email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ ๙ ใบเบิกทาง

ชื่อตอน : บทที่ ๙ ใบเบิกทาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2565 20:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๙ ใบเบิกทาง
แบบอักษร

ผมพ่นควันบุหรี่ ก่อนร่ายยาว “ตอนที่ฉันเดินลงไป ชั้น ๑ ที่โถง ฉันเห็นแท่นที่วาง โดยปราศจากวัตถุอยู่ด้านบน ฉันจึงแน่ใจว่ามีของบางอย่างหาย ของสำคัญ ที่ไม่ต้องอยู่ในเซฟ เพราะเจ้าของคือ ระฟ้า คิดว่าอย่างไรแล้ว หน้ากากมีขนาดใหญ่ เกินกว่าที่จะใส่กระเป๋า เขาจึงมั่นใจ  

แต่เมื่อเขาตาย ทุกอย่างจะพุ่งตรงไปที่ การตายของเขา ซึ่งหัวขโมย เจน เธอทำให้เหมือนว่าเธอเป็นพยาน ให้เรื่องมันจบที่อุบัติเหตุ  

เช่นกัน ตำรวจก็อยากสรุปคดีให้เป็นเช่นนั้น เพราะเขามาในฐานะผู้ติดตามรัฐมนตรี ที่ควงสาวซึ่งไม่ใช่เมียตนเอง เรื่องจะได้จบเร็ว จบแบบเงียบๆ”  

ผมเดินไปเปิดประตูกระจกห้องอาหาร และชี้ที่ระเบียง ซึ่งยื่นออกไปเล็กน้อย หากมองจากชั้นบน “แน่นอนว่าระฟ้าไม่ได้ตกจากจุดนี้ ที่ชั้นบนสุด คือชั้น ๓”  

ผมทิ้งบุหรี่ ลงพื้นตรงๆ เพื่ออธิบาย “จะเห็นได้ว่า ถ้าอยู่ภายในเรือ บุหรี่ถูกทิ้งในแนวดิ่ง และแม้ว่าเรือลำนี้จะแล่นด้วยความเร็ว แต่บุหรี่ที่อยู่ในเรือ จะทิ้งดิ่ง ในแนวตรง ไม่เลื่อนปลิวไปข้างหลัง ตามการพุ่งไปข้างหน้าของเรือ”  

ผมหยิบบุหรี่อีกตัว และเดินมาที่ระเบียง ทิ้งออกด้านนอกตัวเรือในแนวดิ่ง พร้อมอธิบาย  

“แต่ถ้าทิ้งออกข้างนอกเรือ บุหรี่หรือแม้วัตถุที่หนักกว่า หรือ กระทั่ง ศพคน จะพุ่งไปทางด้านหลัง หรือพูดอีกแบบ คือ สวนทางกับการเคลื่อนตัว ของเรือที่ไปข้างหน้า  

เพราะฉะนั้นศพระฟ้า ถูกทิ้งกลางลำเรือ แต่ศพไปตกเกือบท้ายเรือ ตกบนเรือชูชีพ เพราะเรือแล่นเร็ว” ผมมองไปที่เจน ซึ่งก้มหน้าไม่สบตาผม 

ก่อนจะพูดต่อ “เธออยู่ ชั้น ๑ ตรงห้องโถง เธออาจมีความคิด ที่จะขโมยอยู่แล้ว แต่ไม่รู้จะซ่อนที่ไหน ไม่ว่าห้องเครื่องชั้นใต้ผิวน้ำ หรือห้องพนักงาน ชั้นล่าง อย่างไรระฟ้า ที่เป็นเจ้าของเรือ ก็ต้องหาพบ แต่แล้วเธอ เห็นศพถูกโยนออกมา จากด้านบน มาตกที่เรือชูชีพ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เธอมองเห็น 

เธอจึงสบโอกาส ขโมยหน้ากาก และทำทีว่าเห็นเหตุการณ์ว่า ระฟ้าพลัดตกน้ำ ซึ่งไม่ว่าเขาจะตาย หรือบาดเจ็บสาหัส ก็จะไม่มีคน พุ่งเป้าไปที่หน้ากาก เพราะตอนนั้น ระฟ้ายังอุบเรื่องของที่จะโชว์ มีเพียงเธอที่เขาควงรู้มูลค่ามัน”  

เจนถอนหายใจยาว เธอบอกถึงเหตุผล “เขาเล่นยาตลอด ยิ่งจัดปาร์ตี้บ่อย ยิ่งมีแต่เมา หนูทำใจว่าวันหนึ่งเขาต้องตายเพราะมัน ไม่เห็นอนาคต  

แต่เอาจริงๆ หนูมีส่วนหุ้นกับเขาเรื่องหน้ากากนี้ หนูถึงลงมาเพื่อเฝ้า ไม่ใช่เพื่อคิดไม่ดี แต่พอเห็นมีคนตกลงมา หนูเดินออกไป และชะเง้อมอง ที่เรือ ชูชีพ เห็นว่าเป็นเขา และเขาแน่นิ่ง จึงคิดว่าเขาตายแน่ หนูผิดเหรอที่ปกป้องผลประโยชน์ตัวเอง”  

ชิ กล่าวตอบเธอ “ผิดที่เธอโกหก และเกือบทำให้เรื่องราวเปลี่ยน และทำให้ฆาตกรลอยนวลไง” ตำรวจมองผมและชิเปลี่ยนไป เขาดูชื่นชม อคติทางสายตาลดลง แต่ยังมีข้อสงสัย 

“แล้วใครละที่ฆ่าเขา” ผมปรบมือสองครั้ง เรียกให้ชิโยนมือถือมาก่อนจะเปิดรูปบาดแผลขยายใหญ่  

“ที่แกพูดว่าปากแผลที่เปิดนั้น เส้นขอบด้านบนมีรอยเหวอะไม่เรียบ และปากแผลด้านล่างเรียบคม ไม่ใช่เกิดจากการแทงตนเอง ในลักษณะงัดขึ้น แต่คนที่แทงยืนตรงข้าม เขาอาจเตี้ยกว่า หรืออาจเพราะการยืนที่ห่างกัน 

กรณีนี้ฉันว่า ฆาตกรยืนห่างจากระฟ้า เขาถือมีดด้วยมือขวา และมือซ้ายเท้าบางอย่าง เพื่อเป็นหลักและแทง และเขาคือฆาตกร เชฟ คือ ฆาตกร!!!”  

เท่านั้นแหละ เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นอีกครั้ง ตำรวจเปลี่ยนสายตา มองผมเหมือนไร้สาระ เขากล่าวดูถูก  

“แค่เพราะเชฟ มีมีดเท่านั้นเหรอที่แก อึก ฉันไม่ได้ขำอะไรอย่างนี้มานานแล้ว อีกอย่างนะ แกรู้ไหมว่าช่างตัดผมให้แกแหว่ง”  

“เอาล่ะๆ ฉันจะบอกให้พวกแกรู้ไว้ ตั้งใจฟังดีๆ ปากแผลเปิดกว้าง ขอบที่อยู่ส่วนบนเป็นรอยไม่เรียบคม และขอบปากแผลส่วนด้านล่างเรียบคม นั่นเป็นเพราะมีด!!!”  

ผมสะกิดชิ ก่อนที่ชิจะกระโดดข้ามบาร์ เพื่อคุมเชิงเชฟ ชิส่งมีดญี่ปุ่น ให้ผม ผมจับมันและอธิบาย 

“จริงอยู่ ที่มีดที่แทงอาจถูกโยนทิ้ง แต่ถ้าดูความพิเศษของมีดญี่ปุ่นนั้น จะเห็นว่ามีดมีคมด้านเดียว ซึ่งต่างจากมีดทั่วไป ที่มีคมสองด้าน มีดทั่วไปฝั่งตรงข้ามสัน คือ ฝั่งคม ซึ่งคมจากการทำมุมฉากการตัดเฉียงทั้งสองด้าน 

แต่มีดญี่ปุ่น ฝั่งตรงข้ามสัน ซึ่งเป็นฝั่งคม มาจากการทำ ที่เกิดจากการ สโลปเฉียงด้านหนึ่ง แต่อีกด้านตัดลงตรง เพราะฉะนั้น มีดทั่วไปลับหินลับมีด ซ้ายทีขวาที ก็คมทั้งสองฝั่ง แต่มีดญี่ปุ่นจะลับอย่างไร ก็คมส่วนเดียว 

นั่นจึงทำให้ปากแผล ที่ขอบบนและขอบล่าง มีรอยที่ต่างกัน เพราะมีด ที่คมด้านเดียว และถ้าให้ฉันเดา น่าจะเป็น มีดเดบะ ซึ่งมีน้ำหนักพอดี ไม่เล็กไป และไม่ใหญ่ไป ทั้งแล่ปลาได้ สับกระดูกได้  

และในครัวที่ดูดีมีระดับ มีดจึงน่าจะมีราคาสูงเป็น Blue Steel คือ เหล็กกล้าผสมคาร์บอน มีความแข็งแรงสูง 

ขณะเดียวกันความแข็งแรงสูง ก็ทำให้ความยืดหยุ่นต่ำ เมื่อแทงเข้าผ่านระหว่างชั้นซี่โครง ก่อนไปถึงหัวใจ มีการบิดมือ ทำให้มีด มีส่วนแตกเป็นชิ้นเล็ก กระเด็นออกมา เพราะความแข็ง ที่เมื่อแตกจะเป็นชิ้นย่อยๆ  

ตอนที่ฉันส่องไฟที่บาดแผลด้านใน มันจึงมีเศษติดค้างภายใน และสะท้อนแสงมา แต่ถ้าเป็นมีดทั่วไป ที่อยู่ในมือสาวกหนังสยองขวัญ 

จะเป็นมีดสเตนเลส ที่มีความยืดหยุ่นกว่า ถ้าใช้แทงอาจมีการบิดภายในอกระหว่างแทง ทำให้แผลเปิดกว้างขึ้นกว่านี้”  

เชฟทุบบาร์ด้วยความเจ็บใจ แต่ใบหน้าเขาแสดงอาการตรงข้าม มันมีความซับซ้อน ก่อนที่เขาจะสารภาพ 

“น่าละอายเหลือเกิน ที่ผมใช้มีด ที่เคยสร้างศิลปะจากอาหาร มาใช้ฆ่าคน ถึงแม้มันสมควรตายก็ตาม มันไม่ยอมให้ผมออกจากงาน เพราะกลัวผมจะเอาเรื่องยา มาแบล็กเมล์มันทีหลัง  

มันทำลายความฝันผม ที่จะได้ไปเรียนทำอาหารที่ญี่ปุ่น ผมเสียโอกาส ในชีวิต และต้องมาจมปลัก กับเรือของไอ้ขี้ยา ที่มีเงินและอำนาจ ผมคิดได้อย่างเดียว คือ ต้องฆ่ามันและโยนทิ้งทะเล ให้มันถูกฝูงปลาแทะกิน แต่เป็นกรรมของผมที่ต้องชดใช้ ร่างมันดันไปตกบนเรือชูชีพ”  

ชิ ขยับตัวประชิดเชฟ ผมสรุปต่อ  

“วันนี้แกจึงเตรียมตัวแล้วสิ แกเลยปรับให้อากาศในห้องนี้ร้อนและทำอาหารให้ไม่อร่อย เพื่อไล่แขกคนอื่น เพราะงี้ตอนแกทำให้ฉัน และชิกินทีหลัง ชิ บอกอร่อย คนอื่นจึงทำหน้าตาไม่เชื่อ  

และอากาศที่ร้อน ทำให้ระฟ้าต้องถอดเสื้อหนังที่หนาออก เพื่อให้แกแน่ใจว่าจะไม่มีอะไรมาเป็นอุปสรรคในการฆ่า เมื่อแกฆ่าแกก็ใส่เสื้อหนังให้ศพตามเดิม และโยนลงทะเล เพราะคิดว่าแจ็คเก็ตหนังที่หนักจะอุ้มน้ำ และทำให้จมลงอย่างเร็ว”  

ถึงตอนนี้ กฤษฎ์ ตำรวจหนุ่มก็เข้าคุมตัวเชฟ ส่วนผมและชิ ก็ชนแก้วเหล้าดื่มกัน ชิแซวผมเรื่องทรงผม ส่วนผมบ่นเขา เรื่องที่ชอบถ่ายรูปสาวสวย ที่มากับรัฐมนตรี เราหัวเราะกันคุยเรื่องความหลัง  

เขาบอกผมว่า ผมเป็นเหมือนพี่ชาย ที่เขาไม่เคยมี ผมยิ้มรับ แต่ไม่ได้พูดกลับไปว่า เขาก็เหมือนน้องชายคนหนึ่ง แม้ว่าเงินทองเราอาจมีไม่มาก แต่มิตรภาพนั้น มีมูลค่าที่สูงกว่าจะเปรียบ 

ผมถอดนาฬิกาข้อมือ มองข้อความที่ฝาหลัง เดิมทีเรือนนี้เคยมีคู่ แต่นั่นมันก็นานมาแล้ว ถึงเวลาที่ผมคงต้องปล่อยวาง ผมส่งนาฬิกาข้อมือให้ชิ ยิ้มและพยักหน้าให้กัน เขาสวมมันอย่างภูมิใจ 

กว่า ๑ ปี ที่เขามาทำงานที่บริษัท อาจเป็นรางวัลที่หมาแก่ตัวหนึ่ง จะให้หมาอีกตัวได้ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น อีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง!! 

ในออฟฟิศ 3 Detectives หมิว ส่งหนังสือพิมพ์ให้ผมอ่าน ขณะที่ ชิ มาในเสื้อชุดใหม่แปลกตา เขาทักผม  

“อ้าวเฮีย แก้ทรงผมแล้วเหรอ  

เออ....หมิว มึงเป็นไรวะ หน้าเครียดๆ”  

ผมอ่านหนังสือพิมพ์ พับครึ่ง และวางบนโต๊ะตรงหน้าชิ ผมพูดตามในข่าว “ภรรยารัฐมนตรีฟ้องหย่า โดยทนายมีหลักฐานมัดตัว จากภาพที่รัฐมนตรีกอดจูบ อยู่กับสาวคราวลูก ว่ายังไงละชิ มึงเตรียมตั้งแต่ต้นแล้วสิ” ผมส่ายหัวอย่างรับไม่ได้ ที่ชิมีลับลมคมใน 

“ใบเบิกทางไงเฮีย ผมได้เข้าทำงานกับ บริษัทของคุณณรงค์แล้ว ผมมา ก็เพื่อลา เฮียคิดว่ากระจอกอย่างเรา จะได้ขึ้นเรือหรูๆ อย่างนั้นเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะเมียรัฐมนตรีจ้างผม ให้ไปถ่ายรูปชู้ของผัวเขา เธอจึงใช้เส้น ให้ผมกับเฮีย ได้ตั๋วขึ้นเรือลำนั้นไง 

...อย่าหาว่างั้นงี้เลยเฮีย ผมอยู่ที่นี่ก็มีความสุขดีหรอก แต่เงินมันไม่ดี ทุกเดือน เฮียเล่นไม่รับงาน หมาหาย ถ่ายรูปผัวมีชู้นี่ แล้วเฮียทำอะไร วันๆ เอาแต่กินเหล้า ทำตัวโทรมๆ !!” 

หมิวเข้าขัดชิ “นี่มึงโง่จริงใช่ไหม ถึงไม่เห็นว่า บอสเขาพยายามจะเริ่มต้นอะไรใหม่ เขาถึงตัดผมไง” ผมเบรกทั้งคู่และกล่าวคำอำลา  

“มันก็แค่ทรงผมน่ะหมิว ช่างเถอะ แกไปดีก็ดีใจด้วย ไม่ต้องคืน สิ่งที่ฉันให้แกไป” ชิยกมือไหว้ อย่างกระอักกระอ่วน  

เขาหันหลังและเปิดประตูออฟฟิศ กำลังจะก้าวออกพ้นประตู ก่อนผมจะพูดประโยคสุดท้าย  

“ฝากทักมันด้วย ณรงค์ บอกมาจาก หุ้นส่วนเก่าแก่ 3 Detectives ที่เคยร่วมหัวจมท้ายกันมาก่อน”  

ผมนับเลขเบาๆ “๑...๒...๓...” โดยหวังว่าจะเห็นน้องชายคนนี้ หันกลับมา และขอโทษขอโพย ยกเลิก ไม่ไปอยู่กับไอ้ณรงค์ เรากลับมารวมกัน อีกครั้ง ลืมเรื่องไม่ดี และตกเย็นไปกินเนื้อย่างกัน ผม หมิวและชิ  

แต่ผมนับไปถึง ๑๐ กลับไม่มีวี่แววใดๆ... 

แล้วน้องชาย ที่นับถือผมเป็นพี่ชาย ที่เขาไม่เคยมีมาก่อนก็จากไป เพราะความสนิทสนม ทำให้ผมประมาท ทั้งที่ทุกอย่างชี้ชัด จากพฤติกรรมของชิ ที่ผ่านมา  

เพราะความใจอ่อน ความอ่อนแอ และมัน คือ แผลใหม่บนรอยแผลเดิมๆ ที่หมาเก่าตัวนี้ ไม่เคยจำใส่กะโหลกผุๆ เบี้ยวๆ ของมันเลย... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว