email-icon facebook-icon

ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านและคอยสนับสนุนนะคะ ทุกคอมเมนท์เป็นกำลังใจก้อนโตให้ไรท์คนนี้ ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของ VERMOUTH

ชื่อตอน : จีบครั้งที่7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 820

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2564 22:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จีบครั้งที่7
แบบอักษร

[นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาสาระค่อนข้างรุนแรง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน] 

 

7 

 

“ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?” 

        อ้าว! แล้วจะให้ฉันรู้สึกอะไรล่ะ ในเมื่อฉันไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากรู้สึกว่าเขาจะเริ่มเยอะกับฉันมากขึ้นแล้วนะ เขาจะไปไหนทำไมต้องมาบอกฉันด้วย หรือเขาจะทำอะไรทำไมต้องให้ความสนใจฉัน ถ้าไม่คิดเข้าข้างตัวเองฉันคงคิดว่าเขากำลังจีบฉันอยู่นะเนี่ย เหมือนแบบเรียกร้องความสนใจไรงี้ 

          “รู้สึกสิ รู้สึกง่วงอ่ะจะให้ฉันนอนได้ยัง?” ฉันผลักไหล่เขาเบาๆ เพื่อให้เขาถอยไปจากฉัน เพราะตอนนี้ตัวเขาแทบจะทับตัวฉันได้แล้วมั้งเนี่ย โฟร์ยอมถอยไปแต่ก็ยังไม่ยอมไปไหน เขาทำหน้าบึ้งตังเหมือนไม่พอใจฉันที่ให้คำตอบไม่ตรงกับที่เขาอยากได้ยิน “รบกวนปิดไฟให้ด้วยนะแล้วก็ล็อกห้องให้ด้วย บาย” 

          “ไม่หึงฉันหน่อยเหรอ?” 

        จะให้ฉันหึงอะไรเขา ในเมื่อเขากับฉันไม่ได้เป็นอะไรกันเลย เขาบ้าไปแล้วหรือเปล่าเนี่ย เราเพิ่งรู้จักกันไม่ทันข้ามคืนเลยนะจะให้ฉันรู้สึกกับเขาแบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้หรอก ฉันกอดอกจ้องหน้าโฟร์อยากจะหัวเราะใส่หน้าเขาแต่ก็กลัวว่าเขาจะโกรธ ฉันส่ายหน้าแทนการตอบทำให้โฟร์กระฟัดกระเฟียดเดินปึงปังออกไปแต่ยังไม่ทันได้เดินออกไปไหนเขาก็หันกลับมาพูดกับฉัน 

       “ใจแข็งให้ได้ตลอดไปนะรันนี่” 

          “...” 

          “เพราะถ้าเธอล้มเมื่อไหร่ฉันคร่อมเธอแน่” พูดจบเขาก็เดินจากไป ทิ้งเอาไว้เพียงประโยคที่ทำให้ฉันไม่เข้าใจ 

       นี่คือเขากำลังโกรธฉันใช่มั้ยที่ฉันไม่ได้หึงเขาอ่ะ ทำไมต้องอยากให้ฉันหึงด้วยล่ะหรือว่าเขาคิดอะไรกับฉันหรือเปล่า แต่คนอย่างเขาไม่น่าจะมาคิดอะไรกับฉันได้นะ ดูจากหน้าตาที่หล่อเหลาของเขาแล้วดูไม่น่าจะโสดด้วยซ้ำ คงมีแฟนอยู่แล้วล่ะมั้ง และฉันก็เป็นคนไม่ชอบยุ่งกับแฟนคนอื่นซะด้วย เพราะไม่อยากมีเรื่อง 

  

วันต่อมา 

          หลังจากเรียนเสร็จฉันก็มานั่งเล่นที่ใต้ตึกคณะ วันนี้ฉันมีเรียนแค่วิชาเดียวก็เลยทำให้มีเวลาพักผ่อนทั้งวัน เมื่อคืนกว่าจะหลับก็ปาเข้าไปเกือบเช้า ฉันนอนแปลกที่ไม่ค่อยได้น่ะ ย้ายห้องทีไรช่วงแรกก็จะนอนไม่หลับทุกที 

ฉันหยิบเอกสารที่อาจารย์แจกให้ขึ้นมาอ่านฆ่าเวลา ไม่รู้จะไปที่ไหนเพื่อนสักคนก็ไม่มี นี่ก็งงนะว่าอยู่มาได้ยังไงตั้งเกือบเดือนโดยที่ไม่มีเพื่อน คือเพื่อนน่ะมีแต่เป็นเพื่อนที่เรียนคลาสเดียวกัน แต่พอแยกกันก็ไม่ใช่เพื่อนแล้ว ฉันอยากมีเพื่อนให้พูดคุยได้บ้าง แต่คิดว่าคงยากเพราะฉันมันเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ยากหน่อย 

          “ลัลลลิลล์ใช่มั้ย?” ฉันหันขวับมองไปยังผู้ชายร่างสูงผิวสีเข้มนิดหน่อยเดินเข้ามาเรียกฉัน อ้อ! เขาคือเพื่อนที่เรียนด้วยกันเมื่อเช้านี่เอง ถึงว่าล่ะทำไมหน้าตาคุ้นๆ เขามักถูกอาจารย์เรียกให้ตอบคำถามอยู่บ่อยๆ 

          “ใช่จ๊ะ” 

          “ฉันเชียร์นะ” ฉันรู้จักแต่ชื่อจริงของเขาเพราะอาจารย์ชอบเรียกเขาว่าชัยชนะ เขานั่งลงข้างฉันก่อนจะวางเอกสารของเมื่อเช้าไว้บนโต๊ะ ฉันมองเขาอย่างงงๆ เหมือนเขามีเรื่องจะคุยกับฉันแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นคุยยังไง “เห็นเธอมาตั้งนานแล้วแต่ไม่กล้าทัก ทำไมไปไหนมาไหนคนเดียวล่ะ” 

          “เพื่อนไม่มีน่ะ” ฉันตอบตามความจริง พูดไปแล้วมันก็เศร้าคนที่เข้ากับคนอื่นยากอย่างฉันจะไปเข้ากับกลุ่มไหนก็ยากไปหมด ตอนที่เรียนอยู่มัธยมฉันก็อยู่คนเดียวไม่มีเพื่อนที่ไหนเลย พอมาตอนนี้ก็ไม่มีเพื่อนอีก 

          “ถึงว่าล่ะทำไมชอบไปไหนมาไหนคนเดียว” 

          “สังเกตขนาดนั้นเลยเหรอ?” 

        ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะสังเกตฉัน คนส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้รู้จักฉันจริงๆ ก็คงไม่คิดหรอกว่าฉันไม่มีเพื่อน ฉันว่าเชียร์ต้องคิดอะไรกับฉันแน่ๆ เลย ฉันไม่ได้พูดเข้าข้างตัวเองนะแต่แววตาและการกระทำของเขามันฟ้องว่าเขาคิดไม่ซื่อกับฉัน จะว่าไปเขาเองก็หล่อนะ หล่อเข้มซะด้วยเห็นแบบนี้ใครๆ ก็คงต้องคิดว่าเขามีแฟนแล้วแน่ๆ 

          “สักพักหนึ่งได้อ่ะ” เขาเองก็ตอบกลับมาอย่างไม่มีลังเลเลยแม้แต่น้อย จริงจังขนาดนั้นเลยหรือไง 

       ฉันยิ้มอ่อนให้เขาก่อนจะมองผ่านร่างเขาแล้วสายตาก็ปะทะเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่กับผู้หญิงที่บันได โฟร์นั่นเองเขาจูบหลังมือผู้หญิงคนนั้นก่อนที่เธอจะเดินขึ้นบันไดไป แฟนเขาก็เรียนคณะเดียวกับฉันเหรอ 

       “ฉันอยากเป็นเพื่อนเธอน่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าเธอจะรังเกียจหรือเปล่า” 

          “รังเกียจอะไรกันดีซะอีกฉันเองก็อยากมีเพื่อนมานานแล้ว แต่เป็นเพราะฉันเข้ากับคนอื่นได้ยากเลยได้มาอยู่คนเดียวแบบนี้” ถ้าได้เขามาเป็นเพื่อนก็ดีสิ เพราะเชียร์ดูเหมือนจะมีเพื่อนเยอะแยะเหมือนกัน ถ้ารู้จักเขามากขึ้นบางทีฉันอาจจะมีเพื่อนมากขึ้นก็ได้ วันหยุดก็ได้ไปพักผ่อนกับเพื่อนไรงี้ เป็นอะไรที่ฉันชอบมากที่สุดเลยล่ะ “เป็นเพื่อนกันแล้วนายห้ามทิ้งฉันนะ ฉันไม่อยากอยู่คนเดียวอ่ะฉันอยากมีเพื่อน” ฉันยิ้มอย่างดีใจ 

          “เฮ้ย! ทิ้งอะไรไม่ทิ้งแน่นอน แลกไลน์คุยกันเคมั้ย ฉันมีเพื่อนกลุ่มหนึ่งน่ะมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายเดี๋ยวดึงเข้ากลุ่มด้วย” ฉันรีบหยิบไอโฟนออกมาเพื่อที่จะแลกไลน์กับเชียร์ ตื่นเต้นยังไงไม่รู้ที่ตัวเองจะได้มีเพื่อนกับคนอื่นเขาสักที แลกไลน์กันเสร็จเชียร์ก็ขอตัวไปซ้อมบาส เพิ่งรู้ว่าเขาเป็นนักบาสของมหาลัยก็วันนี้นี่ล่ะ 

          ฉันกำลังจะเดินกลับหอก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆ โฟร์ก็โผล่หน้าออกมาจากต้นไม้ข้างทาง ทำเอาฉันเกือบหงายหลังล้มหัวฟาดพื้นไป เล่นอะไรของเขาเนี่ย 

โฟร์ยืนเอามือล้วงกระเป๋ามองหน้าฉันนิ่งเหมือนไร้อารมณ์หรือเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้หายใจแล้ว เออ! มากไป แค่เขาไม่ได้แสดงสีหน้าหรืออารมณ์ออกมาก็เท่านั้นเอง 

          “นั่นแฟนเหรอ?” โฟร์ถามขึ้น ฉันยืนนึกว่าเขาหมายถึงใครก่อนจะนึกออกว่าเขาคงหมายถึงเชียร์ เพราะเมื่อกี้ฉันเพิ่งแยกกับเขาไป ทำไมต้องถามแบบนี้ด้วยเมื่อคืนก็ทีหนึ่งแล้วนะ ถามแบบนี้เหมือนเราเป็นแฟนกันยังไม่รู้ แล้วไอ้อาการที่แสดงออกมาเหมือนว่าฉันเล่นชู้กับเชียร์และโฟร์จับได้ไรงี้ 

          “เพื่อนน่ะเรียนคลาสด้วยกันวันนี้” ฉันพยายามที่จะไม่คิดอะไร ที่จริงฉันไม่จำเป็นต้องบอกรายละเอียดขนาดนี้ให้เขารู้ก็ได้นะ แต่ฉันไม่อยากมีปัญหากับรูมเมทเวลาที่อยู่ห้องด้วยกัน ฉันกำลังจะเดินหนีโฟร์ก็เข้ามาขวางเอาไว้ไม่ปล่อยให้ฉันกลับ พอมองหน้าเขาคำพูดเมื่อวานที่เขาพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก็วกกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง 

          ‘ใจแข็งให้ได้ตลอดนะรันนี่...เพราะถ้าเธอล้มเมื่อไหร่ฉันคร่อมเธอแน่’ 

       ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าที่เขาพูดมันหมายความว่ายังไง แต่คงเป็นความหมายที่ไม่ดีแน่ๆ ก็เขาเล่นพูดตอนที่โกรธฉันอยู่นี่นา อีกอย่างเมื่อเช้าฉันตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นเขาอยู่ที่เตียงแล้ว แสดงว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้กลับเข้าห้องมาเลย 

       ฉันก็คิดไปว่าเขากำลังโกรธฉันอยู่และไม่อยากพูดกับฉัน ฉันเลยเลี่ยงที่จะไม่พูดกับเขาเพราะไม่อยากปะทะคารมกันตอนนี้ และดูเหมือนว่าตอนนี้เขาก็คงยังไม่หายโกรธฉัน แววตาที่เขามองฉันดูกรุ่นโกรธยังไงไม่รู้ ฉันเองก็ไม่รู้ด้วยว่าตัวเองไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจ 

          “แน่ใจเหรอว่าเป็นแค่เพื่อน?” 

       ฉันถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ เขาจะอะไรกับฉันนักหนาอ่ะ ฉันเป็นแม่เขาหรือไงถึงเจ้ากี้เจ้าการกับฉันขนาดนี้ แล้วนี่พี่อรุณไปไหนทำไมหายหัวไปเลย ฉันว่าจะฟ้องเขาสักหน่อยว่าน้องรหัสที่แสนดีของเขาทำอะไรกับฉันเอาไว้บ้าง 

       “ดูคุยกันเหมือนไม่ใช่เพื่อน แล้วนั่นอะไรแลกไลน์กันด้วย ดึงเข้ากลุ่มด้วยงี้ กลุ่มอะไร กลุ่มลับสิบแปดบวกเหรอ” 

          “นี่นาย!!!” 

ฉันที่ทนไม่ไหวเผลอขึ้นเสียงใส่เขา ทำให้คนที่เดินผ่านไปมาหันมามองเราสองคน ฉันจะทำอะไรกับใครหรือคุยอะไรกับใครมันก็เรื่องของฉันป่ะ เขามายุ่งอะไรกับเรื่องของฉันด้วย ทีเรื่องของเขาฉันยังไม่เห็นเข้าไปยุ่มย่ามด้วยเลย คนอะไรแปลกคนชะมัด 

“มันเรื่องของฉันป่ะ ฉันจะทำอะไรที่ไหนยังไงมันก็ไม่ได้ไปเดือดร้อนนายนี่ จะมาโมโหอะไรนักหนา พ่อฉันยังไม่เห็นมาอะไรกับฉันมากมายเท่านายเลย” 

          “ก็ฉันไม่ต้องการให้เธอสนใจคนอื่นอ่ะ” เขาเองก็สวนกลับมาเหมือนกัน ฉันเงียบไปเพราะงงกับที่เขาพูด ทำไมถึงไม่ต้องการให้ฉันสนใจคนอื่น ทำไมต้องทำตัวเรียกร้องความสนใจจากฉันด้วยทั้งๆ ที่ตัวเองก็มีแฟนอยู่แล้ว เขาเริ่มทำให้ฉันงงและสับสนนะ พอเห็นว่าฉันไม่พูดอะไรเขาก็เดินเข้ามาใกล้ก่อนจะก้มลงมากระซิบข้างหูฉันเพื่อที่จะให้ฉันได้ยินแค่คนเดียว “ถ้าเธอสนใจคนอื่นฉันจะจีบเธอติดได้ยังไง” 

          “...” ฉันหูฝาดไปใช่มั้ยที่ได้ยินว่าโฟร์จะจีบฉัน 

          “ฉันจะจีบเธอรันนี่” 

 

 

 

:::สปอยล์ตอนต่อไป::: 

“แล้วเธอจะไปอยู่ที่ไหน?” 

          “แถวๆ นี้ล่ะ คงไม่ไปไหนไกลหรอก” 

          “ไปนั่งเรียนกับฉันมั้ย พอดีวิชาที่ฉันเรียนเป็นแค่ภาคทฤษฏีไม่มีใครสังเกตเห็นหรอก” อะไรของเขา ไหนบอกให้ฉันทำตัวสบายๆ ไง แต่ที่เขาทำอยู่มันทำให้ฉันอึดอัดนะไม่รู้ตัวหรือไง อีกอย่างฉันก็ไม่อยากไปนั่งเรียนกับเขาเพื่อให้คนอื่นเอาไปพูดนินทาลับหลังได้ว่าฉันแย่งแฟนคนอื่น แฟนเขาก็เรียนอยู่คณะฉันด้วยฉันไม่อยากมีปัญหากับเพื่อนรุ่นเดียวกัน 

 

 

-โปรดติดตามตอนต่อไป- 

VERMOUTH 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว