email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 9 : วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า

ชื่อตอน : Chapter 9 : วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 160

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ธ.ค. 2564 22:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 9 : วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า
แบบอักษร

วันรุ่งขึ้นฉันเดินทางไปป่านอคซ์แต่เช้าด้วยม้าบินที่ฉันเลือกมาจากโรงฝึก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า

เมื่อมาถึงชายป่าฉันจึงเก็บม้าไว้ในแหวนเก็บสิ่งมีชีวิตที่ฉันสร้างขึ้นมาจากธาตุมิติ ที่ฉันไม่ผูกไว้แถวชายป่าเพราะกลัวจะมีคนมาขโมยมันหรือไม่ก็โดนสัตว์อื่นทำร้ายไปเสียก่อน

ฉันเริ่มเดินสำรวจพร้อมโคลด์ที่อยู่ในรูปลักษณ์ของแมว ตั้งแต่ชายป่ารอบนอก ก็พบสมุนไพรธรรมดาที่มีอยู่แล้วในมิติ จึงไม่ได้เก็บและยังพบรอยเท้าคนอีกหลายรอย

“ชายป่ารอบนอกยังไม่อันตรายเท่าไร จึงมีชาวบ้านมาหาของป่าบ้างแต่ไม่มาก”

“รู้ได้ไง ไม่ใช่ว่าอยู่แต่ในมิติเหรอ”

“พวกนกบอก”

“นก?”

โคลด์เงยหน้ามองบนท้องฟ้า ฉันจึงมองตาม พบกับนกสีขาวตัวหนึ่งบินอยู่

“ทำไมพวกนกถึงบอก”

“ข้าเป็นเจ้าป่านะ พวกสัตว์เวทย์ที่สามารถสื่อสารได้ข้าจะสามารถถามข้อมูลได้”

“อ๋อออ”

เดินมาสักพักยังฉันยังไม่เห็นสมุนไพรระดับสูงๆที่ฉันยังไม่มีเลยสักต้น

“นี่โคลด์ ไม่เห็นมีสมุนไพรระดับสูงหรือสัตว์เวทย์เลย”

“ต้องไปลึกกว่านี้ที่ป่าชั้นกลาง แต่คงไม่มีพวกสัตว์เวทย์ออกมาหรอก”

“ทำไมล่ะ?”

“เพราะกลิ่นอายของข้าสูงกว่า ทำให้พวกมันไม่กล้าออกมา”โคลด์เชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ

“ไม่ได้นะ!!”

“อะไรของเจ้า?” โคลด์ถามพร้อมทำหน้างุนงง

“เก็บกลิ่นอายของเจ้าเลยนะ ไม่งั้นฉันก็ไม่ได้ฝึกน่ะสิ”

“แต่ข้ารับปากพ่อเจ้าว่าจะดูแลเจ้าอย่างดี”

“แต่ฉันต้องการฝึก ถ้าฉันสู้ไม่ได้หรือมีอันตรายโคลด์ค่อยมาช่วยฉันก็ได้”

“เจ้านี่แปลกคนจริง เดินสบายๆไม่ชอบ” โคลด์พูดพร้อมเก็บกลิ่นอาย

 

พวกเราเดินมุ่งหน้าไปยังป่าชั้นกลางระหว่างทางก็เจอสมุนไพรระดับสูงบ้างเล็กน้อย ถ้าชนิดไหนที่ในมิติไม่มีฉันก็จะเก็บไปถ้ามีแล้วฉันก็จะไม่เก็บ เจอสัตว์เวทย์ตั้งแต่ขั้นต้นถึงขั้นกลางให้ฉันได้ฝึกต่อสู้ ซึ่งฉันชนะได้แบบสบายๆจากการผสมการต่อสู้ทั้งชาตินี้และชาติก่อนเข้าด้วยกัน

 

เดินมาถึงป่าชั้นกลางสักพักหนึ่งก็พบกับความเงียบสงบ ไม่มีเสียงสัตว์เลยแม้แต่นิดเดียว

“โคลด์ นี่มันเงียบเกินไปหรือเปล่า”

“อืมม...เงียบเกินไปจริงๆ”

ฉันมองรอบๆอย่างระแวดระวัง ก่อนจะได้ยินเสียงของโคลด์ดังขึ้น

“วีวี่ ระวัง!!!”

ฉันม้วนตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิวกับหางที่ฟาดมาอย่ารวดเร็ว ตัวตรงหน้ามีหัวและลำตัวเป็นตุ๊กแก แต่หางและเขี้ยวเป็นหางและเขี้ยวของงู ขนาดตัวของมันใหญ่เท่ารถบรรทุกในชาติก่อน แค่มองฉันก็ขนลุก

“ฉันเกลียดตุ๊กแก!!”

ฉันกรีดร้องก่อนจะใช้ลูกไฟสีฟ้าขว้างใส่ปากมันติดๆไปหลายลูก จนมันตัวระเบิดตาย ฉันเดินไปใกล้ๆมันก่อนจะทำใจแล้วเรียกขวดโหลมาเก็บพิษที่เขี้ยวของมันไว้

“เกลียดแต่ก็ยังเอามือไปอยู่ในปากของมัน”

“กรี้ดดด อย่าพูดนะ ฉันต้องทำเพื่อศึกษาพิษของมัน”

“เจ้าแค่อยากได้ของเล่นใหม่เท่านั้นแหละ”

“……”//เถียงไม่ออก

“ทีนี้ก็รู้สาเหตุที่ไม่มีสัตว์เวทย์ที่นี่แล้ว ฉันว่ามันดูเหมือนจะเฝ้าอะไรสักอย่างอยู่นะ”ฉันเปลี่ยนเรื่อง

ฉันมองไปรอบๆก่อนสังเกตุเห็นต้นไม้ชนิดหนึ่งมีดอกสีขาวบริสุทธิ์ มีรากสีดำสนิทโผล่ขึ้นมาจากดินเล็กน้อย

“นั่นมั่นต้นมอลี่!!”

ต้นมอลี่เป้นต้นไม้ที่มีพิษอยู่ที่รากสีดำของมัน หากใครโดนพิษเข้าไปจะตายภายใน 10 นาทีเพราะพิษจะไปทำลายอวัยวะภายในจนหมด ซึ่งยาถอนพิษก็คือเกสรของดอกมันอีกซึ่งจะบานในคืนจันทร์เต็มดวงเท่านั้น และดอกมอลี่มีประโยชน์ต่อสัตว์อสูรอย่างมากมันจะช่วยให้สัตว์เวทย์เลื่อนระดับทันทีที่กินดอกขณะบานท่ามกลางแสงจันทร์

“มิน่า เจ้านั่นถึงไม่ให้สัตว์ตัวอื่นเข้ามาในบริเวณนี้”

“ฉันนี่โชคดีจริงๆ”

เพราะต้นมอลี่หายากมาก ยิ่งต้นที่มีดอกยิ่งหายาก ฉันจึงรีบขุดมันเพื่อไปปลูกในมิติ

จากนั้นจึงเริ่มเดินสำรวจต่อเจอสัตว์เวทย์ขั้นสูงบ้างประปราย ได้สมุนไพรหลายอย่าง เช่นแอกลอส ไฟร์มอส เชียเกอร์ ร็อคบลัด อินทีก้อล แค็คตาเซีย ดรายสัน และอื่นๆอีกมากมาย ส่วนใหญ่จะมีสัตว์อสูรระดับสูงเฝ้าอยู่แต่ฉันก็ไม่ได้ไปแย่งมา เพียงขอแบ่งต้นอ่อนหรือแลกเปลี่ยนกับสมุนไพรที่ฉันมีอยู่ บางตัวก็ยินยอมบางตัวก็ไม่ยินยอม ต้นที่เจ้าของไม่ยินยอมฉันก็ใช้ธาตุมายาทำให้หลับแล้วนำต้นอ่อนมาโดยทิ้งต้นไม้ที่มีประโยชน์ไว้ให้ด้วย

ฉันไม่ได้ขโมยนะ เรียกว่าการบังคับแลกเปลี่ยนก็แล้วกันและฉันก็ไม่ได้เอาไปทั้งหมดด้วย

 

“ขาดแค่แมนเดรก คงจะต้องเข้าไปลึกกว่านี้แต่คงต้องรีบแล้ว”

เพราะอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว ถ้ากลับไปไม่ทันฉันคงไม่ได้ออกไปไหนอีก

 

ฉันเดินเข้ามาลึกเรื่อยๆจนเจอถ้ำๆหนึ่ง เมื่อโคลด์บอกว่าไม่มีอันตรายฉันจึงเดินเข้าไปด้านในก็พบทางถ้ำโล่งๆแต่ฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างขวางกั้นอยู่ ฉันลองปาลูกไฟเข้าไปแต่ลุกไฟกลับหายไป ฉันคิดว่าเป็นมิติมายาที่ฉันเคยอ่านในหนังสือฉันจึงลองใช้มายาพร้อมกับมิติส่งไปด้านหน้า มิติด้านหน้าจึงเปิดออกเมื่อเจอพลังเดียวกัน

เมื่อเข้าไปด้านในก็พบกับสมุนไพรหายากมากมายอายุหลายร้อยปี รวมถึงแมนเดรกที่ฉันตามหา

“ว้าวว ฉันนี่โชคดีจริง”

ฉันรีบย้ายสมุนไพรเข้าไปในมิติทั้งหมด เพราะทิ้งไว้ก็ไม่มีใครนำไปใช้ น่าเสียดาย

 

เมื่อเก็บเสร็จฉันเดินเข้าไปอีกก็พบกับหินเวทย์จำนวนมากที่มีสีต่างกันตามแต่ละธาตุ ฉันก็ไม่พลาดที่จะเก็บเข้ามิติ เดินเข้าไปอีกก็พบกับแท่นหิน ซึ่งบนนั้นมีไข่สีดำมีลวดลายสีทองวางอยู่ เปลือกไข่มีลักษณะคล้ายเกล็ดแข็งๆหุ้มไว้ ฉันลองเอื้อมมือไปสัมผัสแต่ไม่ทันระวังทำให้โดนเกล็ดแข็งนั้นบาดเข้า

“โอ้ย…”

เลือดหยดหนึ่งไหลซึมเข้าไปในไข่ใบนั้นเกิดแสงสว่างจ้ามีวงเวทย์เหมือนกับตอนที่ทำพันธะสัญญากับโคลด์เกิดขึ้น

“เกิดอะไรขึ้น!! นี่มันหมายความว่ายังไงโคลด์”

“เจ้าทำพันธะสัญญากับไข่ใบนั้นแล้ววีวี่”

“อะไรนะ แล้วนี่มันเป็นไข่ของอะไรรู้มั้ยโคลด์”

“ข้าก็ไม่รู้ แต่มันอยู่ในระดับศักดิ์สิทธิ์ไม่ผิดแน่”

“เห้ออ เอาเถอะคิดว่าได้เพื่อนเพิ่มอีกตัวแล้วกัน”

“.......”เจ้าช่วยมีเพื่อนเป็นมนุษย์บ้างก็ดี

 

หลังจากสำรวจจนทั่วก็ไม่พบอะไรอีก พวกเราจึงเตรียมตัวกลับ การเข้าป่าวันนี้นับว่าคุ้มค่าฉันได้สมุนไพรใหม่ๆเพียบ ยังมีเนื้อสัตว์เวทย์ที่เก็บมาจากการต่อสู้ยกเว้นเนื้อตุ๊กแกนั่นที่ฉันไม่มีทางเก็บมา ซึ่งฉันจะแบ่งไปให้คนครัวที่คฤหาสน์ทำอาหารและเก็บไว้เองส่วนหนึ่งเป็นเสบียงฉุกเฉินในมิติ (เนื้อสัตว์เวทย์มีพลังเวทย์สะสมอยู่มีประโยชน์ในการสะสมพลัง) ไหนจะของที่ได้จากถ้ำนั่นอีกมากมายรวมถึงเจ้าไข่ที่ฉันเอาไปไว้ในมิติด้วย

นอกจากนี้ฉันยังเจอพวกใบกะเพรา พริก หัวหอม ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด โหระพา มะนาว และที่สำคัญต้นมะพร้าว ยังมีเห็ดหลายชนิดที่ฉันเก็บมาด้วย รอก่อนเถอะอาหารไทย ฉันเคยบอกไปหรือยังว่าฉันทำอาหารอร่อยมากนะโดยเฉพาะอาหารไทย พูดแล้วน้ำลายสอ

“วีวี่ น้ำลายเจ้าจะไหลรดหัวข้าแล้วนะ”คิดอะไรอยู่นะ

“ซู้ดดด ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า”

“เหอะ…”ถ้าไม่ทักหัวข้าคงเปียกแล้ว

 

เมื่อมาถึงบ้านก็มีคนออกมารับ เป็นดีออนนั่นเอง

“พี่สาว ไปไหนทำไมไม่บอกผมสักคำล่ะฮะ”

อ่าาา เจ้าแมวน้อยงอนซะแล้ว

“พี่ขอโทษนะ ครั้งนี้ที่พี่ไปคนเดียวเพราะไม่รู้ว่าจะมีอันตรายมากขนาดไหน พี่กลัวจะปกป้องดีออนไม่ได้น่ะ”

“ผมไม่เป็นไรฮะ ผมปกป้องตัวเองได้และจะปกป้องพี่สาวด้วย”

“ขอบใจนะ ครั้งหน้าถ้าไปพี่จะบอกนะ”

“สัญญาแล้วนะฮะ”

“อืม สัญญา”

 

สัปดาห์ต่อมา

ฉันก็เข้ามาในป่านอคซ์อีกครั้งพร้อมกับดีออน ที่มาครั้งนี้เพราะฉันคิดถึงอาหารไทยมาก นับตั้งแต่กลับจากป่าคราวก่อน ฉันก็ยังไม่มีเวลาทำอาหารเลย วันนี้พอมีเวลาว่างจึงชวนดีออนออกมาหาวัตถุดิบ

“พี่สาวเรามาหาอะไรกันเหรอฮะ”ดีออนถามขณะที่ฉันเดินมุ่งหน้าไปที่ลำธาร

“กุ้งน่ะ”

“กุ้ง?? ทำไมไม่ไปซื้อที่ทะเลล่ะฮะ”

“มันไม่เหมือนกันน่ะ ที่เราจะกินเป็นกุ้งแม่น้ำเลยต้องเอาจากน้ำจืด”

“ฮะ เข้าใจแล้ว”

เมื่อถึงลำธารพวกเราก็ช่วยกันจับกุ้ง ซึ่งจับง่ายมากคงเพราะไม่เคยมีใครมาจับมัน มันจึงไม่ได้ระวังตัว เมื่อได้เยอะพอสมควรจึงเลิกจับ แล้วไปฝึกต่อสู้กับสัตว์เวทย์ต่ออีกพักหนึ่งจึงกลับคฤหาสน์

ฉันแวะไปที่ห้องของตัวเองเพื่อเอาวัตถุพวกใบกะเพราะ พริก ต่างๆออกมาจากมิติ ก่อนจะตรงมาที่ห้องครัวตามมาด้วยดีออนและแอนนี่

“คะ...คุณหนู!!”

หัวหน้าพ่อครัวเจสันและสาวใช้ในครัวตกใจมากที่เห็นคุณหนูของพวกเขาเข้ามาให้ห้องครัว ซึ่งเธอไม่เคยมาที่นี่เลยสักครั้ง แม้จะได้ยินว่าคุณหนูเปลี่ยนไปแต่ก็ไม่คิดว่าเปลี่ยนจนมาเข้าครัวเองขนาดนี้

“เจสัน วันนี้เราจะทำอาหารเย็นเอง พวกเธอไปทำของหวานเถอะ”

“แต่….คุณหนู….”

เจสันอยากจะคัดค้านเสียเหลือเกิน ถ้าท่านดยุครู้เข้าว่าเขาให้คุณหนูมาทำอาหาร เขาคงจะไม่มีชีวิตรอด

“ไม่เป็นไรเจสัน เราจะเป็นคนบอกท่านพ่อเอง ไม่ต้องเป็นห่วง”ฉันพูดเพราะรู้ว่าคนตรงหน้ากังวลเรื่องอะไร

“ทำตามที่พี่สาวว่าเถอะเจสัน ท่านพ่อไม่ว่าอะไรหรอก”ดีออนเสริม

“ครับ งั้นเดี๋ยวผมจะช่วยเป็นลูกมือให้เองครับคุณหนู”

ถ้าคุณชายเล็กว่างั้นเขาก็คงจะปลอดภัย ทุกคนรู้ดีว่าคุณชายดีออนน่ากลัวพอๆกับท่านดยุคและคุณชายอาร์มัน ยกเว้นคุณหนูที่ดูจะไม่รู้เรื่องนั้น

“งั้นมาเริ่มกันเลย…”

ฉันให้เจสันและสาวใช้เด็ดใบกะเพรา หั่นเครื่องต้มยำ ปอกและสับกระเทียมกับพริก คั่วพริก กระเทียมและหัวหอม สับเนื้อ ย่างกุ้ง ทอดไข่ดาวและไปหานมวัวมา

เมื่อเตรียมวัตถุดิบเสร็จเรียบร้อยฉันก็ทำเริ่มทำผัดกะเพราโดยใส่พริกกระเทียมลงไปในน้ำมัน ผัดให้หอมจากนั้นใส่เนื้อสัตว์ลงไปปรุงรสให้เรียบร้อย ชิม เมื่อได้ที่แล้วก็ใส่ใบกะเพราะเป็นขั้นตอนสุดท้าย ตักใส่จานได้เลย ฉันทำกะเพราะเนื้อและกะเพรากุ้งอย่างละ 2 จาน

จากนั้นก็ทำต้มยำกุ้งเริ่มจาการทำน้ำพริกเผา เป็นสูตรง่ายๆโดยนำพริก กระเทียม หัวหอม ที่คั่วแล้วมาตำรวมกันพอละเอียด จากนั้นน้ำไปผัดกับน้ำมันจนหอม เสร็จแล้วตักออกแล้วพักไว้

เริ่มทำต้มยำของจริงต้มน้ำใส่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ไม่มีมะขามเปียกฉันจึงใส่มะนาวแทน ปรุงรส ต้มจนเดือด จากนั้นเติมน้ำพริกเผาที่ทำไว้ หัวหอม กุ้งและเห็ด ต้มจนกุ้งสุก ใส่พริกสดตามด้วยนมวัวแทนนมข้นจืด ชิมรสตามชอบ ยกลงจากเตาเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ฉันทำแบบไม่เผ็ดมากเพราะกลัวคนที่นี่จะกินไม่ได้

เสร็จแล้วฉันก็มาตำน้ำจิ้มกุ้งย่างต่อ ทำแบบง่ายๆโดยเอาพริก กระเทียม หัวหอมตำจนละเอียด ใส่น้ำตาล เกลือ มะนาว ชิมรสก็เสร็จเรียบร้อย

โครก~ โครก~

เสียงท้องของเจสันและสาวใช้คนอื่นรวมถึงดีออนดังขึ้นพร้อมกัน

“หึหึ ตักขึ้นโต๊ะอย่างละ 1 จานนะเจสัน ที่เหลือพวกเธอก็แบ่งกันกินแล้วกัน”

“ขอบคุณครับคุณหนู”เจสันตอบอย่างดีใจเพราะเขาต้องการชิมอาหารที่คุณหนูทำเป็นอย่างมาก กลิ่นและสีสีนช่างยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน

เย็นวันนั้นครอบครัวอากัสไทน์ทุกคนเมื่อได้ชิมอาหารที่ฉันทำพวกเขาก็หยุดกินไม่ได้ จนเหลือแต่จานว่างเปล่า

“อร่อยมั้ยคะท่านพ่อ วิเวียนทำเองเลยนะ”

“อร่อยมากเลยวีวี่ ต้มยำนี่ถ้าได้กินในวันที่อากาศหนาวคงช่วยคลายหนาวได้เยอะ”

“อร่อยมากวิเวียน พี่ชอบผัดกะเพรามากโดยเฉพาะตอนกินคู่กับไข่ดาวเยิ้มๆ อร่อยมากเลยล่ะ”

“ผมก็ชอบฮะ กุ้งย่างก็อร่อยเนื้อกุ้งหวาน ฉ่ำ ยิ่งกินกับน้ำจิ้มยิ่งเข้ากันมากเลยฮะ”

“วิเวียนดีใจที่ทุกคนชอบนะคะ ถ้ามีเวลาวิเวียนจะทำอย่างอื่นให้ทานอีกนะคะ”

“พ่อตั้งรอรอเลยล่ะ”

“พี่ก็เช่นกัน”

“ผมด้วยฮะ”

แล้วมื้ออาหารก็จบลงด้วยรอยยิ้ม

 

ผ่านมาแล้วครึ่งปีหลังจากฉันมาอยู่ที่นี่ กิจวัตรประจำวันก็คล้ายๆเดิม คือตื่นนอน ฝึกการต่อสู้ พัก ฝึกเวทมนตร์ พัก เข้ามิติ ฝึกปรุงยา ฝึกธาตุสาปสูญ บางวันก็มีไปฝึกที่ป่านอคซ์กับดีออนและพี่อาร์มันบ้าง ระดับฉันก็เลื่อนมาที่ระดับ 5 ขั้นกลางเช่นเดียวกับพี่อาร์มัน ซึ่งที่ฉันแปลกใจคือทั้งๆที่ทุกคนในครอบครัวของฉันก็ฝึกฝนและดูดซับพลังเวทย์ไม่ขนาด แต่ทำไมถึงอยู่เท่าเดิมมาเกือบปีแล้ว

เรื่องนั้นช่างมันก่อน จนถึงตอนนี้แม้ฉันพยายามฝึกธาตุมืดเท่าไร แต่ฉันก็ไม่อาจใช้มันได้ เป็นเรื่องที่ฉันคิดหนัก แต่ตั้งแต่ที่ฉันมีพลังเวทย์อยู่ระดับ 5 ตอนฉันพยายามใช้ธาตุมืด ฉันสัมผัสได้ถึงรอยร้าวของบางอย่างซึ่งฉันก็ไม่แน่ใจว่าคืออะไร คงต้องหาคำตอบต่อไป

 

วันนี้ดีออนชวนฉันมาซื้อของทำอาหารที่จตุรัส ดีออนบอกว่าอยากกินพิซซ่าที่ฉันเคยทำให้กิน ตอนนี้พวกเราจึงมากันที่ร้านแป้งเป็นร้านสุดท้ายหลังจากซื้ออย่างอื่นครบหมดแล้ว

“ผมว่าสร้อยเส้นนี้เหมาะกับคุณนะ”

“จริงเหรอคะ แต่ฉันไม่เอาดีกว่าค่ะ เพชรใหญ่ขนาดนี้คงแพงน่าดู ลำบากคุณชายเปล่าๆ”

“ไม่เป็นไร ผมเต็มใจซื้อให้ ของสวยๆก็ต้องคู่กับคนสวยๆสิครับ”

“ชมฉันแบบนี้ฉันก็เขินแย่สิคะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับสร้อย”

ฉันกับดีออนที่บังเอิญได้ยินบทสนทนาอันหวานเลี่ยน ถึงกับต้องหันไปมองคนที่สนทนากัน แล้วฉันก็ต้องตกใจ

“นั่นมัน……....!!”

 

******************************************************************

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว