email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 อารามร้าง

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 อารามร้าง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 208

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2564 20:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 อารามร้าง
แบบอักษร

ตอนที่ 6 อารามร้าง 

ตั้งแต่นับเวลาถอยหลังออกจากเรือนหลังนี้ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเรื่องที่คิดก็กำลังจะมาถึงยังเรือนหลังนี้คือท่านพ่อได้เทียบเชิญงานเลี้ยงของอัครเสนาบดีหลี่

เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินสุดที่รัก อัครเสนาบดีผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องรักฮูหยินคนนี้มาก ไม่มีอนุสักคนหาได้เหมือนท่านพ่อของฮุ่ยหนิงฮวาที่ไม่เคยพอ หากนางหายไปสักคนคงไม่มีใครสนใจหรอกนะ

ที่น่าสนใจคือท่านเสนาบดีหลี่นั้นมีบุตรชายถึงสามคนและทั้งสามยังไม่แต่งงานช่างเป็นเรื่องที่น่าสนว่าทำไมบ้านนี้ไม่มีใครแต่งงาน แต่เรื่องนี้สำหรับหนิงฮวาคนนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่มีเล็กมีน้อยและไม่นอกใจเป็นเรื่องที่น่าละอายที่สุด

“แต่สำหรับฮูหยินใหญ่เรื่องหาสามีที่ดีให้บุตรสาวเป็นเรื่องใหญ่เพราะบุตรสาวของนางคนโตอายุสิบห้าปี ส่วนคนรองสิบสามปีเป็นลูกของฮูหยินทั้งสองคนหากจะหาบุตรเขยในงานเลี้ยงเป็นเรื่องที่สมควรทำตามหน้าที่ของนาง

“มันอยู่ที่ไหน” ฮุ่ยเซียนฟางมาที่เรือนของหนิงฮวาเพื่อมาดูว่านางตายหรือยังหากยังตายก็ไม่ต้องให้ออกไปไหน

“คุณหนูใหญ่มาพบคุณหนูหกหรือเจ้าคะ” เสี่ยวจูรีบออกไปรับหน้าคุณหนูตามมารยาททั้งที่คุณหนูห้ามไว้ให้พวกนางเดินเข้ามาเองแต่เสี่ยวจูเป็นเพียงสาวใช้จะกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร

“หลบไปข้าจะเข้าไปดูนางขี้เกียจจะนอนไปถึงไหน” เมื่อฮุ่ยหนิงเซียนเข้ามาพบสภาพของหนิงฮวาที่นอนอยู่บนเตียงและมีกลิ่นเหม็นโชยมาทำให้ต้องหยุดมองโดยดี

“คุณหนูใหญ่จะเข้าไปด้านในไม่ได้นะเจ้าคะ”

“เจ้าทำไมไม่บอกข้านางเป็นอะไร”

“ไม่ทราบเจ้าค่ะคุณหนูหกไม่สบายมากยังไม่รู้ตัวเจ้าค่ะ”

“ทำไมไม่มีใครบอกข้าหากนางตอนนี้ข้าจะแต่งงานได้อย่างไร”

“ตามหมอได้หรือไม่เจ้าค่ะ”

“ตามมาทำไมนางคงใกล้จะตายแล้วสินะ”

“คุณหนูใหญ่ ฮือ ฮือ คุณหนูหกจะตายหรือเจ้าค่ะ”

“เจ้าไปตามท่านแม่มา” ฮุ่ยเซียนฟางร้อนรนเพราะกลัวจะมีคนรู้เรื่องนี้มากไปดังนั้นห้ามมีคนรู้เรื่องนี้เพิ่ม

ฮุ่ยเซียนฟางเห็นอาการของหนิงฮวาก็คิดเพียงว่า หากเกิดมันตายหรือเป็นโรคขึ้นมาพวกนางจะไม่ได้ไปงานเลี้ยงที่เรือนท่านเสนาบดีและคงพลาดการหาสามีเท่านั้นหรือที่พวกนางคิดได้

ส่วนหนิงฮวาที่นอนเพราะวางยาตนเองด้วยสารพัดยาที่ทำให้นอนหายใจแผ่วเบาดุจดังคนตาย และตุ่มหนองที่ส่งกลิ่นเหม็นช่างสมกับที่เป็นยาของท่านผู้เฒ่าหนวดขาว ออกฤทธิ์เร็วและยานี้จะทำให้หนิงฮวาต้องทรมานสามวันสามคืนเพิ่งวันแรกก็จะตายจริง ๆเสียแล้ว

“มีอะไรเรียกข้ามาเพื่อดูคนใกล้ตายอย่างนั้นหรือ”

ฮุ่ยเจียงมาที่เรือนหนิงฮวาเพื่อมาดูนางว่านางจะรอดหรือไม่รอดเท่านั้น ไม่ได้สนว่าพวกนางจะอยู่หรือตายแต่หากเรื่องที่นางเป็นโรคร้ายรู้ไปถึงไหนบุตรสาวของนางจะหาสามีได้ยาก

“ฮูหยินใหญ่ตามหมอมาดูคุณหนูหกด้วยเจ้าค่ะ” เสี่ยวจูร้องไห้และขอร้องนายหญิงของเรือนที่ไม่ได้กระตือรือร้นที่จะตามหมอมาดูคุณหนูของนางเลย

“ท่านแม่ต้องจัดการเรื่องนี้อย่าให้ใครรู้นะเจ้าคะ” ฮุ่ยเซียนฟางบอกแม่ทันทีที่มาถึง

“เรื่องนี้แม่ต้องจัดการอย่างแน่นอนไว้เป็นหน้าที่ของแม่เอง เรากลับกันก่อนจะติดโรคได้”

“ฮูหยินใหญ่เจ้าคะก่อนคุณหนูล้มป่วยคุณหนูอยากออกไปอยู่ที่อารามห่างไกลจากเมืองนี้เจ้าค่ะ”

“ได้สิ...แต่เรื่องที่พวกเจ้าเป็นคนของจวนนั้นข้าคงทำให้พวกเจ้าไม่ได้”

“คุณหนูขอกลับไปใช้สกุลของท่านแม่เจ้าค่ะ”

“ท่านแม่ให้นางไปเถอะวันนี้ยิ่งดี”

“แต่ท่านพ่อเจ้าจะว่าอย่างไร”

“ก็บอกแค่นางตายแล้วก็พอท่านพ่อต้องเข้าใจเรื่องนี้เจ้าค่ะ”

“ก็จริงของเจ้า ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ข้าจะหารถม้าให้พวกเจ้ารีบออกเดินทางและหากรอดก็ไม่ต้องกลับมา” 

หนิงฮวาที่ได้ยินเรื่องที่หน้าเรือนคุยกันนางจะดีใจหรือเสียใจดี หนิงฮวาดีใจแต่ในส่วนลึกของร่างที่นางอยู่คงเสียใจเป็นอย่างมาก น้ำตาจากไหนไม่รู้ไหลงมาอาบแก้มที่มีแต่ตุ่มหนองทั้งแสบทั้งคัน

เมื่อคนที่หน้าเรือนกลับไปหมดแล้วเสี่ยวจูก็เข้ามาดูคุณหนูของนางที่ยอมเจ็บตัวครั้งนี้ คุณหนูช่างเก่งกาจวางแผนเจ็บตัวครั้งนี้เพื่อได้ออกจากเรือนหลังนี้ แต่คนพวกนั้นจะทำตามที่บอกหรือเปล่าคงไม่หรอกพวกนางออกไปฆ่าทิ้งหรอกนะ

“คุณหนูแน่ใจหรือเจ้าคะว่ายานี้ปลอดภัย”

“ปลอดภัยแน่นอนเรารีบเก็บของกันก่อนทางกันดีกว่าก่อนที่พวกนั้นจะมาข้าไม่ไว้ใจ”

“คุณหนูเราไม่มีของให้เก็บเจ้าค่ะ”

“มีสิรูปวาดนั้นอย่างไรเล่า”

“ก็ได้เจ้าค่ะ”

ยามดึกของคืนนี้ช่างเป็นค่ำคืนที่เงียบสนิท เงียบจนหนิงฮวาเริ่มกลัวเมื่อทั้งสองสาวเตรียมพร้อม ใส่เสื้อคลุมที่ทั้งเก่าและมีรอยปะชุนจนดูไม่ออกว่าเป็นคุณหนูหกของเรือนหลังนี้ เมื่อเดินออกมาหลังยังประตูหลังเรือนมีรถม้าเก่าหลังหนึ่งมารับทั้งสองเพื่อเดินทางออกนอกเมืองในคืนนั้นทันที

“แม่นางของนี้มีคนฝากมาให้ท่าน”

“ขอบคุณท่านมาก”

เสี่ยวจูรับมาให้คุณหนูหกของนางท่านที เพื่อไม่ให้ชายผู้นั้นได้เห็นมือของคุณหนูที่มีตุ่มหนองอยู่เรื่องกลิ่นหายไปแล้ว เรื่องเพียงตุ่มตามร่างกายเท่านั้น

“ไปที่ของเรากัน”

หนิงฮวาวางแผนมานานร่างเดือนและช่วงที่พวกแม่ลูกพวกนั้นกำลังจะหาสามีนั้นเป็นโอกาศดีที่สุดจะเริ่มแผนงาน เพราะวางแผนมานาน เรื่องเรือนที่นางและเสี่ยวจูไปนั้นบอกใครไม่ได้เช่นกัน

การเดินยามค่ำคืนที่ไม่มีแสงไฟ พวกเขาใช้สายตาเหยี่ยวกันหรืออย่างไร เมื่อรถม้าที่จะใกล้จะพังหากตกหลุมสักหลุมทำเอาหนิงฮวาจะอ้วก

“พี่ชายส่งข้าแค่ที่ตีนเขาก็พอพวกข้าจะเดินไปเอง”

“ได้”

“น้ำใจเล็กน้อยไม่ต้องบอกคนที่จ้างท่านว่าข้าลงที่ใดได้หรือไม่”

“ได้”

“ขอบคุณท่านมากที่มาส่ง” หนิงฮวาดูจากท่าทางแล้วคงไม่ได้คิดมาฆ่าพวกนางสองคน ถึงจะดูรูปร่างสูงใหญ่แต่ก็มีอายุบ้างแล้ว ทั้งสองจึงลงจากรถม้าและเดินเท้าไปยังอารามที่ร้างผู้คน ไม่มีอะไรเลยนอกจากความรกร้าง

“เสี่ยวจูเจ้าแน่ใจว่านัดคนมารับที่อารามนี่นะหรือ”

“เจ้าค่ะแต่ยังไม่ถึงเวลานัดคุณหนูนั่งก่อนดีหรือไม่”

บรรยากาศอารามร้างเวลากลางคืนนะหรือ ทั้งหนาวทั้งเย็นมองไปทางไหนก็วังเวง เสียงลมยังเป็นใจพัดหวีดหวิว ดังเสียงทักทายว่า มาหาใคร หนิงฮวาเริ่มกลัวเพราะรอบ ๆมันมืดมีเพียงกองไฟที่เสี่ยวจูก่อขึ้นมา

“เสี่ยวจูหากมีตัวอะไรโผล่มาจะทำอย่างไร”

“ไม่มีเจ้าค่ะ” ต้องไม่มีข้าต้องเข้มแข็งเพื่อปกป้องคุณหนู

ก็อบ แก็บ ก็อบ แก็บ เสียงดังมาแว่ว ๆเป็นเสียงที่ทำให้สองสาวต้องตั้งใจมองและเริ่มกลัวว่าจะเป็นตัวอะไรโผล่มา ในใจก็นึกว่าไม่มี ไม่อะไร เพียงแต่เสียงนั้น เข้ามาใกล้เรื่อยและเหมือนมุ่งตรงมาหาพวกนาง

“ทำอย่างไรดี” หนิงฮวาผู้ซึ่งเคยอยู่ในเมืองที่มีแต่แสงสีเสียง ความมืดและเสียงที่ไม่คุ้นเคยทำเอาใจคอไม่ดี

เสียงอะไร…น่ากลัว…หนิงฮวาจะเจออะไรนะ 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว