facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 69 ความรัก (1) / ตอนที่ 70 ความรัก (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 69 ความรัก (1) / ตอนที่ 70 ความรัก (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2565 16:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 69 ความรัก (1) / ตอนที่ 70 ความรัก (2)
แบบอักษร

ตอนที่ 69 ความรัก (1) 

ประสิทธิภาพการทำงานของมั่วเฉี่ยนยวนนั้นสูงมาก ในวันที่สองหลังจากงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพจบลง มั่วเฉี่ยนยวนก็เชิญจวินอู๋เสียมาที่ตำหนักหลินยวนโดยอ้างว่า ‘รู้สึกถูกชะตากับจวินอู๋เสียเหมือนได้รู้จักกันมานาน’ 

สำหรับเรื่องนี้ สองพ่อลูกสกุลจวินมีปฏิกิริยาตอบสนองค่อนข้างรุนแรงทีเดียว พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมมั่วเฉี่ยนยวนถึงต้องเชิญจวินอู๋เสียไปด้วย แต่ในเมื่อจวินอู๋เสียตอบรับคำเชิญนั้น จวินเสี่ยนและจวินชิงจึงทำได้เพียงตามใจนางอย่างเสียมิได้ 

ยามอู่ จวินอู๋เสียกำลังนั่งอยู่ในห้องหนังสือของมั่วเฉี่ยนยวน โดยที่มือข้างหนึ่งแตะสัมผัสอยู่บนแอ่งชีพจรที่ข้อมือของเขา 

“ไม่คิดว่าปู่ของเจ้าจะยอมให้เจ้ามาจริงๆ” มั่วเฉี่ยนยวนยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าคางไว้ มองจวินอู๋เสียซึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับการจับชีพจรให้เขา 

ในช่วงหลังๆ มานี้ สิ่งที่ราชวงศ์ปฏิบัติต่อจวนอ๋องหลินนั้นค่อนข้างไร้ความปรานีจริงๆ ไม่คาดคิดว่าจวินเสี่ยนจะยังกล้าปล่อยให้จวินอู๋เสียเข้าวัง 

จวินอู๋เสียไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเขา เพียงกล่าวไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "กับองค์รัชทายาทที่กำลังจะถูกปลดเช่นเจ้า มีอะไรให้ต้องกังวล" 

"... " มุมปากของมั่วเฉี่ยนยวนกระตุกถี่ แม่สาวน้อยคนนี้ช่างพูดจาได้รุนแรงทิ่มแทงหัวใจเสียเหลือเกิน จากนั้นเขาก็เหลือบตามองไปที่เจ้าแมวดำตัวน้อยที่นอนอยู่ข้างๆ จวินอู๋เสีย ยังคงมีความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนหลงเหลืออยู่ 

“จะว่าไปแล้วที่เจ้ากล่าวมาก็ไม่ผิด หากข้ายังมีตำแหน่งที่มั่นคง หลินอ๋องก็คงไม่ยอมให้เจ้ามาพบข้าเช่นนี้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหา แต่ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าข้าจะอยู่ในตำแหน่งองค์รัชทายาทนี้ได้อีกไม่นานแล้ว ไม่มีคนฉลาดที่ไหนหรอกอยากจะสานสัมพันธ์กับองค์รัชทายาทที่ไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนเช่นข้า” 

จวนอ๋องหลินที่ครอบครองกำลังทหารครึ่งหนึ่งของรัฐชีผูกมิตรกับองค์รัชทายาท เมื่อมองแวบแรกนี่ถือว่าเป็นพันธมิตรที่ทรงพลังมาก 

แต่พอคิดดูดีๆ ก็เหมือนกับเสือป่วยสองตัวมารวมตัวกันเพื่อรอความตาย 

“ว่าแต่...เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าใช้ข้ออ้างอะไรขึ้นทูลฮ่องเต้ เขาถึงยอมอนุญาตให้เจ้าเข้าวัง” มั่วเฉี่ยนยวนมองไปที่จวินอู๋เสีย โดยส่วนตัวเขาไม่เรียกบุรุษผู้นั้นว่าเสด็จพ่อมานานแล้ว 

จวินอู๋เสียไม่ได้สนใจเขา 

มั่วเฉี่ยนยวนเฉลยออกไปตรงๆ ว่า "ข้าบอกเขาว่า ข้าตกหลุมรักเจ้า" 

ในที่สุดจวินอู๋เสียก็เงยหน้าขึ้น แต่ดวงตาของนางไม่มีความแปลกใจแม้แต่น้อย นางแค่มองมั่วเฉี่ยนยวนด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า 

"ฉะนั้นเจ้าทำให้บุรุษผู้นั้นคิดว่า เจ้ากำลังตกหลุมรักหญิงสาวที่ถูกมั่วเซวี่ยนเฝ่ยเขี่ยทิ้งอย่างนั้นหรือ" 

"..." จากคนที่อยากทำให้จวินอู๋เสียตกใจ กลับกลายเป็นว่าถูกคำพูดของนางทำให้สำลักแทน มั่วเฉี่ยนยวนได้แต่มองจวินอู๋เสียอย่างพูดไม่ออก 

"เจ้าพูดจาโหดเหี้ยมรุนแรง แม้แต่กับตัวเองเช่นนี้เสมอเลยรึ” อะไรคือคนที่ถูกมั่วเซวี่ยนเฝ่ยเขี่ยทิ้ง มั่วเฉี่ยนยวนรู้สึกว่าการที่น้องชายผู้โง่งมของเขาผลักจวินอู๋เสียออกไปนั้น ถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตของเขาเลยทีเดียว 

จวินอู๋เสียอาจจะไม่น่าชื่นชมเท่าไหร่นักในอดีต แต่ตอนนี้นางเปลี่ยนไปแล้ว กลายเป็นสตรีที่น่าสนใจที่สุดเท่าที่มั่วเฉี่ยนยวนเคยพบมาในชีวิตของเขา...ไม่สิ พูดให้ถูกต้องคือ ‘เด็กสาว’ ต่างหาก 

สาวน้อยคนนี้ต้องมีความกล้าแค่ไหนกันถึงได้กล้าบังคับให้องค์รัชทายาทยอมสวามิภักดิ์ และบังคับให้เขาแย่งชิงบัลลังก์! 

“ข้าแค่พูดความจริง” จวินอู๋เสียกล่าว 

มั่วเฉี่ยนยวนหัวเราะเบาๆ และส่ายหัวไปมา นับวันเขายิ่งอ่านจวินอู๋เสียไม่ออกแล้ว 

“ในคืนเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของข้า ที่ข้าพูดช่วยเจ้าก็เพื่อยั่วโมโหมั่วเซวี่ยนเฝ่ยเท่านั้น ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นข้ออ้างสมเหตุสมผลให้ข้าเรียกเจ้าเข้าวังในวันนี้” มั่วเฉี่ยนยวนหวนนึกถึงสีพระพักตร์ของฮ่องเต้ยามที่เขาบอกว่าตัวเองมีความรู้สึกที่ดีต่อจวินอู๋เสีย พระพักตร์ของพระองค์ยามนั้นมันช่างน่าขบขัน ชวนให้รื่นรมย์เสียจริงๆ 

ภายใต้ใบหน้าที่ดูเหมือนรักใคร่เต็มเปี่ยม มีการเย้ยหยันแฝงอยู่ข้างใน 

“คนสองคนที่เขาต้องการกำจัดมากที่สุดมาอยู่ด้วยกัน เขาคงจะยินดีและมีความสุขไม่น้อยเลย เพราะทีนี้เขาก็จะสามารถกำจัดพวกเราได้ในทีเดียวแล้ว นี่ทำให้เขาสะดวกขึ้นมาก” มั่วเฉี่ยนยวนกระตุกมุมปาก รู้สึกว่าทั้งหมดนี้มันช่างเสียดสีเสียจริงๆ 

 

 

ตอนที่ 70 ความรัก (2) 

“เจ้าเสียงดังเกินไปแล้ว” จวินอู๋เสียขมวดคิ้ว 

“…” สีหน้าของมั่วเฉี่ยนยวนชะงักค้าง 

จวินอู๋เสียดึงมือที่จับชีพจรให้เขากลับมา และมองไปที่มั่วเฉี่ยนยวนกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า "พิษในร่างกายของเจ้าถูกซ่อนไว้ลึกมาก พิษอยู่กับเจ้ามาเป็นเวลานานแล้ว และข้าสามารถรักษาร่างกายของเจ้าได้ แต่ถ้าเจ้าไม่สามารถหาที่มาของยาพิษพบและกำจัดมัน เจ้าก็จะกลับไปถูกพิษอยู่ดี" 

เขาใกล้ตายแล้ว แต่ทำไมยังมีเรื่องให้ต้องคิดมากจนน่ารำคาญเช่นนี้อยู่อีก 

“…” มั่วเฉี่ยนยวนรู้สึกว่าสิ่งที่เขาเพิ่งพ่นออกไปก่อนหน้านี้ กลายเป็น ‘เรื่องไร้สาระ’ ในหูของจวินอู๋เสียไปแล้ว 

สาวน้อยคนนี้นี่อย่างไรกัน เห็นได้ชัดว่านางเป็นคนบอกให้เขาแย่งชิงบัลลังก์เองแท้ๆ แต่ทำไมนางถึงไม่กระตือรือร้นเลย ดูไม่สนใจเรื่องพวกนี้สักนิด 

"เจ้า..." 

"เจ้าจะจัดการอย่างไรนั่นมันเป็นปัญหาของเจ้า ข้าเป็นเพียงหมอเท่านั้น" จวินอู๋เสียจ้องมั่วเฉี่ยนยวนกลับด้วยแววตาว่างเปล่า 

มั่วเฉี่ยนยวนระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นทันที 

คุณหนูสกุลจวินหนอ เจ้านี่ช่างฉลาดหลักแหลมเสียจริง เพิ่งจะอายุเท่าไหร่กันแต่กลับมีความคิดที่ลึกซึ้งถึงเพียงนี้แล้ว ใช่! การแย่งชิงบัลลังก์เป็นเรื่องของเขา แม้ว่าจวนอ๋องหลินจะยื่นมือเข้ามาช่วยสนับสนุน แต่หากเขาทำไม่สำเร็จ ขุนนางผู้ซื่อสัตย์และจงรักภักดีอย่างจวนอ๋องหลินและจวินอู๋เสียก็ไม่เกี่ยวข้องกับเขาสักนิด ผลจากการกระทำทั้งหมดนั้นเขาต้องรับไว้เพียงลำพัง 

“จวินอู๋เสีย เจ้าทั้งฉลาดและโหดเหี้ยมจริงๆ” มั่วเฉี่ยนยวนกล่าวเหน็บแนม 

จวินอู๋เสียขมวดคิ้ว มองไปที่มั่วเฉี่ยนยวนอย่างไม่ละสายตา 

เหมียว 

เจ้านาย ข้าคิดว่าคนผู้นี้ต้องเข้าใจสิ่งที่ท่านต้องการจะสื่อผิดไปแล้วแน่ๆ! 

สำหรับแมวดำตัวน้อยที่รู้จักจวินอู๋เสียเป็นอย่างดี จึงเข้าใจว่าจวินอู๋เสียหมายความว่าอย่างไร นางไม่ได้วางแผนอะไรเลย นางแค่พูดออกไปตรงๆ ตามที่นางคิด นางแค่คิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มั่วเฉี่ยนยวนต้องพิจารณาจริงๆ ส่วนหน้าที่ของนางคือรักษามั่วเฉี่ยนยวนให้หาย ให้ร่างกายของเขามีความพร้อมพอสำหรับลงสนามรบต่อสู้ 

เห็นได้ชัดว่าองค์รัชทายาทผู้ดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้กลอุบายและเล่ห์เหลี่ยมมาตลอดทั้งชีวิตนั้นมีกระบวนการคิดที่ต่างไปจากจวินอู๋เสียอย่างสิ้นเชิง 

สิ่งนี้ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของจวินอู๋เสียที่อยู่ในใจของมั่วเฉี่ยนยวน กลายเป็นนักวางแผนที่ชาญฉลาดและมีความคิดล้ำลึกยากจะคาดเดา 

จวินอู๋เสียไม่อยากใส่ใจกับความคิดที่แปลกประหลาดของมั่วเฉี่ยนยวน จึงเอ่ยขัดไปว่า "หยุดพูดเรื่องไร้สาระเสียทีเถิด หากเจ้าอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ก็จงหาที่มาของยาพิษให้เจอ" 

มั่วเฉี่ยนยวนกล่าวพลางถอนหายใจ "อันที่จริง ข้าก็เคยสันนิษฐานอยู่บ้างแล้ว ว่าที่ร่างกายของข้าค่อยๆ อ่อนแอลงนั้นเป็นเพราะข้าอาจจะถูกวางยาพิษ และข้าเพิ่งจะมามั่นใจก็ตอนที่เจ้าถามข้าเมื่อคืนนั่นแหละ ข้าไม่รู้จริงๆ ว่ายาพิษพวกนั้นมาจากไหน” มั่วเฉี่ยนยวนยิ้มอย่างขมขื่น หากรู้ที่มาของยาพิษ เขายังจะทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายตลอดเวลาอีกหรือ 

จวินอู๋เสียหยิบขวดยาแล้วยื่นให้มั่วเฉี่ยนยวน "พิษในตัวเจ้าสกัดมาจากดอกข้าวสาลีรัตติกาล เจ้าดื่มสิ่งนี้ลงไป และถ้าหากเจ้าได้สัมผัสกับสารสกัดจากดอกข้าวสาลีรัตติกาลอีกครั้ง มันจะมีปฏิกิริยาตอบสนองเอง” เรื่องหายาพิษ จวินอู๋เสียชำนาญกว่ามั่วเฉี่ยนยวนแต่นางไม่ต้องการใช้มันเอง 

เพราะว่า... 

ปฏิกิริยาตอบสนองที่นางเอ่ยถึงนั้นมันน่าพะอืดพะอมจริงๆ 

นางจะไม่ลองเป็นอันขาด 

มั่วเฉี่ยนยวนผู้ซึ่งเชื่อมั่นในตัวจวินอู๋เสียอย่างล้นพ้นดื่มยาทั้งขวดลงไปทันที หลังจากดื่มยาลงไป เขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินตรวจสอบทุกจุดในห้อง แต่ก็ไม่พบอะไรเลย 

มั่วเฉี่ยนยวนแทบจะตรวจสอบทุกอย่างในตำหนักหลินยวนแล้ว แต่ก็ยังไม่พบเบาะแสอะไรแม้แต่น้อย 

เมื่อมองดูองค์รัชทายาทผู้สง่างามเดินดุ่มๆ จับโน่นดมนี่ไปทั่วเหมือนดั่งตัวตุ่น จวินอู๋เสียก็พูดไม่ออก 

นางควรบอกเขาหรือไม่ว่าสารสกัดจากข้าวสาลีรัตติกาลนั้น ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน และไม่เหมาะที่จะใส่ไว้ในสิ่งที่เขากำลังมองหาอยู่ 

มองเห็นมั่วเฉี่ยนยวนเปลื้องผ้าตัวเองออกทีละชิ้นๆ เพื่อตรวจสอบมัน ในที่สุดจวินอู๋เสียก็ทนไม่ไหวเก็บสายตากลับมา หักห้ามมโนธรรมในใจของตัวเอง และคิดว่าคงเป็นการดีกว่าหากจะไม่บอกเขาในตอนนี้ 

การออกกำลังกายเยอะๆ ก็สามารถช่วยขับพิษออกได้เช่นกัน 

ใช่แล้ว มันเป็นแบบนั้นแหละ! 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว