ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 137 ความจริง

ชื่อตอน : ตอนที่ 137 ความจริง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2564 14:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 137 ความจริง
แบบอักษร

 

หลังจากที่เทปเปหายตัวไป.. ก็เกิดเรื่องหลายอย่างขึ้น..

วิญญาณของไททันที่ตายไปถูกดึงกลับมาและกลายเป็น 1 ใน เซเว่นสตาร์ คนที่ 6

แต่ อาสึกะ ก็สามารถเอาชนะมาได้.. และส่งมันกลับสู่ความมืดมิด..

และ เซเว่นสตาร์ คนสุดท้ายก็เผยโฉมในเวลาต่อมา..

เขาคือ อาจารย์ไดโทคุจิ ผู้คุมหอพักเรด..

แต่เดิมไดโทคุจิ เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่ท่องไปทั่วโลกเพื่อหาความรู้.. จนในที่สุดเขาก็ได้พบกับมัน.. แผ่นศิลาที่มีพลังของอสูรมายา..

แต่เพราะการเดินทางอันยาวนาน ทำให้ไดโทคุจิป่วยและใกล้ตายเต็มทน.. ดังนั้น เขาจึงต้องใช้วิชาแปรธาตุ สร้างกายหยาบขึ้นมาใหม่ก่อนจะใส่วิญญาณตัวเองลงในภาชนะใหม่นั่นและแฝงตัวอยู่บนเกาะนี้เรื่อยมา..

และผู้ที่สนับสนุนโครงการของไดโทคุจิมาตลอดก็คือ คาเงะมารุ ประธานผู้ก่อตั้ง ดูเอลอคาเดเมีย นั่นเอง..

แต่สุดท้าย จูได ก็สามารถเอาชนะ ไดโทคุจิ มาได้ ซึ่งก็เป็นไปตามที่ ไดโทคุจิ หวังเอาไว้..

.

.

.

เวลาผ่านไป 3 วัน ข่าวการต่อสู้ของพวกจูไดกับ 7 สตาร์ เป็นที่รู้ไปทั่วกัน แม้จะมีม่านพลังปิดกั้นไม่ให้นักเรียนคนอื่นได้รับผลกระทบ แต่เด็กโรงเรียนนี้ก็ไม่ได้ชอบอยู่นิ่งๆในเขตม่านพลังหรอกจริงมั้ย?

เพราะงั้นพวกจูไดจึงค่อนข้างมีชื่อเสียงมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม..

แต่ที่สำคัญเลยในตอนนี้..

"ยังไม่มีข่าวคราวของเทปเปคุงเลยงั้นหรอ" อาจารย์ใหญ่

"ไม่เลยครับ.. ไม่ว่าจะในห้องหรือที่ไหนก็ไม่เห็นเขาเลย" มิซาวะ

"ฉันเองก็ไม่ได้รับการติดต่อเหมือนกันค่ะ" อาสึกะ

"อืม.."

อาจารย์ใหญ่เองก็รู้สึกสังหรใจไม่ค่อยดี แม้ 7 สตาร์ จะถูกจัดการไปแล้วก็ตาม แต่บางอย่าง.. มีบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาจากเงามืด..

.

.

.

หลังจากเรื่องนั้น มันโจเมะ ดูเหมือนจะรับรู้ความรู้สึกในใจของตัวเอง.. และเพื่อจะก้าวเดินต่อไป เขาจึงมีแต่ต้องสารภาพรักกับอาสึกะเท่านั้น.. ซึ่งในเรื่องนี้ก็ได้รับคำแนะนำจากฟุบุกินั่นเอง..

ฟุบุกินั้นมองออกว่าความรู้สึกของน้องสาวนั้นถูกโยงไปที่ใคร แต่เขาจะเข้าข้างคนที่มีความรักเสมอ.. เพราะงั้นเขาจึงตัดสินใจช่วยธันเดอร์..

นั่นทำให้มันโจเมะ ขโมยกุญแจ 7 ดารา ออกมา.. และรอท้าดวลกับอาสึกะที่ชายหาด..

และยิ่งเมื่อได้รู้เหตุผลของมันโจเมะ อาสึกะก็เหมือนจะมีน้ำโหขึ้นมา..

สุดท้ายทั้งคู่ก็ได้ดวลกัน และอาสึกะก็เป็นฝ่ายชนะ..

แต่ว่า ความสงบก่อนพายุใหญ่ได้หมดไปแล้ว เมื่อจู่ๆ กุญแจทั้ง 7 ดอกนั้นได้ส่องแสง พร้อมกับทั้งเกาะที่เริ่มสั่นไหว..

แท่งเสาทั้ง 7 ขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินหลังโรงเรียนและดึงดูดกุญแจทั้ง 7 ดอกเข้าไป ก่อนที่ผนึกของการ์ด 3 อสูรจะถูกคลายออก เผยให้เห็นการ์ด 3 ใบ นั่น..

และการปรากฏตัวของคาเงะมารุในสภาพวัยชราภายในโหลปลาทองก็ทำให้ทุกคนเริ่มได้เข้าใจอะไรมากขึ้น..

 

"ประธานคาเงะมารุ.."อาจารย์ใหญ่

"หึๆๆ ไม่ได้เจอกันนาน แต่เอาเถอะ.. พิธีกรรมกำลังจะเริ่มแล้ว.."คาเงะมารุ

"พิธีกรรมหรอ.."จูได

"ก็พิธีกรรมคืนชีพให้การ์ดอสูรมายายังไงล่ะ"คาเงะมารุ

"จะว่าไป ทำไมผนึกถึงถูกปลดออกได้กัน.."มันโจเมะ

"หึๆ ก็มันถูกสร้างมาให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้วนี่.."คาเงะมารุ

มันโจเมะค่อนข้างโล่งใจที่มันไม่ใช่ความผิดของเขา..

"แต่เดิม ฉันค้นพบการ์ดอสูรมายามาตั้งนานแล้ว.. เพียงแต่ ไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์หากไม่อยู่ในเขตแดนนี้.."

เสาหินทั้ง 7 ที่รายล้อมเป็นวงกลมนี่ ทำหน้าที่สร้างเขตแดน..

"เงื่อนไขในการคืนชีพการ์ดอสูรมายา ต้องใช้พลังวิญญาณมากมาย.. เพราะงั้นการดูเอลที่มีจิตวิญญาณปะทะกันย่อมเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้ได้รับพลังวิญญาณมหาศาล.. นั่นคือเหตุผลที่ฉันสร้างโรงเรียนนี้ขึ้นมา ก็เพื่อเลี้ยงดูเหล่าดูเอลิสที่สามารถดูเอลอย่างร้อนแรงและมอบพลังวิญญาณมหาศาลให้ได้ยังไงล่ะ.. และเหตุผลที่พวกเธอต้องต่อสู้กับ 7 สตาร์ ก็เพื่อให้พลังวิญญาณได้ถูกเติมเต็ม.."

คำพูดของคาเงะมารุทำให้ทุกคนรู้สึกหงุดหงิด.. ไม่มีใครสบอารมณ์เมื่อรู้ว่าตัวเองเหมือนถูกหลอกใช้..

"ไดโทคุจิ ประเมินเธอไว้สูง ยูกิ จูได พลังวิญญาณของเธอเป็นสิ่งที่ดูเอลิสหลายคนไม่สามารถมีได้.. เธอคือตัวเลือกที่ดีที่สุดในพิธีกรรมนี้ จนกระทั่งเจ้าเด็กองเมียวจินั่นปรากฏตัว.."คาเงะมารุ

"เทปเปหรอ.."จูได

"หึๆๆ พลังวิญญาณของเจ้าเด็กนั่นมันมหาศาลจนแม้แต่ฉันเองก็ต้องระวัง.. และเพราะจะให้แผนการผิดพลาดไม่ได้ ฉันก็เลยต้องหาทางแยกมันออกไป.."คาเงะมารุ

"นี่แก.. ที่เทปเปหายตัวไปหรือว่า"จูได

"แกทำอะไรกับเขา!!"อาสึกะ

"หึๆๆ นั่นสินะ บางทีฉันเองคงไม่ต้องตอบเองแล้วล่ะนะ.."คาเงะมารุ

ตอนนั้นเองที่มีร่างในชุดสีดำแดงเดินเข้ามา โดยที่ข้างกายมีเด็กสาวผมสีน้ำตาลอ่อนคอยพยุง..

"เทปเป!"

พวกจูไดเข้าไปหาเขา..

"ไงพวกนาย.. ยังอยู่กันครบสินะ"เทปเป

"เจ้าบ้า.. มีแต่แกคนเดียวนั่นแหละที่หายหัวไปน่ะ"มันโจเมะ

"งั้นหรอ.. ดูเหมือนฉันจะพลาดอะไรไปหลายๆอย่างเลยสินะ.. แต่.. ก็เหมือนยะไม่พลาด Climax"

เทปเปเผยแววตาคมเมื่อจ้องมองไปยังเจ้าตู้ปลาทอง..

"นี่นาย.. หายไปไหนมาน่ะ!" อาสึกะ

"พอดีต้องทำหน้าที่น่ะก็เลยละมือออกมาลำบาก.."

"หึๆๆ ถึงจะเป็นแค่ของเลียนแบบ แต่ก็รับมือลำบากเมื่อมีจำนวนมากใช่มั้ยล่ะ.."คาเงะมารุ

"เงียบปากไปเลย.. ฉันไม่สนตาแก่ที่ทำได้แค่หายใจในตู้ปลาหรอกนะ"

"ไอ้เด็กสาวหาว.."

บรรยากาศดูกดดันมากขึ้นเมื่อทั้งคู่จ้องมองกันด้วยจิตต่อสู้..

"ก็ดี.. ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าแกจะทนได้สักกี่น้ำ.."คาเงะมารุ

"น่าขำ ที่ฉันต้องมาได้ยินคำพูดนั้นจากปากของตาแก่ใกล้ตาย.."

เทปเปขยับออกมาจากฮิบิกิ..

"ขอบใจนะฮิบิกิ.."

"ค่ะ แต่ว่า.."

"ฉันไม่เป็นไรหรอก.."

เทปเปตบหัวเธอเบาๆก่อนจะเดินออกไปเผชิญหน้ากับคาเงะมารุ..

"พวกนายคงอยากรู้หลายเรื่อง.. และฉันเองก็ขี้เกียจจะปิดบังแล้วเหมือนกัน.. เพราะงั้นหลังจากนี้ถ้าได้ยินอะไร มันก็คือความจริงล่ะนะ.."

เทปเปว่าพลางนำดูเอลดิสก์มาสวมและใส่เด็คเข้าไป..

"จริงๆ เรื่องมันก็เริ่มตั้งแต่ที่ฉันถูกอาจารย์ใหญ่เรียกไปเป็น ผู้ถือครองกุญแจ 7 ดารา นั่นแหละ.."

"ตอนนั้นฉันได้เห็นกุญแจนั่น และได้ใช้เวลาตรวจสอบก่อนจะให้คำตอบ.. นั่น​ทำให้ฉันมีเวลามากพอจะหาข้อมูล.. ทำให้ฉันรู้ว่า กุญแจนั่น เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ก่อตั้งโรงเรียน คาเงะมารุ และอาจจะเพราะความบังเอิญ.. ฉันเลยได้รู้ว่าอาจารย์ไดโทคุจิ เป็นโฮมุนครุส.. นั่นทำให้ฉันสืบจนรู้ว่าพวกเขาเกี่ยวข้องกัน.."

"ศิลาผนึกอสูร คือสิ่งที่อาจารย์ไดโทคุจิค้นพบเมื่อหลายปีก่อน แน่นอนมันเป็นผนึกของ 3 อสูรมายา มันมีความรู้และศาสตร์วิชามากมายในแขนงที่เขาสนใจ.. แต่เพราะการเดินทางที่ยาวนาน สภาพร่างกายของอาจารย์ไดโทคุจิ จึงเสื่อถอยและเขากำลังจะตาย.. ตอนนั้นเองที่เขาตัดสินใจใช้วิชาแปรธาตุสร้างกายหยาบขึ้นมาใหม่และย้ายวิญญาณตัวเองลงไปในร่างใหม่.."

"แน่นอน ผู้สนับสนุนโครงการของเขา ก็คือคาเงะมารุ.. ตัวอาจารย์ไดโทคุจินั้น เมื่อรู้ความจริงว่าคาเงะมารุต้องการอะไร เขาจึงได้เริ่มหาวิธีหยุดยั้ง.. แต่การจะหยุดผู้มีพลังวิญญาณสูง ก็จำเป็นต้องใช้คนมีพลังวิญญาณสูง.. นั่นทำให้เขาค้นคว้าเรื่องวิญญาณและเกมแห่งความมืด.. และเริ่มทำการทดลอง โดยใช้นักเรียนหอบลู.."

!!!!

"หรือว่านั่น"ฟุบุกิ

"ใช่แล้ว.. เหตุที่หอพักชายโอเบลิคเก่า.. การหายตัวไปของนักเรียนหอบลูครั้งนั้น ซึ่งก็รวมถึงคุณฟุบุกิ.. ทั้งหมด.. คือแผนการสำหรับสร้างดูเอลิสที่มีพลังวิญญาณแข็งแกร่ง.. แต่มันก็ล้มเหลว.. ทุกคนหายสาปสูญ และหอพักก็ถูกปิดตัวลง.. อาจารย์ไดโทคุจิจึงต้องหยุดแผนการของเขาจนกระทั่ง.. ในปีต่อมา.."

เทปเปเหลือบไปมองที่จูได..

"การปรากฏตัวของเด็กชายผู้มีวิญญาณสถิตย์.. และมีจิตใจมุ่งมั่น เร่าร้อน อีกทั้ง ยังใช้เด็คฟิวชั่น ที่เหมือนกับการแปรธาตุ.. ยูกิ จูได.."

"ฉัน.."

จูไดเองแม้จะรู้เรื่องบ้าง แต่เขาไม่คาดคิดว่ามันจะเป็นแบบนี้..

"ไม่แปลกใจบ้างหรอ.. กี่ครั้งกันที่นายได้ดูเอลแห่งความมืด.. ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ 7 สตาร์.. วิญญาณ ไซโคช็อกเกอร์.. ดูเอลกับไททันใต้หอพักเก่า.. และโบราณสถานที่มีวิญญาณ.."

"นี่นาย.. รู้ได้ยังไงกัน.."จูได

"เพราะฉันเองก็จับตาดูนายเหมือนกัน.. มันมีไม่บ่อยหรอกนะ ที่จะมีมนุษย์​ที่มีพลังวิญญาณสูงแบบนี้เกิดมาโดยไม่มีชะตากรรมอะไรเลย.."

"เมื่อได้เจอกับนาย อาจารย์ไดโทคุจิ จึงได้เริ่มแผนการอีกครั้ง เขาฟูมฟักและเลี้ยงดูนาย และให้ท้าทายกับเกมแห่งความมืดเพื่อเพิ่มพลังวิญญาณ.. และก็ได้ผลดีซะด้วย.. เพราะนายเติบโตขึ้นทุกครั้ง.. ไม่สงสัยเลยหรอ? ก่อนมาที่เกาะแห่งนี้ นายได้ยินเสียงของวิญญาณบ่อยขนาดนี้รึเปล่า? แล้วตอนนี้ล่ะ? อย่าว่าแค่ได้ยินเลย นายสามารถมองเห็น สัมผัส หรือแม้แต่พูดคุย ก็ทำได้.. ทุกอย่าง.. มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกนะ.."

เทปเปถอนหายใจเบาๆ..

"หึๆๆๆ นึกว่าเป็นแค่เด็ก.. ดูถูกไม่ด้จริงๆสินะ สมกับที่บอกว่าเป็นสายเลือดขององเมียวจิผู้ยิ่งใหญ่.."คาเงะมารุ

"สายเลือดองเมียวจิผู้ยิ่งใหญ่?"มิซาวะ

"พวกแกก็น่าจะเคยได้ยินกันนี่.. ผู้ปราบปีศาจตั้งแต่สมัยก่อนที่โด่งดัง.. อาเบะโนะ เซเมย์ เจ้าเด็กนี่คือลูกหลานยังไงล่ะ"คาเงะมารุ

"เลิกพูดเหมือนรู้จักฉันดีเถอะน่า.."เทปเป

"หึๆๆ เรื่องของแกฉันไปสืบดูมาหมดแล้ว ด้วยอายุแค่นี้ แกถือเป็นคนที่เก่งมากทีเดียว.. แต่ก็พลาดที่ดันมายุ่งกับเรื่องนี้.."คาเงะมารุ

"แกเองก็พูดมากน่าดูเลยนี่.. คงอยากออกมาจากโหลดองปลานั่นเต็มแก่แล้วสิ "

"หึๆๆ นั่นสินะ.. ถึงแต่เดิมฉันจะอยากกินวิญญาณของ ยูกิ จูได แต่ถ้าได้พลังวิญญาณของแก คงไม่มีใครในโลกหยุดฉันได้อีกต่อไป!!"คาเงะมารุ

"หมายความว่าไงล่ะนั่น"โช

"ก็หมายความว่า แต่เดิมไดโทคุจิคิดจะใช้ จูได เป็นหมากเพื่อหยุดฉัน.. แต่พอพบเจ้าเด็กนี่ ตัวเลือกก็เลยเยอะขึ้น.. หึๆๆ เอาเถอะยังไงสุดท้ายฉันก็จะเอาวิญญาณของพวกแกทั้งคู่มาอยู่ดีนั่นแหละ! "คาเงะมารุ

"เจ้านั่น.. มันบ้าไปแล้วแน่ๆ"มันโจเมะ

"ก็อย่างงั้นแหละ.. เพราะงั้นถ้าฉันแพ้ ก็คงต้องฝากนาย.. ถึงฉันจะไม่แพ้ก็เถอะ"

เทปเปมองไปยังจูไดและยิ้มบางๆ..

"อย่าแพ้มันล่ะ" จูได

"แหงอยู่แล้ว.. นายรับบทหนักมาตลอดศึกนี้.. คราวนี้ยืนดูให้สบายเถอะ.."เทปเป

"ฮิๆ ได้เลย!"จูได

จากนั้น เทปเปก็โยนยันต์แผ่นนึงไปแปะไว้ที่พื้นใต้เท้าของกลุ่มจูได..

วิ้ง..

แสงสีแดงส่องสว่างออกมาปรากฏเป็นวงเวทขนาดใหญ่ล้อมรอบทุกคน สร้างโดมแสงล้อมพวกเขาไว้..

"นี่มัน.."ไคเซอร์

"ม่านพลังค่ะ.. ถ้าอยู่ในนี้ จะไม่ได้รับผลกระทบจากภายนอก.."ฮิบิกิ

"ว่าแต่.. เธอเป็นใครกันล่ะฮ๊า.. เดี๊ยนไม่เคยเห็นนักเรียนหน้าตาแบบนี้มาก่อนเลยด้วย" โครนอส

"ฉัน.."

 

 

 

"โทษทีนะ.. พอดีเรื่องมันยาว ก็เลยต้องเล่านานหน่อย" เทปเป

"หึๆๆ ก็แค่ให้พวกนั้นได้รับรู้ความจริงก่อนตาย คนอย่างฉันมีเมตตาให้ได้อยู่แล้ว"คาเงะมารุ

ทั้งคู่ไม่จำเป็นต้องพูดคุยกันอีก.. แค่แววตาที่จ้องจะฆ่ากันก็ทำให้บรรยากาศกดดันสุดๆ!!

 

 

ดูเอล!!!

 

 

LP 4000

LP 4000

 

 

 

คาเงะมารุ กับ ตู้ปลาทองของเขา

 

_______________

นี่คือ จากที่ผมสรุปได้นะ ใครดูเรื่องนี้แล้วสรุปเนื้อเรื่องได้แบบไหนก็.. ลองๆทำความเข้าใจดูแล้วกัน.. เพราะไดโทคุจิ ก็พูดเองว่า เขาต้องเลี้ยงดูคนที่จะมาจัดการกับคาเงะมารุได้..

 

แต่เดิมคาเงะมารุอาจจะไม่ได้ชั่วร้ายแบบนี้ แต่การพบการ์ด อสูรมายา ทำให้เขาลุ่มหลงและเดินทางผิด ไดโทคุจิ จึงอยากจะหยุดเขา แต่เพราะบุญคุณที่มีต่อกัน ไดโทคุจิ ก็ไม่อาจปฏิเสธเขาได้ด้วย เขาจึงได้แต่เลือกวิธีในการทำให้จูไดเติบโตและเอาชนะเขาให้ได้เท่านั้น..

 

 

_____________________

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว