email-icon facebook-icon

ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านและคอยสนับสนุนนะคะ ทุกคอมเมนท์เป็นกำลังใจก้อนโตให้ไรท์คนนี้ ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของ VERMOUTH

ชื่อตอน : จีบครั้งที่35

คำค้น : หมอโฟร์ ลัลลลิลล์

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 573

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2564 09:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จีบครั้งที่35
แบบอักษร

[นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาสาระค่อนข้างรุนแรง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน] 

 

35 

 

สวรรค์ในความหมายของโฟร์หมายถึงอะไร ฉันมองหน้าเขาอย่างหวาดๆ ไม่รู้ว่าเขาพูดจริงหรือพูดเล่น แต่ไม่นานเขาก็หัวเราะออกมาก่อนจะเอื้อมมือมาโยกหัวฉันเหมือนที่เขาชอบทำ ทำไมชอบทำเหมือนว่าฉันเป็นเด็กอยู่เรื่อยเลย 

       “อยากรู้ก็เอาหูมาใกล้ๆ ดิเดี๋ยวบอก” 

          “...” ฉันลังเลเพราะไม่ไว้ใจกลัวว่าเขาจะทำอะไรฉันขึ้นมา สถานการณ์ตอนนี้บอกให้ฉันห้ามเข้าใกล้โฟร์เด็ดขาด 

          “อะไรของเธอทำไมต้องทำหน้ากลัวฉันขนาดนี้?” โฟร์เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของฉันขึ้นมา ฉันไม่ควรทำให้เขาระแวงหรือเคลือบแคลงใจนะ ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นน่ะดีแล้ว 

       ฉันหันไปยิ้มให้เขาเหมือนว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น ก่อนที่เขาจะหรี่ตามองฉันเหมือนไม่เชื่อว่าฉันไม่ได้เป็นอะไร จะบอกอะไรให้ว่าคนอย่างฉันน่ะปิดบังอะไรเขาไม่ได้หรอกเพราะดูเหมือนว่าเขาจะอ่านใจฉันออกตลอดเลย 

       “เธอค้นดูของในถุงกระดาษฉันเหรอ?” 

          “มะ...ไม่ใช่นะ” ฉันรีบพูดจนลิ้นแทบจะพันกัน ทำไมเขารู้ล่ะเขาเห็นเหรอว่าเมื่อกี้ฉันแอบดูอ่ะ ฉันเลิ่กลั่กเหมือนมีพิรุธ โดนจับได้แบบนี้จะให้ทำเฉยก็คงไม่ได้แล้วล่ะ 

          “ที่หว่างขาเธอน่ะ” โฟร์ชี้นิ้วมาที่หว่างขาของฉันที่จู่ๆ ก็มีซองถุงยางฯ ของเขาตกอยู่ ตาฉันเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่ามันมาอยู่ตรงนี้ 

       คอนดอมมาเต็มหน้าฉันเลย 

       แสดงว่าเขาก็ต้องรู้สิว่าฉันหยิบกระเป๋าเงินของเขาขึ้นมา โฟร์เอื้อมมือมาหยิบซองถุงยางที่หล่นอยู่หว่างขาฉัน นิ้วเรียวของเขาสัมผัสต้นขาฉันทำให้รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมา ฉันพยายามข่มความรู้สึกตัวเองเอาไว้ไม่ให้เขารู้ว่าตอนนี้ฉันกำลังคิดอะไรอยู่ 

       “ซองนี้ไม่ใช่ของฉันหรอกนะ” 

          “...” ฉันหันไปมองโฟร์อีกครั้งก็เห็นว่าเขาชูซองถุงยางฯ ขึ้นมา เพื่อที่จะบอกว่าซองนี้ไม่ใช่ของเขา ใครจะไปเชื่อก็เห็นๆ อยู่ว่ามันอยู่ในกระเป๋าของเขา แก้ตัวตอนนี้ไม่ทันแล้วมั้งคะ 

          “ของฉันขนาดใหญ่กว่านี้” พูดจบโฟร์ก็โยนซองถุงยางฯ นั่นทิ้งไปอย่างไม่สนใจไยดีมันเลย ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็นลมยังไงไม่รู้ ตัวเบาหวิวไปหมด หายใจติดขัดเหมือนมีอะไรมาทับที่หน้าอกเอาไว้ 

       ฉันพยายามที่จะไม่คิดในสิ่งที่โฟร์พูดเมื่อกี้ว่าเขาหมายถึงอะไร แต่มันก็อดคิดไม่ได้ก็เขาเล่นพูดมาแบบนี้ เขามันเป็นโรคจิตโดยแท้เลย แล้วตอนนี้ฉันก็กำลังนั่งอยู่ในรถกับโรคจิตด้วย 

       “กลัวอะไรฉันไม่ได้จับมัดยัดใส่เธอนี่” 

          “นี่!!!” ฉันเริ่มรับไม่ได้กับคำพูดของโฟร์ที่พูดออกมาได้หน้าไม่อาย 

       ฉันไม่ใช่ผู้หญิงไร้ยางอายนะที่จะไม่รู้สึกอะไรเวลาที่เขาพูดเรื่องแบบนี้ ให้เกียรติฉันสักนิดเถอะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาต้องการอยากให้เป็นหรอกนะ และฉันก็จะไม่มีวันยอมมีอะไรกับเขาง่ายๆ ด้วย ฉันไม่ยอมเอาชีวิตของตัวเองมาฝากไว้กับผู้ชายคนนี้เด็ดขาด 

          “เรื่องจริงป่ะล่ะ ของก็ของของฉัน ส่วนนั่นก็ของของเธอถ้ามันไม่โดนกันก็ไม่เห็นต้องกลัวเลย” ฉันหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะปลดเข็มขัดนิรภัยออกเพื่อที่จะกลับเอง ถึงทางนี้จะไม่ค่อยมีรถผ่านแต่มันก็คงต้องมีสักคันที่ผ่านมาทางนี้บ้างล่ะ 

       ฉันทนอยู่กับเขาไม่ได้แล้ว จากที่พยายามจะเข้าใจเขาว่าทำไมถึงกลายเป็นคนแบบนี้ ตอนนี้ฉันไม่อยากเข้าใจเขาแล้ว เขาจะเป็นอะไรก็เรื่องของเขาไม่เกี่ยวอะไรกับฉันแล้ว ฉันไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเขามากไปกว่านี้  

          “ขอให้นั่งรถไปคนเดียวให้สนุกนะ” ฉันกำลังจะเปิดประตูลงจากรถแต่โฟร์กลับล็อกรถเอาไว้ไม่ให้ฉันเปิดได้ ฉันพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ 

       คราวนี้ฉันไม่โทษเขาหรอกนะแต่ฉันโทษตัวเองที่ดันขึ้นมานั่งบนรถของเขา การที่เราหวังดีกับคนอื่นมากเกินไปบางทีมันก็ทำให้เราเดือดร้อนได้นะ ฉันไม่ควรทำอะไรที่มันทำร้ายตัวเองแบบนี้เลย 

          “โอเคไม่แกล้งแล้วก็ได้” โฟร์พูดขึ้นเพื่อตัดปัญหา ฉันหันกลับมานั่งที่เดิมโดยไม่ได้พูดอะไร เพราะฉันคิดว่าฉันจะไม่คุยกับโฟร์จนกว่าจะกลับถึงห้องอย่างปลอดภัย ตอนนี้ฉันไม่กล้าไว้ใจอะไรเขา เพราะคำพูดของเขามันทำให้ฉันกลัว “ไม่พูดไรหน่อยไง?” 

          “ไม่มีอะไรจะพูด” 

          “ขอโทษก็ได้” ฉันหันไปมองหน้าโฟร์ที่ทำหน้าเหมือนไม่ได้สำนึกผิดจริงๆ เห็นแล้วมันก็น่าโมโหยังไงไม่รู้ ทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนี้ได้นะ จะมีใครรักษาเขาหายได้หรือเปล่า หรือว่าต้องเอาเขาไปช็อตไฟฟ้าทำให้เขาจำอะไรไม่ได้งี้เหรอ เหนื่อยใจแทนพ่อแม่เขาจริงๆ เลยที่มีลูกชายโรคจิตแบบนี้ 

          “ไม่ต้องพูดก็ได้นะหากไม่ได้เต็มใจที่จะพูดมันออกมาจริงๆ” 

          “เต็มใจดิ ถ้าเธอไม่พอใจตบหน้าฉันได้นะ แต่ถ้าตบแล้วฉันจูบ” นี่เหรอเต็มใจจริงๆ ใครกล้าตบเขาก็บ้าแล้ว ฉันคิดว่าตัวเองรับมือกับผู้ชายคนนี้ไม่ได้แล้วล่ะ อย่างเขาต้องจับไปถ่วงน้ำแล้วเอาไปย่างที่เตาถ่านแล้วค่อยไปหย่อนให้ฉลามในทะเลกินมันถึงจะสาสม 

          “โรคที่นายเป็นคงไม่มีใครรักษาได้สินะ เพราะมันเกินจะเยียวยาแล้ว” ฉันไม่ได้อยากจะพูดให้มันกระทบจิตใจเขาหรอกนะ แต่มันอดไม่ได้จริงๆ ฉันเองก็หมดความอดทนแล้วด้วย ฉันทนให้เขามาดูถูกแบบนี้ได้หรอก 

          “มีอยู่คนนึงที่รักษาฉันได้” โฟร์ทำเสียงจริงจังขึ้นมาเหมือนว่าเขาจริงจังกับเรื่องที่เขาจะพูดมาก แถมสายตาที่เขามองฉันมันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่อยากจะบอกฉันแต่เขากลับไม่บอก ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาอยากจะบอกอะไรฉัน เพราะเขาดูอ้ำอึ้งตั้งแต่ที่เราขึ้นรถมาด้วยกันแล้ว 

          “โฟร์” ฉันเรียกชื่อเขา เห็นใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของเขาแบบนี้ฉันก็โกรธเขาไม่ลง บางทีเขาอาจจะไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ก็ได้ ฉันไม่ควรพูดร้ายๆ กับเขาเกินไป 

       ฉันน่าจะเข้าใจกับโรคที่เขาเป็นให้มากกว่านี้ เพราะคนที่ขาดความรักและฝังใจความความรักอย่างเขาจำเป็นต้องมีคนช่วยเยียวยา เขาจะต้องให้คนที่จริงใจกับเขาช่วยรักษาเขาให้หายขาดจากโรคที่เขาเป็น 

          “เธอรู้มั้ยว่าฉันอยากให้ใครรักษาฉันมากที่สุด” 

       โฟร์เอื้อมมือมากุมมือฉันที่วางไว้ที่หน้าตักตัวเอง ฉันเม้มปากแน่นเพราะสายตาของเขาที่มองฉันทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าคนที่เขาพูดถึงคือใคร แต่ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่เขาต้องการหรอกนะ และฉันก็ทำไม่ได้ด้วย 

       “คนคนนั้นไม่จำเป็นต้องรักฉันก็ได้ ไม่จำเป็นต้องดูแลฉันตลอดไป แต่ฉันขออย่างเดียวอย่าทิ้งฉัน อย่าปล่อยให้ฉันคิดว่าตัวเองไม่เหลือใครฉันขอแค่นี้ทำได้หรือเปล่ารัน” 

          “ฉัน...” 

          “คนที่จะรักษาฉันให้หายได้คือเธอเท่านั้น” ฉันพูดอะไรไม่ออก มันรู้สึกอึดอัดเมื่อถูกคาดหวังแบบนี้ ฉันจะทำอย่างที่เขาต้องการได้ยังไงในเมื่อฉันไม่ใช่ผู้หญิงของเขา และฉันก็ทำไม่ได้ด้วย เขาไปบอกให้คนอื่นทำยังง่ายกว่าอีก 

แต่ฉันก็นึกถึงคำสอนของแม่ว่าถ้าเจอคนที่เดือดร้อนมาขอความช่วยเหลือจากเราให้เราช่วยเหลือเขาเท่าที่จะทำได้ ฉุดเขาออกมาจากความทุกข์ที่เขาได้รับ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะทำได้ดีแค่ไหน และจะทำสำเร็จหรือเปล่า 

          “แต่ฉันไม่ได้รักนาย” ฉันพูดเสียงแผ่วเบาเหมือนไม่อยากพูดให้เขาได้ยินด้วย โฟร์บีบมือฉันเบาๆ เหมือนเขาไม่ได้กังวลกับเรื่องนี้เลย 

          “ไม่ต้องรักฉัน แต่ขอแค่เธออยู่ข้างๆ ฉันแบบนี้ก็พอ” 

          “นายไม่เจ็บเหรอโฟร์?” ฉันอดที่จะถามเขาไม่ได้ การที่คนเราอยู่ด้วยกันก็ต้องรักกันสิ เพราถ้าไม่รักกันจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง จะมีความสุขได้ยังไง เพราะสิ่งที่เขาต้องการเขาจะได้แค่ตัวฉันเท่านั้น แต่หัวใจฉันไม่ได้อยู่กับเขา 

        ผลสุดท้ายคนที่เจ็บที่สุดก็คือเขา ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันก็กลายเป็นคนที่ทำร้ายเขาทางอ้อมน่ะสิ แทนที่จะช่วยแต่กลับไปซ้ำเติมแผลเดิมให้เขาอีก 

          “คนอย่างฉันมันผ่านความเจ็บมาเยอะ เจ็บอีกนิดหน่อยจะเป็นไร” เขาหัวเราะในลำคอเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วตอนนี้ ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรของเขาอยู่ทำไมถึงอยากให้ฉันอยู่กับเขา แต่เขาคงมีเหตุผลมากพอที่เลือกฉันให้เดินเข้าไปหาเขาแบบนี้ 

       ถ้าฉันจะเสี่ยงโดยการเดินเข้ากองไฟด้วยขาของฉันเองมันจะเจ็บมากมั้ยนะ 

แต่ทั้งที่รู้ว่ายังไงมันต้องเจ็บฉันก็ยังอยากจะลองเสี่ยงดู 

          “ฉันจะเป็นคนรักษานายเอง”  

 

 

:::สปอยล์ตอนต่อไป::: 

“ฉันไม่อยากให้เพื่อนตัวเองต้องมาเจ็บเพราะความรัก ตอนนี้มีแค่ฉันที่รู้เรื่องของเธอฉันอยากจะช่วยเธอให้เต็มที่ โฟร์ไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาทั่วไปหรอกนะ เขามันเป็นผู้ชายไม่รู้จักพอ” 

“...” 

“เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอเสียตัวให้กับเขาแล้วสุดท้ายเขาก็จะทิ้งเธอ” 

 

 

-โปรดติดตามตอนต่อไป- 

VERMOUTH 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว