email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณที่ติดตามผลงาน ฝากงานเขียนเรื่องล่าสุด "แก้วมรุลี" ด้วยนะครับ

ตอนที่ ๗ ​ ปรับตัว ​

ชื่อตอน : ตอนที่ ๗ ​ ปรับตัว ​

คำค้น : แสนสูรย์ แก้วมรุลี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 259

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2565 18:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๗ ​ ปรับตัว ​
แบบอักษร

รับตัว

 

 

“มีบุญมีวาสนาจึงได้มาพานพบ ไหว้ท่านด้วยดอกดองดึงสิเจ็ดแสง ท่านจะได้รับเอ็งเป็นลูกหลานดอนดาวดึง”  

 

ยายแม้นยื่นช่อดอกไม้สีแดงเพลิง ปลายกลีบบิดเป็นเกลียวให้กับเซเว่น ใบหน้างดงามสมวัยส่งยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดู 

“โชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้จากคนบนฟ้า ยากนักที่จะเปลี่ยนแปลง” ฝ่ามือเหี่ยวของตามาตบไหล่ของชายหนุ่มพร้อมกับส่งยิ้มให้ 

“เอ็งจงบอกกล่าวกับท่านขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกหลานท่าน ดอนดาวดึงพร้อมจะต้อนรับและให้คำตอบในสิ่งที่เอ็งอยากรู้” พ่อใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม 

 

...ผมชื่อว่าเจ็ดแสง ผมไม่รู้หรอกว่าท่านเป็นใครและโชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรกับผมอยู่ ผมอาจจะไม่ได้เชื่อเรื่องตำนานอะไรมากนัก เชื่อแต่เพียงว่าใครทำดีคนนั้นก็ย่อมได้ดี ตอนนี้ผมได้มาอาศัยอยู่บนแผ่นดินของท่าน ขอท่านจงเมตตาให้ผมได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างสงบสุข ถ้าหากมีโอกาสก็ขอให้ผมได้กลับไปยังสถานที่ที่ได้จากมาด้วยเถิด...ท่านสินธุกาฬนาคา... 

 

สายลมยามสายพัดพาเอาความฉ่ำเย็นจากท้องน้ำ และกลิ่นหอมละมุนของดอกไม้กลีบสีขาวปนเหลืองอ่อนเข้ามาแตะจมูก ทุ่งดองดึงเอนไหวไปตามแรงราวกับว่าท่านที่ทุกคนกล่าวถึงได้รับรู้ในสิ่งที่เซเว่นสื่อไป 

ดวงตากลมโตลืมขึ้นช้าๆ ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมองรูปปั้นที่อยู่เบื้องหน้า แสงอาทิตย์ที่สาดส่องมาด้านหลังทำให้ทุกอย่างงดงามราวภาพฝัน มันมีมนตร์เสน่ห์ในแบบที่เขาไม่สามารถอธิบายได้ รู้แค่เพียงว่ามันช่างน่าหลงใหลจนยากจะถอนตัว 

“นับจากนี้เอ็งได้เป็นลูกหลานดอนดาวดึงแล้ว จงเรียนรู้ขนบใช้ชีวิตตามวิถีของเรา ช่วยสร้างความเจริญและยั่งยืนให้กับที่นี่สืบไป” พ่อใหญ่กล่าวพร้อมกับยื่นฝ้ายผูกแขนให้กับสองตายายที่พร้อมจะรับเซเว่นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว 

“มาอยู่กับยาย มาเป็นหลานยายนะเจ็ดแสง” ยายแม้นถูฝ้ายบนข้อมือซ้ายด้านใน แล้วผูกมันอย่างนุ่มนวล หญิงชราไม่มีลูกหลานสืบสกุลจึงรู้สึกยินดีที่จะมีเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว 

“นับจากนี้เอ็งเป็นหลานข้าแล้วนะเจ็ดแสง ข้าจะสอนให้เอ็งรู้จักการใช้ชีวิตที่นี่ สอนให้เอ็งได้เรียนรู้ชีวิตชาวป่าชาวเขาอย่างเราชาวดอนดาวดึง” ตามาถูฝ้ายบนข้อมือขวาด้านใน แล้วผูกเบาๆ ชายชราเองก็ยินดีที่จะมีเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไม่ต่างจากผู้เป็นเมีย 

“ขอบคุณตากับยายมากนะครับที่เมตตาให้ผมได้อยู่ที่นี่ ผมรับปากว่าจะไม่สร้างปัญหาและดูแลตายายให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนความเมตตาครับ” ชายหนุ่มพนมมือไหว้แล้วก้มลงอย่างนอบน้อม ในเมื่อหลีกหนีโชคชะตาไม่พ้นเขาก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน แต่ถ้าหากมีโอกาสเขาก็จะไม่มีรอที่จะคว้ามันเอาไว้เช่นกัน โอกาสที่จะได้ออกไปจากดอนดาวดึง 

 

...เจ้าเป็นลูกหลานดอนดาวดึงเต็มตัวแล้วหนาเจ้าแสงทั้งเจ็ด... 

 

 

“ฮ้าววว...” รุ่งอรุณวันใหม่ เซเว่นตื่นแต่เช้าเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากในครัว สองวันมานี้เขานอนหลับจนเต็มอิ่ม ถ้าเทียบกับแบตก็คงจะหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม 

“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?” หลังจากล้างหน้าล้างตาชายหนุ่มก็ปรี่เข้าไปหายายแม้นที่กำลังหุงข้าว 

“อ้าว ตื่นแล้วเหรอไม่เป็นไรยายหุงข้าวเสร็จแล้วล่ะ” หญิงชราตอบกลับไป อดยิ้มกับภาพที่เห็นข้างหน้าไม่ได้ หลานหมาดๆ ของแกตอนตื่นนอนหัวฟู อยู่ในชุดผ้าฝ้ายตัวโคร่งช่างดูเหมือนเด็กตัวโตมากกว่าเป็นหนุ่ม 

“งั้นไปเก็บเบ็ดกับข้า จะได้เอาปลามาทำกับข้าวเช้านี้” ตามาสะพายเครื่องจักสานรูปทรงคล้ายตะกร้าปากแคบอย่างคอหม้อดินก้นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ได้หันมากวักมือเรียก 

“ได้เลยครับตา !” ชายหนุ่มรีบมัดสายรูดกางเกงให้แน่น แล้วก้าวเดินอย่างกระฉับกระเฉงไปหาชายชรา 

“รู้ไหมมันเรียกว่าอะไร?” ตามายื่นอุปกรณ์ใส่ปลาให้ 

“ไม่รู้ครับ” เซเว่นตอบตามตรง นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นมันด้วยซ้ำ 

“มันเรียกว่าข้องเอาไว้ใส่ปลา ตรงนี้เรียกว่าฝาทางเข้าจะกว้างแล้วก็ค่อย ๆ เล็กลงปลาจะได้ออกมาไม่ได้ ไม่เชื่อลองล้วงดูสิ”  

“อ๋อ อย่างงี้นี่เอง เอาไว้กันไม่ให้ปลาออกใช่ไหมครับ” ไม่พูดเปล่ามือใหญ่ค่อยๆ ล้วงเข้าไป ก่อนจะพยายามดึงออกมาแต่ก็ไม่สำเร็จ 

“แล้วเอาออกยังไงล่ะครับ?” เซเว่นยิ้มแหยๆ พร้อมกับขอความช่วยเหลือ 

“เอ็งต้องเปิดฝาก่อนแล้วค่อยจับปลาออกมาสิ ล้วงแบบนี้ฝาข้องข้าก็พังกันพอดี ปัดโธ่ !” ชายชราแกล้งโมโห 

“ขอโทษครับตา” ชายหนุ่มยกมือไหว้ทั้งๆ ที่มันยังติดอยู่กับฝาข้อง 

“เฮ้อ ! ให้มันได้อย่างงี้สิวะ” ตามาส่ายหัวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ  

“ตาก็อย่าไปเอ็ดเจ้าเจ็ดแสงนักเลย เกิดมาเคยเห็นข้องหรือเปล่าก็ไม่รู้”  

“นี่เป็นครั้งแรกเลยครับ” เซเว่นยิ้มเขิน ใช้มืออีกข้างค่อยๆ แงะมือตัวเองออกโดยมีตามาคอยช่วย 

“จะได้ปลาไหมหนอเช้านี้?” ชายชราบ่นพึมพำ 

“ต้องได้แน่นอน เต็มข้องเลยด้วย ไอ้เจ็ดแสงเอาหัวเป็นประกันเลยครับ”  

แล้วก็เป็นจริงดังคำเบ็ดเพียงแค่สิบคันกลับได้ปลาตัวใหญ่เต็มข้อง มันหนักเสียจนชายหนุ่มต้องอุ้มไว้แนบท้อง โดยไม่สนใจว่าเมือกจากปลาจะติดเสื้อผ้า เขาจึงคุยโวกับตามาอย่างสนุกสนาน ลืมนึกถึงคนป่วยที่เขาต้องดูแลเสียสนิท 

 

 

“ผมขอแบ่งปลาไปให้แม่เจ้าสินได้ไหมครับ?” หลังจากกินข้าวเช้า เซเว่นก็นึกถึงหญิงสาวผู้ใจดีมอบเสื้อผ้าให้เขาถึงสองชุด 

“ได้สิ แต่ยายว่าเอ็งอาบน้ำผลัดผ้าก่อนดีไหม?” ยายแม้นรับจานชามที่เช็ดเสร็จแล้วจากชายหนุ่มเก็บเข้าชั้น 

“แหะแหะ มันก็น่าจะเป็นแบบนั้นล่ะครับ” หลังจากก้มมองสภาพและดมกลิ่นตัวเอง เซเว่นก็อดขำไม่ได้ 

“ตามายายแม้น อยู่บ้านไหมจ๊ะ !?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากหน้าบ้านในขณะที่ทั้งสามกำลังหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน 

“อยู่ มีอะไรเหรอ?” ตามาตะโกนกลับไป 

“ปู่ เอ๊ย พ่อใหญ่ให้เอาของมาให้จ้ะ” ชายหนุ่มถือวิสาสะเดินขึ้นบันไดบ้านมา แสดงให้เห็นว่าเขาน่าจะสนิทกับสองตายายเป็นอย่างดี 

“เมื่อวานข้าเข้าไปหาเห็ดถอบมา พ่อใหญ่เลยให้เอามาให้ ส่วนนี่...”  

“ขอบใจมากนะพ่อแสนสูรย์” ยายแม้นยื่นมือไปรับก้อนกลมๆ สีขาวนวลที่ถูกห่อด้วยกระทงใบไม้ 

“ส่วนนี่เป็นเสื้อผ้าของข้า พ่อใหญ่บอกให้เอามาให้เอ็ง” มือใหญ่ยื่นเสื้อผ้าสีดำให้กับชายหนุ่มที่ยิ้มกว้าง เขาหุบยิ้มทันทีเมื่อเห็นหน้าแสนสูรย์ 

“ฝากขอบคุณพ่อใหญ่ด้วยนะครับ” เซเว่นยกมือไหว้ก่อนจะรับมา มันเป็นผ้าฝ้ายที่ถักทออย่างประณีตแล้วถูกย้อมสีดำทั้งเสื้อและกางเกง ดีที่ยังมีแถบอยู่บ้าง ไม่งั้นถ้าใส่ไปไหนมาไหนคงคิดว่ามีงานศพแน่ ๆ  

“เอ็งต้องขอบคุณข้าสินี่มันเสื้อของข้านะ ว่าแต่...มีใครได้กลิ่นคาวไหม คาวเหมือนปลา” ไม่พูดเปล่าแสนสูรย์ทำจมูกฟุดฟิดเพื่อดมหากลิ่นดังกล่าว จนได้รู้ว่ามันมาจากเสื้อบริเวณท้องของชายคนที่นั่งตรงหน้า 

“นี่เอ็งไปทำอะไรมาถึงได้เหม็นคาวแบบนี้?” ใบหน้าคมเข้มได้เงยขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่ก้มมองอย่างไม่สบอารมณ์ 

“สักเรื่อง” เซเว่นตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

“สักเรื่องอะไร?” แสนสูรย์ขยับหน้าเข้าไปใกล้ 

“สักเรื่องที่ไม่อยากรู้” มือใหญ่ผลักอกคนไร้มารยาทออกไปทันที 

“พอดีเลยถ้างั้นเอ็งพาไอ้เจ็ดแสงไปอาบน้ำแล้วก็ซักผ้าที่ลำธารด้วยนะแสนสูรย์ ข้ากลัวว่ามันจะหลงทาง” ตามาสังเกตเห็นถึงรังสีบางอย่างที่เขม่นกันจึงตัดบทก่อนที่สองหนุ่มจะทะเลาะกันไปมากกว่านี้  

“แต่...” เซเว่นอ้าปากจะแย้ง 

“รีบไปเถอะ ไหนจะเอาปลาไปให้แม่สมไม่ใช่เหรอ” ยายแม้นเร่ง 

“ก็ได้ครับ” สุดท้ายเขาก็ต้องยอมจำนน ไม่ใช่เพราะยอมแพ้แสนสูรย์แต่มันเป็นเพราะว่าเขาไม่อยากปฏิเสธตายายบ่อยครั้ง 

 

*****************

เมื่อรู้ว่าต้องใช้ชีวิตอยู่ที่ดอนดาวดึงแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ เซเว่นก็เลยเลือกที่จะปรับตัวโดยการฝากเนื้อฝากตัวกับ "ท่าน" แต่คนเมืองอย่างเขาจะอยู่ได้หรือไม่เพราะทุกอย่างที่นี่กับที่ที่เขาจากมาแตกต่างกันลิบลับ

วันแรกก็เจอกับภารกิจจับปลาจนเหม็นคาวแล้ว วันต่อไปจะเจออะไรบ้างน้อ ?

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว