่คิดถึงอธิป...

            “เทียน เสร็จหรือยังลูก”

            เสียงพิมพ์นาราเอ่ยเรียกสมาชิกใหม่ที่ง่วนกับการทำกับข้าวอยู่ในครัว หญิงสาวขานตอบเสียงใส

            “เสร็จแล้วค่า” เดินมาพร้อมถาดอาหาร

            “ไปเถอะจ้ะ พระจะมาแล้ว”

            รอยยิ้มผู้หญิงคนนี้ทำเธออบอุ่นทุกครั้งที่เห็น แม่ของอธิปช่างสวยและใจดีเหมือนนางฟ้า ชวนให้คนไม่มีใครคิดถึงแม่

            “แม่คะ...”

            พิมพ์นาราหยุดมอง ส่งยิ้มบางๆ ให้หญิงสาวรุ่นลูกด้วยใจกรุณา ตาประสานตาบ่งบอกถึงความรักในหัวใจ

            “ขอบคุณที่ดูแลหนูนะคะ ขอบคุณมาก”

            เพราะเธอไม่มีใครเลยอ่อนไหวง่ายหลายล้านเท่า พิมพ์นาราน้ำตาคลอสงสารหนูเทียนจับใจ หากสิ่งที่ทำให้ได้คงมีเท่านี้... ความรักที่มีให้ลูกๆ ทั้งสามเป็นอย่างไร ไวโอลินก็จะได้รับมันไปเหมือนกับทุกคน

            “ฉันคือแม่ของหนู จำไว้นะลูก”

            ไวโอลินยิ้มทั้งน้ำตา ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ครอบครัวนี้อบอุ่นจริงๆ ไม่มีใครทำให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจเลยสักคน แม้พิมพ์พรรณจะดูแข็งไปบ้างแต่น้องก็แคร์เธอ และมักจะเข้ามาคุยด้วยสม่ำเสมอ ส่วนพ่อของอธิป แม้เราจะคุยกันนับครั้งได้ แต่ท่านก็น่ารักมาก อดิศวรปฏิบัติต่อครอบครัวอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่อง มันทำให้เธอนึกถึงพ่อที่จากไป

           

"อะภิวาทะนะสีลิสสะ   นิจจัง   วุฒาปะจายิโน, จัตตาโร   ธัมมาวัฑฒันติ  อายุ   วัณโณ   สุขัง   พลัง"

          ไวโอลินนึกถึงบิดาทุกลมหายใจ เธอสบายใจทุกครั้งที่ได้ตื่นมาตักบาตรหน้าบ้านทุกเช้า พิมพ์นาราก็เช่นกัน นางยิ้มมีความสุขยามนึกถึงคนบนฟ้า กิจกรรมสิ้นสุดลงหลังจากกรวดน้ำเป็นอันดับสุดท้าย ระหว่างทางเดินเข้าตัวบ้าน ทั้งคู่ก็พูดคุยกันตามปกติ

            “กว่าแม่จะรักกับพ่อได้ แม่ต้องร้องไห้เป็นกระบุงแน่ะ”

            ไวโอลินมองคนข้างกายด้วยความสงสัยเมื่อจู่ๆ แม่ก็พูดถึงคู่ชีวิต นางหันมายิ้มให้เด็กสาว

            “พ่อเขาร้ายมากจ้ะ ร้ายจนแม่คิดว่าจะไม่มีวันนี้แล้วด้วยซ้ำ วันที่เราได้โอบกอดคำว่าครอบครัว”

            ทั้งคู่หยุดยืนมองหน้ากัน ไวโอลินจำได้ว่าอธิปเคยเล่าเรื่องของบุพการีให้เธอฟัง ความรู้สึกตอนนั้นมันอบอุ่นและยิ้มได้ แต่ตอนนี้ทำไม... แม่กำลังจะบอกอะไรเธองั้นหรือ?

            “แต่ในชีวิตของแม่ ผู้ชายคนเดียวที่รักมาตลอดก็คือพ่อ แม้จะเป็นรักที่มาพร้อมกับหยาดน้ำตาแต่แม่ก็บูชามันเสมอ ความเจ็บปวดในใจค่อยๆ ลบเลือนเมื่อเราฝ่าฟันทุกอย่างไปด้วยกัน”

            เธอไม่เข้าใจว่าท่านต้องการจะสื่ออะไร ไวโอลินวูบไหวเมื่อนึกถึงเขา ความรักของพ่อและแม่ต่างกับเรื่องของเธอหลายเท่า ภาคไม่ได้รักเธอ อธิปมีผู้หญิงของเขาอยู่แล้ว

            “เทียน...” นางรวบมือไวโอลินมากุม

            “แม่รู้ว่าหนูรักภาค แต่ถ้ามันเจ็บมากจนทนไม่ไหว... แม่เชื่อว่าวันนึงหนูคงต้องไป... แต่สิ่งที่แม่อยากให้เทียนรู้ไว้คือพวกเรารักและอยู่กับหนูเสมอ บ้านหลังนี้ต้อนรับลูกเสมอ”

            ไวโอลินยิ้มให้ท่านทั้งน้ำตา พิมพ์นารารู้ว่าลูกชายคนเดียวเป็นอย่างไร อธิปไม่กลับบ้านมาหลายวันเพราะต้องการหนีหน้าหนูเทียน และนี่คงสร้างความเจ็บปวดให้ทั้งคู่ไม่น้อย

            “ขอบคุณค่ะแม่ ขอบคุณที่ทำให้หนูเรียกแม่เพราะใจยอมรับ ขอบคุณมากจริงๆ”

            เธอกอดแม่อธิปแน่นเพราะท่านไม่เหมือนคนอื่น ผู้หญิงคนนี้มีเมตตา และไม่เข้าข้างอธิปแม้แต่น้อย แม่ไม่เคยพูดหรือบอกให้เราดีกันเลยสักครั้ง ตรงกันข้าม วันๆ นึงชื่อของเขาแทบไม่หลุดออกมาจากปากแม่ด้วยซ้ำ ท่านไม่อยากทำให้เธอไม่สบายใจ...

           

“วันนี้ฉันกลับบ้านนะ ไปด้วยกันมั้ย” ธานินชวนหากอธิปส่ายหัว เขาก้มหน้าทำงานต่อ

            “ไอ้ภาคทำไมไม่ไปแพเลยวะ หาสาวไปนอนด้วยสักคนสิ”

            “แกก็รู้ว่าฉันเลิกนานแล้ว”

            “อ้าวเรอะไม่รู้เลยนะเนี่ย เลิกเพราะใครวะ หม่อนหรือเทียน”

            “ไอ้เล่จะไปไหนก็ไปเลยมึง”

            “ฮ่าๆ แซวเล่นขำๆ เว้ย ไปก่อนนะต้องแวะหาโรสด้วย ไว้เจอกันอีก 3-4 วัน”

            ให้หลังเพื่อนออกจากคอนโด อธิปก็วางปากกาบนเอกสารสำคัญ ชายหนุ่มไม่มีสติทำงานเมื่อในหัวมีเรื่องสับสน เขาคิดถึงยัยโง่ไวโอลินทุกลมหายใจ มันแทบทนไม่ไหวเพียงเพราะไม่ได้เห็นหน้าเธอ

            “เอาวะ!

            เมื่อทนไม่ได้จึงตัดสินใจกลับไปค้างที่บ้าน อธิปใช้เวลาเดินทางจากคอนโดของเพื่อนมายังบ้านภัทรกาญจน์เพียง 42 นาที มันไวกว่าทุกสถิติที่เคยทำมา ทว่ายังไม่ทันขับรถเข้ารั้ว สายตาอันเฉียบคมกลับเหลือบไปเห็นบุรุษชุดดำยืนด้อมๆ มองๆ อย่างน่าสงสัย เขาตัดสินใจลงจากรถเมื่อลางสังหรณ์บอกชัดเจนว่าผู้มาเยือนคือใคร!?

            แกมาบ้านฉันทำไม!

 ทวีภาคถอนใจหันหลังกลับมามอง เสือสองตัวยืนจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร อธิปกำหมัดแน่นจนกำปั้นแดงเห่อ ต่างจากทวีภาค รายนั้นยืนนิ่งขรึมอย่างมีเชิง

ฉันมาหาเทียน

ยัยนั่นไม่ได้อยู่ที่นี่” อธิปเดินมาขวางทางอีกฝ่าย นัยน์ตาเขาฉุนเฉียวน่ากลัว

แต่ตอนคุยกันเธอบอกกับฉันว่าอยู่บ้านหลังนี้ โปรดหลีกทางด้วย

กูไม่หลีก!

อธิปโกรธจนตัวสั่น เขาตาขวางเหมือนหมาบ้าที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อทุกเวลา

ฉันมีของสำคัญจะให้เทียน

งั้นเอามานี่” อธิปเสนอรับของนั้น

ไม่ได้! ของสิ่งนี้ฉันต้องให้เทียนกับมือ

พลั่ก! หมัดแรกของราชสีห์แห่งบ้านภัทรกาญจน์กระแทกที่มุมปากทวีภาคเต็มแรง อีกฝ่ายล้มลงโดยไม่ต่อสู้หรือขัดขืนสักนิด อธิปสติแตกดึงคอเสื้อคนล้มให้ลุกยืน

มึงเอาอะไรมาให้เมียกู มึงถ่ายคลิปเลวๆ อะไรไว้อีก

นัยน์ตาคมที่เปรียบเสมือนเปลวเพลิงจ้องคนเลือดกบปากอย่างอาฆาตแค้น ยิ่งนึกขึ้นได้ว่าไวโอลินเคยอยู่กินกับมันนานนับหลายวันก็ยิ่งเดือด...ไอ้นี่รนหาที่เสียแล้ว

หยุดเดี๋ยวนี้

เสียงของแม่ไม่ได้ทำให้อธิปปล่อยทวีภาคเป็นอิสระ เขายังกำคอเสื้อฝ่ายนั้นไว้แน่น

ปล่อยเขาซะภาค

ราชสีห์ยังไม่ยอม จ้องตาคนตรงหน้าสลับกับจ้องตาแม่...พิมพ์นาราพยักหน้าให้ลูกชายถอยออกมา

แม่! ไอ้นี่มัน...

ปล่อยเขาซะ เธอคือทวีภาคใช่มั้ย มาทำอะไรที่บ้านหลังนี้

ผมมาหาเทียนครับ

ทุกอย่างชัดเจนแล้ว ผู้ชายคนนี้มีคนที่เขาต้องการจะพบ แล้วหนูเทียนก็ไม่ใช่นักโทษ เพราะฉะนั้นปล่อยเขาเดี๋ยวนี้!

ไวโอลินเดินมายังที่เกิดเหตุพอดี เธอหน้าซีดเผือดเพียงเห็นชายสองคนยืนจ้องหน้ากันอย่างดุเดือด อธิปมองผ่านแม่ไปยังหล่อน เขาคาดโทษตัวปัญหาทางสายตา ทำไมเธอถึงทำแบบนี้? กล้านัดแนะมันมาเจอกันในบ้านของเขาได้อย่างไร

“ไอ้ระยำ!

อธิปผลักทวีภาคสุดแรงจนฝ่ายนั้นซวนเซ พิมพ์นาราไม่แม้แต่จะปรายตามองแขกของลูกสะใภ้ เธอหันมาพูดกับหญิงสาว

“เขามาหาหนู...”

น้ำเสียงแม่เรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเจ็บช้ำ ไวโอลินส่ายหัว เธอไม่เคยติดต่อกับทวีภาคเลย

“แม่คะ...”

“หยุดตอแหลเรียกแม่ฉั! กล้าดียังไงชวนชู้มาบ้านหลังนี้ อ่อหรือต้องการให้ฉันตกลงกับมัน”

เผียะอธิปชาวาบเมื่อถูกตบจนหน้าหัน ทวีภาคมองคนหยิ่งผยองอย่างไม่ออกความเห็น...ณ ตอนนี้เหมือนเวลาของทุกคนหยุดอยู่กับที่

“แม่...”

มือของแม่สั่นระริกเมื่อได้เผลอสั่งสอนลูกเพราะความโมโห หากปากของอธิปที่เอ่ยแต่คำพูดแย่ๆ ออกมาทำให้นางรับไม่ไหว หนูเทียนไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนน

“ขอโทษหนูเทียนซะ” นางสั่งหากลูกชายไม่ทำตาม อธิปเบะปากปรี่ไปหาคนที่ยืนข้างหลังแม่

“ฉัน...” หญิงสาวกำลังจะอธิบาย ทว่าอธิปสวนทันควัน

“ไสหัวออกไปจากบ้านฉันซะ อยากไปอยู่กับมันก็ไป แต่อย่าได้พากันเข้ามาเหยียบในบ้านภัทรกาญจน์แม้แต่ก้าวเดียว ไป!

ตะคอกเสียงดังจนผู้ฟังถอยหนีทั้งน้ำตา สายตาเย็นชาที่แฝงไปด้วยเปลวไฟบ่งบอกได้ดีว่าเขาโกรธแค่ไหน หากเธอทำอะไรผิด? ทำไมอธิปไม่ฟังเธอ

“หนูเทียนจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น...”

พิมพ์นาราโพล่งขึ้นมาก่อนเดินไปหาทวีภาค นางมองผู้ชายตรงหน้าแล้วอกกลัดหนอง คนนี้น่ะหรือที่ทำร้ายแก้วตาดวงใจให้ป่นปี่ สายตาชายหนุ่มรุ่นลูกเว้าวอนขอโอกาส เหมือนเขามีบางอย่างต้องการบอกทุกคน

“กลับไปก่อนเถอะ ตอนนี้ที่บ้านเรายังไม่พร้อมต้อนรับเธอ”

“แต่ผม...”

“จะวันไหนก็ไม่มีใครต้อนรับมึง กลับไปซะ แล้วอย่ามาเหยียบบ้านกูอีก ไป!

ไล่อย่างหมู อย่างหมาด้วยสายตาแสนชัง ไวโอลินมองทวีภาคด้วยความสับสน เขากล้ามาที่นี่ได้อย่างไร?

“ท็อป กลับไปก่อนเถอะนะ”

เพราะสบตากันจึงเห็นว่าฝ่ายนั้นมีทีท่าไม่ยอม ทวีภาคคิดในใจ ยังไงวันนี้เขาจะคว้าน้ำเหลวไม่ได้ อย่างน้อยต้องมีอะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง

“ผมจะกลับก็ต่อเมื่อได้คุยกับเทียนครับ”

อธิปหันมาจ้องหญิงสาวราวจะกลืนกิน เขาโกรธหล่อนจนเลือดในกายพลุ่งพล่านทำงานหนัก

“ว่าไงลูก หนูจะคุยกับเขาหรือเปล่า”

พิมพ์นาราหันมาถามไวโอลิน หากเธอไม่ได้มองหน้าท่านสักนิด นัยน์ตาของหล่อนมีเพียงภาพอธิปที่กำลังโจมตีเธออย่างโกรธแค้น เขาสังหารผู้หญิงคนนี้ด้วยแววตาทรงพลัง

“ค่ะ เทียนจะคุยกับเขา”

อธิปใจสลายหลังได้ยินคำตอบจากปากไวโอลิน เขาเดินผ่านเธอไปอย่างไร้เยื่อไยเมื่อคนตรงหน้าเลือกที่จะทรยศกัน พิมพ์นาราหันกลับมาหาหญิงสาว นางพูดก่อนเดินจากไปว่า

“แม่ให้เวลา 10 นาทีนะลูก หนูคงรู้ใช่มั้ยว่าทำไม”

“ถ้าแม่บอกไม่ให้พบเขา หนูจะเชื่อแม่ค่ะ” เธอหวังให้พิมพ์นารารั้งไว้ หากนางส่ายหัวก่อนให้เหตุผล

“ไม่จ้ะ แม่จะไม่สั่งหรือบงการชีวิตใคร แล้วเจอกันในบ้านนะลูก”

 

ไวโอลินพาทวีภาคออกมาคุยหน้าบ้านภัทรกาญจน์ เธอมองเขาด้วยสายตาผิดหวังสุดใจ ต่างจากฝ่ายชาย นัยน์ตาของเขาอัดแน่นไปด้วยคำว่าขอโทษ

“เธอโกหกทำไม!

น้ำเสียงไม่เป็นมิตร และสายตาเย็นชาบ่งบอกว่าไวโอลินโกรธแค่ไหน หากคนตรงหน้าเอาแต่ถอนใจ เขาไม่รู้จะเริ่มยังไงดี

“ฉันเอานี่มาให้เธอ จดหมายของคุณอาวสันต์” 

ซองสีขาวถูกยื่นมา ไวโอลินตกใจก้มมองของชิ้นนั้นทั้งน้ำตา นี่มันอะไรกัน?

“ตำรวจเอามาให้ฉันตอนที่เธอหมดสติในวันที่คุณอาเสีย จดหมายฉบับนี้วางอยู่บนโต๊ะทำงานพ่อเธอในวันนั้น...”

เมื่อหวนนึกถึงวันที่พ่อสิ้นลมหายใจ ไวโอลินก็แทบยืนไม่ไหว เธอจำได้เลือนรางว่าเห็นอะไรบางอย่างอยู่ที่โต๊ะทำงานของท่าน หญิงสาวเข่าอ่อนฉับพลัน มันกะทันหันกับการสูญเสียบิดาที่รักยิ่งด้วยน้ำมือของตัวเอง...

“ฮึกๆ ฮือ...”

เธอแทบขาดใจเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ทวีภาคโผกอดหล่อนไว้หลวมๆ ประคองฝ่ายหญิงไม่ให้ล้มลง

“ที่ฉันมาก็มีแค่นี้ เอาจดหมายมาให้เธอ”

ไวโอลินมองเขาทั้งน้ำตา เธอสลัดตัวออกมาเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็ว

“เธอยังโกรธฉันอยู่เหรอเทียน ขอโทษนะที่ทำให้เธอตกใจ”

“ทำไมเธอเอาแต่ขอโทษฉัน ทั้งที่จริงๆ แล้วคนที่ควรได้รับคำนี้คือพิมพ์มาดา ผู้หญิงที่เป็นบ้าอยู่ในบ้าน”

“ฉันรู้...”

“รู้งั้นเหรอ? แล้วจะจัดการยังไงล่ะ... เธอควรหาคำตอบให้กับเรื่องนี้ได้แล้วก่อนทุกอย่างจะสายเกินแก้ ส่วนตัวฉัน...ไม่เป็นไร หมดเวรหมดกรรมเมื่อไหร่ฉันก็จะไปตามทางของตัวเอง”

เธอหยิบจดหมายพ่อมาจากมือเขาก่อนมองหน้าทวีภาคอีกครั้ง รายนั้นยืนอึ้งไปไม่เป็น ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขารู้ตัวดีว่าเลวแค่ไหน แต่จะมีสักกี่คนที่เชื่อว่าจริงๆ แล้วคนที่ทุกข์ทรมานไม่ใช่พิมพ์มาดาคนเดียว เพราะเขารักเธอมากเหมือนกัน หัวใจดวงนี้จึงอาบไปด้วยความเจ็บปวด

“ขอบคุณสำหรับจดหมาย” เอ่ยกับอีกฝ่ายก่อนหันหลังเตรียมเข้าบ้าน และในจังหวะนั้น...

“ช่วยบอกพราวให้ทีว่าฉันรักและรู้สึกผิดกับเรื่องทั้งหมดตลอดเวลา บอกผู้หญิงคนนั้นด้วยว่า...ฉันจะกลับไปหาเธอให้เร็วที่สุด ต่อให้ไอ้มารหน้าไหนมาขวางฉันก็ไม่กลัว ได้โปรดเทียน... บอกพราวให้ฉันที”

 

 ในห้องนั่งเล่นบ้านภัทรกาญจน์ ทุกคนรวมตัวกันพร้อมหน้ายกเว้นอดิศวร พ่อของอธิปยังไม่กลับจากที่ทำงาน พิมพ์พรรณมองหน้าพี่ภาคสลับกับหน้ามารดา ทั้งสองไม่พูดไม่จากันสักคำ

“นี่มันอะไรกันคะ 20 นาทีแล้วนะคะที่แม่กับพี่ภาคเอาแต่นั่งเงียบ...แล้วดูซิ พี่ภาคไปโดนใครตบมา”

อธิปนิ่งไม่ตอบคำถามน้อง ในหัวมีแต่เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เขายังโกรธและไม่พอใจที่ถูกหล่อนทรยศใส่ ส่วนพิมพ์นารานั้นเหมือนจะรู้ว่าลูกชายตัวดีต้องการทำอะไร หลังคิดอยู่นานแม่จึงตัดสินใจเอ่ย

“อย่าทำอะไรหนูเทียน...”

“ผมไม่ทำ แต่ยัยนั่นต้องออกจากบ้านเรา”

“ภาคกล้าไล่หนูเทียนออกจากที่นี่ได้ลงคอหรือ แล้วเธอจะไปอยู่ไหน”

“ก็ไปอยู่กับไอ้นั่นสิครับ คนที่มันทำลายพราว”

“ทำลายพี่พราว...แม่คะนี่มันอะไรกัน”

พิมพ์พรรณมองหน้ามารดาด้วยความตกใจ เธอพลาดเรื่องสำคัญไปหลายเรื่องหรือว่าคนที่บ้านไม่บอกสักเรื่องกันแน่ เวลานั้นไวโอลินเดินมาหยุดยืนหน้าห้องดังกล่าว เสียงสนทนาของสมาชิกในบ้านทำคนนอกอย่างเธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถึงเวลาที่เธอต้องไปจากที่นี่แล้วสินะ

“เพลงออกไปก่อน แม่ขอคุยธุระกับพี่ภาคสองคน”

“อีกแล้วนะคะ หนูอยากรู้นี่ หรือเพลงไม่ใช่ลูกของแม่”

“อยู่ด้วยกันนี่แหละ แม่เลิกไล่น้องได้แล้ว” อธิปพาลไปทั่ว ใบหน้าคมตึงขรึมไม่สบอารมณ์

“ไม่มีอะไรมาก แม่แค่จะย้ำอีกครั้งว่าหนูเทียนต้องอยู่ที่นี่”

“พอเหอะแม่ ความต้องการของผู้หญิงคนนั้นคือออกไปจากบ้านเราตั้งแต่แรก หยุดบังคับหล่อน เพราะผมเองก็จะปล่อยเธอไปเหมือนกัน”

พิมพ์นาราถอนหายใจเมื่อได้ยินลูกชายพูดเพราะความโมโห น้องเล็กของบ้านสับสนไม่แพ้กัน เธอเลือกเงียบเพราะไม่รู้อะไรสักอย่าง และทันใดนั้น...

“เทียนจะออกไปจากที่นี่ค่ะ”

พิมพ์นารา และพิมพ์พรรณพร้อมใจกันหันไปยังต้นเสียง ทั้งสองมองไวโอลินด้วยความตกใจ เว้นแต่อธิปที่วางท่าเย็นชาใส่ เขากำมือไว้เพราะหัวใจโกรธเธอเหลือเกิน

“งั้นรออะไรล่ะ ไปซะเดี๋ยวนี้เลยสิ ไสหัวไปจากบ้านฉันซะ!

 

“อือ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะ...เพลงด้วยนะ พี่ขอบใจมาก”

 

สนใจดาวน์โหลดนิยายได้ที่ https://www.mebmarket.com/ พิมพ์ที่ช่องค้นหา เล่ห์เสน่หา อาญาสวาท หรือ อักษราภัค ก็จะเจอค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ

 

 

สำหรับวิธีการสั่งซื้อนะคะ เข้าไปตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ https://www.mebmarket.com/index.php?action=HowToBuy จะมีขั้นตอนแจ้งอย่างละเอียดค่ะ ถ้ามีอะไรสงสัยเข้ามาถามอ๊อฟในเพจได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคำถามค่ะ  พิมพ์ที่เสิร์ทเฟชบุ๊คว่า Auksaraphak Niyay  ^___^

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว