ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

-1- 1/2 พบพานเจ้าจำปา

ชื่อตอน : -1- 1/2 พบพานเจ้าจำปา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2565 12:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-1- 1/2 พบพานเจ้าจำปา
แบบอักษร

พ.ศ. ๒๑๑๒ , เรือนพระยาเกรียงไกร 

“เพลานี้พวกมันยังคงมิถอยทัพกลับหงสา ข้าหวั่นใจเหลือเกิน” 

“หวั่นใจอันใดฤๅ” พระยาเกรียงไกรเอ่ยถามขณะกำลังรับหมากพลูมาจากคุณหญิงเรไรผู้เป็นภรรยาเอกของตน 

“หวั่นใจว่ากรุงจักแตกก็ครานี้” 

ได้ยินดังนั้นพระยาเกรียงไกรก็ดึงอีกฝ่ายมากอดปลอบ เหตุจากสงครามช้างเผือกเมื่อห้าปีที่แล้ว สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ กษัตริย์แห่งอาณาจักรอยุธยาจำต้องยอมเสียช้างหลายเชือก อีกทั้งยังเสียทรัพย์สินมากมายให้แก่พระเจ้าบุเรงนองแห่งอาณาจักรหงสาวดี เหตุการณ์นั้นทำให้อยุธยาตกเป็นรองหงสาวดีแต่ยังคงสามารถปกครองตนเองได้โดยที่ยังไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของหงสาวดี ไม่นานมานี้พระเจ้าบุเรงนองเห็นว่าอยุธยากำลังแข็งข้อเป็นปฏิปักษ์ต่อฝ่ายหงสาวดี ด้วยว่าต้องการกำราบ พระเจ้าบุเรงนองจึงยกทัพมารบกับอยุธยาอีกครา 

“เจ้าก็รู้มิใช่รึว่ากำแพงบ้านเมืองเราแข็งแกร่งมากเพียงใด กำลังพลป้องกันเมืองอย่างแข็งขัน ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานพวกมันจักถอยทัพกลับไป” หากกำลังพลป้องกันกำแพงเมืองไว้ได้จนถึงยามน้ำหลาก ทัพจากหงสาวดีที่อยู่ด้านนอกก็จะต้องถอยทัพกลับไปในที่สุด 

“ก็ขอให้เป็นเช่นนั้น” 

“อย่างไรเสียก็อย่าให้เจ้าทัตออกไปเที่ยวเล่นตามใจชอบเหมือนเช่นเดิม หากไปก็ให้ไปได้แค่วัด ไปแค่ร่ำเรียนเป็นพอ” พระยาเกรียงไกรนึกเป็นห่วงบุตรชายคนเล็กที่อยู่ในวัยกำลังดื้อแพ่ง 

“ข้ากำชับแล้วเจ้าค่ะ หากมิฟังกัน ข้าก็จำต้องเฆี่ยนให้หลังลาย” 

พระยาเกรียงไกรและคุณหญิงเรไรมีบุตรธิดาด้วยกันสามคน คนโตคือแม่หญิงไพลินอายุย่างเข้ายี่สิบสองปี หญิงสาวออกเรือนไปอยู่กับสามีเมื่อสองปีที่แล้ว คนกลางคือคุณจักรในวัยสิบเจ็ดปี อีกไม่นานคุณจักรก็จะได้เข้ารับราชการตามรอยผู้เป็นบิดา และคนสุดท้ายคือคุณทัตที่อายุห่างจากพี่สาวคนโตหนึ่งรอบถ้วน เอ่ยถึงบุตรคนเล็กได้ไม่นาน พระยาเกรียงไกรก็ต้องเตรียมตัวไปว่าราชการที่เขตพระราชฐานชั้นนอก หารู้ไม่ว่ามีเด็กชายคนหนึ่งแอบวิ่งลงจากเรือนเครื่องสับหลังใหญ่ เด็กชายมุ่งหน้าไปยังเรือนของบ่าวที่อยู่ไม่ไกล เด็กชายผิวพรรณดี ไว้ผมจุก รูปร่างสมส่วนวิ่งลัดไปตามดงมะพร้าวด้วยสีหน้าที่แสนจะโล่งใจ 

“ไอ้หาญ ๆ” คุณทัตเอ่ยเรียกบ่าววัยเดียวกัน เด็กชายอีกคนที่กำลังนอนอยู่บนเรือนไม้ไผ่ขยับกายตามเสียงเรียกเพียงเล็กน้อย ไม่นานก็หลับต่อ 

“...” 

“ไอ้หาญ!” คุณทัตในชุดเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านกระชากผ้าห่มของอีกฝ่ายทิ้ง เผยให้เห็นหาญที่กำลังนอนเป็นไข้จับสั่นอยู่บนเสื่อแข็งกระด้าง 

“เอ็งไม่สบายดอกรึ” 

“ขะ...ขอรับ” เสียงแหบแห้งตอบ ใบหน้าของหาญซีดเซียวและมีเหงื่อผุดออกมาเป็นจำนวนมาก 

“แล้วแม่เอ็งไปไหน เหตุใดไม่มาดูเอ็ง” คุณทัตถามหามารดาของอีกฝ่ายที่เป็นบ่าวคนสนิทของมารดาตน 

“แม่กำลังไปหายามาให้กินขอรับ” 

“ข้าจักชวนเอ็งออกไปเที่ยวเล่นที่ตลาดเสียหน่อย แต่เอ็งคงไปกับข้าไม่ได้แล้ว” 

“ไปไม่ได้หนาขอรับ แม่นายสั่งไว้ว่าห้ามให้คุณทัตออกไปเที่ยว แค่ก ๆ” 

“ก็อย่าให้แม่ข้ารู้สิ! ข้าขอยืมเสื้อผ้าของเอ็งใส่สักประเดี๋ยว แล้วจักเอามาคืนพร้อมกับขนมอร่อย ๆ” 

“โธ่ คุณทัต” หาญพยายามห้ามนายแต่ลำพังเรี่ยวแรงจะลุกก็แทบจะไม่มี 

“พักผ่อนเถิด ไม่ต้องห่วงข้าดอก” คุณหนูผู้แสนเอาแต่ใจเอ่ยพลางคุ้ยหาเสื้อผ้าในหีบของอีกฝ่าย เมื่อได้เสื้อผ้าที่จะใช้ในการพลางตัวออกไปข้างนอกแล้ว เจ้าตัวก็จัดการถอดเสื้อผ้าเนื้อดีของตนทิ้ง คุณทัตในยามนี้สวมใส่เสื้อคอกลมสีเปลือกไม้กับโจงกระเบนตัวเก่าเยี่ยงบ่าวไพร่ธรรมดา 

“ดูแลตนเองดี ๆ หนาขอรับ” หาญเหนื่อยใจกับความดื้อรื้นของอีกฝ่ายที่ห้ามเท่าไรก็ไม่เคยฟัง 

“เอ็งก็หายเร็ว ๆ ล่ะ ไม่มีเอ็งไปด้วย ข้าก็เหงานัก ไอ้อ่ำมันก็มัวแต่ตามพี่จักร” 

เจ้าของใบหน้ารูปไข่กับทรงผมจุกที่จวนจะได้โกนในอีกไม่นานวิ่งหนีออกไปทางด้านหลังเขตที่ดินของบิดา รอยยิ้มกว้างเผยออกมาเมื่อได้ออกมาเที่ยวเล่นหลังจากที่ถูกบังคับให้ไปร่ำเรียนหนังสือที่วัดมาหลายวัน สายตาคมกริบกวาดมองสิ่งแวดล้อมโดยรอบหมายจะหาสถานที่เที่ยวเล่นในวันนี้ 

“เป็นอิสระมันช่างดีเหลือเกิน” เด็กชายเอ่ยก่อนจะสูดลมหายใจรับอากาศในยามเช้า 


ป.ล.​ เนื่องจากเป็นพีเรียดที่ย้อนมาไกลมาก คำศัพท์ คำเรียกอาจจะงง ๆ​ บ้าง​ กำลังปรับอยู่ค่ะ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว