ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 แรกพบเจอ

ชื่อตอน : บทที่ 2 แรกพบเจอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 93

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2565 13:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 แรกพบเจอ
แบบอักษร

บทที่ 2 

แรกพบเจอ 

           สาวน้อยวัยสิบสี่ปีผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ อัจฉริยะทางดนตรีอย่างแท้จริง ยืนฝึกเทคนิคใหม่ที่เพิ่งได้รับการสอนจากผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดนตรีจีน เธอเป่าขลุ่ยหยกจีนใต้ต้นท้อที่กำลังผลิดอกงดงามสะพรั่งเต็มพื้นที่สวนของค่ายฝึก ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากกำแพงพระราชวังหลวง ท่วงทำนองพลิ้วไหวดั่งล้อไปกับสายลมที่พัดพากลีบบุปผาให้ลอยละล่องไปในท้องนภา ผีเสื้อสยายปีกโบกโบยหยอกเย้าพวงผกางามล้ำ ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่า ผิวขาวผุดผ่อง สวมชุดจีนโบราณมองภาพดรุณีน้อยตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ผิวพรรณ กริยาล้วนงดงาม ไหนจะบทเพลงที่แม่นางน้อยตรงหน้าสะกดให้เขาหลงใหล ยากจะถอนสายตาจากภาพตรงหน้าได้ กว่าจะรู้ตัวอีกทีขาสองข้างพาตัวเองมาอยู่ตรงหน้าดรุณีน้อยผู้นี้เสียแล้ว ความรู้สึกคุ้นเคยกับนางเหลือเกิน  

           เมื่อเพลงจบลง เปลือกตาบางค่อยๆ ขยับขึ้น แพขนตาหนางอนงามกระพือเบาๆ เงยหน้าขึ้นสบสายตาเข้ากับบุรุษหนุ่มรูปงามประเมินดูแล้วอายุน่าจะมากกว่าเธอเล็กน้อย เพียงปราดตามองไม่กี่วินาทีนางสะดุดตาเข้ากับใบหน้าหล่อเหลา ใบหน้าเรียวรูปไข่ คิ้วหนาเรียงตัวสวย ดวงตาเฉี่ยวคม จมูกโด่งโค้งงุ้มเล็กน้อยดังจะงอยปากเหยี่ยว  ริมฝีปากแดงระเรื่อ ผิวขาวนวลเนียนดั่งหยกเนื้อดี ผมสีดำดั่งน้ำหมึกยาวสลวยถูกรวบตึงรัดด้วยกวานเงินฉลุลวดลายวิจิตร ตรงกลางฝังด้วยหยกเนื้อดี สวมเสื้อคลุมตัวยาวสีน้ำเงินทับชุดสีฟ้าเหลือบเทา ‘หล่อ หล่อมาก’ 

           “เจ้ามีนามว่าอะไร ข้าเฉินฮุ่ยหมิ่น” เขาคำถามนาง พร้อมกับแนะนำตัวเอง เธอลืมตัวเผลอตอบไปว่า “ชื่อหลินหลิ่งจูค่ะ”  

แต่เมื่อสติสัมปชัญญะกลับคืนมา เธออ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง มือที่ถือขลุ่ยหยกร่วงลงกับพื้นดิน กว่าจะรู้สึกตัวว่าตนนั้นเจอของดีเข้าให้แล้วก็สติก็ดับวูบลง โชคดีที่ทางค่ายติดกล้องวงจรปิดไว้ทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าห้องควบคุมวงจรปิดสังเกตเห็นความผิดปกติบริเวณป่าท้อ เห็นร่างของผู้เข้าค่ายนอนกองอยู่บนพื้น จึงรีบคว้าวอร์คกี้ ทอร์คกี้เรียกเจ้าหน้าที่ผู้รักษาความปลอดภัยบริเวณนั้นเร่งเข้าช่วยเหลือโดยด่วน 

           “ตื่นๆๆ หลิ่งจู เช้าแล้ว เร็วรีบไปอาบน้ำเดี๋ยวห้องน้ำเต็ม” นาเดียร์เขย่าเพื่อนรักที่ปลุกอย่างไรก็ไม่ยอมตื่น 

           “อื้อ...” เสียงตอบรับอย่างงัวเงีย ร่างบางบิดขี้เกียจก่อนจะกระพริบตาขับไล่ความง่วงงุน สมองประมวลความฝันแล้วเล่าให้เพื่อนรักฟัง 

           “นาเดียร์ เมื่อคืนเราฝันถึงเมื่อหกปีที่แล้ว เหมือนย้อนกลับไปช่วงเวลานั้นเด๊ะๆ เลย” 

           “ก็เมื่อคืนพูดกันเรื่องเธอแข่งเป่าขลุ่ยแล้วได้ไปเข้าค่ายที่จีนนี่ ไม่ฝันก็แปลกแล้ว จิตนิวรณ์ไงเธอ” นาเดียร์กล่าวอย่างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความฝัน 

           “เออ เนอะนั่นสินะ ป่ะไปอาบน้ำกันเถอะ” จากนั้นสองสาวพากันไปอาบน้ำด้วยความสบายใจ ยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะเดินทอดน่องถ่ายรูปริมชายหาดก่อนจะถึงเวลาอาหารเช้า 

           นักศึกษาหลายคนกำลังถ่ายรูปพระอาทิตย์ดวงโตสีแดงอมส้มกำลังลอยขึ้นเหนือน้ำทะเล ลำแสงสีส้มสาดทอท้องฟ้าให้งดงาม เมื่อกระทบผิวน้ำทะเลส่องประกายระยิบระยับ คลื่นทะเลสาดซัดผืนทรายเสียงซ่า ซ่า ชวนให้ผ่อนคลายยิ่งนัก หลินหลิ่งจูหมายมาดว่าจะต้องนำขลุ่ยออกมาเป่าริมหาดทรายสักเช้าให้ได้  

           เมื่อถ่ายรูปเตรียมอัพเฟส และอินสตราแกรมอวดชาวบ้านกันเป็นที่พอใจก็ได้เวลาอาหารเช้า อาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง ผองเพื่อนทยอยกันมารับประทานอาหารที่โรงอาหาร จากนั้นก็นำจานของตนเองไปล้าง  

           ได้เวลาเดินทางไปยังแหล่งโบราณคดีxxx เพื่อสำรวจเบื้องต้น  

           “นักศึกษาปีหนึ่ง หลังจากที่เราเรียนเรื่องการสำรวจทางโบราณคดีแล้ว วันนี้ครูพาพวกเรามาดูก่อน วันพรุ่งนี้เช้าจะเริ่มฝึกปฏิบัติจริง ส่วนนักศึกษาปีสองเรียนเรื่องการขุดค้นทางโบราณคดี ส่วนพี่ปีสามต้องวิเคราะห์หลักฐานทางโบราณคดี 

           อย่างที่เราทราบกันดีว่าบริเวณภาคใต้ไม่ว่าจะเป็นสงขลา หรือนครศรีธรรมราช ยาวลงไปจนถึงปัตตานี เป็นจุดศูนย์กลางที่รับเอาวัฒนธรรมจากจีน อินเดีย เปอร์เซีย อาหรับ สงขลานี้เป็นแหล่งจุดพักเรือสำเภาที่แล่นมาจากจีน เพื่อหลบลมมรสุม ถึงอย่างไรครูก็หวังว่าพวกเราจะเจอโบราณวัตถุชิ้นเอกถือเป็นกำไรชีวิต ไว้คราวหน้าเราค่อยไปขุดที่นครศรีธรรมราชกัน ปีนี้เราขุดที่นี่ก่อน เดินสำรวจกันสักสิบห้านาที แล้วขึ้นรถ ครูจะพาไปเที่ยวตลาด ใครสายชอปปิ้ง สายกิน สายชิค เราจะไปลุยกัน” 

           “เฮ!!” แค่คำว่าเที่ยวเบาๆ คำเดียวเด็กน้อย ที่ตัวไม่น้อยทั้งหลายก็ดีใจกันยกใหญ่ อาจารย์พากันหัวเราะชอบใจเอ็นดูปนขบขันเหล่านักศึกษา 

           หลังจากพากันสำรวจแหล่งโบราณคดีที่จะขุดค้นในวันรุ่งขึ้นเสร็จเรียบร้อย นักศึกษาพากันเดินเที่ยวชมตลาด ซื้อขนมนำเข้า เข้าร้านกาแฟ ถ่ายรูป ซื้ออาหารท้องถิ่นกิน เข้าร้านนั้น ออกร้านนี้จนสองมือเต็มไปด้วยถุงพะรุงพะรัง 

           “น้องจู พี่ช่วยถือครับ” วิน รุ่นพี่ปีสามที่เร่งเดินมาจนทันสองสาว อาสาช่วยหลินหลิ่งจูหิ้วของ 

           “ไม่เป็นไรค่ะพี่วิน ขอบคุณนะคะ” หลิ่งจูตอบด้วยความเกรงใจ 

           “มา ให้พี่ถือดีกว่า” วินถือวิสาสะแย่งถุงมาหิ้วเสียเอง จากนั้นก็เดินตามสองสาวต้อยๆ 

           วันรุ่งขึ้นนักศึกษาแต่งตัวทะมัดทะแมง สวมกางเกงยีนส์ เสื้อแขนยาว รองเท้าผ้าใบ สวมหมวกกันแดดพร้อมออกภาคสนาม นักศึกษาปีที่หนึ่งตื่นเต้นกับการออกภาคสนามครั้งแรกไม่ต่างจากพี่ปีสอง และปีสามแม้จะเคยออกภาคสนามมาแล้วก็ตาม 

           อาจารย์ให้นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง เดินเรียงแถวหน้ากระดานเดินสำรวจบนผิวดิน พบร่องรอยของโบราณวัตถุที่ถูกฝนชะเผยให้เห็นเศษกระเบื้องเคลือบ และเศษโบราณวัตถุ บางแห่งปรากฏเศษกระเบื้องเคลือบเพียงประปราย บางแห่งพบโบราณวัตถุหนาแน่น จึงสุ่มเจาะสำรวจชั้นดิน ณ บริเวณนั้น นักศึกษาชายชั้นปีที่หนึ่งสองคนช่วยกันออกแรงกด Auger (ออเกอร์ หรือสว่านตรวจสอบชั้นดิน) หมุนสว่านเจาะตรวจชั้นดิน เมื่อเต็มแล้วจึงหมุนดึงขึ้นมา จากนั้นค่อยๆ เทดินที่อัดแน่นอยู่ในสว่านลงบนผืนผ้าใบ จดบรรทุกทุกๆ ยี่สิบเซนติเมตร เจาะลึกลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงชั้นหินดาน ไม่สามารถเจาะลงไปได้อีกต่อไป ปรากฏว่าหลุมเจาะสำรวจนี้ปรากฏโบราณวัตถุหนาแน่นมากจึงตัดสินใจกำหนดจุดขุดค้นทางโบราณคดีนี้เป็นหลุมที่หนึ่ง 

           กว่าจะสุ่มเจาะและกำหนดหลุมขุดค้นเพิ่มอีกสี่หลุม ก็กินเวลาไปกว่าครึ่งวัน  

           นักศึกษาชั้นปีที่สอง แบ่งกลุ่มคละชายหญิง โดยหลินหลิ่งจู นาเดียร์ มานพ และนนทกร อยู่กลุ่มเดียวกัน ทั้งสี่ช่วยกันขึงเชือกจากจุดสมมุติ ใช้ลูกน้ำวัดระดับตรึงเชือกให้ตึงทำหลุมขนาด 4x4 เมตร จากนั้นแบ่งเป็นช่องสี่เหลี่ยมภายในสี่ช่อง กล่าวคือ Q1 Q2 Q3 Q4 วัดระดับจากจุดสมมุติถึงผิวดิน และทำการจดบันทึก ทั้งสี่แบ่งหน้าที่กันช่องละหนึ่งคนแล้วลงมือขุดโดยใช้อาวุธประจำกายนั่นคือ “เกรียง” และเกรียงที่ได้มาจากพี่ชายที่สั่งมาให้หนึ่งในใจสำหรับนักโบราณคดีคือ “เกรียงยี่ห้อมาแชล” ซึ่งมีหญิงสาวสองคนที่ได้รับคือเธอ และนาเดียร์ ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาแซะผิวดิน โชคดีที่เป็นดินร่วนปนทรายจึงไม่ลำบากนัก  

           ผิวดินชั้นบนสุดมีโบราณวัตถุปะปนกันไปหมดในแต่ละยุคสมัยอันเนื่องจากถูกรบกวนทั้งทางธรรมชาติ และเงื้อมมือมนุษย์ หลิ่งจูนำเศษกระเบื้องเคลือบสีเขียวเนื้อแกร่ง ลูกปัดแก้วใส่ลงไปในถุงกระดาษ เขียนหน้าถุงว่า Q1 Layer 1 

           การขุดค้นในวันนี้ไม่ค่อยมีความก้าวหน้าเท่าใดนัก เมื่อกลับถึงที่พักแล้วนักศึกษาบางส่วนไปอาบน้ำบางส่วนล้างโบราณวัตถุที่ขุดได้ในวันนี้ ในคืนนั้นเองหลิ่งจูฝันว่ามีบางสิ่งกำลังรอเธออยู่ซึ่งจะได้พบในเร็วๆ นี้ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว