email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 12 ชินอ๋อง

ชื่อตอน : บทที่ 12 ชินอ๋อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 600

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2564 01:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 ชินอ๋อง
แบบอักษร

บทที่ 12

ชินอ๋อง

อันลี่ที่เห็นว่าผู้ใดมาเริ่มสำรวจตนเองจัดแต่งเสื้อผ้าให้เข้าที่ ยิ้มเล็กน้อยแสดงท่าทางเอียงอายเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดจนเกินไป

ส่วนม่อเหยียนก็มีความรู้สึกอึดอัดเพราะเขาไม่ค่อยได้อยู่ต่อหน้าผู้สูงศักดิ์มากนัก อีกอย่างเขาเทียบเคียงอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ด้วยซ้ำจึงรู้สึกอ่อนด้อยจนไม่กล้าสบตา

คนเดียวที่ปกติคือหรงเล่อ

นางลุกขึ้นย่อกายให้ชินอ๋องอย่างถูกต้องงดงาม ใบหน้าไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ นางเพียงก้มหน้านิ่งให้เขาเดินผ่านไปเท่านั้น หรืออาจจะหยุดแวะด้วยสหายของนางคงไม่มีทางปล่อยโอกาสดี ๆ แบบนี้แน่นอน

ชินอ๋องเป็นบุรุษเก็บตัวการที่ออกมานอกวังเช่นนี้ เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง สตรีที่คิดจะเข้าหาก็ไม่มีโอกาสเพราะวังของชินอ๋องคือสถานที่ต้องห้าม เข้าไปเท่ากับตาย ครั้งนี้คือโอกาส และเป็นโอกาสทองของอันลี่ที่ไม่มีทางปล่อยไปง่าย ๆ

“พวกเจ้าตามสบาย”

ทั้งสามลุกขึ้นยืนตามปกติ หรงเล่อไม่ได้เงยหน้ามองแต่ก็ไม่ใช่ก้มหน้ามองเพียงพื้น นางกำลังคิดว่าสหายของนางจะใช้วิธีไหนเพื่อดึงความสนใจ

ส่วนม่อเหยียน คนขี้กลัวอย่างเขา ทำได้เพียงยืนนิ่งทำตัว

ไร้ปากเสียงเท่านั้น แม้หายใจแรง ๆ คนเช่นนี้ยังไม่กล้า ยืนเหมือนท่อนไม้ยืนต้นตายต้นหนึ่ง

“ชินอ๋องทรงมาหานั่งเล่นชมธรรมชาติหรือเพคะ”

อันลี่เป็นผู้ที่กล้าเอ่ยปากถาม นางถามออกมาเสียงหวาน ช้อนตามองบุรุษที่นางอยากจะแต่งให้เขาเพื่อยกฐานะของตนเองให้สูงขึ้น

ความรักเป็นสิ่งที่มีได้ แต่มันมีได้กับคนที่คู่ควร ซึ่งชินอ๋องคือคนที่อันลี่คิดว่าคู่ควรกับความรักที่นางมี นางมอบมันให้เขาได้เพราะอำนาจ เงินทองเส้นสายของเขาที่มากมาย นางสูงขึ้นได้เพราะเขา เขาให้ในสิ่งที่นางต้องการได้

“ข้าเพียงออกมาเดินเล่น ไม่นึกว่าฤดูร้อนเช่นนี้จะยังมีคนมาก”

“อากาศวันนี้แตกต่างจากหลายวันไม่ร้อนมาก มีลมตลอดวัน หม่อมฉันจึงชวนสหายออกมานั่งเล่นเพคะ หากฝ่าบาทไม่ว่าอะไร นั่งกับพวกเราได้”

หรงเล่อรับรู้ว่าสายตาของชินอ๋องตอนนี้ตกมาอยู่ที่ร่างของนาง แต่ก็ทำไม่รู้ไม่เห็นก้มหน้านิ่งเงียบเช่นเดิม เรื่องนี้นางไม่อยากจะยุ่งเกี่ยว เพราะคนที่อยากจะยุ่งคืออันลี่ไม่ใช่นาง อยากรอดูฝีมืออันลี่ซะก่อน

อยากจะเห็นความพยายามของสหายที่ปีนป่ายขึ้นไปที่สูง ปีนขึ้นไปเป็นชายาหรืออนุของบุรุษมากอำนาจตรงหน้า มันคงสนุกน่าดูที่ได้เห็นความพยายามของอันลี่ในการผลักดันตัวเอง

อันลี่มองตามสายตาของชินอ๋อง นางกำมือแน่นเพราะว่าแม้นางจะชวนเขาคุย คนที่เขามองกลับเป็นหรงเล่อที่ก้มหน้าขี้กลัว สตรีเช่นนี้มีอะไรดีกัน นอกจากอำนาจบิดาก็ไม่มีอะไรให้สนใจด้วยซ้ำ ความอ่อนหวานเช่นอิสตรีที่ควรมีก็ไม่มี เสน่ห์ก็น้อยนิด สู้นางก็ไม่ได้

“พวกเจ้าตามสบายเถอะ ข้านัดกับสหายเอาไว้แล้ว”

สิ้นเสียงชินอ๋องก็เดินออกไปทันที ทำเอาอันลี่ที่คิดจะเอ่ยขอตามไปรับใช้ยังพูดไม่ทัน นางทำสีหน้าอารมณ์เสียจนหรงเล่ออดยิ้มขำไม่ได้

“อันลี่ ดูเหมือนเจ้าจะอารมณ์เสีย”

เมื่อนั่งลงหลังจากที่บุรุษสูงศักดิ์ผ่านไปไม่นาน ใบหน้าและอารมณ์ของอันลี่ก็ไม่มีท่าทีจะดีขึ้น

“ข้าเพียงเริ่มร้อนแล้วนะ อยากจะกลับจวนแล้ว”

“เช่นนั้นหรือ ข้าว่ามันออกจะเย็น เจ้าร้อนได้ยังไงกัน”

“ข้ารู้สึกไม่สบายตัว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนแล้วกัน เจ้ากับคุณชายม่อเหยียนก็พูดคุยประสาคนรักไปเถอะ ข้าไม่ขัดพวกเจ้าแล้ว”

อันลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย แต่สิ่งที่นางพูดออกมา ทำให้หรงเล่อยิ้มเย็น ประสาคนรักหรือ เอาอะไรมานับว่าม่อเหยียนคือคนรักของข้า เจ้าคิดจะให้ม่อเหยียนตีตราข้า มันไม่ง่ายหรอกนะ

“เจ้าพูดว่าประสาคนรักหรือ”

อันลี่ที่กำลังลุกขึ้นเตรียมจะกลับจวน หันมามองสหายของนางอย่างหรงเล่อที่จ้องมองมาที่นางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม นางเอ่ยอะไรผิด ก็ทั้งสองเป็นคนรักกัน ใช้คำนี้ผิดที่ไหน

“ทำไมเจ้ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นหรงเล่อ”

“ข้าเพียงไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าเอ่ยว่าข้ากับคุณชายม่อเหยียนต้องพูดคุยกันต่อประสาคนรัก”

“ก็เจ้ากับเขาเป็นคนรักกัน”

อันลี่เอ่ยหน้าตาย ส่วนม่อเหยียนก็มองหรงเล่อด้วยสายตาไม่เข้าใจ นางทำไมเอ่ยถามเช่นนี้ ก็นางและเขาคบหากัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน เสียงว่าคนรักจะผิดได้ยังไง

“ข้าเคยพูดหรือว่าข้ากับคุณชายม่อเหยียนคือคนรักกัน”

อันลี่อึ้ง เอ่ยไม่ออก ใช่ หรงเล่อไม่เคยพูด ที่ทำมาตลอดเพราะว่านางให้ทำ ไม่เคยค้านอะไร เชื่อฟังทำตามยิ่งกว่าสัตว์เลี้ยง

“แต่เจ้าก็ไม่เคยปฏิเสธนะหรงเล่อ เจ้ากำลังทำให้ข้าตกใจ

รู้หรือไม่ คุณชายม่อเหยียนก็จะเสียใจที่เจ้าพูดออกมาเช่นนี้ด้วย หรงเล่อเจ้าพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือไม่”

อันลี่แสดงสีหน้าตกใจปนไม่สบายใจ ใบหน้าซีดลงเพราะไม่เข้าใจการกระทำของสหาย มองหรงเล่อสลับกับม่อเหยียนที่ไม่พูดอะไรอยู่

“อันลี่ เจ้ากำลังเข้าใจผิดแล้ว”

หรงเล่อเงยหน้ามองสหายที่แสดงสีหน้าไม่เข้าใจเหตุการณ์ ใบหน้าเจ้ามันช่างจอมปลอมเสียจริงสหายข้า ปลอมจนไม่มีอะไรปลอมได้เท่านี้อีกแล้ว

“เจ้าหมายถึงเรื่องอะไรที่ข้าเข้าใจผิด”

“ข้ามองคุณชายม่อเหยียนเป็นเพียงสหายเท่านั้น หาใช่คนรัก เจ้าพูดแบบนี้ทำข้าเสียหาย หากเรื่องนี้แพร่ออกไป คนที่จะลำบากจะเป็นเจ้านะ ที่ทำให้ชื่อเสียงข้าและคุณชายม่อเหยียนเสียหาย จริงหรือไม่คุณชายม่อเหยียน”

หรงเล่อหันไปถามบุรุษที่นั่งด้านข้าง นางยิ้มหวานสื่อถึงความจริงใจ ก่อนจะมองอันลี่ที่ทำสีหน้าตกตะลึงด้วยความไม่เข้าใจ อันลี่ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าอะไรที่ทำให้หรงเล่อโต้เถียงนาง ไม่เห็นด้วยกับคำพูดนางอย่างที่ผ่านมา

อารมณ์เสียเรื่องชินอ๋องไม่สนใจ ยังต้องมารับมือกับสหายที่เปลี่ยนไปเป็นอีกคน ทำให้อันลี่แทบอยากจะระเบิดอารมณ์ เก็บสีหน้าแทบไม่อยู่

แต่ที่นี่คือที่คนมาก หากเกิดเรื่องความสนใจจะมาอยู่ที่กลุ่มของพวกนางสามคนทันที

“หรงเล่อ ที่ผ่านมาเจ้ามองข้าเป็นเพียงสหายหรือ”

ม่อเหยียนถามเสียงเบา เขารู้สึกเหมือนถูกสตรีตรงหน้าตบเข้าที่หน้าตนเองอย่างแรง

แม้ไม่ได้เปิดเผย ทำทุกอย่างลับหลังผู้อื่น อับอายไม่อยากให้ใครรู้ จึงมีแค่เขาและอันลี่ที่สนิท กับคนที่เคยเห็นพวกเขาไม่กี่คนเท่านั้น แต่ว่าที่ผ่านมา เขาทำกับนางอย่างคนรัก

“อ้าว ก็ท่านเป็นสหายของข้า เราสองเป็นสหายกันไปไหนด้วยกันเป็นเรื่องปกติ ทุกครั้งก็มีอันลี่ไปด้วย ข้าไม่เห็นว่าจะเสียหาย แล้วถูกมองว่าเป็นคนรักกับท่านได้ยังไงกันในเมื่อเราเป็นสหายกันเท่านั้น อีกอย่างต่อหน้าผู้อื่น ท่านทำเป็นไม่รู้จักข้าด้วยซ้ำนะ และอันลี่ต่อไปอย่าได้เอ่ยเช่นนี้อีกเดี๋ยวบิดาข้ารู้เข้ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ใหญ่จนเจ้าต้องเจ็บตัวเพราะบิดาข้าคงไม่ยอมง่าย ๆ แน่ แม่เลี้ยงเจ้าจะใช้เรื่องนี้ลงโทษเจ้าได้”

อันลี่ถึงกับมึนงง จากที่นางวางแผนไว้ ตอนนี้แผนของนางไม่เหลือชิ้นดี จะทำอะไรยังไม่ได้ เพราะหรงเล่อปฏิเสธความสัมพันธ์ ถ้านางยังดึงดันที่จะเอ่ยให้ทั้งสองถูกเข้าใจว่าเป็นคนรัก นางต้องถูกบิดาดุด่าแน่นอน ไหนจะแม่เลี้ยงที่จะทำร้ายนางเพราะเรื่องนี้อีก ส่วนเรื่องที่ว่าในที่สาธารณะม่อเหยียนเย็นชาต่อหรงเล่อ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง

“หรงเล่อ...ข้าเห็นว่าที่ผ่านมาเจ้าและคุณชายม่อเหยียน

สนิทสนมกัน จึงคิดว่าพวกเจ้าชอบพอจึงส่งเสริมมาโดยตลอด”

“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้มีความรู้สึกเช่นนั้น อีกอย่าง บิดาข้าคงไม่ยอมให้ข้าแต่งกับคุณชายม่อเหยียน เจ้าก็รู้ว่าเพราะอะไร ยังจะพูดเหลวไหลอีก”

ม่อเหยียนที่ฟังถึงตรงนี้ลุกขึ้นยืนทันที เขาเหมือนถูกตบหน้าเล่นไปมาไม่จบสิ้น จากสตรีที่เชื่อฟังกลายเป็นอีกคน คำพูดของนางแสดงออกชัดเจนว่าดูถูกเขา นางบอกว่าบิดาไม่มีทางยอม ใช่… เพราะเขาไม่ใช่บุตรภรรยาเอก ไหนจะความสามารถน้อยนิดอีก แต่ไม่คิดว่านางจะเอ่ยออกมาตรง ๆ เช่นนี้ ถึงจะทำเย็นชาใส่ต่อหน้าคนอื่น เขาก็ไม่ควรได้รับคำพูดแบบนี้ ใครบ้างอยากจะคบกับสตรี

จืดชืดแต่งชุดขาวเหมือนไว้ทุกข์

หรงเล่อเงยหน้ามองม่อเหยียนที่ใบหน้าดำคล้ำ แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา ได้แต่กำมัดแล้วเดินออกไปทันที ทิ้งนางและอันลี่ไว้ด้านหลัง

“หรงเล่อ เจ้าพูดแรงไปแล้ว เจ้าควรรักษาน้ำใจเขา เขาเพียงรักเจ้านะ”

“อันลี่ เจ้ายิ่งพูดเหลวไหล รักข้าหรือเขารังเกียจข้าด้วยซ้ำไป หรือเจ้ามองไม่ออก เวลาต่อหน้าคนอื่นเขาแทบไม่เข้าใกล้ข้า ทำเป็นมองไม่เห็นข้า ข้าคิดว่าเขารักเจ้ามากกว่า เพราะตลอดมา เขาทำตามที่เจ้าพูดตลอด เชื่อฟังเจ้าเสมอ เจ้าลองคิดดี ๆ สิ ทุกครั้งที่ไปไหนด้วยกันเพราะเจ้าชักชวนทั้งสิ้น เขาชอบเจ้าไม่ใช่ข้าหรอก ที่เขาโกรธคงเพราะโกรธที่เจ้าผลักเขาให้ข้าต่างหาก”

หรงเล่อเอ่ยกลับขาวเป็นดำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นางมองอันลี่ที่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกด้วยใจเบิกบาน คิดจะทิ้งข้าเพื่อตามชินอ๋องไปหรือ แล้วให้ข้าตกเป็นของม่อเหยียน แผนของเจ้าตื้นจริง ๆ

“หรงเล่อ คุณชายม่อเหยียนไม่ได้ชอบข้า ที่เขาฟังข้าเพราะข้าจะช่วยให้เขาสมหวังกับเจ้าต่างหาก”

“อ่า เป็นเช่นนี้เองหรือ แต่ข้าไม่ได้ชอบเขานี้สิ”

หรงเล่อแสดงสีหน้าเข้าใจ ก้มหน้านิ่งทำเป็นสำนึกผิดที่ตนเองว่าม่อเหยียนไม่เหมาะสม จนทำให้อีกฝ่ายเดินหนีไปเช่นนั้น

“เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าไม่ชอบข้าก็ไม่ว่า ที่ผ่านมาข้าคิดว่าเจ้าเองก็ชอบเขาจึงส่งเสริมเมื่อไม่ชอบก็ให้แล้วไปเถอะ เจ้าอย่างคิดมากเลยแต่หรงเล่อ ถ้าเจ้าไม่ชอบเขาเจ้าชอบใครกัน”

หรงเล่อไม่คิดว่าอันลี่จะถามแบบนี้เช่นกัน ชอบใครดีละ ใครที่เหมาะสมกับฐานะ แล้วทำให้เจ้าดิ้นตาย

เป็นเขาดีหรือไม่ คนที่เจ้าคิดจะเอามาเป็นสามี

“ข้าชอบชินอ๋อง”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว