email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 งานเลี้ยงฤดูร้อน

ชื่อตอน : บทที่ 5 งานเลี้ยงฤดูร้อน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 703

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ส.ค. 2564 01:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 งานเลี้ยงฤดูร้อน
แบบอักษร

บทที่ 5

งานเลี้ยงฤดูร้อน

“คุณหนู ท่านใส่ชุดสีชมพูแล้วงดงามมาก ๆ ดีกว่าใส่สีขาวเป็นไหน ๆ หากข้ารู้เช่นนี้ ข้าจะบังคับท่านใส่นานแล้ว”

หรงเล่อยิ้ม นางมองตนเองในกระจก ใบหน้าที่แต่งแต้มออกมาได้งดงามน่ามอง เครื่องประดับครบชุดที่งดงามล้ำค่าราคาแสนแพงของมารดาที่นางนำออกมาใช้ช่างทำให้นางสูงค่าขึ้นมากจริง ๆ

ชุดในวันนี้เป็นเกาะอกด้านในสีชมพูอ่อน กระโปรงเป็นสีชมพูอ่อนตัดม่วงเช่นกัน แต่ว่าเสื้อตัวนอกเป็นสีชมพูเข้มสลับสีม่วงอ่อน ปักดิ้นเงินทั้งชุดเป็นลวดลายดอกกุ้ยฮวามากมายที่เบ่งบาน

งานวันนี้เป็นงานเลี้ยงฤดูร้อน ชุดที่นางใส่จึงไม่ได้หนา แต่มันเบาบางมาก เน้นให้สวมใส่สบายไม่อึดอัดด้วยอากาศช่วงนี้ร้อน

รองเท้าที่ใส่เป็นสีเดียวกับชุดลายกุ้ยฮวาเช่นกัน นับว่าวันนี้ หรงเล่อเป็นสตรีที่โดดเด่นมากผู้หนึ่ง

นางยิ้มให้ตนเองเพราะความงดงามของนางไม่ได้เป็นรองใครเลย ที่ผ่านมาเป็นนางที่ทำร้ายตนเอง เอาตัวเองไปอยู่ในมุมมืดเพราะเชื่อคำผู้อื่น

หากนางไม่ตกตายแล้วได้ไปเห็นอะไรแปลกใหม่ เข้าใจชีวิตมากขึ้น เรียนรู้ที่จะมองคนออก นางก็คงตายจริง ๆ ไปแล้วหาได้มานั่งตรงนี้

“ท่านพ่อตอนนี้เตรียมตัวเสร็จแล้วหรือยัง”

“นายท่านรอคุณหนูอยู่ที่เรือนหลักแล้วเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นไปกันเถอะ ให้ท่านพ่อรอนานคงไม่ดี”

ร่างบอบบางในชุดสีชมพูเดินออกมาจากเรือน เหล่าข้ารับใช้ต่างแสดงสีหน้าแปลกใจ ไม่มีใครเคยเห็นคุณหนูใส่ชุดสีอื่นนอกจากสีขาวนานหลายปีแล้ว ครั้งสุดท้ายคือนางอายุสิบหนาวเห็นจะได้

ความงดงามที่คุณหนูของพวกนางปกปิดเอาไว้ตอนนี้ฉายชัดมากยิ่งขึ้น ใบหน้างดงามแต่งออกมาได้น่ามองมีเสน่ห์ รูปร่างก็เพรียวบางได้สัดส่วน กิริยาเปลี่ยนไป จากที่เอาแต่เดินก้มหน้าทำตนหลบสายตาเป็นมีความกล้า

จนแต่ละคนไม่อยากจะคิดเลยว่านี้คือคุณหนูของพวกเขา

จริง ๆ หรงเล่อเข้าใจว่าเหตุใดทุกคนถึงมองนางตาค้าง ความเปลี่ยนแปลงของนางคือเรื่องผิดปกติของทุกคน ไม่มีใครเห็นนางเป็นเช่นนี้

ใบหน้าของหรงเล่อแย้มยิ้ม ด้านหน้าคือผู้เป็นบิดาที่มองบุตรสาวด้วยสายตาเหลือเชื่อ

หรงเชาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินเข้าไปหาร่างบุตรสาว เขาเดินมาจับไหล่ทั้งสองจ้องมองใบหน้าเล็กด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ

“เจ้าคือบุตรสาวข้าจริงหรือ สวรรค์ อะไรทำให้เจ้าเปลี่ยนไปเช่นนี้”

“ท่านพ่อเอ่ยเช่นนี้ ท่านจะบอกว่าที่ข้าเปลี่ยนไปมันไม่ดีหรือ”

หรงเชาส่ายหน้า เขาหัวเราะเสียงดัง ดีใจมากมายในความเปลี่ยนแปลงของบุตรสาว นางเป็นเช่นนี้คือดีที่สุด

“ดีมากต่างหาก เจ้าไม่เอาแต่แต่งตัวอมทุกข์ก็ดีแล้ว วันนี้ทุกคนในงานต้องมองเจ้าตาค้างแน่ หรงเล่อเจ้าโตจนถึงวัยแต่งงานแล้ว แต่เรื่องนี้พ่อไม่บังคับ ตามใจเจ้าเสมอเจ้าจะแต่งหรือไม่มันไม่สำคัญ ที่พ่อพูดเรื่องนี้คอนนี้เพียงอยากให้เจ้ารู้ว่าเจ้าโตแล้วหาใช่เด็กจะได้กลัวอะไรไปทั่ว อีกอย่างเรื่องของม่อเหยียน พ่ออยากให้เจ้าคิดสักหน่อย เขาไม่เหมาะสมกับเจ้าเลย”

“ท่านพ่อวางใจได้ ข้าจะไม่กลับไปหวาดกลัวอะไรที่ไม่ควรเช่นเดิมแล้ว ส่วนม่อเหยียนข้าเห็นเขาเป็นเพียงสหายไม่เกินเลยกว่านั้น”

หรงเล่อเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นางรู้ดีว่าบิดาคิดมากเรื่องอะไร คงกลัวนางถูกหลอกให้แต่งงาน ถ้าเป็นนางคนก่อนคงจะไม่พ้นเลือกม่อเหยียนตามที่อันลี่ว่า แต่ไม่ใช่นางคนใหม่ นางจะไม่เอาบุรุษที่ทำอะไรไม่เป็น ได้แต่เดินตามเกมผู้อื่น ฟังมารดาจนทำอะไรไม่เป็นเช่นนั้น คนแบบนั้นเอาเป็นสามี นางเองจะลำบากและหมดตัว ตกตายในความทรมาน

“ดียิ่ง แล้วจะนั่งกับพ่อหรือไม่ ตั้งแต่เจ้าออกงานไม่มีครั้งไหนที่เจ้านั่งโต๊ะเดียวกับพ่อเลยเจ้ามักบ่อยให้พ่อนั่งผู้เดียวทุกครั้ง”

หรงเล่อรู้สึกผิดในใจ ใช่แล้ว เสมอมานางให้บิดานั่งที่โต๊ะผู้เดียว แล้วเอาตนเองไปนั่งกับสหายที่ไร้ความจริงใจกับนาง การกระทำของนางช่างแย่ยิ่งนัก นางใส่ใจคำพุดคนอื่นมากกว่าบิดาตนเอง

“ข้าต้องนั่งกับท่านพ่ออยู่แล้ว”

“ดี ไปกันเถอะ ถึงงานช้าไปเดี๋ยวมีคนนินทาว่าร้ายเราได้ อีกอย่างพ่ออยากให้คนอื่นเห็นเจ้าที่หาใช่คนเดิมแล้ว”

หรงเล่อเดินเข้างานตามหลังผู้เป็นบิดา สายตาคนที่มองมามองนางด้วยความสงสัยแปลกใจ ทุกคนมีคำถาม

“ท่านราชเลขาหรงเชา ท่านมากับสตรีที่ไหนกันข้าไม่คุ้นหน้าเลยสักนิด”

ผู้ที่เอ่ยถามคือเสนาบดีเจียง เขามองเด็กสาวที่เดินตามสหายเข้างานด้วยความสงสัย นางหน้าตาไม่คุ้นเลยสักนิด จะว่าเป็นภรรยาใหม่ของสหายคงไม่ใช่ แล้วบุตรสาวอีกฝ่ายก็หายหน้าไป ไหนว่าหายจากเจ็บป่วยแล้ว

ไม่ใช่แค่เสนาบดีเจียงที่สงสัย คนทั้งงานก็สงสัย

แต่มีเพียงคนเดียวที่มองหรงเล่อด้วยสายตาริษยาเพราะรู้ว่านั้นคือหรงเล่อที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตนเอง ไม่เชื่อถือคำนาง เปลี่ยนไปราวคนละคน

หรงเชาหัวเราะเสียดัง เขาหันมายิ้มให้บุตรสาว ก่อนจะให้นางเดินขึ้นมายืนด้านข้าง

“เจ้าเลอะเลือนไปแล้ว นี้หรงเล่อบุตรสาวข้า นางงดงามขึ้นเจ้าเลยจำไม่ได้ต่างหาก เข้างานกันเถอะ มีอะไรแล้วค่อยคุยกัน”

การแนะนำบุตรสาวของราชเลขาอย่างหรงเชา ทำเอาคนทั้งงานมองมาที่หรงเล่อด้วยสายตาตกตะลึง จะเป็นไปได้อย่างไรกัน หรงเล่อที่เอาแต่ใส่ชุดขาวเหมือนไว้ทุกข์ผู้นั้นน่ะหรือจะงดงามมากขนาดนี้ ไหนจะกิริยาท่าทางที่เปลี่ยนไปราวคนละคน

ใบหน้างดงามแย้มยิ้มให้ทุกสายตา

หรงเล่อไม่สนใจ นางเดินตามหลังบิดาเข้าไปนั่งยังโต๊ะเพื่อรอให้ประธานของงานเลี้ยงอย่างฮ่องเต้และฮองเฮามาถึง

“พ่อจะไปคุยกับท่านเสนาบดีเจียงและสหายคนอื่น ๆ ลูกนั่งคนเดียวได้ใช่หรือไม่”

“ท่านพ่อไปเถอะเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้มางานเลี้ยงครั้งแรกเสียหน่อย เพียงไม่ชินกับสายตาผู้คนที่มองมาเท่านั้น”

หรงเชาพอใจในคำตอบ เขาเดินไปหาสหายที่โต๊ะอีกด้านของงาน ที่ใช้พูดคุยกับสหายในราชสำนัก

ตอนนี้หรงเล่อเหมือนตัวละครเอกตัวหนึ่งที่ถูกทุกคนใส่ใจจับตามอง เพราะนางไม่เหมือนคนเดิม นางเปลี่ยนไปมาก ความสนใจจึงมาตกที่นาง

“หรงเล่อ เหตุใดเจ้าไม่ไปนั่งกับข้ากัน”

เสียงด้านข้างเรียกหรงเล่อให้หันไปมอง ใช่แล้ว คนที่เดินเข้ามาหานางคืออันลี่ อันลี่อยู่ในชุดสีฟ้าสดแต่ขนาดที่อีกฝ่ายประโคมเครื่องประดับมากมาย ยังไม่อาจจะโดดเด่นสู้หรงเล่อได้

หรงเล่อยิ้มรับเหมือนว่าไม่มีอะไร

“วันนี้ข้าคิดว่าข้าควรนั่งที่โต๊ะมากกว่านะ ท่านพ่อพาข้าออกงานบ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งข้าทิ้งท่านพ่อนั่งเพียงผู้เดียว ตั้งแต่นี้ไปจึงตั้งใจจะนั่งกับท่านพ่อ”

หรงเล่อเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม

อันลี่ไม่พอใจอยู่บ้างที่หรงเล่อเลือกปฏิเสธนางเช่นนี้ ทำแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน อันลี่ยิ้มออกมา เมื่อนางคิดอะไรดี ๆ ได้

อยากนั่งตรงนี้ก็ได้

“เช่นนั้นข้าขอมานั่งกับเจ้าได้หรือไม่ เจ้าจะได้มีเพื่อนคุยอย่างไร อีกอย่างข้าเองก็ไม่เคยนั่งแถวด้านหน้าเลย วันนี้ได้นั่งคงจะดี”

คำพูดของอันลี่ทำเอาหรงเล่อยกยิ้ม อยากจะตีตัวเสมอข้ามากขนาดนั้นเลยหรือ หากเจ้ามานั่งข้างข้า ก็เหมือนว่าเจ้าได้ติดปีก หลุดออกมาจากที่ของเจ้าที่เจ้าอยู่ อยากจะโดดเด่นหรือ ทั้งที่จริงเจ้าหาได้คู่ควร

อันลี่คิดว่าอย่างไรหรงเล่อต้องเห็นด้วย นางกำลังจะนั่งลงด้านข้างอีกฝ่าย แต่คำพูดของหรงเล่อก็ทำให้อันลี่หน้าเสีย

“ข้าคิดว่ามันคงไม่ดี เพราะเจ้าเป็นเพียงบุตรสาวอนุ หาก

ฝ่าบาท ฮองเฮาหรือใครถามเข้า เจ้าจะถูกมองไม่ดีได้ ที่เจ้ากล้ามานั่งแถวหน้าตีฐานะเสมอบุตรสาวภรรยาเอกของตระกูลอื่น ๆ ถึงข้าอยากจะให้เจ้านั่ง แต่ถ้าเจ้านั่งจริงแล้วเกิดเรื่องคนมองเจ้าไม่ดี ข้าคงออกหน้ารับแทนเจ้าไม่ได้ อันลี่เจ้าเองก็รู้ดีว่าบุตรสาวภรรยาเอกกับบุตรสาวอนุมีฐานะต่างกันชัดเจน เจ้าคงเข้าใจข้าไม่ต่อว่าข้าที่ให้เจ้านั่งด้วยไม่ได้ใช่หรือไม่”

อันลี่กำมือแน่น นางอับอายเสียหน้ามากตอนนี้ นางกำลังจะได้นั่งอยู่แล้วเชียว ติดเพียงหรงเล่อเลือกปฏิเสธนาง ยังยกเอาเรื่องที่นางเป็นบุตรสาวอนุมาพูดอีก

แบบนี้นางยิ่งรู้สึกหน้าชามากกว่าเดิม

“ข้าจะว่าเจ้าได้อย่างไร ที่เจ้าพูดมาถูกต้องแล้ว เป็นข้าเองที่คิดน้อยไป เกือบทำให้เจ้าลำบาก ข้าเองก็คงโดนมองด้วยสายตาไม่ดี เพราะได้เจ้าเตือนแท้ ๆ”

“ถ้าเป็นงานเลี้ยงทั่วไป ข้าคงไม่เอ่ยเช่นนี้ เจ้าคงไม่ต่อว่าข้า”

“ข้าจะว่าเจ้าได้อย่างไรกัน เช่นนั้นข้ากลับไปนั่งที่โต๊ะแล้ว หากเจ้าเปลี่ยนใจ อยากจะไปนั่งกับข้าก็มาได้เสมอ ข้าจะได้มีเพื่อนคุย”

“ได้สิ ถ้าข้าเปลี่ยนใจ”

หรงเล่อมองแผ่นหลังของสหายที่เดินห่างออกไปด้วยดวงตาเย็นชา อันลี่ เจ้าใช้ข้าเป็นเครื่องมือสร้างความโดดเด่นเก่งกล้า เป็นสตรีงดงามมากความสามารถมาหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ข้าต้องทนรับสายตาเหยียดหยามดูถูก ข้าเชื่อเจ้าเพราะคิดว่าเจ้าเป็นสหายที่ดีที่สุดตลอดมา แต่สิ่งที่เจ้าทำให้ข้ามันช่างไม่เหมือนคนที่เป็นเพื่อนกันทำ

วันนี้หากเจ้าไม่ยุ่งกับข้า ข้าจะไม่ยุ่งกับเจ้า แต่ถ้าเจ้ายังเล่นลูกไม้เดิม ๆ เช่นเอาข้าออกไปให้คนอื่นดูถูกเหยียดหยามต่อว่า เป็นตัวตลก ข้าจะคืนความอับอายให้เจ้าร้อยเท่าพันเท่า จนเจ้าคิดไม่ถึง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว