email-icon facebook-icon

ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านและคอยสนับสนุนนะคะ ทุกคอมเมนท์เป็นกำลังใจก้อนโตให้ไรท์คนนี้ ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของ VERMOUTH

ชื่อตอน : จีบครั้งที่42

คำค้น : หมอโฟร์ ลัลลลิลล์

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 359

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2564 09:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จีบครั้งที่42
แบบอักษร

[นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาสาระค่อนข้างรุนแรง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน] 

 

42 

 

โฟร์เริ่มถามเจาะลึกลงมาเรื่อยๆ ถ้าฉันไม่ตอบก็ถือว่าฉันไม่ทำตามข้อตกลงของเราใช่มั้ย น่าอายใช่มั้ยถ้าฉันจะตอบว่าฉันยังไม่เคยมีแฟนเลยสักคน เพราะสมัยนี้ถ้าใครไม่เคยมีแฟนเลยเขาเรียกว่าเชย แต่ฉันก็พอใจในสิ่งที่ฉันเลือกนะ 

       ฉันอยู่คนเดียวฉันสบายใจและไม่ได้ทุกข์ใจอะไร บางทีการที่เรามีคู่อาจทำให้เราปวดหัวกว่าเดิมก็ได้ 

         “ไม่มี” โฟร์ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ ถ้าจำไม่ผิดฉันก็เคยบอกเขาไปแล้วนะว่าตัวเองยังไม่มีแฟน อีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะมีด้วย “ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อเลยนะ” 

         “ผู้หญิงน่ารักอย่างเธอจะไม่เคยมีแฟนเป็นไปไม่ได้ว่ะ” 

         “ทำไมต้องคิดว่าผู้หญิงสวยจะต้องมีแฟน ไม่จำเป็นหรอกนะ บางทีผู้หญิงที่ครองโสดอยู่อาจจะอยากให้ผู้ชายเสียดายเล่นๆ ก็ได้” และฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย 

       พวกผู้ชายมักเจ้าชู้หลายใจดีนัก การที่ฉันจะทำเหมือนไม่สนใจเพศตรงข้ามเลยก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก ฉันอยากให้พวกผู้ชายคิดว่าตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์เลือกแค่ฝ่ายเดียว ผู้หญิงเองก็มีสิทธิ์เลือกได้เหมือนกัน 

         “ผู้หญิงที่พูดเหมือนเธอตายคาอกฉันมานักต่อนักแล้ว” โฟร์แสยะยิ้มอย่างคนเหนือกว่า แต่ขอโทษฉันไม่ใช่พวกผู้หญิงเหล่านั้นแล้วกัน และฉันจะไม่มีทางยอมให้เรื่องนั้นมันเกิดขึ้นกับฉันแน่นอน คนรักกันเขาไม่จำเป็นต้องมีอะไรกันเพื่อพิสูจน์ความรักหรอกนะ แค่เชื่อใจและเข้าใจกันทำทุกวันให้มีความสุขนี่สิถึงจะเรียกว่าความรัก “และเธอจะเป็นหนึ่งในนั้น” 

         “นายคงคิดว่าผู้หญิงจะเหมือนกันหมดทุกคนสินะ” 

ฉันรู้สึกไม่ค่อยพอใจนิดหน่อยที่โฟร์เอาฉันไปเหมารวมกับผู้หญิงที่ผ่านมาของเขา เหมือนว่าถ้าเขาได้ฉันแล้วเขาก็พร้อมที่จะทิ้งฉันได้ทุกเมื่อ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ฉันขอไม่สานต่อเรื่องของเราดีกว่า ไม่อยากเสียใจในวันข้างหน้า ถ้ารู้ว่ามันจะลงเอยด้วยการทำให้ตัวเองต้องเจ็บก็อย่าเดินเข้าไปหามันแค่นั้นก็จบ 

“ในชีวิตของนายอาจจะเจอแต่ผู้หญิงพวกนี้ แต่มันไม่ได้แปลว่าผู้หญิงทุกคนจะเป็นเหมือนกันหมด ก็เหมือนผู้ชายก็ไม่ได้เลวไปหมดทุกคนเหมือนกัน” 

         “...” 

         “ถ้านายคิดว่านายดีที่สุดแล้ว อาจจะมีคนที่ดีกว่านายก็ได้หรือก็ไม่ก็มีคนที่แย่กว่านาย เห็นหรือยังล่ะว่าคนเราไม่ได้เหมือนกันทุกคน เพราะงั้นอย่าเหมารวมว่าฉันจะเหมือนผู้หญิงที่ผ่านมาของนาย” ฉันจ้องหน้าโฟร์ที่ทำหน้าเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งที่ตัวเองพูด เขาก็คงไม่รู้สึกหรอกถึงได้พูดออกมา “ฉันถามบ้างล่ะนะ” 

         “...” 

         “นายกลัวอะไรที่สุดในชีวิต?” ที่ฉันเลือกถามคำถามนี้เป็นเพราะว่าคนเราทุกคนล้วนแล้วแต่มีสิ่งที่ตัวเองกลัวกันทั้งนั้น ฉันเลือกที่จะไม่ถามในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้แต่ฉันเลือกที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่เขากำลังเป็น 

       การที่ได้เรียนรู้ชีวิตของเขามันอาจทำให้ฉันเข้าใจเขามากขึ้นก็ได้ ฉันไม่จำเป็นที่จะต้องถามเรื่องราวในอดีตของเขา เพราะฉันเชื่อว่าคนเราล้วนเคยทำผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้น ฉันเองก็เคยทำผิดเหมือนกันเพราะงั้นฉันเข้าใจดีว่าไม่มีคนที่มีอดีตที่ไม่มีคนไม่อยากให้ใครมาถามถึงอดีตหรอก 

         “กลัวการที่ต้องอยู่คนเดียว” 

       โฟร์สบตาฉันนิ่งก่อนที่เขาจะตอบคำถามของฉัน แววตาของเขาดูสั่นไหวนิดหน่อยเหมือนไม่อยากตอบมัน ฉันเข้าใจเขานะว่าทำไมถึงกลัวที่จะอยู่คนเดียว ฉันรู้ว่าเขาผ่านอะไรมาบ้างและเจ็บปวดแค่ไหนกับการที่ต้องอยู่คนเดียวมานานหลายปีกว่าจะชินชากับมัน 

       “ไม่ค่อยมีใครเชื่อฉันหรอก เพราะดูท่าทางแล้วฉันเหมือนคงที่ไม่เคยขาดคนข้างกายเลย แต่รู้ไรป่ะต่อให้คนเหล่านั้นจะอยู่รอบตัวฉันสักสิบยี่สิบคนฉันก็เหมือนว่าตัวเองอยู่คนเดียวบนโลก ไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีใครเข้าหาฉันด้วยความจริงใจสักคน มันก็เลยทำให้ฉันไม่กล้าที่จะมอบใจให้กับใคร” 

         “...” 

         “เธออาจไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันพูด เพราะมันเหมือนคำลวงเพื่อให้ผู้หญิงมาติดกับ แต่สิ่งที่ฉันได้พูดไปเธอเป็นคนแรกที่ได้รับรู้มัน” 

     โฟร์คงกลัวมากสินะที่จะต้องเผชิญหน้ากับการอยู่คนเดียว คนเราทุกคนก็กลัว ฉันเองก็กลัวแต่ฉันก็ไม่ถึงขั้นที่จะปิดกั้นตัวเองไม่ให้ใครเข้ามา แต่ที่ฉันยังอยู่คนเดียวเพราะฉันยังหาคนที่ใช่ของฉันไม่เจอเท่านั้นเอง ถ้าเปิดใจให้ใครง่ายๆ เราก็จะเสียใจง่ายๆ เหมือนกัน 

ฉันอยากให้เขาหายจากความกลัว ฉันไม่อยากให้เขาคิดว่าตัวเองอยู่ตัวคนเดียว ยังมีคนอีกมากมายที่แสดงความจริงใจต่อเขา เพียงแต่เขาไม่ยอมเปิดใจเท่านั้นเอง 

ฉันกุมมือโฟร์ไว้หลวมๆ ไม่รู้ว่าจะปลอบเขาในเวลาที่เขาเศร้าแบบนี้ยังไง เพราะฉันก็ไม่เคยปลอบใจใครมาก่อน ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกดีขึ้นหรือเปล่าที่ฉันจับมือเขาเพื่อให้เขาส่งผ่านความกลัวมาให้ฉันบ้างเขจะได้รู้สึกสบายใจว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวแต่มีฉันอยู่กับด้วย 

         “แล้วนายทำยังไงกับความกลัว?” 

         “ในเมื่อมันเลี่ยงไม่ได้ฉันก็อยู่กับมัน เหมือนให้มันมาอยู่เป็นเพื่อนฉัน” ความคิดของเขาเป็นความคิดที่ผิดมาก เพราะอย่างนี้เองเขาถึงไม่สามารถสลัดความกลัวนี้ออกไปได้ ถ้ามีคนคิดเหมือนเขาแบบนี้ทุกคนก็คงไม่มีใครกล้าที่จะเปิดใจยอมรับให้คนอื่นเข้ามาหรอก 

         “ทำไมถึงคิดว่ามันเป็นเพื่อน ทั้งๆ ที่มันเป็นสิ่งที่นายกลัวมากที่สุด?” 

       ฉันถามหยั่งเชิงเพื่อให้ตัวเองได้รู้ความคิดของโฟร์มากขึ้น โฟร์เป็นคนฉลาดเขาไม่น่าคิดอะไรตื้นๆ แบบนี้เลย ถึงว่าล่ะอาการของเขาไม่เห็นจะดีขึ้นเลยเพราะเขาคิดแบบนี้มาตลอด ต่อให้ฉันอยู่กับเขาทั้งวันทั้งคืนเขาก็ไม่มีวันหาย 

       เพราะเขาเอาความกลัวเหล่านี้มาอยู่เป็นเพื่อน 

         “ก็เพื่อให้ฉันไม่กลัวกับมันไง” 

         “แล้วทำไมไม่คิดว่ามันคือศัตรูที่เราควรจะกำจัดมันล่ะ?” โฟร์นิ่งไป เขามองหน้าฉันเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันกำลังจะสื่อกับเขา ยิ่งเห็นเขาเป็นแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสารเขามากขึ้น เริ่มเข้าใจเขามากขึ้น ฉันจะต้องรักษาเขาให้หาย “ถ้านายยอมให้มันอยู่ด้วยก็เท่ากับว่านายแพ้ให้กับความกลัว” 

         “...” 

         “แต่ถ้านายไม่อยากแพ้นายจะต้องสู้กับมันเพื่อให้มันออกไปจากตัวนาย คนเราทุกคนย่อมมีความกลัวด้วยกันทั้งนั้น ฉันเองก็มีความกลัวเหมือนกันแต่ฉันคิดเสมอว่าความกลัวคือศัตรูที่ฉันจะเอาชนะมันและไม่ยอมให้มันมาอยู่เหนือกว่า” 

         “เหมือนอย่างที่เธอบอกว่าคนเราไม่ได้เหมือนกันหมดทุกคน เธอเก่งที่สามารถพาตัวเองออกจากความกลัวเหล่านั้นได้ แต่ฉันไม่มีความสามารถมากพอที่จะพาตัวเองหลุดพ้น” โฟร์พูดเหมือนตัวเองไม่สามารถทำอย่างที่ฉันพูดได้ คนเราถ้ามีความสามารถอะไรก็ทำได้ทั้งนั้นล่ะ เพียงแต่เขายังพยายามไม่มากพอเท่านั้น “แค่ฉันอยู่กับมันได้ก็ถือว่าฉันเอาชนะมันได้แล้วล่ะ” 

         “นายคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอโฟร์?” ฉันไม่เชื่อที่เขาพูดหรอก ฉันรู้ว่าเขายังคงกลัว และกลัวมากด้วย แววตาของเขาเหมือนเจ็บปวดเวลาที่ต้องนึกถึงหรือพูดถึงมัน “ถ้าฉันจะเอาความกลัวเหล่านี้ออกไปจากตัวนายให้ได้นายจะยอมหรือเปล่า?” 

         “ถ้าคนคนนั้นคือเธอฉันยอม” 

จู่ๆ โฟร์ก็ดึงฉันเข้าไปกอดเหมือนต้องการจะถ่ายทอดความกลัวส่งผ่านมาทางอ้อมกอดนี้ และไม่รู้ว่าตัวเองเป็นบ้าอะไรถึงได้กอดตอบเขากลับไป ฉันแค่ไม่อยากให้เขารู้สึกว่าตอนนี้เขาเหมือนอยู่ตัวคนเดียว ฉันอยากอยู่เป็นเพื่อนหรือเป็นอะไรก็ได้เพื่อให้เขาอุ่นใจว่าฉันจะไม่ทิ้งเขาไปไหน 

ฉันผละออกจากโฟร์ก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้าเขาเพื่อให้เขาจับมือฉันเอาไว้ และเขาก็ยอมจับมันทั้งที่ตัวเองยังงงอยู่ ฉันอยากให้มือของฉันเป็นมือที่จะไม่ยอมปล่อยมือจากเขาก่อนแน่นอน แต่ถ้าเขาไม่ต้องการมันแล้วเขาสามารถปล่อยมือฉันได้เลยแต่ฉันจะอยู่ตรงนี้ถ้าเขาหันมาเขาก็จะเจอฉัน 

         “ตอนนี้นายไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วนะโฟร์ โฟร์ยังมีรันคนนี้นะ” พูดไปก็เขินไปด้วย ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลยนะ ไม่รู้สิ ฉันแค่รู้สึกว่าอยากทำให้โฟร์ 

       แค่โฟร์คนเดียวเท่านั้น 

ฉันส่งยิ้มให้เขาและเขาเองก็ยิ้มตอบกลับมา ที่ผ่านมาเราไม่เคยยิ้มให้กันแบบนี้มาก่อนเลย มันเลยทำให้รู้สึกว่าตอนนี้เราเข้าใจกันมากขึ้น และรอยยิ้มของเราสองคนเป็นสัญญาว่าเราจะไม่ทิ้งกันไปไหน 

          “พูดจริงเปล่า?” 

 

 

:::สปอยล์ตอนต่อไป::: 

“ความรู้สึกของผู้หญิงไม่ใช่ของเล่นอย่าเอามันมาเหยียบเล่นนะโฟร์” ฉันกลัวอยู่อย่างเดียว กลัวว่าโฟร์จะคิดกับฉันแค่เล่นๆ ได้แล้วก็ทิ้งฉันไป ฉันไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น 

โฟร์ยิ้มบางให้ฉันก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิมเหมือนจะยืนยันทางการกระทำว่าจะไม่มีวันทิ้งฉันเด็ดขาด 

“เธอต้องเข้ามาพิสูจน์เอง” 

 

 

-โปรดติดตามตอนต่อไป- 

VERMOUTH 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว