ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : หลงทาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2559 10:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หลงทาง
แบบอักษร

ตอนที่ 18

รถอธิปจอดสนิทหน้ารั้วอัศวไพศาล ไวโอลินกังวลเมื่อต้องทำการใหญ่ เธอหน้าซีดหมองจนอธิปสังเกตเห็น

“กลัวหรือ?”

อธิปกุมมือเย็นยะเยือก หญิงสาวพยักหน้ายอมรับ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเลยสักครั้งที่จะขัดคำสั่งพ่อ

“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอ”

เขาปลอบประโลมเหยื่อด้วยการกอด ไวโอลินตัวสั่นเทิ้ม เธอรักผู้ชายคนนี้จับใจ ไม่ได้เธอยังอยากได้รับอ้อมกอดนี้ไปนานๆ อยากมีช่วงเวลาดีๆ กับผู้ชายที่รัก เธอขอสิทธิ์เลือกทางเดินให้กับตัวเองเหมือนคนอื่นบ้าง

“ภาคจะแต่งงานกับเทียนใช่ไหม”

อธิปเสียดแน่นที่หัวใจ ถอนกอดมองหน้าหล่อน สีหน้าหญิงสาวไม่ดีขึ้นเลย ไวโอลินน้ำตาคลอเบ้า ลนลานจับมือเขาพลางถามย้ำอีกครั้ง

“ใช่ไหมภาค? ภาคจะมาขอเทียนกับพ่อใช่มั้ย”

“อือ ภาคจะมาขอเทียนกับคุณพ่อ แต่ถ้าเทียนคิดว่าตัวเองพูดไม่สำเร็จให้ภาคลงไปพบท่านเดี๋ยวนี้เลยก็ได้ ภาคจะรับผิดชอบทุกอย่าง”

อธิปทำท่าฮึดฮัดจริงจัง เขาแสดงละครด้วยการสตาร์ทรถเพื่อขับเข้าบ้านอัศวไพศาล หากไวโอลินห้ามไว้ เธอน้ำตาไหลเมื่อเห็นความจริงใจของชายที่รัก

“ไม่ต้องภาค เดี๋ยวเทียนคุยกับคุณพ่อเอง ภาคกลับไปรอที่บ้านนะ”

“แล้วภาคจะได้คำตอบเมื่อไหร่ พรุ่งนี้งานแต่งก็จะเริ่มแล้ว ถ้าพ่อเทียนจับขังขึ้นมาจะทำไง”

“ไม่มีทาง พ่อไม่ทำแบบนั้นกับเทียนแน่ แต่เรื่องนี้คงยากหน่อย เทียนคงตกลงกับคุณพ่อนาน...”

 ไวโอลินกดดันที่ชีวิตตัวเองมาถึงทางตัน ทั้งที่เดินมากับเขา ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เธอจะไม่ทำตามใจบิดาเด็ดขาด

“อย่าร้องคนดี ภาคอยู่ข้างเทียนเสมอ”

สองมือใหญ่แผ่เช็ดน้ำตาบนใบหน้าขาว เลื่อนตัวไปใกล้จุมพิตเปลือกตานวล ไวโอลินสบายใจขึ้นเล็กน้อย เธอจับมือเขายกมาจูบทั้งน้ำตา

“ภาครู้มั้ย...ในชีวิตเทียนถ้าไม่นับคุณพ่อ ภาคเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้เห็นเทียนร้องไห้ขนาดนี้ ไม่ว่าอนาคตจะเป็นยังไง เรื่องของเราจะสำเร็จหรือไม่? แต่สิ่งหนึ่งที่เทียนอยากให้ภาครู้ คือเทียนรักภาค รักมาก...มากที่สุด

 

ท้องถนน...ยานพาหนะอธิปแล่นฉิวด้วยความไว เขาขับไม่ปกติเมื่อประโยคของผู้หญิงโง่ยังวนเวียนในหัว นี่เขาคาดการณ์ผิดหรือเปล่า ถ้าไวโอลินไม่ปล่อยเขาไปจะทำยังไง อธิปไม่พร้อมใช้ชีวิตคู่ร่วมกับใครถ้าเขาไม่รัก...

ที่ห้องทำงานวสันต์ ท่านกำลังสะสางงานของบริษัทที่คั่งค้างอยู่ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังไปได้สวย เงินที่ทัศน์ให้ไปหมุนช่วยเขาได้เยอะ อย่างน้อยก็ทำให้วิกฤตจุดนี้ผ่านไปได้ด้วยดี

“คุณพ่อคะ...”

เงยหน้าจากกองเอกสารเมื่อลูกสาวขานเรียก ไวโอลินกดดันใช้เล็บจิกนิ้วตัวเองจนเลือดซิบ

“ว่าไงลูก ไปเที่ยวสนุกมั้ย...”

ท่านชวนลูกสนทนาตามประสา ไวโอลินเหมือนคนทำความผิดมา เธอไม่กล้าแม้แต่จะนั่งตรงหน้าพ่อ

“ค่ะ สนุกดี”

คำตอบแสนสั้นทำคนฟังเริ่มวิตก นี่แก้วตาดวงใจยังไม่หายโกรธอีกหรือ วสันต์ลุกขึ้นยืนจ้องหน้าอีกฝ่าย ท่านตัดสินใจเคลียร์ปัญหาที่สะสมมานาน

“เทียน...หนูยังโกรธพ่ออยู่อีกหรือ”

“เปล่าค่ะเทียนไม่ได้โกรธ...แต่คุณพ่อคะ...คือเทียน”

ดวงตากลมเริ่มสบตาบิดา เธอพูดไม่ออกเพียงมองหน้าพ่อชัดๆ ท่านไม่ได้อยู่ดีมีสุขก็นับว่าแย่อยู่แล้ว หากเรื่องที่เธอจะพูดคงแย่ยิ่งกว่า เธอควรทำอย่างไรดี?

“อย่าร้องคนดี ภาคอยู่ข้างเทียนเสมอ”

หากน้ำเสียงและกำลังใจจากใครอีกคนทำให้ฮึดสู้ เธอจะจมปลักอยู่กับทางที่ท่านขีดไม่ได้ บางทีถ้าบอกความจริงออกไปพ่ออาจจะเห็นใจบ้าง อย่างน้อยเธอก็เป็นลูกสาวคนเดียว

“เทียนหนูเป็นอะไรรึเปล่า...มีอะไรบอกพ่อได้ทุก...”

“คุณพ่อคะ! เทียนแต่งงานไม่ได้ค่ะ”

ไวโอลินสวนท่ามกลางคำถามห่วงใยของบิดา วสันต์หน้าซวนเซแต่ฝืนทำเหมือนไม่เป็นอะไร ลูกสาวสบตาพ่อไม่มีหลบ เธอตั้งมั่นกับความรักในครั้งนี้

“หนูพูดอะไร”

“คุณพ่อคะ เทียนมีคนรักอยู่แล้ว เขาจะมาขอเทียนกับคุณพ่อค่ะ”

ปังวสันต์ทุบโต๊ะเสียงดังจนลูกสาวตกใจ เธอถอยหลังกรูดเมื่อบิดาโกรธจนเส้นเลือดขึ้นขมับ หน้าท่านแดงจัดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“พ่อถามว่าพูดอะไรออกมา!

ตะคอกอีกครั้งเมื่อได้ยินประโยควิปโยคจากปากบุตรสาว ลูกของเขาหัวอ่อนไม่ทันคน ไวโอลินจะไปมีคนรักได้ยังไงในเมื่อที่ผ่านมาแกไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนเลย

“เขาจะมาขอเทียนด้วยเงินหนึ่งร้อยล้านบาทค่ะคุณพ่อ ลูกขอแต่งงานกับเขาแทนได้มั้ยคะ ถึงยังไงเราก็ได้เงินเหมือนกัน...”

เส้นความอดทนขาดผึง ร่างสูงก้าวอาดๆ มายังลูกสาว ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้ากลมเต็มแรงจนร่างเล็กหันขวับ ไวโอลินชาหนักที่แก้มซ้าย เธอใช้มือกุมมันแล้วเงยหน้าสบตาพ่อ

“แกพูดอะไรออกมาวันนี้ฉันเชื่อแล้วว่าแกมันโง่จริงๆ ออกไปจากห้องนี้แล้วคิดทบทวนซะ ฉันจะถือว่าแกไม่เคยพูด”

วสันต์ชี้ทางออกให้ลูก ท่านมือไม้สั่นเพราะคาดไม่ถึงว่าไวโอลินจะกล้าพูดจาสิ้นคิด

“คุณพ่อ...”

ไวโอลินเรียกพ่อเสียงเครือ น้ำตาหยดแหมะด้วยความเสียใจในโชคชะตา... ถึงอย่างไรเธอก็ไม่แต่งงาน

“อย่ามาเรียกฉัน ออกไปซะ พรุ่งนี้งานแต่งงานจะต้องเกิดขึ้น แกต้องจดทะเบียนกับทวีภาค อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าแกต้องใช้นามสกุลเพื่อนของฉัน...อังคะสุริยะ”

“ไม่ลูกไม่แต่ง ให้ตายยังไงเทียนก็ไม่ขอใช้นามสกุลนั้น ที่ผ่านมาเทียนทำตามคุณพ่อมามากแล้ว ต่อไปเทียนจะไม่ยอมโดนบังคับอีก ถึงลูกคนนี้จะโง่แต่ก็มีหัวใจ คุณพ่อเข้าใจมั้ยคะว่าลูกมีหัวใจ!

บิดาโกรธจนตัวสั่น ใจสั่น เงื้อมือจะตบหน้าลูกน้อยอีกครั้งโดยที่อีกฝ่ายเชิดหน้าท้าทาย ลูกสาวคนนี้พร้อมรับโทษทุกทาง

“ตบเลยค่ะ หรือจะตีลูกก็ได้ ถ้ามันทำให้เทียนเป็นอิสระ”

ฝ่ามือใหญ่ชะงักกลางอากาศ  กำมือแน่นจนเส้นเลือดขึ้น ก่อนค่อยๆ ลดระดับลง ตาพ่อแดงเถือกเพราะความกลัดกลุ้ม ท่านหันหลังหนีลูกสาว

“ถ้าแกยังมีความคิดอยู่ก็ไม่ควรทำอย่างนี้ พ่ออาจเสียเพื่อน และเสียอะไรมากมายถ้าแกยกเลิกงาน”

“แต่คุณพ่อไม่กลัวเสียลูกหรือคะ”

 ร่างเล็กเดินไปดักหน้าบิดา วสันต์มองรอยนิ้วมือที่หน้าลูกแล้วอกกลัดหนอง ไม่มีบาดแผลใดที่ทำให้เขาทุกข์ทรมานใจเท่าบาดแผลที่เขาเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา

“เสียอะไร? แกกำลังจะมีครอบครัว มีทุกอย่างไม่ต่างไปจากเดิม”

“แต่เทียนไม่มีความสุข เทียนไม่ได้รักเขา และเขาเองก็ไม่ได้ต้องการเทียนเลย”

“แล้วจะให้พ่อทำยังไง? พ่อรับเงินเขามาแล้ว ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีงานแต่งงานทุกอย่างคงพินาศ”

“ไม่ค่ะคุณพ่อ เดี๋ยวแฟนเทียนจะมาขอเทียนกับคุณพ่อ เราแต่งงานกันพรุ่งนี้ยังได้เลยค่ะ เขามีเงินมากพอที่จะมาสู่ขอเทียน ขอแค่คุณพ่อตกลงเท่านั้น”

“ไวโอลิน!

เหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา สองพ่อลูกต่างมีกรอบความคิดเป็นของตัวเอง ไม่มีใครรับฟังเหตุผลของใครอย่างจริงจังสักฝ่าย สีหน้าถมึงทึงของบิดาทำไวโอลินตัวชา เธอน้ำตาร่วงไม่หยุดเพราะเสียใจที่ทำบุพการีร้องไห้...พ่อของเธอกำลังร้องไห้

“ผู้ชายคนนั้นชื่ออะไร เป็นลูกเต้าเหล่าใคร”

“เทียนยังบอกไม่ได้ค่ะ ถ้าคุณพ่อไม่ยกเลิกงานแต่งงานในวันพรุ่งนี้ เทียนจะไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเขาแม้กระทั่งชื่อ”

“นี่แกหลงมันเรอะอ๋อ หรือว่าที่หายไปสองสามคืนก็ไปกับมัน ใช่มั้ยแกไปนอนกับผู้ชายงั้นหรือ”

“เปล่านะคะ เทียนไม่ได้ทำอย่างนั้น...ฮึก”

 วสันต์ตกใจที่ลูกสาวสะอื้นตัวโยน นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เห็นน้ำตาจากลูก ทุกครั้งที่อ่อนแอหรือท้อแท้จนทนไม่ไหว ถ้าน้ำตาตัวเองไหลเมื่อใดคนที่จะปลอบใจคือไวโอลิน ลูกไม่เคยมีน้ำตาสักหยดตั้งแต่แม่ของแกไม่อยู่ แล้วนี่อะไร!...ลูกของเขากำลังร้องไห้เพราะสาเหตุใดกันแน่

“แกร้องไห้เพราะอะไร เพราะพ่อหรือว่าผู้ชายคนนั้น”

เธอเงยหน้าสบตาพ่อ ยกมือเช็ดของเหลวที่พวงแก้ม ริมฝีปากชมพูสดเม้มสองสามทีก่อนตอบคำถาม

“มีสองเหตุผลที่ทำให้ลูกเป็นแบบนี้ ข้อแรก...เทียนร้องไห้เพราะรักเขามากค่ะ มันมากจนไม่อยากเสียเขาไป มันทรมานเหลือเกินค่ะคุณพ่อ ส่วนอีกข้อ... เทียนร้องไห้เพราะทำคุณพ่อเสียใจ...ลูกขอโทษที่ทำให้คุณพ่อไม่สบายใจ”

ไวโอลินกอดพ่อทั้งน้ำตา ซุกใบหน้าที่อกท่านปล่อยเสียงสะอื้น วสันต์ตัวแข็งทื่อไปต่อไม่ถูก อวัยวะทุกส่วนใช้งานไม่ได้เฉียบพลัน แม้แต่แขนสองข้างที่จะกอดตอบลูกนั้นยังไม่มีแรงยกขึ้นมา

“กลับเข้าห้องซะ ถึงยังไงพ่อก็ไม่อนุญาต ถ้าไม่อยากให้พ่อทุกข์ไปมากกว่านี้ช่วยทำตามเดิมด้วย พ่อจะคิดซะว่าหนูไม่เคยพูดอะไรแย่ๆ ออกมา”

 

 ขณะเดียวกันที่บ้านภัทรกาญจน์ ในห้องรับแขกอธิปเดินวนไปวนมาด้วยความหวาดวิตก เขาสังหรณ์ใจว่าไวโอลินจะทำไม่สำเร็จ หล่อนคงไม่ยอมยกเลิกงานแต่งงานเพื่อเขา ยัยนั่นต้องเชื่อฟังพ่อมาเป็นอันดับหนึ่ง

“พี่ภาค...”

“อย่าห้ามเพลง พี่ต้องเดิน”

เหมือนรู้ว่าน้องสาวคนเล็กจะบ่น อธิปรีบค้านดักหน้า นาทีนี้เขาอยู่นิ่งไม่ได้จริงๆ ทว่าพิมพ์พรรณไม่ได้จะคุยกับเขาเรื่องนี้ เธอทำเสียงเจ๊าะแจ๊ะเล็กน้อยก่อนเดินมาดักหน้าอีกฝ่าย

“พี่ภาคหยุดเดินก่อน เพลงมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อยค่ะ” อธิปหยุดมองน้อง พยักหน้าเป็นเชิงถามว่ามีอะไร

“เพลงมีเรื่องจะปรึกษาค่ะ คือว่างานที่บริษัทคุณพ่อ...”

ยังไม่ทันเข้าเรื่อง โทรศัพท์อธิปก็สั่นครืด ชายหนุ่มทำเครื่องหมายให้น้องหยุด เขากดรับสายเมื่อเห็นคนสำคัญโทรหา

“เทียนเป็นยังไงบ้าง”

“ฮึก...ภาค มารับเทียนหน่อย เดี๋ยวนี้เลยนะคะ มาให้ไวที่สุด”

อธิปใจคอไม่ดีเมื่อได้ยินหล่อนร้องไห้ เขากำเครื่องมือสื่อสารแน่นแล้วหันไปหาพิมพ์พรรณ

“เพลงพี่ต้องไปแล้ว ไว้คุยกันนะ”

“อ้าวเพลงยังไม่ได้คุยธุระเลย”

“ไว้ค่อยว่ากัน ธุระพี่สำคัญมากจริงๆ”

เอ่ยแล้ววิ่งออกจากบ้านทันที นาทีนี้อธิปรอไม่ได้แล้ว โอกาสของเขาคือสิ่งที่ไวโอลินเลือก เพราะฉะนั้นการไปรับเธอมาคือทางออกที่ดีที่สุด เวลาเดียวกันที่บ้านอัศวไพศาล ไวโอลินเหมือนคนบ้าไม่มีสติ เธอเก็บข้าวของจำเป็นยัดใส่กระเป๋าเดินทางใบเล็ก ในหัวคนผิดหวังไม่มีอะไร ก็แค่อยากหนีให้พ้นจากกรอบที่พ่อสร้าง... เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสรรพก็มองสำรวจที่อยู่อาศัยด้วยความเสียใจ หัวใจแตกสลายเมื่อต้องหนีออกจากบ้านเหมือนเด็กใจแตก แต่จะทำอย่างไรเล่า? เธอไม่มีปัญญาคิดหาทางอื่นแล้วจริงๆ

“หนูขอโทษค่ะ”

อธิปขับรถมาถึงหน้าบ้านเหยื่อสาว เขาจอดรถแอบไว้อีกฝั่ง เพ่งสายตามองเข้าไปในรั้วบ้านหลังใหญ่ บอกตามตรงว่าวันนี้เขาใจคอไม่ค่อยดี แต่เรื่องมันลุกลามมาถึงขั้นนี้แล้ว อย่างไรเสียทวีภาคก็ควรได้รับบทเรียนบ้าง

จังหวะที่คิดอะไรเพลินๆ เขาก็เห็นไวโอลินเดินออกมา เธอยังคงสวมชุดเดิมตอนที่พามาส่ง ที่มีเพิ่มมาคือกระเป๋าเสื้อผ้าในมือ

“เทียน...”

เขาเปิดประตูลงจากรถเมื่อหล่อนเดินออกมา น่าแปลกที่วันนี้ไม่มีคนรับใช้ป้วนเปี้ยนเลยสักคน

“พาเทียนไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้”

เธอพูดเสียงสั่นเครือ อธิปคิ้วขมวดมองสำรวจใบหน้าเธอ ดวงตาไวโอลินบวมแดงเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แถมแก้มยังมีรอยนิ้วมือประทับตราอีกต่างหาก อธิปใช้ฝ่ามือลูบแก้มร้อนแผ่วเบา

“ฝีมือพ่อเธองั้นหรือ”

เธอก้มหน้าหลบไม่ตอบคำถาม มือเรียวนุ่มที่เต็มไปด้วยความเย็นจับมือเขาออกจากแก้มก่อนเงยหน้าสบตา ณ ตอนนี้เธอไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว

“ภาคจะไม่ทิ้งเทียนใช่มั้ย” อธิปชะงักกับคำถามที่ยากจะหาคำตอบ เขาใจเต้นแรงหากพยายามฝืนแสดงต่อ

“อือ แน่นอน”

ไวโอลินยิ้มบางๆ เธอกุมมือใหญ่สบตาบอกความนัยน์ ขอให้การเลือกของเธอครั้งนี้พบเจอความสุขสักที หลังจากงานมงคลถูกยกเลิก เธอจะพาเขามาหาบิดา ถึงอย่างไรไวโอลินก็ไม่มีวันทำร้ายจิตใจพ่อไปมากกว่านี้

“เทียนเชื่อใจภาคค่ะ”

 

 สนใจดาวน์โหลดนิยายได้ที่ https://www.mebmarket.com/ พิมพ์ที่ช่องค้นหา เล่ห์เสน่หา อาญาสวาท หรือ อักษราภัค ก็จะเจอค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว