email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 ไม่เคยก็ดีแล้ว 50%

ชื่อตอน : บทที่ 4 ไม่เคยก็ดีแล้ว 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 892

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 เม.ย. 2565 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ไม่เคยก็ดีแล้ว 50%
แบบอักษร

คุณไปป์จะบอกว่า…แค่จับมือไม่เป็นไร แต่ถ้าจูบถึงจะเรียกว่าไม่เหมาะสมใช่ไหม 

เดี๋ยวนะ! นี่มันใช่เวลามาตีความคำพูดของเขาไหม 

เมื่อกี้… เขาจูบฉัน จูบจริงๆ ไม่ได้ฝันไป  

ริมฝีปากของเราสัมผัสกันโดยไม่มีอะไรกั้น 

คุณไปป์จูบฉัน เขาจูบฉัน! 

ขณะที่หัวใจสูบฉีดเลือดรุนแรง สมองฉันกลับเบลอจนนึกอะไรไม่ออก 

“บอสเช็ดต่อเองนะคะ” ยัดผ้าขนหนูใส่มือเขาแล้วฉันก็วิ่งหนีไปยังห้องนอน  

กริ๊ก! 

เมื่อเข้ามาข้างในแล้วก็รีบกดล็อกลูกบิดเพื่อไม่ให้บอสตามเข้ามาได้ 

“แฮ่กๆ” ยืนพิงประตูพลางหอบหายใจเข้าปอดถี่ๆ 

ฉันต้องการเวลาตั้งหลัก จูบเมื่อครู่ทำให้สติของฉันหลุดลอยหายไปจนหมดสิ้น แถมยังรู้สึกเหมือนถูกดูดพลังออกไปจากร่างกายยังไงยังงั้น จนถึงวินาทีนี้สติและเรี่ยวแรงของฉันก็ยังกลับมาไม่ถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์เลย 

ฉันยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปาก นึกถึงตอนที่คุณไปป์ขบเม้มกลีบปากทั้งบนและล่างแล้วช่องท้องก็พลันปั่นป่วน ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า 

‘แบบนี้… ไม่เหมาะสม’ เสียงของคุณไปป์ยังดังก้องอยู่ในหูของฉัน 

พูดเฉยๆ ฉันก็เข้าใจแล้วไหม ทำไมต้องจูบจริงด้วย! 

นั่นมันคือจูบแรกของฉันเลยนะ ถึงฉันจะเคยมีแฟนมาสองคน แต่มากสุดก็แค่กอดและหอมแก้มกันเท่านั้น เขาบังอาจมาพรากจูบแรกของฉันไป ฮือๆๆ  

แล้วฉันทำอะไรได้บ้างเนี่ย ออกไปตบหน้าบอสเลยดีไหม หรือจะชกหน้าหล่อๆ ให้เยินไปเลย! 

รู้ว่าเขาทำไปด้วยความเมา แต่ก็อดโกรธไม่ได้อยู่ดี 

“บอสบ้า! ตายซะเถอะ ย้ากกกกก!” ฉันระบายความแค้นด้วยการหยิบตุ๊กตาหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์สีน้ำตาลตัวใหญ่บนเตียงมาทุบรัวๆ 

ตุบตับๆๆๆๆ  

 

Pipe talks. 

ผมจูบเลขาของผมไปแล้ว 

มันไม่เหมาะสม ผมรู้ 

แต่… ห้ามใจไม่ไหว  

ใครเป็นผมก็คงควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็ปากเธอน่าจูบออกอย่างนั้น โดยเฉพาะเวลาที่ริมฝีปากอิ่มสีชมพูแวววาวขยับเอ่ย มันยิ่งดึงดูดให้ผมอยากชิม และพอได้ชิมแล้วก็พบว่า… หวานกว่าที่คิดไว้ซะอีก  

แถมยัง…นุ่ม จนห้ามใจไม่ให้ขบเม้มกลีบปากสีหวานไม่ได้ 

ผมยืนมองประตูห้องนอนของมิลค์ เธอเข้าไปในนั้นเกือบห้านาทีแล้ว คงโกรธผม เพราะผมจูบเธอโดยไม่ได้รับอนุญาต 

แล้วเธอจะเกลียดผมไหม 

ไม่อยากถูกเกลียดเลย 

แกร๊ก! เสียงปลดล็อกลูกบิดดังขึ้นจากด้านใน ก่อนที่ประตูห้องนอนจะค่อยๆ เปิดออก 

มิลค์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผมยืนอยู่หน้าประตู 

“เอ่อ… บอส” ดวงตากลมโตที่ล้อมรอบด้วยแพขนตางอนยาวฉายแววประหม่าเล็กน้อย 

“เมื่อกี้…” ผมกำลังจะบอกว่าขอโทษ แต่เลขาก็เอ่ยขึ้นซะก่อน 

“เมื่อกี้มิลค์ไปเข้าห้องน้ำมาค่ะ ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ” คนตัวเล็กค้อมศีรษะอย่างขออภัย 

“ขอโทษ”  

“คะ?” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน 

“ที่จูบคุณ”  

“หืม? จูบเจิบอะไรคะ ไม่มี้ บอสฝันหรือเปล่า” มิลค์เอ่ยพลางหัวเราะอย่างขบขัน 

ผมคิดว่าเลขาจะโกรธ แต่เธอกลับทำเหมือนเมื่อห้านาทีก่อนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  

“เดี๋ยวเราไปกินข้าวกันเลยไหมคะ”  

“…” เมื่อเห็นผมยืนนิ่ง มิลค์ก็เอื้อมมือมาคว้าแขนผมลากออกจากห้อง 

“ไม่ได้ฝัน” ผมบอกระหว่างที่เธอจูงผมไปที่ลิฟต์ 

“ฝันค่ะ คนเมาอย่าเถียงคนไม่เมาสิคะ” มิลค์ยืนยันหนักแน่น “ว่าแต่… ฝันแบบนี้แอบคิดอะไรกับเลขาหรือเปล่าคะบอส คิก~” 

“ไม่เคย…” 

“ไม่เคยก็ดีแล้วค่ะ”  

เธอเข้าใจผิด สิ่งที่ผมจะพูดคือ ‘ไม่เคยไม่คิด’ ต่างหาก 

End talks. 

 

“หืม? จูบเจิบอะไรคะ ไม่มี้ บอสฝันหรือเปล่า” ที่คุณไปป์จูบฉันก็เพราะเมา ฉันเลยไม่รู้ว่าจะโวยวายให้ได้อะไรขึ้นมา จึงแกล้งตีมึนเมื่อเขาเอ่ยขอโทษ  

มันก็แค่ปากชนปาก ไม่ได้มีอะไรเกินเลยกว่านั้น ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ก็ให้มันจบลงในคืนนี้ดีกว่า 

“เดี๋ยวเราไปกินข้าวกันเลยไหมคะ”  

“…” คุณไปป์ยืนนิ่ง ดวงตาคมกริบที่มองฉันฉายแววงุนงงปนครุ่นคิด 

โดนสับขาหลอกเข้าไปสับสนเลยสิท่า 

ฉันเอื้อมมือไปคว้าแขนเขา ก่อนจะลากออกมาจากห้อง 

“ไม่ได้ฝัน” บอสเอ่ยขึ้นระหว่างที่ฉันกำลังจูงเขาไปที่ลิฟต์ 

“ฝันค่ะ คนเมาอย่าเถียงคนไม่เมาสิคะ” ยืนยันหนักแน่นก่อนจะถามเย้า “ว่าแต่… ฝันแบบนี้แอบคิดอะไรกับเลขาหรือเปล่าคะบอส คิก~” ฉันพยายามทำตัวให้ร่าเริงเป็นธรรมชาติมากที่สุด 

“ไม่เคย…”  

“ไม่เคยก็ดีแล้วค่ะ” โล่งไปที เขาไม่เคยคิดอะไรกับฉัน ถ้าคุณไปป์ตอบว่าคิด ฉันคงไม่รู้จะตีมึนต่อยังไง 

ระหว่างลงลิฟต์ บอสขอให้ฉันจับมือเขาเอาไว้ ซึ่งฉันก็ไม่ขัดข้อง  

ก่อนหน้านี้ก็ไม่รู้สึกอะไรกับการแตะเนื้อต้องตัวคุณไปป์ แต่เพราะอีกฝ่ายเพิ่งจูบฉัน การสัมผัสร่างกายเขาในเวลานี้จึงทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นกระหน่ำด้วยความประหม่า แต่ก็พยายามเก็บอาการเอาไว้ เพราะถ้าแสดงออกไป คุณไปป์ต้องสงสัยแน่ว่าฉันโกหกเรื่องที่เราไม่ได้จูบกัน 

ใช้เวลาไม่นานเราก็ลงมาถึงชั้นล่าง หัวใจฉันค่อยๆ กลับมาเต้นในจังหวะปกติหลังจากปล่อยมือเขา  

“วันนี้บอสขับรถคันไหนมาคะ” ฉันถามเจ้านายเมื่อเดินออกมาที่ลอบบีแล้ว นอกจาก Maserati Ghibli สีดำที่พี่ยอดขับไปรับไปส่งที่บริษัท คุณไปป์ก็มีรถที่ใช้บ่อยๆ อีกสองคันคือ Mercedes-Benz C200 Coupé สีขาว และ Lamborghini Aventador SVJสีดำ 

ถ้าเป็นสองคันแรก ฉันขับได้ แต่ถ้าเป็นคันหลังละก็ ฉันจะขับรถของตัวเองแทน เนื่องจากเครื่องยนต์ของ Lamborghini แรงกว่ารถทั่วไปมาก ฉันกลัวว่าจะควบคุมรถไม่อยู่ 

“เบนซ์” เจ้าของเสียงทุ้มลึกตอบ 

“ขอกุญแจด้วยค่ะ เดี๋ยวมิลค์ขับให้” พูดพร้อมแบมือไปตรงหน้าคุณไปป์ ฉันไม่ไว้ใจให้คนที่ยังไม่สร่างเมาเต็มร้อยขับรถให้นั่งหรอกนะจะบอกให้ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว