email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 17 สองสาวงาม

ชื่อตอน : บทที่ 17 สองสาวงาม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 647

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ส.ค. 2564 22:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17 สองสาวงาม
แบบอักษร

บทที่ 17

สองสาวงาม

ใบหน้าที่แข็งค้างปนมึนงงของอันลี่ สร้างรอยยิ้มให้หรงเล่อเช่นเดิม นางชอบเห็นใบหน้าแบบนี้ ใบหน้าที่คิดไม่ถึง ตามไม่ทัน แสดงออกถึงความโง่งมที่มากมาย อวดฉลาดมามากแล้วเจ้าสมควรที่จะเป็นคนโง่อย่างเนื้อแท้ของเจ้า

สตรีไร้สมองที่พยายามมีสมอง ควรจะถูกตอบกลับอย่างไรดีให้เจ้ารู้สึกเจ็บที่สุด อายที่สุด นั้นมันคือเรื่องท้าทายที่หรงเล่อต้องทำ

“นึกว่าเจ้าจะไม่มาแล้วเจียงอิ้ง”

หรงเล่อยิ้มรับสหายที่เพิ่งจะคบหา ถึงจริง ๆ แล้วยังไม่ได้สนิทสนม แต่สิ่งที่ปรากฏออกมา การยิ้มแย้มพูดคุยของนางทั้งสองมันเป็นธรรมชาติไร้การปรุงแต่ง สมกับการเป็นสหายกันอย่างแท้จริง

หรงเล่อที่เห็นการตีสีหน้าของเจียงอิ้งยิ่งรู้สึกว่านางคิดไม่ผิดที่เลือกอยู่ข้างเดียวกันกับสตรีมากเล่ห์อย่างเจี้ยงอิ้ง ดีหน่อยที่อีกฝ่ายจริงใจตอบ

การที่ได้ไปมองอดีตตนเอง คนที่ดีหรือไม่ดีไม่ได้ดูยาก เพียงแค่เราต้องไม่มีอคติเท่านั้น

เพียงมองเข้าไปในแววตาสิ่งที่เราอยากจะรู้มันก็ปรากฏให้เห็น

“ตอนแรกว่าจะไม่มา แต่เจ้าเอ่ยชวนข้าถึงได้มา เจ้าบอกว่าการอยู่เพียงในจวนมากเกินไปจะทำให้เราเห็นเรื่องสนุกน้อยลง”

เจียงอิ้งตอบด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินผ่านอันลี่ที่ยืนอยู่เข้ามานั่งด้านข้างหรงเล่อ

สองสาวงามที่นั่งข้างกันทำให้สายตาของบุรุษทั้งงานตรงมาที่พวกนางทันที ส่วนอันลี่ที่มักจะเป็นจุดเด่นกลายเป็นเพียงดอกไม้ดอกหนึ่งที่ประดับไว้เท่านั้น

นี้คือสิ่งที่ทำให้อันลี่ไม่กล้าเข้าไปคบหากับเจียงอิ้ง เพราะความงดงามทั้งใบหน้าและกิริยา อันลี่ไม่อาจจะเทียบได้ ยิ่งได้ชื่อว่าเจียงอิ้งคือบุตรสาวภรรยาเอก หากคบหาเป็นสหายคงถูกหมางเมินไม่มีใครเห็นหัว สู้คบหากับบุตรสาวฮูหยินเอกแต่ว่าโง่งมขี้กลัวอย่างหรงเล่อไม่ได้

แต่เวลานี้นางได้เห็นแล้วว่าหรงเล่อเปลี่ยนไป เปลี่ยนจากสตรีที่เรียบร้อยเก็บตัว เชื่อฟัง โง่งมไม่ลืมหูลืมตาเป็นสตรีที่ไม่น่าเข้าใกล้ สำหรับอันลี่นางเห็นทั้งสองยิ้มให้กันแล้วบอกตามตรงว่านางกำลังกลัว

หรงเล่อมองไปที่อันลี่ที่เหมือนยังคงไม่ได้สติกลับมา

“อันลี่ ไหนเจ้าว่าจะกลับไปนั่งกับสหายแล้ว ไยยังยืนอยู่ อีกไม่นานจะมีการแสดงแล้วนะ”

หรงเล่อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

“เอ่อ ข้าขอตัวก่อน”

อันลี่เดินออกไปทันที แต่มองมาที่ทั้งสองตลอดเวลา ส่วนคนอื่น ๆ ในงานก็หันไปพูดคุยเรื่องที่เพิ่งจะเกิดขึ้นอย่างสนุกปาก

“งานนี้มีอะไรกันแน่เจ้าถึงให้ข้ามา”

เจียงอิ้งกินขนมหนึ่งชิ้นมองไปที่ดอกกล้วยไม้ที่นางมองว่ามันธรรมดามาก ไม่มีอะไรน่าสนใจสักนิด อีกอย่างงานวันนี้ก็เป็นงานเลือกคู่ด้วยซ้ำ นางที่ต้องแต่งเข้าวังหลังไม่จำเป็นต้องสนใจเลย

แต่เพราะสหายคนเดียวที่เพิ่งคบหาชักชวน นางถึงได้มานั่งอยู่ตรงนี้

“เจ้ากำลังจะแต่งเข้าวังหลัง ฉะนั้นการออกงานยิ่งจำเป็น สตรีที่เจ้าต้องแข่งขันเดินมาแล้ว”

เจียงอิ้งมองตามสายตาของหรงเล่อไปอีกทาง ซึ่งเป็นโต๊ะเดียวกับที่อันลี่เดินไปนั่ง ในโต๊ะนั้นมีอันลี่ที่เด่นที่สุด รองลงมาคือบุตรสาวภรรยาเอกของเจ้ากรมอาญา นางมีชื่อว่าหลันฮวา เป็นสตรีที่งดงามแต่ว่าอ่อนหวานจนน่ากลัวในสายตาของหรงเล่อ

“หลันฮวาผู้นั้น”

“ใช่ นางเป็นอย่างไรในสายตาเจ้า”

หรงเล่อมองเจียงอิ้งด้วยรอยยิ้ม คนอย่างนางมองคนออกเพราะได้เรียนรู้มาจากโลกที่ประหลาด ส่วนเจี้ยงอิ้งก็ไม่ได้ด้อยกว่าเลย นางเชื่อว่าสายตาของเจียงอิ้งไม่ธรรมดา

“นางคืออสรพิษเหมือนเรา”

คำตอบที่ได้ทำให้หรงเล่อหัวเราะออกมาเล็กน้อย เสียงหัวเราะกังวานสดใสของหรงเล่อเรียกสายตาของผู้คน แม้แต่โต๊ะของอันลี่ก็ยังมองมาที่นาง ทั้งรอยยิ้มหวาน เสียงหัวเราะสดใส มันทำให้หรงเล่องดงามขึ้นอีกขั้น

“เจ้าช่างหาคำมาเปรียบจริง ๆ”

“นางต้องแต่งเข้าวังหลังเรื่องนี้ข้ารู้อยู่แล้ว และด้วยฐานะบิดาของนาง ตำแหน่งนางอาจจะเกือบทัดเทียมข้าหรือน้อยกว่าข้าเพียงหนึ่งขั้น ส่วนความโปรดปรานคิดว่ากระต่ายน้อยที่ไร้เรียงสาย่อมต้องได้ใจบุรุษแน่นอน”

เป็นธรรมดาที่บุรุษจะชอบสตรีที่เรียบร้อยอ่อนหวาน ภายนอกดูน่ารักใสซื่อดูตามไม่ทัน ถึงฝ่าบาทไม่ได้โง่

แต่การมีสตรีเช่นนี้ข้างกายก็สามารถใช้ประโยชน์ได้ ยิ่ง

หลันฮวาฉลาดเอาตัวรอดไม่ยุ่งกับเรื่องที่ทำให้ฝ่าบาทโกรธเคือง นางจะเป็นหนึ่งในสตรีที่ฝ่าบาทโปรดปรานไม่ยากเพราะใช้ประโยชน์ได้ทั้งบนเตียงและไม่ใช่บนเตียง

“ใช่ หากนางแต่ง นอกจากเจ้าจะมีศัตรูตัวร้ายที่หน้าตาน่ารัก นิสัยอ่อนหวานแต่ว่าอำมหิตอยู่ใกล้ ๆ ข้าที่เป็นสหายของเจ้าก็ลำบากไปด้วยถ้านางได้รับความโปรดปรานจริง ๆ เพราะว่าอันลี่คงใช้ความสนิทสนมกับหลันฮวามาจัดการข้าแน่นอน กราบทูลเบื้องล่างกับกราบทูลบนเตียงเจ้าว่าอะไรที่ฝ่าบาทจะใส่ใจฟังมากกัน”

เจียงอิ้งเลิกคิ้วมองสหายด้านข้าง เสียงดนตรีเริ่มขึ้นแล้ว การแสดงกำลังไปได้ดี เสียงดนตรีพร้อมกับการแสดงที่งดงามช่างเรียกรอยยิ้ม

“แล้วเจ้าคิดจะทำอะไร”

“หาสามีให้นางไง ก่อนที่นางจะแต่งเข้าไป”

เจียงอิ้งเป็นฝ่ายหัวเราะออกมาบ้าง แต่ว่าไม่ดังมากอีกอย่างมีเสียงดนตรีมากลบ ทำให้คนอื่นเห็นเพียงใบหน้ามีความสุขและรอยยิ้มหวานที่สะกดสายตา

“เจียงอิ้ง รอยยิ้มของเจ้าทำคนทั้งงานรู้สึกโง่งมแล้ว”

“หากข้ามีรอยยิ้มที่งดงาม เจ้าก็ไม้ด้อยกว่าข้าเลย ใครกันบอกว่าเจ้าเป็นเพียงสตรีทั่วไปที่ขี้กลัวไม่กล้าสบตาคน อ่อนแอจนเหมือนบ่าวไพร่ไม่สู้คน แต่สตรีตรงหน้าที่ข้าเห็นเวลานี้เป็นนางมารร้ายที่เต็มไปด้วยแผนการชัด ๆ”

“คนเราโง่มานานก็ต้องฉลาดขึ้นมาบ้าง ส่วนคนที่อวดฉลาดแต่โง่มานาน มันต้องถูกเขี่ยทิ้งในท้ายเกม”

“เกมกระดานนี้ของเจ้าทำข้าตื่นตาตื่นใจจริง ๆ นับว่าการเป็นสหายกับเจ้าทำให้ข้าคิดว่าข้าเองก็คิดถูก หากเจ้าเลือกได้แล้วว่าจะแต่งกับใครก็บอกข้าก่อนแล้วกัน ข้าจะได้รู้ว่าเจ้าจะมีผลประโยชน์ใดให้ข้าได้บ้าง”

“ข้าต่างหากที่หวังพึ่งเจ้า เจ้าเป็นถึงสนม ข้าแต่งก็แต่งกับคนสามัญเท่านั้น”

“ชินอ๋อง…ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดี พี่น้องนิสัยคล้ายกันมาก เจ้ากับข้าเองก็ไม่ได้หวังเรื่องความรักใส่ใจแต่แรก แต่สิ่งที่เราต้องการคือความมั่นคงให้ตระกูล บุตรที่จะเกิดมาในอนาคต ฉะนั้นข้าคิดว่าชินอ๋องสมควรเป็นของเจ้า”

หรงเล่อนิ่งไปเล็กน้อย นางไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้จริงจังด้วยซ้ำ

ชินอ๋องหรือ เอาเป็นว่านางจะเก็บไปคิดแล้วกัน คิดแบบจริงจังเพราะว่ามันก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ถ้านางได้บุรุษที่สหายหมายตามา อันลี่จะทำสีหน้าแบบไหน

แต่ถ้าเป็นแบบนั้น นางคิดว่าอันลี่ยังเปลี่ยนเป้าหมายไปที่อ๋องคนอื่นได้ซึ่งหรงเล่อไม่อยากให้อันลี่สบายขนาดนั้น นางอยากเห็นคนที่ทรมานนางกลับกลายเป็นถูกทรมานบ้าง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว