facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ ๘ (1/2)

คำค้น : พร้อมทิวา

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2565 15:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๘ (1/2)
แบบอักษร

บทที่ ๘ 

[๑/๒] 

 

 

           ความเงียบเข้าปกคลุมศาลาสวยกลางสวน พร้อมภพนั่งยิ้มจนหุบไม่ลงเมื่อเห็นทิวาเอาแต่ก้มหน้าตักขนมที ผลไม้ที กินขนาดนั้นก็เกรงว่าจะติดคอไปเสียก่อน เขาจึงเลื่อนกาน้ำชาลายสวยไปไว้ตรงหน้าอีกฝ่าย จนแล้วจนรอดกลายเป็นว่าโดนมองขวางใส่เสียได้ หวังดีแท้ ๆ 

           “ทำไมมองพี่อย่างนั้น แล้วที่พี่ถามเมื่อครู่จะไม่ตอบหรือ” ท่าทียียวนเล่นลิ้นเสียจนทิวาอยากลุกหนี คนอะไรช่างแกล้งกันไม่เลิก พลางนึกไปถึงเมื่อตอนยังเด็ก คุณชายคนรองของวังดรุณีสกุลทั้งอ่อนโยนและอบอุ่น ทว่าเมื่อเริ่มเข้าวัยหนุ่มกลับช่างแกล้งเหลือหลาย อีกทั้งยังชอบตีหน้านิ่งใส่เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่เมื่อไหร่ได้อยู่กันเพียงสองคน กลับชอบทำหน้าตายียวนเสียจนน่าหมั่นไส้ 

           “ก็..” ทิวายังไม่ทันได้เอ่ยความในใจ ห่อกระดาษสีน้ำตาลก็ถูกวางลงตรงหน้า เขาจ้องมองมันอย่างสงสัย สลับกับมองคนที่นั่งอยู่ไม่ห่างกัน “อะไรหรือครับ” 

           ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เขาเอ่ยถามออกไปทันที พร้อมภพเห็นแบบนั้นก็ยิ้มอย่างเอ็นดู คนที่หน้าง้ำหน้างอเมื่อคู่หายตัวไปเสียแล้ว เหลือเพียงชายหนุ่มช่างสงสัยและอยากรู้อยากเห็นอยู่แทน 

           “เปิดดูซี พี่ซื้อมาฝาก” 

           “ฝากผมหรือครับ” 

           “ให้เธอ ถ้าไม่ฝากเธอแล้วจะฝากใคร” คิ้วบางย่นลงเมื่อโดนย้อนเข้าอีกครา ทว่ามือเล็กก็คว้าเอาห่อกระดาษมาแกะอย่างไม่ลังเล 

           ทิวาค่อย ๆ บรรจงแกะห่อแกะเชือกที่มัดอยู่อย่างระวัง จากนั้นก็ค่อย ๆ คลี่กระดาษออกทีละน้อย จนกระทั่งแสงไฟกระทบเข้าไปแท่นแก้วใส มองไปก็เห็นดอกไม้อยู่ภายใน แสงประกายวาวระยับทำให้ทิวาตาลุก ยกของในมือขึ้นมาดูอย่างพิจารณา 

           “สวยจริง ใครช่างทำ” ทิวาพูดขึ้นอย่างลืมตัว 

           “ช่างอังกฤษ” พร้อมภพพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มเล็ก คิดถูกแล้วที่เลือกชิ้นนี้มาให้ “ที่วางทับกระดาษ พี่เห็นว่าเหมาะกับเธอเลยเลือกชิ้นนี้มา ชอบหรือไม่เล่า” 

           “ชอบซีครับ โดยเฉพาะเวลากระทบกับแสงแบบนี้ ดอกไม้ข้างในก็สวยเหลือเกินครับ” ทิวาตอบด้วยรอยยิ้มร่า ลืมความขุ่นใจเมื่อครู่เสียสนิท พร้อมภพเห็นแบบนั้นก็อยากจะยกมือขึ้นลูบหัวเพราะเอ็นดูเหลือเกิน 

           “อย่างนี้ก็เลิกทำหน้ายักษ์ใส่พี่ได้แล้วซี” ทิวาแทบหุบยิ้มไม่ทัน เมื่อนึกได้ว่าเมื่อครู่ยังไม่อยากจะมองอีกฝ่ายอยู่เชียว แต่พอได้ของฝากเท่านั้น ก็ยิ้มให้เขาอย่างหน้าไม่อาย ทิวาเอ๊ยทิวา! ขายขี้หน้าเสียจริง นึกแล้วก็อยากจะทึ้งหัวตัวเองเสียให้รู้แล้วรู้รอด 

           ทว่าในชั่วพริบตาที่เขากำลังคิดโทษตัวเอง มือหนาก็วางลงที่หัวของเขาอย่างเบามือ ก่อนลูบไปมาอย่างอบอุ่น ทิวาเหลือบตาขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างเดาใจไม่ถูก บทจะขี้แกล้งก็ไม่น่าคบเอาเสียเลย แต่บทจะอบอุ่นเขาก็สัมผัสได้ถึงพี่ชายคนเดิมที่เคยประคองเขาให้ลุกขึ้นในยามล้มลง 

           “ไม่เจอกันตั้งหกปี คิดถึงพี่บ้างหรือไม่” สองสายตาประสานท่ามกลางแสงไฟสว่างไสว ดวงตาคมองน้องน้อยพลางย่นยิ้มอ่อนให้อีกฝ่ายที่จ้องเขาราวถูกสะกด ไม่มีคำใดเอื้อนเอ่ยออกมาจนนิดเดียว พร้อมภพค่อย ๆ ผละมือออกจากหัวของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ย “เมื่อก่อนยามพี่ไปเยี่ยมหา เธอมักจะบอกเสมอว่าคิดถึงพี่ อยากให้พี่ไปหาบ่อย ๆ แล้วครั้งนี้เล่า พี่หายไปตั้งหกปี ไม่คิดถึงพี่หรือ” 

           ลำคอแห้งเหือดในชั่วพริบตา ทิวาเอ่ยคำใดไม่ออกราวกับมันติดอยู่ที่ริมฝีปาก ท่าทีอบอุ่นอ่อนโยนแบบนั้นมันคืออะไรกันแน่ นั่นเป็นสิ่งที่เขาตั้งคำถาม แต่มิได้เอ่ยออกไป 

           “ว่าอย่างไร” พร้อมภพยกคิ้วถามย้ำ ทว่ารอยยิ้มนั่นกลับกว้างขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว 

           “ผม...” 

           “มีเรื่องดี ๆ อะไรหรือชายพร้อม” ทิวายังไม่ทันได้เอ่ยต่อ พี่ชายของเขาและคุณชายคนโตของวังก็เดินกลับมาที่ศาลา ลมหายใจฟู่ใหญ่จึงถูกพ่นออกมาอย่างโล่งอก ส่วนพร้อมภพเองก็นั่งยิ้มจนหุบไม่ลง ภาคภูมิที่เพิ่งเดินกลับมาที่ศาลา เห็นน้องชายนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จึงถามอย่างสงสัย 

           “ไม่มีอะไรหรอกครับพี่ชายภาค เพียงคุยกับทิวาเรื่องสมัยก่อนเท่านั้น” 

           “เออนั่นซี เมื่อก่อนสองคนนี้รักกันมากมิใช่หรือ ทิวาเองก็วิ่งตามชายพร้อมไม่ห่าง ตามชายพร้อมยิ่งกว่าตามธนาเสียอีก” ทิวาหน้าขึ้นสีระเรื่อเมื่อโดนล้อแบบนั้น ทว่าเมื่อพร้อมภพได้ฟังก็ยังยิ้มกว้างกว่าเก่า ชายหนุ่มที่วางหน้าแสนจะเรียบเฉย มีรอยยิ้มได้ทุกครั้งเมื่อเป็นเรื่องของเขาและร่างบางที่นั่งอยู่ไม่ห่างกัน 

 

           ความเงียบเข้าปกคลุมศาลาสวยกลางสวน พร้อมภพนั่งยิ้มจนหุบไม่ลงเมื่อเห็นทิวาเอาแต่ก้มหน้าตักขนมที ผลไม้ที กินขนาดนั้นก็เกรงว่าจะติดคอไปเสียก่อน เขาจึงเลื่อนกาน้ำชาลายสวยไปไว้ตรงหน้าอีกฝ่าย จนแล้วจนรอดกลายเป็นว่าโดนมองขวางใส่เสียได้ หวังดีแท้ ๆ

           “ทำไมมองพี่อย่างนั้น แล้วที่พี่ถามเมื่อครู่จะไม่ตอบหรือ” ท่าทียียวนเล่นลิ้นเสียจนทิวาอยากลุกหนี คนอะไรช่างแกล้งกันไม่เลิก พลางนึกไปถึงเมื่อตอนยังเด็ก คุณชายคนรองของวังดรุณีสกุลทั้งอ่อนโยนและอบอุ่น ทว่าเมื่อเริ่มเข้าวัยหนุ่มกลับช่างแกล้งเหลือหลาย อีกทั้งยังชอบตีหน้านิ่งใส่เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่เมื่อไรได้อยู่กันเพียงสองคน กลับชอบทำหน้าตายียวนเสียจนน่าหมั่นไส้

           “ก็..” ทิวายังไม่ทันได้เอ่ยความในใจ ห่อกระดาษสีน้ำตาลก็ถูกวางลงตรงหน้า เขาจ้องมองมันอย่างสงสัย สลับกับมองคนที่นั่งอยู่ไม่ห่างกัน “อะไรหรือครับ”

           ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เขาเอ่ยถามออกไปทันที พร้อมภพเห็นแบบนั้นก็ยิ้มอย่างเอ็นดู คนที่หน้าง้ำหน้างอเมื่อครู่หายตัวไปเสียแล้ว เหลือเพียงชายหนุ่มช่างสงสัยและอยากรู้อยากเห็นอยู่แทน

           “เปิดดูซี พี่ซื้อมาฝาก”

           “ฝากผมหรือครับ”

           “ให้เธอ ถ้าไม่ฝากเธอแล้วจะฝากใคร” คิ้วบางย่นลงเมื่อโดนย้อนเข้าอีกครา ทว่ามือเล็กก็คว้าเอาห่อกระดาษมาแกะอย่างไม่ลังเล

           ทิวาค่อย ๆ บรรจงแกะห่อที่มัดอยู่อย่างระวัง จากนั้นจึงคลี่กระดาษออกทีละน้อย จนกระทั่งแสงไฟกระทบลงยังแท่นแก้วใส มองไปก็เห็นดอกไม้อยู่ภายใน แสงประกายวาวระยับทำให้ทิวาตาลุก ยกของในมือขึ้นมาดูอย่างพิจารณา

           “สวยจริง ใครช่างทำ” ทิวาพูดขึ้นอย่างลืมตัว

           “ช่างอังกฤษ” พร้อมภพพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มเล็ก คิดถูกแล้วที่เลือกชิ้นนี้มาให้ “ที่วางทับกระดาษ พี่เห็นว่าเหมาะกับเธอเลยเลือกชิ้นนี้มา ชอบหรือไม่เล่า”

           “ชอบซีครับ โดยเฉพาะเวลากระทบกับแสงเช่นนี้ ดอกไม้ข้างในก็สวยเหลือเกินครับ” ทิวาตอบด้วยรอยยิ้มร่า ลืมความขุ่นใจเมื่อครู่เสียสนิท พร้อมภพเห็นแบบนั้นก็อยากจะยกมือขึ้นลูบหัวเพราะเอ็นดูน้องเหลือเกิน

           “อย่างนี้ก็เลิกทำหน้ายักษ์ใส่พี่ได้แล้วซี” ทิวาแทบหุบยิ้มไม่ทัน เมื่อนึกได้ว่าเมื่อครู่ยังไม่อยากจะมองอีกฝ่ายอยู่เชียว แต่พอได้ของฝากเท่านั้นก็ยิ้มให้เขาอย่างหน้าไม่อาย ทิวาเอ๊ยทิวา! ขายขี้หน้าเสียจริง นึกแล้วก็อยากจะทึ้งหัวตัวเองเสียให้รู้แล้วรู้รอด

           ทว่าในชั่วพริบตาที่เขากำลังคิดโทษตัวเอง มือหนาก็วางลงที่หัวของเขาอย่างเบามือ ก่อนลูบไปมาอย่างอบอุ่น ทิวาเหลือบตาขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างเดาใจไม่ถูก บทจะขี้แกล้งก็ไม่น่าคบเอาเสียเลย แต่บทจะอบอุ่นเขาก็สัมผัสได้ถึงพี่ชายคนเดิมที่เคยประคองเขาให้ลุกขึ้นในยามล้มลง

           “ไม่เจอกันตั้งหกปี คิดถึงพี่บ้างหรือไม่” สองสายตาประสานท่ามกลางแสงไฟสว่างไสว ดวงตาคมมองน้องน้อยพลางย่นยิ้มอ่อนให้อีกฝ่ายที่จ้องเขาราวถูกสะกด ไม่มีคำใดเอื้อนเอ่ยออกมาจนนิด พร้อมภพค่อย ๆ ผละมือออกจากหัวของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ย “เมื่อก่อนยามพี่ไปเยี่ยมหา เธอมักจะบอกเสมอว่าคิดถึงพี่ อยากให้พี่ไปหาบ่อย ๆ แล้วครั้งนี้เล่า พี่หายไปตั้งหกปี ไม่คิดถึงพี่เลยหรือ”

           ลำคอแห้งเหือดในชั่วพริบตา ทิวาเอ่ยคำใดไม่ออกราวกับมันติดอยู่อยู่ในลำคอ ท่าทีอบอุ่นอ่อนโยนเช่นนี้มันคืออะไรกันแน่ นั่นเป็นสิ่งที่เขาตั้งคำถามแต่มิได้เอ่ยออกไป

           “ว่าอย่างไร” พร้อมภพยกคิ้วถามย้ำ ทว่ารอยยิ้มนั่นกลับกว้างขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

           “ผม...”

           “มีเรื่องดี ๆ อะไรหรือชายพร้อม” ทิวายังไม่ทันได้เอ่ยต่อ พี่ชายของเขาและคุณชายคนโตของวังก็เดินกลับมาที่ศาลา ลมหายใจฟู่ใหญ่จึงถูกพ่นออกมาอย่างโล่งอก ส่วนพร้อมภพเองก็นั่งยิ้มจนหุบไม่ลง ภาคภูมิที่เพิ่งเดินกลับมาที่ศาลา เห็นน้องชายนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จึงถามอย่างสงสัย

           “ไม่มีอะไรหรอกครับพี่ชายภาค เพียงคุยกับทิวาเรื่องสมัยก่อนเท่านั้น”

           “เออนั่นซี เมื่อก่อนสองคนนี้รักกันมากมิใช่หรือ ทิวาเองก็วิ่งตามชายพร้อมไม่ห่าง ตามชายพร้อมยิ่งกว่าตามธนาเสียอีก” ทิวาหน้าขึ้นสีระเรื่อเมื่อโดนล้อแบบนั้น ทว่าเมื่อพร้อมภพได้ฟังกลับยิ้มกว้างกว่าเก่า ชายหนุ่มที่วางหน้าแสนจะเรียบเฉย มีรอยยิ้มได้ทุกครั้งเมื่อเป็นเรื่องของเขาและน้องน้อยที่นั่งอยู่ไม่ห่างกัน

           “มันก็แค่เมื่อก่อนเท่านั้นแหละครับ” ทิวาบ่นพึมพำ ทว่าด้วยเสียงที่ไม่ดังเท่าไรนัก ภาคภูมิและธนาจึงไม่ได้ยิน เพราะทั้งสองกำลังคุยกันถึงเรื่องงานราตรีสโมสรอะไรสักอย่างอยู่

           พวกเขานั่งคุยกันต่อถึงเรื่องงานที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า การจากลาครั้งสุดท้ายระหว่างพวกเขาและท่านย่าที่เคารพรัก ความเศร้าโศกยังคงไม่จางเสียทีเดียว และดูท่าแล้ว ความเศร้าโศกนี้จะคงอยู่อีกนับปี

 

           จนเวลาล่วงเลย ทิวาและครอบครัวเตรียมเดินทางกลับ ทั้งหม่อมศิและลูก ๆ ต่างเดินออกมาส่งอีกครอบครัวถึงรถ หม่อมศิและทับทิมยังเดินไปคุยกันไปไม่หยุด เคียงข้างทิวาเองก็มีพร้อมภพเดินอยู่ไม่ห่าง ทว่าตอนนี้สีหน้าของทิวาไม่ค่อยจะดีนัก ด้วยเพราะเป็นห่วงเพื่อนรักที่เกิดเสาะท้องขึ้นมาหลายครั้ง นายชุมบอกว่าคุณชายเล็กของวังเข้าห้องน้ำเป็นครั้งที่สามแล้ว ทำให้ตอนนี้ไม่สามารถออกมาส่งพวกเขาได้

           “ชายพงษ์จะไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ครับ” ทิวาหันถามคุณชายรองของวังอย่างเป็นกังวล

           “ไม่เป็นไรมากหรอก น่าจะแค่ทานเยอะไปเท่านั้นอย่าห่วงไปเลย พรุ่งนี้ก็น่าจะไปโรงเรียนได้ตามปกติ”      

           “ครับ” ทิวาตอบเสียงค่อย ทว่าก็ยังไม่หายกังวลอยู่ดี ก่อนอีกฝ่ายจะถามขึ้น

           “พรุ่งนี้มีธุระไปที่ใดหรือไม่”

           “ครับ?” ทิวาไม่ได้งุนงงกับคำถาม ทว่าเขาไม่แน่ใจนักว่าอีกฝ่ายถามทำไม

           “เป็นอย่างไร ทำไมต้องให้พี่ถามซ้ำอยู่ร่ำไปทิวา” เสียงติดจะดุเล็ก ๆ ทำให้ทิวาละล่ำละลัก

           “เอ่อ ยังไม่คิดว่าจะไปที่ใดครับ” เขาตอบออกไปตามความจริง “แต่โดยปกติแล้ว หากไม่มีงานสำคัญอะไร ผมจะแวะไปหาคุณตาครับ”

           “อย่างนั้นก็ดี” พร้อมภพลอบยิ้มเล็ก ๆ ก่อนจะกลับไปสำรวมดังเดิม และแน่นอนว่าทิวาก็ยังไม่เข้าใจนักว่าการที่เขาไม่มีที่ไปมันดีอย่างไร

           ทว่าคำถามนั้นยังไม่ทันได้เอ่ยถามขึ้น ก็เป็นพร้อมภพที่เอ่ยขึ้นเสียก่อน

           “พรุ่งนี้พี่จะไปรับ บอกคนขับรถของเราด้วย ว่าไม่ต้องไปรับให้เสียเวลา” ทิวาเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจในคำของอีกฝ่าย เพราะดูเหมือนนั่นไม่ใช่คำถามแต่กลับเป็นคำสั่ง ที่ราวกับว่าเขาต้องปฏิบัติตามเท่านั้น

           “เพราะเหตุใดจึงต้องไปรับผมครับ” ทิวาถามขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์นัก เขาไม่ชอบคนที่ออกคำสั่งอย่างไม่มีเหตุผล มันน่าหงุดหงิด

           “พี่อยากไปเยี่ยมคุณตาด้วย ไม่ได้หรือ” ท้ายประโยคเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวน เสียงติดจะดุเมื่อครู่หายไปไหนเสียแล้ว อีกทั้งแววตาคู่นั้นยังประกายระยับอย่างทะเล้น ในใจทิวาจึงได้แต่คิดว่า คุณชายเธอไม่สบายหรือไม่ วันนี้จึงได้ดูอารมณ์แปรปรวนจนแปลกตา “ว่าอย่างไร พี่ไปไหว้คุณตาด้วยไม่ได้หรือ เหตุใดเธอจึงทำเสียงเข้มใส่พี่เช่นนั้น”

           “ผมยังไม่ได้ว่าอะไร หากคุณชายจะไปก็ย่อมได้” ทิวาตอบไปแบบติดจะหงุดหงิด เพราะโดนแกล้งเข้าอีกจนได้

           “อย่างนั้นก็อย่าลืมบอกคนขับรถไว้เล่า” ทิวาได้ยิน แต่ไม่เอ่ยสิ่งใดออกไป เพราะเกรงว่าหากพูดมากไป ก็อาจจะโดนสัพยอกเข้าอีก

 

           จนกระทั่งมาถึงรถ หม่อมศิบอกลาเพื่อนรักพลางกอดทับทิมไว้แน่น ในขณะที่ธนากับภาคภูมิกำลังนัดแนะถึงเรื่องงานราตรีสโมสร คุณชายคนรองของวังจึงเอ่ยขึ้น...

           “พรุ่งนี้ผมจะไปไหว้คุณตาช่างทอง อาจจะต้องขอยืมตัวทิวาสักหน่อย คุณน้าทับทิมจะว่าอะไรหรือไม่ครับ” เมื่อพร้อมภพพูดขึ้น ทุกสายตาก็จับจ้องไปที่เขา โดยเฉพาะดวงตากลมของคนที่ยืนอยู่ข้างกัน เมื่อเห็นแบบนั้นพร้อมภพก็ไม่ให้ทุกคนได้คิดนาน เขาจึงเอ่ยต่อ... “เห็นว่าที่ทางขยับขยาย ผมเกรงว่าจะจำทางไม่ได้ครับ”

           ยกข้ออ้างเรื่องถนนหนทางขึ้นมาในเสี้ยววินาที ทำเอาคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างขบฟันแน่น จะหนีตอนนี้ก็คงไม่ทัน จะปฏิเสธไปเลยก็คงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อมารดาตอบตกลงโดยไม่ได้เอ่ยถามเขาสักคำ

           “เอาซีคะคุณชาย ตาทิวาเองไปหาคุณพ่อท่านแทบทุกวันอยู่แล้ว ประเดี๋ยวน้าจะให้คนขับรถมารับคุณชายหลังน้องเลิกเรียนพรุ่งนี้นะคะ”

           “ไม่เป็นไรครับน้าทับทิม เดี๋ยวผมแวะไปรับทิวาเองจะดีกว่า ถือโอกาสไปรับชายพงษ์ด้วยเสียเลย”

           “เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”

           ทิวาได้แต่ยืนอึ้งกับพวกผู้ใหญ่ที่คิดเองเออเองกันเสร็จสรรพ ไม่ถามเขาสักคำว่าต้องการสิ่งใด แต่ทิวาก็ไม่เอ่ยคำใดออกไป เพราะอย่างไรตนเองก็ต้องไปหาคุณตาอยู่แล้ว เขายังคงชอบไปอยู่ที่บ้านริมคลองมหานาคไม่เปลี่ยน แม้ตอนนี้ที่ทางจะเริ่มเจริญมากขึ้นจนน่าใจหาย

           พร้อมภพเปิดประตูให้ทับทิมขึ้นไปนั่งบนรถ ก่อนจะขยับมาเปิดประตูรถให้อีกคนที่ยืนอยู่ข้างกัน

           ทิวาเห็นแบบนั้นก็เหลือบมองอีกฝ่าย วันนี้มีแต่เรื่องประหลาดใจให้เขาคิดได้ไม่เลิก ตั้งแต่มาถึงจนกระทั่งจะกลับบ้าน คุณชายคนรองของวังแปลกไปเสียจนน่ารำคาญใจ แต่เมื่อนึกคิดอีกทีก็แปลกใจ ที่แปลกใจก็เพราะว่าเป็นอย่างไรเขาถึงต้องรำคาญใจกับท่าทีพวกนี้ด้วยเล่า

           “พรุ่งนี้พี่จะรออยู่หน้าโรงเรียน เอ่อ จริงซี...ขนมของเธอ พี่จะมีโอกาสได้ทานอีกหรือไม่” ทิวาเริ่มหน้าขึ้นสี โดยเฉพาะเมื่อเห็นรอยยิ้มละมุนของพร้อมภพ เจ้าตัวจึงเร่งก้าวขึ้นรถไปนั่งข้างคนขับ เอื้อมมือมาคว้าประตูเตรียมจะปิดเสียให้รู้แล้วรู้รอด ทว่าคิดเรื่องสนุกขึ้นมาได้ จึงเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยืนจับประตูไม่ยอมปล่อย

           “เป็นทองหยอดหวาน ๆ ดีหรือไม่ครับ เห็นว่าคุณชายชอบนัก” เพียงเท่านั้นทิวาก็ดึงประตูรถปิดเสียงดัง ทำเอาคนที่ยืนอยู่แทบจะหลุดขำกับท่าทีช่างประชดประชันนั่น แน่นอนว่าเขาไม่ชอบทองหยอด เพราะมันมีรสหวานจัดจนรู้สึกแสบคอ แต่หากเป็นขนมของทิวา เขาคิดว่าคงทานได้...เพราะน้องทำอะไรก็อร่อย

 

.......................... 

 

           เมื่อรถยนต์เคลื่อนตัวออกจากวัง หม่อมศิก็ก้าวขึ้นตึกโดยมีบ่าวคนสนิทตามไปไม่ห่าง ส่วนพร้อมภพยังคงยืนมองไปที่ประตูวังเหมือนทุกครั้ง แม้รถของอีกฝ่ายจะลับตาไปแล้ว เขาไม่ทันสังเกตสักนิดว่าตอนนั้นเองมีสายตาคมของพี่ชายที่จ้องมองอยู่

           ภาคภูมิเห็นน้องชายยิ้มเล็กยิ้มน้อยอย่างที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนักจึงเดินมาข้างกายอีกฝ่าย วางแขนหนาโอบรอบคอน้องชายพลางตบลงที่ไหล่อย่างไม่แรงนัก ก่อนจะเอ่ย...

           “ทิวายิ่งโตยิ่งน่าเอ็นดู จริงหรือไม่ชายพร้อม” ภาคภูมิถามน้องชาย อีกทั้งเน้นย้ำที่ท้ายประโยค จนทำเอาพร้อมภพแทบหุบยิ้มลงไม่ทัน

           “ทิวาก็เป็นเช่นนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ครับพี่ชายภาค” พร้อมภพตอบออกไปด้วยเสียงเรียบ ทั้งยังคุมสีหน้านิ่งราวกับไม่ใช่เรื่องแปลกจนนิด

           “เป็นอย่างนั้น ถึงว่า...ชายพงษ์ชอบบอกว่าเธอแกล้งทิวา จนทิวาไม่อยากคุยด้วย”

           “น้องว่าอย่างนั้นหรือครับ” พร้อมภพถามขึ้นทันควัน

           “เป็นอย่างนั้น” ภาคภูมิตอบน้องชายช่างปากแข็งของเขา ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากนั่นช่างแสนเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยต่อ “แกล้งน้องมาก ๆ ระวังน้องจะไม่อยากเข้าใกล้อีกเลยนะชายพร้อม”

           ภาคภูมิว่าพลางตบไหล่น้องชายเบา ๆ แล้วเดินกลับขึ้นตึกไป ปล่อยให้พร้อมภพมองไปยังประตูวังที่ค่อย ๆ ปิดตัวลง เขายกยิ้มขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคิดถึงท่าทางประชดประชันเมื่อครู่ ก่อนจะเอ่ยกับตัวเองเสียงค่อย

           “จะให้พี่หยุดแกล้งได้อย่างไร หากเธอยังทำตัวน่ารักเช่นนั้นอยู่ร่ำไป”

 

........................................................ 

ทิวาทำอะไรก็อร่อยยยยยย >< 


ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์มาก ๆ ค่ะ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว