ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ปิ๊งรัก ยัยตัวร้าย 4

ชื่อตอน : ปิ๊งรัก ยัยตัวร้าย 4

คำค้น : วาวา มาร์วิน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 184

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.พ. 2565 16:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปิ๊งรัก ยัยตัวร้าย 4
แบบอักษร

เช้าวันต่อมา... 

วาวามาถึงที่บริษัทแห่งใหม่ก่อนเวลาเข้างานเกือบครึ่งชั่วโมง วันนี้เป็นการเริ่มงานวันแรก บรรยากาศการในที่ทำงานแห่งใหม่นี้ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจากที่ทำงานเก่าโดยสิ้นเชิง ทุกคนดูมีมุมทำงานเป็นสัดส่วน รวมถึงมีสตูดิโอถ่ายทำหนังสำหรับฉากซีจีทั้งเล็กและใหญ่ มีห้องเก็บอุปกรณ์ถ่ายทำที่ดูเป็นจริงเป็นจัง และอีกหลาย ๆ โซนที่ร่างบางยังไม่ได้เห็น ด้วยเนื้อที่กว่าสี่ไร่ ที่นี่จึงเป็นบริษัทขนาดใหญ่มาก

เมื่อทำบัตรพนักงานเสร็จ คนตัวเล็กก็แอบอมยิ้มให้กับรูปตัวเองในบัตรในบัตรเพราะรูปออกมาดูดีด้วยลิปสีแดงสดซึ่งเป็นสีโปรดของเธอ ในขณะที่วาวากำลังนั่งรอพี่เลี้ยงที่จะมาเทรนด์งานให้ เธอก็นั่งดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยไปตามประสา จนกระทั่งมีชายหนุ่มร่างสูง สวมแว่นทรงกลม ผมยุ่งหยักศก สไตล์หนุ่มเนิร์ดเดินมาหาและเริ่มแนะนำตัวกับเธอ

“สวัสดีครับ ใช่น้องวาวาไหมครับ” เสียงทุ่มเอ่ยถาม พร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“สวัสดีค่ะ ใช่ค่ะ” เรียวหน้าสวยพยักหน้าตอบ พร้อมกับลุกขึ้นยืนก้มหัวให้ด้วยความเคารพ

“พี่ชื่อ ธี นะครับ อยู่ฝ่าย AR เหมือนกัน เดี๋ยววันนี้พี่จะพาวาวาไปดูการทำงานของฝ่ายเราแบบคร่าว ๆ ก่อนนะครับ” 

“อ๋อ ค่ะ ไปกันเลยค่ะ วาพร้อมเรียนรู้งานแล้ว”

คนตัวเล็กเอ่ยแนะนำตัวกับรุ่นพี่ พร้อมโชว์สปิริตไฟแรงสูงพร้อมเรียนรู้งาน ก่อนที่รุ่นพี่ร่างสูงจะเดินนำเธอไปยังห้องทำงานของฝ่าย AR ที่มีพนักงานอยู่หกเจ็ดคน และยังมีอีกบางส่วนที่มีงานเช้าจึงไม่ได้อยู่ในห้องนี้ ซึ่งแต่ละคนก็ดูจะงานยุ่งกันทั้งนั้น ธีเดินเข้ามาพร้อมกับแนะนำให้ทุกคนในแผนกรู้จักกับน้องใหม่ของแผนก แต่พวกเขาก็ได้แค่เงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะทำงานแล้วยิ้มรับไหว้เธอแล้วก้มหน้าทำงานของตัวเองต่อไป

“ห้องนี้คือห้องของฝ่าย AR นะครับ แล้วนี่ก็โต๊ะทำงานของวาวา ส่วนโต๊ะพี่ก็อยู่ข้าง ๆ โต๊ะเรานะ มีอะไรสงสัยก็หันมาถามพี่ได้” เสียงทุ้มเอ่ยบอกกับหญิงสาวพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่เมื่อเธอเห็นแล้วก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ค่ะ แล้วงานหลัก ๆ ของเราคือต้องทำอะไรบ้างคะ” เสียงใสเอ่ยถามรุ่นพี่หนุ่มอย่างกระตือรือร้น

“ก็ตอนนี้เรามีนักแสดงในสังกัดของเราเองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะ ซึ่งพวกเราก็ต้องแบ่งกันดูแล อย่างพวกเราหนึ่งคนก็ต้องดูและศิลปินหนึ่งถึงสามคน ต้องคอยดูแลคิวงาน ประสานงานแต่ละฝ่าย แล้วบางทีถ้ามีออกงานอีเว้นท์ก็ต้องไปช่วยดูแลหน้างานด้วย”

“แล้ว....วาจะได้ดูแลศิลปินคนไหนเหรอคะ”

“อ่อ...วาวาได้ดูแลน้ำหวานครับ”

“น้ำหวาน?” เสียงใสเอ่ยชื่อของศิลปินที่ตัวเองต้องดูแลออกมาน้ำเสียงตกใจเล็กน้อย เพราะเธอไม่คิดเลยว่าคนที่เธอต้องมาดูแลงานให้จะเป็นคน ๆ เดียวกับที่แย่งแฟนเธอไป

“อื้ม...ที่ตอนนี้กำลังดังในบทนางร้ายเลยน่ะ รู้จักใช่มั้ย ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้นอ่ะ”

“อะ...อ๋อ ไม่มีอะไรค่ะพี่ วารู้จักค่ะ”

“อืม...นั่นล่ะ แต่วันนี้น้ำหวานเขาไม่มีงานนะ แต่ก็ยังมีคิวงานนอกติดต่อมาอยู่เหมือนกัน พี่รับไว้ให้แล้ว วาวาลองเอาไปดูแล้วลองติดต่อประสานงานกับผู้จัดการส่วนตัวน้ำหวานเขาดูก่อนก็ได้ครับ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกพร้อมกับหยิบแฟ้มรายละเอียดงานที่ตัวเองสรุปไว้ยื่นให้หญิงสาว

“โอเคค่ะ ขอบคุณมากค่ะพี่ธี” วาวารับแฟ้มมา พร้อมกับยิ้มตาหยีเอ่ยขอบคุณรุ่นพี่หนุ่มในความใจดีของเขา

หลังจากที่ธีแนะนำเนื้อหาการทำงานให้แก่เธอแบบคร่าว ๆ วาวาก็พอเข้าใจถึงการทำงานหลัก ๆ ซึ่งมันก็ไม่ได้แตกต่างจากตอนที่ดูแลคิวงานให้บัลเล่ต์เท่าไหร่นัก แต่ที่เธอรู้สึกช็อกนิดหน่อยก็คือ การที่ต้องมาดูแลงานให้กับน้ำหวานเนี่ยน่ะซิ

“โลกมันจะกลมเกินไปหน่อยแล้วมั้ง เหวี่ยงใครมาให้ดูแลทั้งที ดันเหวี่ยงผู้หญิงที่มาแย่งแฟนฉันมาให้เนี่ยนะ แต่งานก็คืองาน ฉันแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้อยู่แล้ว” ปากเล็กพูดกับตัวเองก่อนจะเริ่มลงมือทำงานวันแรก

วาวาเริ่มลงมือทำงานทันทีด้วยการประสานงานจากทางผู้จัดการส่วนตัวของน้ำหวาน ธีได้จดรายละเอียดทุกอย่างไว้ให้อย่างละเอียดดีมาก เมื่อวาวาโทรติดก็มีเสียงสาวสองคนหนึ่งรับสายทันที ซึ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัวของน้ำหวานที่ชื่อ บัส หรือชื่อที่รู้จักกันในวงการว่า มินิบัส สาวสองร่างใหญ่ที่ปากแซ่บไม่แพ้กับนักแสดงที่เขาดูแลอยู่เลย

(ฮัลโหลฮ่า พี่บัสพูดฮ่ะ ติดต่องานจากไหนฮะ)

“สวัสดีค่า วาวานะคะพี่บัส ติดต่อจากบริษัท M ค่ะ”

(อ่อ...จ้า ว่าไงลูก)

เสียงใสเอ่ยสอบถามตารางคิวงานของน้ำหวานกับผู้จัดการส่วนตัวเธออย่างละเอียด เมื่อเปรียบเทียบกับตารางของทานผู้จ้างงานน้ำหวานแล้ว ก็พอมีวันลงคิวได้ลงตัวอยู่บ้าง แต่บางงานก็อาจจะตรงกัน ก็คงต้องประสานงานไปทางผู้จ้างงานว่าขอเลื่อนได้หรือไม่

พอเคลียงานเสร็จได้สักครึ่งก็ได้เวลาเกือบพักเที่ยงพอดี วาวาไลน์หาโจโจ้จะชวนเพื่อนออกไปหาอะไรกินด้วยกัน แต่โจ้ส่งข้อความกลับมาบอกว่าวันนี้มีงานข้างนอกตั้งแต่เช้าถึงเย็น แถมพี่ ๆ ที่อยู่ในห้องก็ออกไปทำงานข้างนอกกันหมด ใบหน้าเรียวสวยได้แต่ทำหน้าหงอย สงสัยวันนี้เธอคงต้องออกไปกินข้าวคนเดียวแล้วล่ะมั้ง แต่แล้วเสียงทุ้มของใครบางคนก็เอ่ยทักเธอขึ้นมา

“อ้าว...วาวา ใกล้เที่ยงแล้วนะ ไม่ออกไปหาอะไรกินเหรอ” อยู่ ๆ ธีก็เข้าห้องมา เขาถามเธอทันทีที่เห็นว่าหญิงสาวกำลังนั่งหน้าหงอย ๆ อยู่คนเดียว

“วาก็กำลังคิดอยู่ค่ะว่าจะออกไปกินข้าวที่ไหนดี เพื่อนวาก็ออกไปทำงานข้างนอก วาเองก็ไม่ค่อยรู้จักร้านอาหารอร่อย ๆ แถวนี้สักเท่าไหร่” เสียงใสเอ่ยบอกรุ่นพี่หนุ่มตามประสาเด็กใหม่ที่ยังไม่รู้จักแหล่งอาหารดี ๆ แถวสักเท่าไหร่ ทำให้รุ่นพี่หนุ่มถึงกับอมยิ้มในความน่าเอ็นดูของคนตัวเล็ก เขาจึงตัดสินใจลองชวนเธอไปหาอะไรทานด้วยกัน

“ไปกินกับพี่ไหมล่ะ พี่รู้จักก๋วยเตี๋ยวไก่เจ้าเด็ดอยู่เจ้านึง รับรองว่าถ้าวาได้ลองแล้วจะติดใจ”

“ว้าว...น่าสนใจนะคะ วาไม่ได้กินเตี๋ยวไก่มานานแล้ว ป่ะ...ไปกัน” ดวงตากลมโตเป่งประกายขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าจะได้ไปกินของอร่อย ๆ เธอรีบคว้ากระเป๋าตังค์แล้วบอกให้รุ่นพี่หนุ่มรีบเดินนำหน้าไปทันที

ธีเดินนำรุ่นน้องสาวไปที่รถโฟลค์เต่าคันเก่าสีขาวของเขา ทั้งสองขับรถออกมาจนถึงร้านก๋วยเตี่ยวไก่ที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานมากนัก เป็นร้านข้างทางที่มีโต๊ะอยู่ไม่กี่ตัว แต่ลูกค้ามีทั้งยืนรอ นั่งรออยู่เกือบเต็มร้าน รุ่นพี่นุ่มกดกระจกลดลงนิดหน่อยทำให้กลิ่นหอม ๆ ของน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวไก่ลอยเข้ามาในรถ เล่นเอาคนตัวเล็กถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อกด้วยความอยากกิน

“ถึงแล้ว โต๊ะตรงนั้นว่างอยู่พอดีเลย เดี๋ยววาลงไปจองโต๊ะก่อนนะ สั่งบะหมี่พิเศษให้พี่ด้วย เดี๋ยวพี่ขอวนหาที่จอดก่อน”

“โอเคค่ะ”วาวาเดินตรงไปยังโต๊ะที่มีที่ว่างอยู่สองที่พอดี ลูกชายเจ้าของร้านเดินมาถามเมนูจากเธอ วาวาที่ไม่รู้ว่าอะไรอร่อยก็เลยสั่งบะหมี่ก๋วยเตี๋ยวไก่พิเศษเหมือนของรุ่นพี่หนุ่มไปด้วยเลย ไม่นานนักธีก็เดินมานั่งที่โต๊ะ และบะหมี่สองชามก็มาเสิร์ฟให้กับคนทั้งคู่พอดี

“หืม...อร่อยจริง ๆ ด้วยค่ะพี่ธี น้ำซุปหวานมาก” ปากเล็กเอ่ยปากชมทันทีที่ได้ซดน้ำซุป มันเป็นรสชาติถูกปากเธอมาก

  “เห็นไหมล่ะ บอกแล้ว พี่ชอบมากินร้านนี้ประจำแหละ”

“เขาให้เยอะมากเลยอ่ะ วาสั่งพิเศษมาไม่รู้ว่าจะกินหมดรึเปล่าเนี่ย”

“ไม่เป็นไร วากินไม่หมดเดี๋ยวพี่กินต่อเอง”

“หึย...จะดีเหรอพี่ธี น้ำลายวามันลงไปอยู่ในชามหมดแล้วมั้ง”

“วาเป็นกระสือรึเปล่าล่ะ”

“เกี่ยวอะไรกันล่ะคะ”

“ก็ถ้าพี่กินน้ำลายวาเข้าไปพี่ก็กลายเป็นกระหังไง ถ้างั้นพี่ก็จะได้ไม่กิน”

“ฮ่า ๆ พี่ธีก็”

ทั้งสองคนคุยไปกินไปกันแบบถูกคอ ไม่รู้อะไรทำให้วาวารู้สึกสนิทกับธีได้เร็วขนาดนี้ อาจเป็นเพราะธีวางตัวเป็นกันเอง และก็ยังเป็นรุ่นพี่เพียงคนเดียวในแผนกที่ดูเป็นมิตรกับเธอ ไม่นานทั้งสองก็ทานมื้อกลางวันเสร็จ สุดท้ายธีก็ยอมกินในส่วนที่คนตัวเล็กกินไม่หมดอย่างไม่นึกรังเกียจ ไม่รู้ว่าเพราะเขาหิวจัด รึเป็นคนเสียดายของกันแน่ ทั้งสองขับรถกลับมาถึงบริษัทในเวลาเกือบบ่ายพอดี

“แล้วนี่...วาโทรประสานงานกับทางผู้จัดการน้ำหวานเขาถึงไหนแล้วล่ะ” รุ่นพี่หนุ่มเอ่ยถามถึงเรื่องงานด้วยความสนใจ

“อ๋อ...วาก็เคลียคิวกับทางคุณน้ำหวานเขาไว้หมดแล้วล่ะค่ะ ที่เหลือก็แค่ลงตารางคิวให้”

“โอเค...เก่งมาก” ธียิ้มอย่างอบอุ่นให้กับรุ่นน้องสาว เขาเอ่ยชมให้กับความหัวไวและเรียนรู้งานได้รวดเร็วของคนตัวเล็ก เขาเผลอยีผมเธอเบา ๆ แล้วอยู่ ๆ เขาก็รีบเอามือออกไปจากหัวทุยสวยทันที ราวกับคนที่ลืมตัวว่าทำอะไรลงไปแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้

“อุ้ย...โทษทีพี่ไม่ได้ตั้งใจนะมือมันไปเอง วาอย่าถือนะ”

“ม่ะ...ไม่เป็นไรค่ะ วาไม่ได้ซีเรียสอะไร ^^!”

“โอเค...งั้นพี่ไม่กวนเราละ ทำงานต่อเถอะ”

ธียิ้มอย่างอ่อนโยนให้รุ่นน้องสาวอีกครั้ง และเธอก็ยิ้มตอบกลับเขาก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไป ร่างบางนั่งเคลียงานที่เหลืออยู่ให้ห้องคนเดียวเพลิน ๆ จนเงยหน้ามามองเวลาอีกทีก็ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว การทำงานวันแรกก็ไม่เลวนะ อย่างน้อย ๆ ที่นี่ทุกคนก็ต่างก็ทำงานของตัวเอง ไม่มีพวกโรคจิตมาจ้องจับผิดคนอื่น และตอนนี้วาวาเองก็รู้สึกอุ่นใจที่อย่างน้อย ๆ ก็มีธีที่พร้อมเป็นปรึกษาเรื่องงานอยู่ข้าง ๆ ได้ทุกเวลา


ดีจ้า รี้ดที่น่ารัก ช่วงนี้ไรต์อาจจะมาอัพให้วันล่ะตอนไปก่อนะคะ ส่วนเรื่องเวลาลงไม่แน่นอนนะคะ แล้วแต่สะดวกจ้า ยังไงก็ฝากกดไลค์ และคอมเม้นเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรต์และน้องวาวาด้วยนะค้า เยิฟ ๆ^^
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว