ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ทำร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ย. 2559 00:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทำร้าย
แบบอักษร

#

ตอนที่ 29

เที่ยงคืนตรงที่บ้านภัทรกาญจน์ อธิปสลัดหัวหลายครั้งก่อนเดินขึ้นชั้นบน เขาหน้าแดงจัดเพราะดื่มแอลกอฮอล์มามาก เพียงออทำหน้าที่อย่างดี นางจัดการดูแลคุณภาคตามปกติ

“พี่ออ...ยัยนั่นอยู่ไหน”

คนเมาถามลิ้นพันขณะร่างกายนั้นแทบยืนไม่อยู่ นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้ดื่มเอาเป็นเอาตายแบบนี้

“ผู้หญิงที่คุณภาคพามาหรือคะ” ถามกลับอย่างสุภาพ คุณภาคพยักหน้าตอบ

“ไปไหนก็ไม่รู้ค่ะ เธอไม่ได้อยู่บ้านนี้”

คำตอบพี่เลี้ยงทำอธิปได้สติอีกครั้ง จากกำลังเดินเข้าห้องกลับเปลี่ยนใจหันหลังไปยังเป้าหมายใหม่ เขาเคาะประตูห้องแม่สามครั้ง หมุนลูกบิดเดินเข้าไปหน้าตาเฉย พิมพ์นาราที่นั่งอ่านหนังสือเงยหน้ามองลูกชาย อดิศวรไม่สนใจ จัดการกับงานตัวเองอยู่ที่โต๊ะมุมห้อง

“ผมขอคุยด้วยหน่อย”

อธิปสร่างเมาทันที เขาเดินเข้าไปใกล้แม่ที่ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ พิมพ์นาราปิดหนังสือวางไว้ข้างกาย เธอจะให้เวลากับลูกชายผู้ไม่รักดี...

“มีอะไร”

เสียงเย็นเฉียบของแม่ส่งผลให้ภายในห้องอึดอัดกะทันหัน อดิศวรทำงานต่อไม่ได้ เขาถอนใจรอฟังคำพิพากษาของภรรยา

“เทียนอยู่ไหนครับ”

“เอาตัวเขามาจากที่ไหนหนูเทียนก็กลับไปที่ที่เธอมานั่นล่ะ”

“แม่ต้องการอะไรครับ ปล่อยเธอไปทำไม”

“ลดเสียงลงหน่อยภาค คนที่แกตะโกนใส่หน้าน่ะแม่นะ หรือแกอยากคุยกับพ่อมากกว่า”

อดิศวรแกล้งทำเป็นเขียนงานหน้าตาเฉย เขาปรามลูกชายโดยไม่เงยหน้าจากกองเอกสาร พิมพ์นาราเหลือบมองสามี เธอรู้ดีว่าพี่ภีมไม่มีสมาธิลงเหลืออยู่แล้ว

“ไปคุยกับพ่อมั้ยล่ะ แม่คงให้คำตอบที่ดีกับลูกไม่ได้”

“ไม่ครับ ผมจะคุยกับแม่”

อธิปรู้ว่าพ่อเป็นยังไง ทุกคนต่างรู้นิสัยของกันและกัน เขาไม่กล้าสบตาบิดาที่นั่งทำงานอยู่อีกด้านของห้องแม้แต่น้อย

“ว่ามาสิ แม่จะนอนแล้ว”

“แม่ครับ ผมพาเธอมาให้แม่แล้ว ทำไมแม่ถึงปล่อยให้เธอกลับไป”

“ลูกจะลากผู้หญิงคนนั้นมาเหยียบย่ำให้เหนื่อยเปล่าที่บ้านเราทำไม ต้องการแค่ความสะใจอย่างเดียวไม่ใช่เหรอ...หลังจากลูกทำให้เธอสลบแม่ก็สั่งให้แท็กซี่พาเธอไปส่งที่บ้านทวีภาค”

รอยยิ้มของแม่สร้างความหงุดหงิดให้ลูกชาย เขาทนไม่ไหวลุกขึ้นจ้องมารดา

“ทำไมลูก มีอะไรหรือเปล่า”

“แล้วเรื่องรับผิดชอบ...”

“ไม่มีอะไรต้องรับผิดชอบ ถ้าจะพาหนูเทียนมาทำเลวๆ ก็ไม่ต้องแล้วล่ะ ปล่อยให้แกอยู่แบบนั้นเถอะ”

“อยู่แบบนั้น กับไอ้คนที่มันทำพราวเป็นบ้าหรือครับ”

“เขาอาจจะรักหนูเทียนก็ได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่ตัวติดกันขนาดนี้ งานศพคุณวสันต์ผู้ชายคนนั้นก็คอยอยู่ใกล้ๆ ดูแลอย่างดีตลอด...”

“รู้สึกว่าแม่จะไม่อยู่ข้างผมแล้วนะครับ”

“แม่ไม่เคยอยู่ข้างลูกตั้งแต่แรก...”

พิมพ์นาราตะคอกกลับจนลูกชายหน้าเสีย นางมองอีกฝ่ายทั้งน้ำตาคลอเบ้า อธิปเหมือนคนไม่รู้สึกตัวอะไรทั้งสิ้น

“โอเคครับ ผมขอโทษที่ทำแบบนั้น แต่ผมเกลียดมัน ผมไม่ชอบที่มันกำลังจะมีความสุขในระหว่างที่น้องของเราเป็นบ้า”

“แล้วหนูเทียนล่ะ ผู้หญิงคนนี้เกี่ยวอะไรด้วย”

“ยัยนี่เป็นคนที่กำลังจะแต่งงานและมีความสุขกับมัน เธอก็แค่คนเห็นแก่เงินยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งขายตัว”

“ภาค! หยุดดูถูกผู้หญิงแบบนี้ได้แล้ว พ่อว่าแกคงเมามาก ออกไปก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยคุยกันต่อ”

“ผมต้องคุยครับพ่อ ถึงแม้ว่าผมจะทำงานแต่งไอ้นั่นล่มแต่ผมก็ให้เงินเทียนตามที่หล่อนต้องการ”

“แกเอาเงินมากมายแบบนั้นมาจากไหน”

“เงินของตัวเองส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งขอยืมมาจากคุณยาย”

“ออกไปก่อนภาค แม่ขอคุยกับพ่อหน่อย”

“ผมจะไปเอาเทียนกลับมา...”

“เอากลับมาทำไม ลูกจะทำอะไรเธออีก” อดิศวรถาม ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานตรงมายังลูกกับเมีย

“ผมทนเห็นสองคนนั้นมีความสุขไม่ได้” อ้างไปเรื่อยจนแม่ส่ายหัว

“แต่พราวกำลังจะหาย ลูกไม่จำเป็นต้องทำเรื่องบ้าๆ นี้อีก พอเถอะ”

“ใช่พ่อเห็นด้วย หยุดยุ่งกับสองคนนั้นได้แล้ว”

“ผมไม่หยุดครับ ยังไงยัยนั่นต้องกลับมาอยู่ที่นี่”

“เอาล่ะ! วันนี้ลูกดื่มมาคงไม่ค่อยหลงเหลือสติอยู่ที่ตัว...”

อธิปส่ายหัวค้านแม่ เขานั่งลงใกล้ท่านอีกครั้ง

“ไม่เมาครับ ผมมีสติ”

“ก็ดี งั้นบอกแม่ทีนะ ถ้าพาหนูเทียนกลับมาแล้วลูกจะทำอะไรเธอ”

“ผมไม่รู้...” ส่ายหัวเพราะมืดแปดด้าน ในใจไม่ได้คิดแผนอื่นเอาไว้นอกจากพาหล่อนออกมาจากไอ้นรกนั่น

“สำนึกผิดกับเรื่องทุกอย่างแล้วแต่งงานกับหนูเทียนซะ”

ประโยคนี้เปล่งออกมาจากปากบิดา อดิศวรสบตาลูกชายอย่างจริงจัง ทางออกนี้ดีที่สุดสำหรับทุกคนเพราะใครๆ ก็ดูออกว่าอธิปรักไวโอลิน

 

เวลาเดียวกันที่ห้องนอนพิมพ์พรรณ เธอนั่งทำงานไม่รู้เรื่องเพราะเสียงละเมอของไวโอลิน หญิงสาวลุกจากเก้าอี้ไปยังเตียงนอน ใช้หลังมือแตะหน้าผากชื้นเหงื่อ

“โอ๊ะตัวร้อนจัง”

หลังออกจากห้องบุพการีอธิปก็เดินหายเข้าห้องนอนส่วนตัว ไม่มีใครรู้ว่าสามคนพ่อ แม่ ลูกตกลงกันสำเร็จหรือไม่...1ชั่วโมงต่อมา ชายหนุ่มเดินออกจากห้อง เขาสวมชุดนอนเตรียมพร้อมแต่ยังไม่ยอมหลับ ยอมนอนง่ายๆ

ก๊อก ก๊อก ก๊อกเขาเคาะประตูห้องน้องสาวคนเล็กสามครั้ง พิมพ์พรรณที่กำลังเช็ดตัวให้ไวโอลินมองประตู เธอถามกลับไปว่าใคร

“พี่เอง...”

“พี่ภาคมาทำไมคะ”

พิมพ์พรรณใจเต้นแปลกๆ จากที่แม่สั่งไว้คือห้ามให้พี่ภาคเจอผู้หญิงคนนี้นี่นา

“เพลงเปิดประตูให้พี่หน่อย พี่คุยกับแม่แล้ว”

เจ้าของห้องทำหน้ายู่ สงสัยพี่ภาคคงพูดจริง เพราะไม่อย่างนั้นแม่ไม่มีทางบอกเด็ดขาดว่าคนป่วยอาศัยอยู่ห้องใคร น้องสาวลุกจากที่นอนเดินไปเปิดประตู

“ขอบใจมาก”

เอ่ยก่อนเดินผ่านร่างน้องสาวไปยังเตียงนอน อธิปใจสั่นคลอนจ้องหน้าซีดขาวตาละห้อย...

“เธอตัวร้อนเป็นระยะๆ ค่ะ เพลงเลยเช็ดตัวให้ตลอด”

“เดี๋ยวพี่ดูแลต่อเอง”

“แต่แม่บอกว่าห้ามพี่ภาคมายุ่ง”

“พี่คุยกับแม่แล้ว ผู้หญิงคนนี้คือเมียพี่ เพราะฉะนั้นพี่มีสิทธิ์”

“อ่อเดี๋ยวเพลงเดินไปถามแม่ก่อน”

ในจังหวะที่พิมพ์พรรณเดินหันหลัง อธิปกลับรั้งแขนเล็กไว้ เขาถอนใจดังจนน้องสาวต้องหันกลับมา เธอทำหน้ารู้ทันพี่ภาค

“ที่จริงแล้ว แม่แค่อนุญาตให้เข้ามาหา”

“แล้วไงคะ เห็นหน้าพอหอมปากหอมคอก็ออกไปได้แล้วค่ะ เพลงจะทำงานต่อ” น้องไล่อย่างไม่ไยดี

“อ่อ งานที่บริษัทเป็นไงบ้าง”

พิมพ์พรรณทำหน้าหมั่นไส้ ร้อยวันพันปีไม่เคยถามไถ่เรื่องราวชีวิต เธอค้อนอธิปตาขวาง

“เฮ้อ...เพลงล่ะเบื่อจริงๆ เลย เอาเถอะค่ะ ฝากดูแลด้วยแล้วกัน เพลงไม่มีเวลาว่างถึงขนาดมายืนกีดกันพี่ภาค แต่ว่า 1 ชั่วโมงเท่านั้นนะคะ เพลงให้พี่ภาคอยู่กับผู้หญิงคนนี้แค่ 1 ชั่วโมง”

“ขอบใจมากน้องรัก พี่รักเธอจริงๆ”

อธิปกอดน้องสาวคนเล็กด้วยความดีใจ หอมหัวน้อง 1 ทีอย่างลืมตัว พิมพ์พรรณส่ายหน้ายิ้มมุมปาก เธอล่ะไม่อยากเชื่อสายตาเลยจริงๆ ว่าพี่ภาคจะยอมทำขนาดนี้เพื่อผู้หญิงที่นอนป่วยอยู่บนเตียง

“ฮึกๆ พ่อ...”

เสียงละเมอของไวโอลินทำอธิปผละจากน้องสาว นั่งลงใกล้เธอก่อนลูบใบหน้ากลมด้วยความสงสารจับจิต

“เธอเอาแต่ละเมอแบบนี้บ่อยๆ ค่ะ ร้องหาพ่อเหมือนเด็กเลย”

พิมพ์พรรณเล่าให้ฟังก่อนกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน อธิปก้มหน้ารู้สึกผิด มือหยิบผ้าขนหนูผืนน้อยในอ่างเล็กบิดน้ำทิ้ง แล้วเช็ดหน้าเช็ดตาให้เธออย่างระมัดระวัง ทุกการกระทำล้วนแล้วออกมาจากใจ ตั้งแต่เกิดมาอธิปยังไม่เคยเช็ดตัวให้ใคร ไวโอลินเป็นคนแรกที่เขาเผลอทำให้โดยไม่รู้ตัว...

“ฮึกๆ พ่อ..ฮือๆ”

คนป่วยเอาแต่ร้องไห้ จนคนเฝ้ามองเริ่มทนไม่ไหว เขากำผ้าในมือแล้วตัดสินใจบอกพิมพ์พรรณ

“พี่ขอนอนตรงนี้จนกว่าเพลงจะทำงานเสร็จนะ”

“ค่ะ ตามสบาย”

ตอบเหมือนไม่สนใจแต่ลึกๆ แล้วสมองเก็บทุกรายละเอียดไว้บอกแม่ เธอนั่งทำงานต่อหลังจากหันไปมองพี่ชายนอนลงข้างไวโอลิน

“ฉันขอโทษ...”

อธิปเอ่ยแนบใบหูขาว เขาห่มผ้าให้เธอก่อนรวบกอดให้ความอบอุ่น ชายหนุ่มฉวยโอกาสจูบแก้มนุ่มที่ชื้นไปด้วยหยาดน้ำตา เขาคิดถึงเธอจนอุราแทบแตกดับ

“พรุ่งนี้ฉันจะดูแลเธอ ต่อจากนี้ฉันจะทำเพื่อเธอ”

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ...อ้อมกอดของเขาทำให้คนป่วยสงบลงได้ อาการละเมอของไวโอลินหายไปเมื่ออธิปนอนอยู่ข้างกาย พิมพ์พรรณเคลียร์งานเสร็จก็เกือบตี 2 เธอบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนยืนมองคนทั้งคู่

“พี่ภาค...”

เอ่ยเรียกเบาๆ หากอีกฝ่ายไม่หือไม่อือ น้องคนเล็กยืนมองพี่ชายนอนหลับปุ๋ย สงสัยคืนนี้เธอคงได้นอนโซฟา...

“กอดกันกลมเชียวนะ ชิส์...”

และแล้วเจ้าของห้องก็ยอมแพ้ เธอง่วงเกินกว่าจะยืนปลุกพี่ภาค ค่ำคืนที่แสนโหดร้ายจบลงด้วยการนอนร่วมเตียงของทั้งคู่ หากไวโอลินไม่มีทางรู้เลยว่าคนใจร้ายได้หลับอยู่ข้างเธอ

เช้าวันรุ่งขึ้นพิมพ์พรรณพาสมาชิกใหม่ลงมากินข้าวที่ห้องอาหาร อดิศวรและพิมพ์นารายิ้มต้อนรับว่าที่ลูกสะใภ้ ไวโอลินนั่งลงที่เก้าอี้ตัวติดกับน้องเพลง เธอเชื่องช้ากว่าปกติเพราะอาการป่วยยังทำพิษ

“เป็นไงลูก เอาข้าวขึ้นไปกินบนห้องดีกว่ามั้ย”

“อะไรกันคะแม่ ให้พี่เทียนได้เปิดหูเปิดตาบ้างสิ”

ไวโอลินมองหน้าพิมพ์พรรณอย่างงุนงง เมื่อตื่นขึ้นมาคนที่คอยดูแลคือผู้หญิงคนนี้ อีกฝ่ายแนะนำตัวอย่างร่าเริงพร้อมกับกำชับให้กินยาก่อนอาหารและอาบน้ำอุ่นที่ปรับไว้ให้

“ทำไมเอาแต่ก้มหน้าล่ะจ๊ะ นี่พ่อนะ แล้วนี่ก็น้องเพลง ทุกคนคือครอบครัวของหนู”

นางแนะนำทุกคนให้เธอรู้จัก สมาชิกใหม่ที่ถูกพายุพัดเข้าบ้านน้ำตาเอ่อ คำว่าครอบครัวสำหรับเธอได้ตายจากไปแล้ว พิมพ์นาราส่งยิ้มให้ เดินเข้าไปหาลูกสะใภ้

“อยู่กับเรานะลูก แม่จะดูแลหนู และรักหนูให้มากๆ เราจะไม่ขอโทษแทนภาคเพราะต่อให้พูดแทบตายหนูก็คงไม่ให้อภัย...”

อดิศวรและพิมพ์พรรณมองพิมพ์นารากับสมาชิกใหม่ นางกอดไวโอลินด้วยใจโอบอ้อมอารี ความอบอุ่นที่ได้จากอ้อมกอดนี้ทำคนป่วยน้ำตาไหล เธอร้องไห้สะอื้นพลางซบหน้ากับแม่ของอธิป

“ไม่ร้องนะจ๊ะ...ยังไม่ต้องให้คำตอบเราตอนนี้ก็ได้ กินข้าวเถอะ หนูยังต้องกินยาและนอนพักผ่อน”

พิมพ์นาราเดินกลับมานั่งประจำที่ พิมพ์พรรณส่งผ้าเช็ดหน้าให้ไวโอลินซับน้ำตา เธอชักอยากรู้เสียแล้วว่าเรื่องเป็นไงมาไง ...หลังจากทุกอย่างสงบลงทุกคนก็เริ่มลงมือรับประทานอาหารเช้ากันอย่างเงียบๆ

“กินเยอะๆ นะจ๊ะหนูเทียน”

อธิปเดินเข้ามาได้ยินประโยคของแม่พอดิบพอดี เขายิ้มทักทายทุกคนก่อนหยุดสายตาไว้ที่หล่อน ดวงตาคมจ้องสมาชิกใหม่เขม็ง เขานั่งลงใกล้แม่ซึ่งเป็นที่นั่งฝั่งตรงข้ามเธอ หญิงสาวหยุดกินกะทันหัน เธอกลืนอาหารไม่ลงเมื่อรู้ว่าใครอยู่ตรงหน้า

“แม่เพลงไปก่อนนะคะ เดี๋ยวทำงานสาย”

“กินอีกหน่อยจ้ะ ลูกยังแตะไปไม่ถึงครึ่งถ้วยเลย”

“ไม่ได้ค่ะ เริ่มงานวันที่ 5 ไม่อยากทำเสียเรื่อง หาวววง่วงนอนจังเลย ไปก่อนนะพี่เทียน เย็นๆ เจอกัน”

“โอเคลูก ตั้งใจทำงานนะจ๊ะ พี่เทียนไม่หนีไปไหนหรอก ยังต้องนอนห้องเดียวกับหนูอีกนาน”

อดิศวรลอบมองสีหน้าเจ้าลูกชาย รายนั้นแสดงอาการไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ลูกไม่มีทางปกปิดมันได้ อธิปเหมือนเขาสมัยก่อนไม่มีผิด

“ได้ค่ะ เพลงไม่มีปัญหา”

พิมพ์พรรณอยากแกล้งพี่ชาย เธอดื่มน้ำจนหมดแก้วก่อนเดินไปหอมแก้มพ่อกับแม่ และอธิป ไวโอลินวางช้อนลงเมื่อไม่สามารถกินต่อได้ เธออึดอัดเมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกจ้อง

“หนูเทียน...กินไม่ลงหรือลูก”

อธิปค้อนฝ่ายตรงข้าม ทว่าหญิงสาวไม่แม้แต่จะเงยหน้า เธอเอาแต่ก้มมองถ้วยข้าวต้ม

“ทำไมลูก...เพราะภาคใช่มั้ยหนูเลยกินไม่ลง”

“แม่ครับ...!

แฝดชายตกใจที่แม่เล่นเขาแต่เช้า อธิปกลายเป็นคนแปลกหน้าของบ้านแบบไม่ทันตั้งตัว

“เปล่าค่ะ เทียน...อิ่มแล้วค่ะ”

ปากตอบพิมพ์นาราแต่หาเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายไม่ อธิปถอนใจเสียงดัง เขาไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย ให้ตายเถอะ!

“ออ! เพียงออ”

“ขาคุณพิมพ์”

เพียงออเดินเข้ามาตามเสียงเรียกพิมพ์นารา อดิศวรมองหน้าภรรยาแล้วส่ายหัว เขาปรามเธอไม่ให้ทำลูกชายเสียหน้า

“ออ คุณภาคของออเขาสร้างความลำบากใจให้คนอื่น ช่วยไปจัดโต๊ะกินข้าวแยกให้ทีนะ ในครัวก็ได้”

“แม่!

อธิปอุทานออกมาด้วยความตกใจ เขายืนขึ้นเมื่อได้ยินคำสั่งแม่

“พิมพ์พอเถอะ อย่าแกล้งลูกเลย”

“พิมพ์ไม่ได้แกล้งพี่ภีมก็รู้ ไปสิภาค อย่าทำให้หนูเทียนอึดอัด”

อธิปมองหล่อนราวจะกลืนกิน ไวโอลินรับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิต เธอยังคงก้มหน้าอยู่ท่าเดิม

“ผมไม่กิน ผมจะไปทำงาน”

จากที่ยิ้มเข้ามากลายเป็นตีหน้ายักษ์เดินปึงๆ ออกจากห้องอาหาร พิมพ์นาราส่ายหัวมองตามหลังลูกชาย นางหันมาทางสามีเมื่อเขาเอาแต่มองค้อน

“เพราะภาคเหมือนพี่ภีมไง พิมพ์เลยต้องจัดการแบบนี้....หนูเทียนกินต่อเถอะ”

ประโยคหลังเธอหันมาบอกสมาชิกใหม่ ไวโอลินพยักหน้า จับช้อนกินข้าวต้มต่อราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน เธอสบายใจมากเมื่อไม่มีเขาอยู่ใกล้ๆ ต่างจากอีกฝ่าย อธิปโมโหที่แม่หักหน้าเขาต่อหน้าหล่อน ไวโอลินเป็นใคร? ทำไมทุกคนต้องโอ๋แม่นั่นขนาดนี้

“ฉันคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะเริ่มทำดีกับเธอได้ยังไง...แล้วทำไมฉันต้องหงุดหงิดแบบนี้”

หลังมื้อเช้าสิ้นสุดลงพิมพ์นาราพาไวโอลินขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องพิมพ์พรรณ ฝ่ายคนอาศัยละล้าละลัง เธออยู่ที่นี่ไม่ได้...

“ขอโทษนะคะ หนูไม่อยากอยู่ที่นี่”

แค่นึกถึงเรื่องเมื่อวานและความเลวร้ายของอธิปที่ผ่านมาหัวใจก็รับไม่ไหว เธอคงไม่สบายตลอดชีวิตถ้าต้องอาศัยใต้ชายคาเดียวกับเขา

“แล้วหนูจะไปอยู่ที่ไหน...”

นั่นสิเธอจะไปอยู่ไหน ตอนนี้เงินติดตัวสักบาทก็ไม่มี ข้าวของสำคัญก็อยู่บ้านทวีภาคทุกชิ้น หน้าเขาตอนนี้เธอก็ไม่อยากมอง ทำไมทุกคนรอบตัวเธอถึงได้เป็นเช่นนี้ จะมีใครบ้างไหมที่จริงใจ คิดดี และทำดีกับเธอจริงๆ สักคน...ขอแค่คนเดียว

“เอาเป็นว่ารักษาตัวที่นี่ให้หายดีก่อน เดี๋ยวสักพักโรสก็คงมา หนูคุยกับน้องได้ใช่มั้ย”

เมื่อนึกถึงโรสิตา คนป่วยกลับอุ่นใจอย่างน่าประหลาด เหตุการณ์ที่ผ่านมาระหว่างเธอกับอธิปคือเรื่องโกหก แต่สำหรับโรสิตาไม่ใช่ น้องไม่รู้เรื่องพวกนั้นเลยสักนิด

“ค่ะ เทียนอยากเจอโรส”

ที่บ้านอังคะสุริยะ...ทวีภาคเดินคุยโทรศัพท์เข้ามาด้านใน เขาสั่งงานปลายสายเสียงเฉียบ

“ฉันต้องการรู้คำตอบพรุ่งนี้”

“ครับคุณท็อป แล้วผมจะติดต่อกลับไป”

การหายตัวไปของไวโอลินมีเรื่องไม่ชอบมาพากล เขามั่นใจว่าเธอถูกอธิปลักพาตัวแน่ๆ หากชายหนุ่มไม่สามารถไปที่นั่นได้ในตอนนี้ ทวีภาค อังคะสุริยะจะเดินเข้าบ้านภัทรกาญจน์ตัวเปล่าได้อย่างไร...

 

บ่ายโมงตรง ณ บ้านภัทรกาญจน์ โรสิตามาหาพิมพ์นาราที่ห้องทำงานของอดิศวร เธอเห็นคุณอานั่งหน้าเครียด

“อาพิมพ์...”

“มาแล้วหรือลูก” สีหน้าพิมพ์นาราไม่สู้ดี โรสิตาเป็นห่วงจึงถามไถ่

“อาพิมพ์ไม่สบายหรือเปล่าคะ อย่าเครียดมากนะคะ ถ้าอาไม่สบายโรสจะทำยังไง”

หลานสาวไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัด เธอวิตกกังวลสารพัดเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้

“อาไม่เป็นไรหรอก หนูไปหาเทียนเถอะ”

“อาพิมพ์คะ โรสไม่กล้าสู้หน้าพี่เทียนค่ะ”

“นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้หนูไม่มาที่นี่เมื่อวานใช่ไหม...”

“ค่ะ โรสละอายใจ เสียใจ แล้วก็...รู้สึกผิด”

“แต่หนูไม่ผิด คนที่ผิดคือตาภาค”

“โรสรู้ทุกอย่าง โรสทำให้พี่เทียนต้องสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่...”

พิมพ์นาราโผกอดหลานสาว เธอสงสารทั้งคู่พอกัน โรสิตาไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องนี้ เธอก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ลูกชายหลอกล่อให้เดินตามเกมเท่านั้น

“อีกไม่นานภาคจะแต่งงานกับหนูเทียน”

“อะไรนะคะแต่พี่ภาคบอกกับโรสเองว่าไม่ได้รักพี่เทียน แล้วอย่างนี้...”

“ถ้าไม่รักพี่ภาคของโรสคงไม่เป็นหมาบ้าแบบนี้หรอกลูก ฉุดเขามาเพราะแรงหึงแรงหวง เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ”

“แล้วเราควรทำยังไงดีคะอาพิมพ์”

“เราไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ภาคผูกไว้ก็ต้องเป็นคนแก้ โรสไปหาเทียนเถอะ รายนั้นเขาอยากคุยกับหลาน”

เสียงประตูเปิดทำไวโอลินสะดุ้งตื่น เธอลุกขึ้นนั่งอย่างระแวดระวังเพราะกลัวถูกใครเข้ามาทำร้าย คนป่วยหน้าเหลืองอย่างน่าสงสาร ถ้าไม่หมดสติหรือไร้ลมหายใจไปก่อนคนอย่างเธอคงไม่มีวันนอนหลับเต็มตาเหมือนคนอื่นเขา

“พี่เทียนคะ”

 ไวโอลินทั้งน้ำตา เธอสงสารผู้หญิงคนนี้จับจิต ทำไมพี่ภาคถึงโหดร้ายเช่นนี้ เขาพิพากษาชีวิตคนดีๆ ให้ตกนรกได้ยังไง

“โรส...”

เธอเรียกโรสิตาเสียงแผ่ว นัยน์ตาไวโอลินมีน้ำตาแห่งความรวดร้าวเอ่อคลอเต็มสองข้าง ทุกอย่างสร้างความเจ็บช้ำให้คนยืนมอง

“ฮึกๆ พี่เทียน”

โรสิตาโผกอดไวโอลิน สองสาวระบายความเสียใจผ่านการร้องไห้ คนไม่สบายกอดตอบทั้งน้ำตา

“โรสขอโทษค่ะ โรสผิดไปแล้ว...ฮือๆ”

ไวโอลินไม่พูดสักคำ ปล่อยหยาดน้ำตาพลางกอดน้องสาวอธิปไว้... ที่เรื่องราวเลวร้ายมาถึงจุดนี้ส่วนผิดจริงๆ คือเธอคนเดียว...ถ้าเธอไม่บูชาความรักมากจนเกินไปเรื่องทุกอย่างคงไม่เกิดขึ้น ถ้าเธอไม่โง่งมลมๆ แล้งๆ ว่าเขารัก...คุณพ่อที่เธอรักก็คงไม่สิ้นลมหายใจ

 

วันนี้อธิปเลิกงานเร็วกว่าปกติ เขาออกจากออฟฟิศแล้วตรงดิ่งกลับบ้านทันที ราชสีห์ส่งกระเป๋ากับเสื้อสูทให้พี่เลี้ยง มือขยับเนคไทไว้หลวมๆ อย่างมีมาด ดวงตาพญามัจจุราชมองประตูห้องน้องสาว

“วันนี้คุณภาคกลับไวจังเลยนะคะ”

“พี่ออ ผู้หญิงคนนั้นอยู่ไหนครับ” ไม่ตอบคำถามแต่กลับถามต่อ

“นอนหลับพักผ่อนอยู่บนห้องค่ะ”

“นอนทั้งวันเลยหรือเปล่า อาการดีขึ้นหรือแย่ลง”

“ไม่ทราบนะคะ คุณพิมพ์ดูแลเองเสียส่วนใหญ่ แต่ก่อนหน้านี้คุณโรสมาหาเธอนะคะ เพิ่งกลับไปก่อนคุณหนูมาไม่ถึงชั่วโมงเห็นจะได้”

สายตาอธิปเจ้าเล่ห์อย่างเห็นได้ชัด เขาทำทีเดินเข้าห้องนอนตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกลับออกมาอีกครั้งเมื่อหัวใจมันร่ำร้องหาห้องน้องสาว เขาเปิดประตูเดินเข้าไปหน้าตาเฉย หากคราวนี้ไวโอลินไม่สะดุ้งตื่น เธอเพลียเกินกว่าจะควบคุมตัวเองได้

“เทียน...”

เขามองคนนอนหลับ ก้มดูแหวนคู่ของเราที่นิ้วนางข้างซ้าย ตั้งแต่เกิดเรื่องเขาไม่เคยถอดมันเลย ส่วนเธอนั้นไม่ต้องพูดถึง บนนิ้วมือทั้งสิบของไวโอลินไม่มีแหวนเราสวมอยู่ มีเพียงแหวนทองหน้าตาแปลกมาแทนที่...นั่นมันแหวนใคร!

“เทียน!

อธิปยังคงเป็นอธิป เขาเสียมารยาทปลุกคนป่วย ไวโอลินสะลึมสะลือปรือตามอง เธอเพลียคูณสองเมื่อเห็นผู้ชายตรงหน้า

“เทียนลุกไหวมั้ย ไปกินข้าวกัน”

คนเลวพยายามทำดี หากคนที่เสียความรู้สึกไปทั้งชีวิตไม่รู้สึกดีเลย เธอนอนเหม่อไม่รับรู้ในสิ่งที่เขาเอ่ย ดวงตาแสนเศร้ากะพริบเปิดปิดอย่างเลื่อนลอย เธอทรมานที่ตัวเองตกอยู่ในสภาพนี้

“ยังไม่หายเหรอ คุยกับฉันสิ ตอบฉันหน่อย”

ชายหนุ่มรุกเร้าแสดงอาการ เขาโผหาเธอ ใช้ฝ่ามือลูบแก้มนิ่ม ไวโอลินตัวสั่นทันที เธอน้ำตาไหลอัตโนมัติ...

“อย่าออกไป ฮือๆ ออกไป”

ภาพที่แพเมืองกาญจน์หวนเข้ามาให้เสียใจ ไวโอลินทุรนทุรายหลับตาร้องไห้ แต่ก็มิวายเห็นศพพ่อนอนตายอยู่ในห้องทำงาน

“ฮึก...ฮือๆ”

“เทียน เป็นอะไร”

อธิปทำตัวไม่ถูก เขายังไม่ทันทำไม่ดีกับเธอเลยสักนิด ทำไมหล่อนถึงมีอาการเหมือนพิมพ์มาดา...

“เทียนใจเย็นๆ ภาคขอโทษ ภาคผิดเอง”

เขากอดคนฟูมฟายหากอีกฝ่ายไม่มีแรงดิ้น ไวโอลินร้องไห้หนักเหมือนคนเสียสติ เธอลนลานปฏิเสธอ้อมกอดเขา

“อย่ามายุ่ง ออกไป!...ฮือๆ ฉันอยากตาย”

“เธอจะตายได้ยังไง ฉันจะปล่อยให้เมียของฉันตายได้ยังไง”

“ไม่อย่ายุ่งกับฉัน ปล่อยนะไอ้เลว ปล่อย”

เหมือนไม่ฟังที่เขาพูด เพียงเห็นหน้าอธิปความกลัวมากมายก็รุมเร้าจนสติรับไม่ไหว เธอปล่อยให้ทุกความหายนะเข้าทำร้ายอย่างสาหัส...แผลในใจไม่มีทางเลือนหายได้เลย

“ภาคจะแต่งงานกับเทียน เราจะแต่งงานกัน ได้โปรดอย่าทำแบบนี้ ภาคขอโทษ”

เขากอดเธอที่มีอาการเหมือนน้องสาว อธิปตาแดงเถือกด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ สิ่งที่ไวโอลินเป็นอยู่ตอนนี้คือสิ่งที่เขาต้องการงั้นหรือ เขาสะใจแล้วใช่มั้ยที่หล่อนเป็นเหมือนพิมพ์มาดา

“ไม่ฮือๆ อย่ามากอดฉัน ออกไป”

หัวสมองและร่างกายเธอไม่รับอธิปแม้แต่น้อย เหมือนเคมีทั้งคู่ไม่ลงรอยกัน เธอดิ้นสุดใจหากอีกฝ่ายไม่ยอมปล่อย เขาจูบผมคนป่วยทั้งน้ำตา...และแล้วน้ำตาราชสีห์ก็ไหลริน

“กัดสิ ตบฉัน อยากทำอะไรให้หายแค้นก็เอาเลย ทำร้ายฉันได้ทุกอย่าง ฉันอยากรับความเจ็บปวดนั้นแทนเธอ ขอโทษที่ทำให้พ่อของเธอต้องจากไป ฉันขอชดใช้มันด้วยชีวิต ฉันจะดูแลเธอไปจนวันตาย...ได้โปรดเทียน ครั้งนี้ฉันพูดจริง”

ไวโอลินสลัดหัวไม่รับฟัง เธอดันเขาออกห่างเมื่อหน้าคนใจร้ายอยู่ใกล้ ทว่าอีกฝ่ายไม่ยอม กอดเธอแนบอกก่อนจดริมฝีปากบนหน้าผากขาว และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

“โอ๊ย!

อธิปโอดครวญด้วยความเจ็บปวดเมื่อแขนขวาถูกกัดเต็มแรง ใบหน้าคมแดงลามไปถึงใบหู เขากอดเธอแน่นกว่าเก่าด้วยความอดทนที่ตั้งใจไว้ ความเจ็บทางกายที่เขามีเทียบอะไรไม่ได้เลยกับสิ่งที่เธอต้องเจอ

“อื้อเอาเลยเทียน กัดฉันให้สมใจเธอ ความแค้นที่เธอมีต่อฉันแค่นี้เองเหรอ ฉันไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด...”

หญิงสาวกัดเขาทั้งน้ำตา เธอเปิดปากออกมาจ้องหน้าอธิป ชายหนุ่มถอนกอดสบตาแสนเศร้า เขาน้ำตาไหลเมื่อเห็นเธอเงียบไป

“ขอโทษ... คำๆ นี้คือสิ่งที่ฉันอยากบอกเธอมาตลอด”

“ฉันโทษแต่ตัวเอง...ที่ทำให้ทุกอย่างมีแต่สีดำ ความรักที่ฉันเฝ้าหวังมาตลอดมันไม่มีอยู่จริง ภาค...ฮือๆ ทำได้ยังไง เธอทำให้ฉันทรมานแบบนี้ได้ไงยัง...”

“เธอมันโง่ในหัวฉันคิดแบบนี้ทั้งชีวิต แต่ ณ ตอนนี้คนที่โง่คือฉัน แบ่งความทรมานมาให้ฉันได้ไหม ได้หรือเปล่า...”

หญิงสาวนั่งนิ่งน้ำตาร่วง เธอไม่เคลิบเคลิ้มกับคำพูดของผู้ชายคนนี้อีกแล้ว ทุกอย่างจบสิ้นตั้งแต่เขาเฉลยเรื่องจริงในวันนั้น

“เธอเคยจ้างคนมาทำร้ายฉัน...” จู่ๆ หญิงสาวก็พูดขึ้นมา อธิปตั้งตัวไม่ทันก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิด

“ฉันโดนตบจนเลือดกบปาก แต่เธอก็ยังแสดงใส่ด้วยการเข้ามาช่วยเหลือ...เธอนี่แสดงเก่งมากนะ เก่งมากจริงๆ”

“ฉันสั่งมันแล้วว่าไม่ให้ทำร้ายเธอ ขอโทษที่ทำให้เธอเจ็บตัว”

“เจ็บตัวฉันไม่เป็นไรจริงๆ แต่ข้างในนี้ของฉันมันแหลกละเอียดไปหมดแล้ว...”

ไวโอลินยันกายลุกนั่ง อธิปลุกตามทั้งที่ยังประคองไหล่ทั้งสองข้างของเธอ ดวงตาคมสบตาฝ่ายหญิงด้วยความเจ็บปวด ณ ตอนนี้เขาอึดอัดและหน้าชา...

“ฉันเป็นคนหัวไม่ดี หรือพูดตามตรงก็คือโง่... ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตฉันก็คิดแบบนั้นรวมทั้งเธอด้วย ตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงตอนนี้ฉันคืออีโง่ให้เธอหลอกอย่างสะใจ แต่รู้อะไรมั้ย? มีคนๆ นึงที่เชื่อมั่นในตัวฉันเสมอ ในวันที่ฉันล้มเขาก็คอยอยู่ข้างฉัน ดึงฉันขึ้นมาจากโลกที่มืดมน บอกฉันเสมอว่าฉันดีแค่ไหน ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะพูดดูถูกอีโง่ที่เธอหลอก...”

อธิปน้ำตาไหลเมื่อรู้ว่าเธอหมายถึงใคร เขาอยากกอดปลอบหากอีกฝ่ายตัวแข็งขืน ถึงเวลาที่เธอต้องเลือกแล้ว

“และมาวันนี้...ฮึกๆ วันที่ไม่มีเขา วันที่ฉันสังหารเขาด้วยน้ำมือตัวเอง ฉันเนรคุณฆ่าพ่อบังเกิดเกล้า...”

“ไม่เทียน ไม่ใช่ความผิดเธอ ฉันเอง ฉันคนเดียวที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ เธอก็แค่เชื่อคำพูดฉัน...ภาคขอโทษเทียน ขอโทษ”

“ต้องการแค่นี้ใช่มั้ยภาคแก้แค้นท็อปเพื่อน้องสาวแต่ทำทุกอย่างผ่านฉันคนนี้... และถ้านั่นคือเป้าหมายของเธอ ฉันขอดีใจด้วย มันสำเร็จแล้ว...แถมยังมีรางวัลพิเศษเพิ่มมาอีกนะ เธอได้ทำลายฉันที่ไม่รู้อะไรด้วยเลยทั้งชีวิต เธอมันโคตรเจ๋งเลยภาค...ปล่อย!

คนป่วยตาแข็งสลัดมือเขาทิ้ง เธอลุกยืนจากที่นอนอย่างรวดเร็วในสภาพซวนเซเล็กน้อย ไวโอลินเกลียดตัวเองที่ไม่สำนึก ทำไมหัวใจดวงนี้ถึงหยุดรักอธิปไม่ได้เลย แค่เห็นหน้าเขาความรักกับความเกลียดก็ถาโถมทำร้ายพอๆ กัน และมันสร้างความทรมานให้เธอถึงขีดสุด...

“เทียนอย่าไป!

ไวโอลินเดินออกจาห้องพิมพ์พรรณ โดยมีอธิปวิ่งตามมาคว้าตัว เขากอดเธอแน่นจากด้านหลัง

“ปล่อยหยุดทำให้ฉันทรมานสักที ฉันน่ารังเกียจมากขึ้นเรื่อยๆ เวลาเห็นหน้าเธอ ฉันเหมือนคนเลวทุกเวลาที่เป็นแบบนี้...ฮือๆ ทำไมฉันต้องเป็นแบบนี้ ทำไมฮือๆ”

เสียงเอะอะโวยวายทำให้ทุกคนเดินขึ้นมายังที่เกิดเหตุ พิมพ์นาราใช้มือปิดปากด้วยความตกใจ เธอสั่งห้ามทุกคนเข้าไปยุ่งกับเด็กทั้งสอง

“แยกย้ายไปทำงานของตัวเอง ห้ามใครขึ้นมาบนนี้ อ่อถ้าพี่ภีมกลับบ้านบอกให้เขามาหาฉันที่ห้องนั่งเล่น”

อธิปฝังปลายจมูกบนไหล่ขวาของไวโอลิน น้ำตาอาบหน้าเมื่อหัวใจเจ็บปวดไม่มีเหตุผล มันบอบช้ำรุนแรงจนหายใจแทบไม่ไหว

ไวโอลินก้มมองแขนอธิปที่โอบกอดตัวเธอ ฝ่ามือขาวสั่นระริกยามสัมผัสแผลที่กัดเขา...ยังไงผู้หญิงคนนี้ก็โง่อยู่ดี

“ฮึกๆ ฮือ...เธอเจ็บหรือเปล่า”

“ไม่เลยเทียน ฉันไม่เจ็บ ไม่รู้สึกอะไรสักนิด” อธิปลนลานตอบคำถาม เขาเดินมาตรงหน้าเธอก่อนสบตาแสนเศร้า

“แต่ฉันเจ็บฉันเจ็บมากตอนที่กัดเธอ และต้องมองเห็นแผลนี่... ได้โปรดเถอะภาค ฉันทนอยู่ในสภาพนี้ต่อไปไม่ได้ มันอันตรายกับการมีชีวิตอยู่ต่อไปข้างหน้า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นฉันอโหสิกรรมให้ ขอให้เรื่องราวของเราสิ้นสุดตรงนี้”

ไวโอลินยิ้มลาทั้งน้ำตา เธอเดินผ่านคนยืนอึ้งด้วยอาการไม่สู้ดี มันทรมานทั้งกายและใจถึงที่สุด เธออยากตาย อยากหายไปจากโลกใบนี้ บางทีการอยู่อย่างไร้จุดหมายก็โหดร้ายสำหรับผู้หญิงหัวอ่อนคนนึง...

 

“ฉันก็เจ็บเหมือนกัน ตอนนี้ฉันจุกไปหมดแล้วเทียน มันอาจจะไม่พอกับความรู้สึกที่เธอพบเจอมาตลอด แต่รู้อะไรมั้ย? ในชีวิตของฉันที่ผ่านมา...เวลานี้ ตอนนี้ ข้างหลังเธอตรงนี้ ฉันทรมานที่สุด”

 

สนใจดาวน์โหลดนิยายได้ที่ https://www.mebmarket.com/ พิมพ์ที่ช่องค้นหา เล่ห์เสน่หา อาญาสวาท หรือ อักษราภัค ก็จะเจอค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ

 

สำหรับวิธีการสั่งซื้อนะคะ เข้าไปตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ https://www.mebmarket.com/index.php?action=HowToBuy จะมีขั้นตอนแจ้งอย่างละเอียดค่ะ ถ้ามีอะไรสงสัยเข้ามาถามอ๊อฟในเพจได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคำถามค่ะ  พิมพ์ที่เสิร์ทเฟชบุ๊คว่า Auksaraphak Niyay  ^___^

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว