ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ทุกข์...ในวันที่แสนสุข

ชื่อตอน : ทุกข์...ในวันที่แสนสุข

คำค้น : #แวมไพร์ #แวร์วูล #แมว #ยักษ์ #น่ารัก #ซื่อบื้อ #วิ้งของวิค #ทาสรัก #ยักษ์ของพ่อมด #แฟนตาซี #Yaoi #นิยายวาย #BoyLove #BL #คลั่งรัก #ชายรักชาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 151

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2565 21:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทุกข์...ในวันที่แสนสุข
แบบอักษร

Ep.4 ทุกข์...ในวันที่แสนสุข 

              วินเทอร์...ตื่นได้แล้ว 

           มีใครบางคนกำลังก่อกวนการนอนของผม เรื่องที่แย่ที่สุดรองลงมาจากการโดนแย่งของกินก็คือการถูกปลุกจากฝันในยามค่ำคืน 

              นี่...ลืมตาสิวินเทอร์ 

           แต่แรงดึงที่กระชากผมขึ้นมาจากเตียง แถมยังเอาแต่เขย่าตัวผมที่ยังนั่งสะลึมสะลือให้ลืมตามันกลับชวนให้รู้สึกหงุดหงิดยิ่งกว่าตอนโดนแย่งของกินซะอีก 

              “ไอ้สะ...”ผมที่กำลังตั้งท่าจะต่อว่าชุดใหญ่รีบเอามือตะคุบปากตัวเองแทบไม่ทันเมื่อมองเห็นคนตรงหน้า 

              เซโร่? 

              “ชู่ว..เดี๋ยวเจ้าเหมียวก็ตื่นหรอก”อีกฝ่ายรีบเอานิ้วชี้ขึ้นมาบังใบหน้าที่กำลังเปื้อนรอยยิ้มของตัวเอง ดูก็รู้ว่าตั้งใจที่จะแกล้งผมที่ยังมีอาการงัวเงีย 

              พ่อมดหนุ่มที่ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษช่วยดึงผมขึ้นมาจากเตียง เราสองคนเดินออกมาจากห้องนอนแล้วนั่งมองหน้ากันเฉยๆบนเก้าอี้ไม้เก่าๆในห้องครัวโดยที่ไม่มีใครยอมพูดอะไรออกมา และแน่นอนว่าความเงียบไม่ใช่เพื่อนร่วมทางที่ดีเวลาที่ผมอยู่กับเซโร่หรอก  

              “ข้ามาชวนไปเที่ยวงานเทศกาลที่เมืองข้างๆ” 

เมืองข้างๆ? 

ผมจำได้ว่าเมืองข้างๆที่อยู่ใกล้ที่สุดใช้เวลาเดินทางเป็นวันๆเลยนะ แล้วนี้เซโร่นึกครึ่มอกครึ้มใจอะไรถึงได้มาชวนผมไปเที่ยวงานเทศกาล ในตอนที่ฟ้ายังไม่สว่างแบบนี้ 

“เจ้าต้องไปนะวินเทอร์ มันสนุกมากๆ”ด้วยท่าทีที่ดูกระตือรือร้นและน้ำเสียงที่ตื่นเต้นจนพูดถูกพูดผิดของเซโร่ มันก็เริ่มทำให้ผมปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังรู้สึกสนใจงานเทศกาลของเมืองข้างๆขึ้นมาบ้างแล้ว 

ฟังดูน่าสนุก... 

ผมคิดแล้วนั่งยิ้มให้กับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของเพื่อนสนิท เซโร่เป็นคนชอบพูด พูดมาก พูดไปเรื่อยเปื่อย ไม่เคยมีครั้งไหนที่หูของผมจะได้หยุดพักถ้าหากได้บังเอิญเจอเข้ากับเจ้าพ่อมดคนนี้ 

แต่มันก็น่าแปลกที่ผมดันไปรู้สึกชอบคิดว่าการเอาเวลาว่าง มานั่งฟังเซโร่โม้เรื่องต่างๆมันก็เพลินดีเหมือนกันนะ 

เซโร่ยังเอาแต่นั่งเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ผมฟัง จากที่เคยง่วงๆอยู่ก่อนหน้าตัดภาพมาตอนนี้ผมตาสว่างแล้วล่ะ 

           ผมยังคงทำหน้าที่ผู้ฟังที่ดี มียิ้ม หัวเราะและแอบตบมุขตลกให้เซโร่อยู่เรื่อย ๆด้วย จนอีกฝ่ายดูท่าว่าคงจะเล่าจนหนำใจแล้วถึงได้เงียบและนั่งส่งยิ้มมาให้ 

“ผมก็อยากไปนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเช้าจะลองขอวิคเตอร์ดู”ผมพูดแล้วตั้งท่าจะลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องนอน นี้มันก็ดึกมากแล้วและผมเองก็ไม่อยากอารมณ์เสียตอนเช้าเพราะนอนไม่พอด้วย  

แต่... 

“ไม่ต้องขอหรอก เดี๋ยวข้าจะพาไปเอง เอ้า!สวมผ้าปิดตานี้ซะ” 

คำว่า ข้าจะพาไปเอง ทำให้ผมอึ้งจนพูดไม่ออก เมื่อภาพที่เห็นตรงหน้าหลังจากที่แกะผ้าปิดตาออกก็คือทางเดินที่เต็มไปด้วยไฟดวงน้อยๆห้อยลงมาจากต้นไม้ พวกมันพยายามที่จะแข่งกันส่องสว่างในค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวง  

ผมไม่เคยมีภาพงานเทศกาลอยู่ในหัวเลย มันคงเพราะว่าผมไม่ค่อยได้ออกไปไหนล่ะมั้ง ขนาดงานฉลองที่จัดขึ้นในหมู่บ้านผมยังไม่เคยได้รับเชิญให้เข้าร่วมเลยสักครั้งตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี้  

“สวยไหม?”เซโร่กระโดดเข้ามาจับที่ไหล่ทั้งสองข้างของผมแล้วกระซิบถาม 

“ว้าว...”แต่ผมที่กำลังตกตะลึงกับความงดงามตรงหน้าก็ทำได้แค่ยืนนิ่งๆแล้วมองไปรอบๆเพื่อบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ 

“ถึงกับพูดไม่ออกเลยละสิ”เซโร่ยืดอกพูดด้วยท่าทีที่สุดจะภาคภูมิใจ ผมยิ้มแล้วพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะมองไปรอบๆ 

ต้นไม้บางต้นถูกผูกด้วยผ้าหลากสี ตรงปลายทั้งสองข้างถูกปล่อยให้ลมพัดปลิวไสว    

และบางต้นก็มีโคมไฟรูปร่างแปลกตาแขวนอยู่ บางอันผมพอจะเดาออกว่ามันคืออะไร แต่บางอันก็เดาไม่ออก ถึงแม้จะดูออกไม่ทั้งหมดว่ามันคือตัวอะไรก็ตามแต่ผมกลับรู้สึกว่ามันสวยมากๆ 

ผมห้ามรอยยิ้มบนใบหน้าของตัวเองไม่ได้จริงๆ ผมไม่เคยคิดเลยว่างานเทศกาลมันจะสวยมากขนาดนี้ 

“ที่เมืองข้างๆจัดงานเทศกาลยิ่งใหญ่แบบนี้ทุกปีเลยนะ น่าแปลกที่วิคเตอร์ไม่เคยพาเจ้ามาเดิน”แล้วความเศร้าก็เข้าปกคลุมหัวใจของผมอีกครั้งเมื่อถูกถามถึงใครอีกคน  

“ไม่เห็นจะแปลกเลย”ผมหันไปพูดแล้วฝืนยิ้มให้เซโร่ 

 มันน่าแปลกตรงไหน? 

ก็ในเมื่อผมเองก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรขนาดนั้น ผมมันก็แค่ลูกหนี้คนหนึ่งของวิคเตอร์ ทุกวันนี้ที่วิคเตอร์มาคอยตามรังควานผมไม่เว้นวันก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องเงินๆทองๆนั้นแหละ 

วิคเตอร์อ่ะขี้งกจะตาย 

ผมได้แต่คิดในใจ 

“วิคเตอร์น่ะเหรอ...ขี้งก?”เซโร่หันมาขมวดคิ้วสงสัย ผมส่ายหน้าเบาๆทำเหมือนไม่อยากให้อีกฝ่ายใส่ใจความคิดในหัว ผมไม่ได้ลืมหรอกนะเรื่องที่เซโร่อ่านใจได้ และใช่ถ้าเซโร่อ่านใจได้วิคเตอร์เองก็คงทำได้เหมือนกัน 

“ตายห่าละ”ผมร้องขึ้นมาเสียงดังเมื่อนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้  

“เจ้าเป็นอะไร”เซโร่เอ่ยถามด้วยความห่วงใย 

“วิคเตอร์ไม่รู้ว่าผมอยู่ที่นี้”ความกังวลถาโถมเข้ามาใส่เมื่อผมเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าวิคเตอร์เคยห้ามไม่ให้ผมออกไปไหนคนเดียวตอนกลางคืน 

“เจ้าไม่ได้อยู่คนเดียวซะหน่อย”เซโร่ยังมีท่าทีที่ไม่ทุกข์ร้อนอะไร ต่างจากผมที่ตอนนี้รู้สึกกลัวจนทำอะไรไม่ถูก 

ถ้าถามว่าผมกลัวอะไร? 

ก็วิคเตอร์ตอนโกรธไง! 

           หมอนั่นตอนโกรธน่ากลัวที่สุดเลย เพราะเวลาที่วิคเตอร์โกรธผม วิคเตอร์ไม่เคยยอมฟังที่ผมพยายามอธิบายเลยสักครั้ง 

“เรารีบกลับกันเถอะ”ผมเปลี่ยนใจไม่อยากเดินเข้าไปในงานแล้วหันไปชวนเพื่อนร่วมทางกลับบ้าน ตอนมาเซโร่ใช้คาถาอะไรก็ไม่รู้แค่ยืนหลับตาแปบเดียวก็มาโผล่ที่ทางเข้างานเทศกาลของหมู่บ้านข้างๆแล้ว  

เพราะฉะนั้นตอนกลับผมก็คงต้องขอให้เซโร่ช่วย ไม่งั้นขืนผมดึงดันจะเดินกลับเอง มีหวังพรุ่งนี้เช้าผมก็คงจะยังกลับไม่ถึงบ้านหรอก 

“เจ้าจะรีบกลับไปทำไมเล่า” 

“เดี๋ยววิคเตอร์ก็จับได้หรอกว่าผมหนีเที่ยว”ผมพูดออกไปด้วยความกังวล 

“ไม่มีทางจับได้หรอก เอาน่าเจ้าก็เห็นแล้วนิ” 

“เห็นอะไร?” 

“ตอนมาข้าใช้เวลาแค่พริบตาเดียว ตอนกลับก็จะใช้อีกแค่พริบตาเดียวเหมือนกัน”พ่อมดตัวน้อยยืนยืดอกโอ้อวดความเก่งกาจของตัวเองอีกพักใหญ่จนคนฟังอย่างผมเริ่มใจชื่นขึ้นมาบ้างแล้ว 

“แน่ใจนะเซโร่”ผมหันไปถามเพื่อความมั่นใจ 

“แน่ซะยิ่งกว่าแน่”ยิ่งได้ยินเซโร่ตอบด้วยท่าทีแข็งขันผมก็โล่งอก 

“แล้วถ้าผมโดนจับได้ล่ะ”แต่ก็อดคิดมากไม่ได้จนต้องถามอีกครั้งให้รู้สึกแน่ใจ 

“ก็ตัวใครตัวมันสิ” 

“ได้ไงอ่ะ”แล้วพอได้ยินคำตอบที่ไร้ความรับผิดชอบผมก็ยืนทำหน้าเครียดใส่อีกฝ่ายทันที 

ก็ไหนนายบอกว่าจะดูแลผมไงเซโร่? 

“ข้าล้อเล่นน่ะ เอาเป็นว่าเราไปหาอะไรอร่อยๆกินก่อนค่อยคิดเรื่องนั้นล่ะกันนะ เดี๋ยววันนี้ข้าเลี้ยงเอง”ผมตกใจกับคำว่า ข้าเลี้ยงเอง ของเซโร่มากๆ เพราะมันเป็นอะไรที่เกินคาดสำหรับผมสุดๆ พ่อมดน้อยผู้เกิดในครอบครัวที่แสนจะร่ำรวยแทบจะไม่เคยพกเงินออกจากบ้านอย่างเซโร่ กำลังยืนควักเหรียญทองในกระเป๋ากางเกงออกมาจ่ายทุกครั้งที่ผมมองของกิน 

“เนื้อนั่นน่าอร่อยจัง”พอผมพูด 

“ข้าขอ10ไม้”เซโร่ก็หยิบเหรียญในกระเป๋าออกมาจ่าย 

“นั่นมันผลไม้กรอบ!”พอผมวิ่งไปทำตาโตใส่ผลไม้ที่ถูกเคลือบด้วยน้ำตาล หลังจากที่เซโร่ยื่นเหรียญให้พ่อค้า อันที่ใหญ่ที่สุดในตู้กระจกก็จะออกมาอยู่ในมือของผมทันที  

สนุกเป็นบ้าเลย 

ไม่เคยรู้สึกมีความสุขมากเท่านี้มาก่อน 

ผมชักอยากจะให้เซโร่พามาเที่ยวทุกๆวันเลย 

“เซโร่”ผมเรียกชื่อคนข้างๆแล้วหันไปยิ้มให้ 

“มันสุดยอดไปเลยใช่ไหม”ยิ่งมีรอยยิ้มภูมิใจของเซโร่ร่วมด้วยผมยิ่งหยุดตัวเองไม่อยู่ 

“อืมๆ”ผมก้มมองของกินมากมายในมือแล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้า มีดาวดวงน้อยๆคอยส่องแสงสว่างทำให้ความมืดไม่น่ากลัวสำหรับคืนนี้ 

            หลังจากที่เดินเที่ยวในงานจนหนำใจเซโร่ก็ใช้คาถาพาผมกลับบ้าน พวกเราค่อยๆเดินผ่านป่าต้นสนช้าๆเพราะยังไม่อยากแยกย้ายกัน 

              “ขอบคุณนะเซโร่ วันนี้ผมสนุกมากๆเลย”ก่อนที่เราจะเดินพ้นป่าต้นสน ผมหยุดยืนแล้วพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข  

ผมไม่ได้รู้สึกสนุกและก็มีความสุขมากขนาดนี้มานานแล้ว คงตั้งแต่วันที่พ่อกับแม่ทิ้งไป ถึงแม้ว่าความจริงมันจะไม่ใช่อย่างงั้นก็ตาม 

              “เจ้า...ย้ายไปอยู่กับข้าไหม ” เซโร่เองก็หยุดเดินเหมือนกัน พออีกฝ่ายทำหน้าจริงจังผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก 

“ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”มันมีอยู่ไม่กี่เรื่องที่จะทำให้คนขี้เล่นอย่างเซโร่ดูเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าตอนนี้เซโร่จะเป็นเพียงพ่อมดฝึกหัด แต่อีกไม่นานผมรับรองได้เลยว่าเจ้าตัวจะต้องยิ่งใหญ่ไม่แพ้พ่อมดคนอื่นๆในตระกูลแน่ๆ  

ผมไม่อยากถูกมองว่าไร้ประโยชน์... 

ไม่อยากเข้าไปเป็นตัวเกะกะในชีวิตของใคร 

“ก็เคยบอกแล้วนี่นาว่า ไม่ไป”ผมปฏิเสธคำชวนนั้นด้วยรอยยิ้ม เดินต่ออีกไม่กี่ก้าวก็จะพ้นป้าต้นสนนี้แล้ว 

และดูเหมือนว่าที่หน้าประตูบ้านของผม จะมีเงาของใครบางคนยืนกอดอกรออยู่ 

“วิ...” 

“นี่เจ้าชวนลูกหนี้ข้าหนีเที่ยวเหรอเจ้าพ่อมดแคระ!” 

“ปากดีจริงๆเลยนะ ไอ้ผีขี้เหล้า!”ยังไม่ทันที่ผมจะได้ร้องทักทั้งวิคเตอร์และเซโร่ก็ทะเลาะกันเสียงซะก่อน มันเป็นภาพที่เหมือนจะคุ้นชินตา แต่ผมคิดว่า...ไม่ขอคุ้นท่าจะดีกว่า 

“เจ้าแอบหนีออกจากบ้านเหรอ แล้วสร้อยที่คอเจ้าไปไหน?” 

สร้อย? 

พอถูกวิคเตอร์ทักเรื่องสร้อยคอผมก็เลยรีบเอามือขึ้นมาจับที่คอของตัวเองทันที ลืมไปเลยว่าถอดออกตอนอาบน้ำสงสัยจะลืมทิ้งไว้ในบ้าน 

“มันเป็นของสำคัญไม่ใช่รึไง”ผมไม่ชอบเลยเวลาที่วิคเตอร์ทำเสียงดุ  

“รู้แล้วละน่า ต่อไปจะไม่ถอดแล้ว จะใส่ติดตัวตลอดเลยพอใจไหม” สร้อยที่คุณพ่อให้ไว้ก่อนที่จะออกเดินทางดูมีความสำคัญกับวิคเตอร์มากกว่าผมซะอีก  

“ถ้าไม่อยากให้ข้าดุ เจ้าก็อย่าถอดมันออกอีก”ผมถูกวิคเตอร์จับไหล่ทั้งสองข้างให้หันไปเผชิญหน้า ยิ่งอีกฝ่ายยืนจ้องหน้าตาไม่กระพริบผมยิ่งทำตัวไม่ถูก 

วิคเตอร์มักจะโกรธทุกครั้งที่รู้ว่าผมถอดมันออก และยิ่งถ้ารู้ว่าผมลืมมันทิ้งเอาไว้ที่ไหนสักแห่งในบ้านก็จะยิ่งโกรธมากกว่าเดิม จนผมเริ่มจะสงสัยแล้วว่าสร้อยเส้นนี้มันเป็นของผมหรือว่าเป็นของวิคเตอร์กันแน่ 

“กลับไปได้แล้วเซโร่”ความสดใสในวันนี้ของผมถูกผีดูดเลือดตัวร้ายไล่ไปซะแล้ว บรรยายรอบตัวกลับมาเงียบสะงักจนผมเริ่มเกิดความสงสัย และมันก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเมื่อผมเปิดประตูเข้ามาในบ้านแล้วไม่เจอใคร 

“นาซาระ ผมกลับมาแล้ว”ในบ้านยังคงเงียบราวกับไม่ได้มีสิ่งใดอาศัยอยู่ แม้แต่เสียงลมพัดก็ยังไม่มี 

“หายไปไหนของเขา ดึกแล้วแท้ๆ”ผมรู้สึกกังวลจนนั่งไม่ติด ได้แต่พยายามเดินหาคนหายรอบบ้าน แต่หายังไงก็หาไม่เจอ 

“วิคเตอร์ เห็นนาซาระไหม”เมื่อไม่ว่าจะพยายามมองหายังไงก็หาไม่เจอ ผมจึงจำเป็นต้องหันไปถามวิคเตอร์ ต่อให้จะไม่อยากทำแบบนั้นก็ตาม 

“บ้านหลังนี้...ไม่ใช่ที่ๆของแมวตัวนั้น” 

“ม..หมายความว่ายังไง” 

“ก็ที่นี้ไม่ใช่ที่ของเจ้าแมวนั่น” 

“นายไล่นานซาระไปเหรอ”ยิ่งวิคเตอร์เงียบผมยิ่งรู้สึกมั่นใจ 

“ผมถามว่านายไล่นาซาระออกไปจากบ้านของผมเหรอ ตอบสิ”ความอดทนอดกลั้นที่ผมเคยมีมันสลายหายไปทันทีหลังจากที่เห็นวิคเตอร์พยักหน้าแทนคำตอบ 

“นายไม่มีสิทธิ์ไล่ใครออกไปจากบ้านของผม”ถึงจะตัวเล็กกว่า ถึงจะมีแรงน้อยกว่า และหมัดของผมก็คงไม่ได้ทำให้วิคเตอร์รู้สึกอะไร  

ขนาดผมใส่เต็มแรง พยายามทุ่มจนสุดตัวแล้วแท้ๆแต่อีกฝ่ายกลับดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้านอะไร 

 “บ้านของเจ้า?”วิคเตอร์เอามือลูบแก้มข้างที่โดนผมต่อยแล้วยกมุมปากขึ้น มันเป็นท่าทีที่ผมไม่ชอบที่สุด  

“ใช่”ผมยืนเถียงข้างๆคูๆโดยไม่สนใจเหตุผลอะไรทั้งนั้น 

“หมายถึงที่ค้างเช่าข้าอยู่น่ะเหรอ บ้านที่เจ้าเช่าข้าอยู่เนี้ยนะ” 

           “งั้นนายก็ไล่ผมออกไปด้วยอีกคนสิ ไล่ผมเลย ผมไม่มีปัญญาหาเหรียญมาจ่ายค่าเช่าบ้านของนายหรอก”แล้ววิคเตอร์ก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไป อย่างกับมีไฟรุกขึ้นอยู่ข้างในแววตาสีแดงนั่น  

ใบหน้าที่เคยเฉยชาดูขึงขังจนผมเริ่มรู้สึกกลัว เพราะเมื่อไรที่ดวงตาของวิคเตอร์เปลี่ยนสีนั่นแปลว่าหมอนั่นเองก็เริ่มจะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว 

“เจ้าแมวนั่นจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ แต่เจ้าต้องอยู่ที่นี้”วิคเตอร์เริ่มทำเสียงดังเวลาที่พูดกับผม 

แบบนั้นยิ่งทำให้ผมไม่กล้าที่จะมองหน้าของอีกฝ่าย ได้แต่หลบสายตาและพยายามจะเดินหนี 

“อยากให้ข้าจับเจ้ามัดไว้รึยังไง” 

“โอ๊ย!ผมเจ็บ”ผมทั้งตกใจและรู้สึกเจ็บที่ถูกวิคเตอร์รั้งเอาไว้ 

“ห้ามเจ้าไปไหน”แรงที่บีบลงบนข้อมือมันทำให้ผมเจ็บจนน้ำตาจะไหล 

“ปล่อยผมนะ”ผมพยายามที่จะดิ้นให้หลุด แต่ยิ่งทำก็ยิ่งเจ็บ 

“วินเทอร์!”และน้ำเสียงกับแววตาที่ไม่คุ้นเคยก็ทำให้ผมรู้สึกกลัว กลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะคิดอะไร  

ก่อนหน้านี้ถึงแม้วิคเตอร์จะไม่ค่อยอ่อนโยนกับผมสักเท่าไรนัก แต่เขาก็ไม่เคยใจร้ายกับผมมากขนาดนี้มาก่อน 

ยิ่งผมมองเห็นรอยช้ำบนข้อมือของตัวเองผมยิ่งรู้สึกกลัว วิคเตอร์เป็นคนเดียวที่ผมไว้ใจ เป็นคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยเวลาที่อยู่ใกล้ๆ และต่อให้จะโดนเมิน หรือโดนแกล้งยังไงผมก็รับได้มาตลอด 

แต่แววตากับท่าทีของวิคเตอร์ที่ผมได้เห็นในวันนี้มันกลับทำให้ผมรู้สึก.... 

กลัว... 

ผมกลัว.... 

“วินเทอร์ ข้า...”เสียงและสัมผัสของวิคเตอร์ทำให้ผมที่ยังสั่นสะดุ้งตกใจ ผมภาวนาให้เขาถอยออกไป และมันก็ได้ผล 

“ข้า...” 

“กลัว...ผมกลัว...อย่าทำอะไรผมเลย”มือทั้งสองข้างของผมสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็น แววตาและท่าทีของวิคเตอร์ทำให้ผมกลัวจนทำอะไรไม่ถูก  

ต่อให้ผมจะเคยทำให้วิคเตอร์โกรธมากแค่ไหน ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่มันจะรุนแรงเท่าครั้งนี้  

“อย่าร้อง....” 

“ฮือออผมกลัว”ผมร้องไห้ออกมาเสียงดังอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ความกลัวทำให้ผมกลายเป็นเด็กน้อยขี้แย  

วิคเตอร์นั่งลงและดึงผมเข้าไปกอด มือที่เคยทำร้ายค่อยๆลูบหลังปลอบจนตัวของผมหยุดสั่น 

“นิ่งซะ...เด็กดี” 

“น...นายตะหวาดผมอึก”ผมทุบกำปั้นลงบนตัวของแวมไพร์ใจร้ายทั้งๆที่ยังไม่หยุดร้องไห้ไปหลายที เสียงสะอื้นยังดังอยู่ไม่ขาดจนผมเริ่มรู้สึกอายเลยพยายามเม้มปากเอาไว้ 

“ข้าขอโทษ” 

แต่มันก็หลุดออกจากกันเพราะคำว่า ขอโทษ ของอีกฝ่าย ผมยังคงนั่งร้องไห้ในอ้อมกอดของวิคเตอร์ 

“เจ็บ...นายทำผมเจ็บ”ผมดันตัวออกแล้วเอาข้อมือที่มีรอยช้ำให้อีกฝ่ายดู วิคเตอร์ยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะก้มตัวลงไปเป่าข้อมือที่มีรอยช้ำของผม 

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าพาไปซื้อขนม” 

ผมขมวดคิ้วใส่วิคเตอร์ นี่นายคิดว่าแค่เอาของกินมาล่อผมก็จะยกโทษให้ใช่ไหม 

“ไม่ไป ผมลดน้ำหนักอยู่”วิคเตอร์หลุดขำจนผมต้องทำหน้าไม่พอใจใส่นั่นแหละถึงได้ยอมหยุด  

ผมกำลังโกรธนายอยู่นะ! 

“เดี๋ยวข้าซื้อเสื้อกันหนาวตัวใหม่ให้”คราวนี้วิคเตอร์พูดพลางคลายกอดออกแล้วลุกขึ้น ปลุกให้ผมนั่งแช่อยู่บนพื้นไม้แข็งๆคนเดียว  

อีกไม่นานฤดูร้อนก็จะจากไป ลมฝนคงจะพัดเอาความหนาวเข้ามาเยือนในไม่ช้า ผมที่กำลังคิดอะไรเพลินๆตาโตเพราะเห็นตัวเองลอยได้ 

“ปล่อยผมลงนะ”ผมดิ้นเพราะคิดไม่ถึงว่าจะถูกวิคเตอร์อุ้ม 

“เข้านอนได้แล้ว เจ้าเด็กน้อย”วิคเตอร์พูดพร้อมกับยิ้มให้ผมเล็กน้อย มันเป็นรอยยิ้มที่นานๆผมจะได้เห็น ซึ่งก็ดีแล้วที่ไม่ได้เห็นมันบ่อยๆ เพราะผมไม่ค่อยชอบมันสักเท่าไร 

วิคเตอร์ยิ้มให้ทีไร.... 

หัวใจของผมเต้นคล่อมจังหวะตลอด  

อันตราย! 

ผมพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปที่สมอง แต่มันกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือแถมยังทำเมิน เนียนเหมือนเป็นพวกเดียวกันกับวิคเตอร์อีกต่างหาก  

เจ็บใจซะมัด! 

แม้แต่ร่างกายยังไม่ยอมเชื่อฟังผมเลย แล้วผมจะไปเอาอะไรมาสู้กับผีดูดเลือดตนนี้ได้กันละ 

แล้วจะให้ยอมแพ้เหรอ? 

ไม่-มี-ทาง! 

***** 

*** 

* 


ไม่ได้หายไปไหนนะคะ อัพจนจบแน่นอน แต่ตอนไหนนั้น....แหะๆ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว