email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณที่ติดตามผลงาน ฝากงานเขียนเรื่องล่าสุด "แก้วมรุลี" ด้วยนะครับ

.....จุดเริ่มต้นสู่ดินแดนใหม่.....

ชื่อตอน : .....จุดเริ่มต้นสู่ดินแดนใหม่.....

คำค้น : แสนสูรย์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2565 17:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
.....จุดเริ่มต้นสู่ดินแดนใหม่.....
แบบอักษร

จุดเริ่มต้นสู่ดินแดนใหม่ 

 

 

“ไอ้เซ กูว่ามึงควรเอาเป้ยังชีพไปด้วยนะ”  

 

“จะแบกกลับให้หนักทำไมวะ ตอนเย็นกูก็ต้องกลับมาที่นี่อีก” ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยร่องรอยของการพักผ่อนไม่เพียงพอตอบเพื่อนกลับไป 

“คุณพยาบาลเจ็ดแสงคะ คุณควรเอากระเป๋าใบใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์ยังชีพนี้กลับไปด้วยเพราะว่าคุณจำเป็นต้องใช้ เอ๊ย! มันรกห้องค่ะ” ไม่พูดเปล่าหญิงสาวใบหน้าสะสวยในชุดขาวพร้อมกับหมวกใบเก่งที่เต็มไปด้วยภาระอันหนักอึ้งหิ้วเป้ใบโตเดินตามชายหนุ่มมา ท่าทางของเธอบ่งบอกว่ามันหนักมาก 

“นี่แกกะไล่ที่ฉันเลยรึไงคุณพยาบาลมะลิ แล้ววันนี้แกอยู่เวรเช้าไม่ใช่เหรอ แหกขี้ตามาทำอะไรตั้งแต่ไก่โห่ ผีเข้ารึไงครับ ?” ชายหนุ่มในชุดคลุมสีเขียวอมน้ำเงินจ้องมองด้วยความสงสัย ยิ่งได้เห็นสีหน้าท่าทางที่บอกว่าเพื่อนออกแรงถือมันมากแค่ไหน เขาก็ยิ่งอยากแกล้ง 

“เกาะหนึบอย่างกับปลิงควายอย่างมึงใครเขาจะไล่ได้ล่ะ กูยังคิดเลยนะว่าจะไปเชิญหมอผีหรือนิมนต์พระมาไล่มึงออก ไอ้เหี้ย! นั่นห้องพิเศษนะ ไม่ใช่บ้าน”  

“นี่แกว่าไอ้เซมันเป็นปลิงควายเหรอ เอ๊ะ! หรือว่าผีเร่ร่อนวะ ?” มะลิยิ้ม 

“พอเลยชื่นชมกันขนาดนี้ก็เขินแย่สิ แต่ก็ดีนะถ้าเกิดเป็นปลิงกูจะเกาะมึงเพราะมึงเหมาะสมกับคำว่าควายมากที่สุดไอ้สายฟ้า !” ชายหนุ่มยิ้มแล้วยื่นมือไปรับเป้ในมือเพื่อนที่เริ่มแสดงท่าทางไม่ไหว 

“ถ้าเธอเป็นโคลนฉันจะยอมเป็นควาย จะได้จมปลักรักเธอตลอดไปไงจ๊ะ”  

“แหวะ พอเลยนะอีสายฟ้า ฉันจะอ้วก” พยาบาลสาวใช้มือเรียวดันใบหน้าเพื่อนที่พยายามขายขนมจีบเธอตั้งแต่สมัยมัธยมจนถึงทุกวันนี้ 

“แกก็ยอมๆ มันไปเหอะ นึกซะว่าสงสารลูกนกลูกกา ไม่ใช่สิ ควายตัวโต ๆ ที่ถนัดแต่ใช้แรงงานมากกว่าการจีบหญิง ได้บุญนะเว้ย!” เซเว่นเบ้ปาก 

“แหม กับพวกกูละกัดไม่ปล่อยเป็นฮายีน่าเดือนเก้า ทีตอนอยู่กับหมอฤทธิ์ล่ะสงบเสงี่ยมเป็นหมาเมายากันยุงเชียวนะ ไอ้เหี้ยเซ!” สายฟ้าช่วยขยับเป้ให้เพื่อนสะพายได้สะดวก นึกสงสัยว่ามันมาเฝ้าไข้หรือว่าย้ายบ้านกันแน่ หมอฤทธิ์ที่ว่านี้ก็คือคนป่วยที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดมาเมื่อวันก่อน เขาคือคนรักของเซเว่น 

“มึงก็ลองเช็คหนังหน้ากับกิริยาท่าทางของมึงก่อนไหมครับไอ้คุณอินชาร์ทเวรดึก แหม กัดกูซะขนาดนี้กูคงพูดเพราะๆ กับมึงหรอก” เซเว่นตอบกลับ 

“พอได้แล้ว พวกแกสองคนนี่ยังไงนะ เป็นเพื่อนกันมาสิบปียังกัดกันไม่เลิก เอออีเซ ฉันซื้อเพาเวอร์แบงค์มาให้อ่ะเห็นนอนติดปลั๊กไฟแล้วสงสาร ดีไม่ดีโดนไฟดูดตายอีก” มะลิยื่นอุปกรณ์ที่อยู่ในถุงผ้าให้เพื่อน 

“อย่างงี้สิถึงเรียกว่าเพื่อน มึงดูไว้ไอ้เหี้ยสายฟัก!”  

“กูชื่อสายฟ้าเว้ย ไอ้เจ็ดยับ!”  

“ถ้าพวกแกไม่หยุดทะเลาะกันฉันจะเอาน้ำมาสาดนะ จะหยุดปะ!”  

“หยุดก็ได้จ้า หนูมาลีมีลูกแมวเหมียวลูกแมวเหมียวลูกแมวเหมียว” เซเว่นหยิกแก้มเพื่อนเบาๆ ทำให้หญิงสาวยิ้มออกมาหลังจากแกล้งตีหน้าดุ 

 

“แกก็เป็นซะอย่างงี้ ใครจะไปแกล้งโกรธได้ล่ะ” มะลิโอบกอดเพื่อนเอาไว้ ดวงตากลมโตพยายามกลั้นหยดน้ำใสๆ ที่กำลังเอ่อท้น 

“อ้าว กอดด้วยคนดิ” สายฟ้าเข้าสวมกอดเพื่อนทั้งสองคน มือใหญ่ลูบหัวเซเว่นอย่างนุ่มนวลราวกับต้องการสื่ออะไรบางอย่าง 

“แปลกๆ นะพวกแกมีอะไรปะเนี่ย ?” แม้จะรู้สึกแปลกใจแต่เซเว่นก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่เพื่อนรักทั้งสองถ่ายทอดมา มันยังคงเป็นเช่นนี้เสมอ ตั้งแต่ทั้งสามคนได้รู้จักและเป็นเพื่อนกัน 

“ฉันรู้ว่าแกเหนื่อยเลยอยากกอดให้กำลังใจไง” มะลิเสียงสั่น แต่ฝ่ามือใหญ่ของสายฟ้าที่ลูบแผ่นหลังทำให้เธอรู้ว่าต้องเข้มแข็ง ไม่ร้องไห้ให้เพื่อนเห็น 

“กูรู้ว่าตอนนี้มึงแบกทุกอย่างเอาไว้เยอะมาก ถึงแม้ว่ากูสองคนจะพยายามช่วยแค่ไหนมึงก็ไม่ยอมพูดมันออกมา ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ก็พูดมันออกมาบ้าง เพื่อนกันมันก็ต้องช่วยเหลือกันในเวลาแบบนี้ล่ะ” สายฟ้าขยี้ผมดำหนานั้นอย่างอ่อนโยน 

“ขอบใจพวกมึงมากนะ ตอนนี้กูยังไหว เอาไว้ถึงเวลานั้นจริงๆ รับรองว่ากูบอกแน่ๆ อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนล่ะ” เซเว่นสูดลมหายใจลึกก่อนจะยิ้มอย่างเหนื่อยล้า โชคดีที่ไม่มีใครเห็น 

“พวกฉันรักแกนะเซ รักเสมอและรักตลอดไป”  

“ดูแลตัวเองดีๆ นะมึง เอ่อ กูหมายถึงดูแลตัวเองบ้าง หาเวลาพักผ่อนบ้างนะ พวกกูเป็นห่วง” สายฟ้าสะดุ้งเมื่อโดนนิ้วเรียวของมะลิหยิกที่แผ่นหลัง 

“แน่นอนอยู่แล้ว เพราะกูต้องไปงานแต่งพวกมึงไง” ชายหนุ่มยิ้มกว้างหลังออกจากอ้อมกอดของเพื่อนรัก 

“โอเค งั้นกูไปสรุปชาร์ทก่อนจะได้รีบลงเวรรีบไปนอน ไปช่วยหน่อยสิครับคุณมะลิอินชาร์ทเวรเช้า” มือใหญ่รวบมือเรียวเอาไว้ พร้อมกับโบกมือลาเพื่อน 

“เดินทางปลอดภัยนะเซเว่น” หญิงสาวโบกมือลาด้วยรอยยิ้มที่พยายามฝืนทำให้มันปกติที่สุด แต่พอหันหลังกลับไปหยดน้ำใสๆ ก็รินรดแก้มงาม 

“ตั้งใจทำงานนะคุณพยาบาล ฝากดูแลคนไข้เรืองฤทธิ์ด้วย” ชายหนุ่มโบกมือลาด้วยรอยยิ้ม อ้อมกอดอันอบอุ่นทำให้เขามีกำลังใจกลับไปเจอเรื่องราวมากมาย 

“เดินทางปลอดภัย กะอีแค่จากโรงบาลไปบ้านแค่ไม่กี่กิโลเนี่ยนะ ท่าจะตื่นเช้าซะจนเพี้ยน ยายมะลิเอ๊ย!” เซเว่นส่ายหัวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะในลำคอ เดินสะพายเป้เพื่อไปยังลานจอดรถ 

 

 

ลานจอดรถของโรงพยาบาล 

 

“นี่แกยังมีหน้ากลับมาที่นี่อีกเหรอ!?” เสียงตวาดของหญิงสาวดังขึ้น ทำให้เซเว่นที่ก้มหน้าเดินมาตลอดทางสะดุ้ง ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมองอย่างตกใจ 

“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้มาเหยียบที่นี่อีก !” ใบหน้าสวยนั้นจ้องมองอย่างเคียดแค้น ทุกอย่างกำลังจะไปได้ดีแต่ชายหนุ่มคนนี้กลับทำให้มันพังลง 

“แต่...” เซเว่นพยายามอธิบาย แต่ก็ช้าไป 

 

ผั๊ว! 

กำปั้นใหญ่ของชายตัวใหญ่พุ่งปะทะท้องของชายหนุ่มเต็มแรง เซเว่นตัวงอด้วยความเจ็บปวด ร่างที่กำลังจะร่วงลงไปกองที่พื้นถูกวงแขนของชายร่างใหญ่อีกคนคว้าเอาไว้ 

“อื้อ...” เซเว่นพยายามดิ้นรนขัดขืนเมื่อผ้าขาวที่ชุ่มด้วยสารเหลวบางอย่างอุดกั้นทางเดินหายใจเอาไว้ แม้จะกลั้นหายใจแค่ไหนด้วยร่างที่ถูกโอบรัด แขนที่ถูกรวบเอาไว้แนบตัวแล้วสุดท้ายร่างนั้นก็ค่อยๆ หมดแรงขัดขืนพร้อมกับสติสัมปชัญญะที่หมดไป 

 

*****************

เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครคาดคิดและไร้ผู้พบเห็นเหตุการณ์ที่จะสามารถอ้างอิงเป็นพยานได้ ลองเดากันนะครับว่า ใครเป็นใคร พวกเขาทำแบบนี้เพื่ออะไร แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับบุรุษพยาบาลที่ชื่อว่าเจ็ดแสงต่อจากนี้ เป็นปริศนาที่เราต้องคิดต่อ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว