ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 8

คำค้น : #ร้ายเพียงรัก#คิว#ปริญ#จันทร์เจ้า#ศิวรัณดา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2564 11:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8
แบบอักษร

 

 

ร้ายเพียงรัก บทที่ 8 

 

 

 

" ไงจ๊ะ พ่อตัวดี " พะยูนเอ่ยทักทายลูกชายฝาแฝดของตัวเองที่เดินกลับเข้ามาในบ้าน " หายไปไหนมาถึงได้กลับไร่มาป่านนี้ "  

" อรุณสวัสดิ์ครับ แม่ " คิวเดินเข้ามาหอมแก้มคนเป็นแม่ฟอดใหญ่ก่อนจะช่วยพะยูนยกหม้อข้าวต้มมาวางที่โต๊ะ " ไปท่องเมืองใหญ่มาครับ -- หวัดดีครับ พ่อ " คิวบอกกับติณณภพแล้วรีบเข้าไปหาพิมภาที่เดินเข้ามากับสินธุ์ " อรุณสวัสดิ์ครับ ย่า ปู่ " 

" แหม รีบมาทำความดีหวังลบความผิดเลยนะ หลานชายตัวแสบ " พิมภาหรี่ตามองหลานชายตัวเองที่ยิ้มกริ่ม " นี่ไปเกี้ยวสาวมาอีกแล้วใช่มั้ย น้ำหอมติดตัวมาเลย "  

คิวแกล้งทำหน้าตกใจพลางยกเสื้อดมได้กลิ่นน้ำหอมจางๆอย่างที่คนเป็นย่าว่า กลิ่นหอมหวานเหมือนน้ำผึ้ง 

" เบาได้เบานะ เจ้าหลานชาย เที่ยวแบบนี้ระวังตัวเองบ้าง " สินธุ์เตือน คิวพยักหน้ารับ 

" รับทราบครับ ปู่ "  

" ลอยไปลอยมาแบบนี้เมื่อไหร่จะได้แต่งงานกับเค้าสักที ดูสิน้องสาวเราแต่งงานไปกับเพื่อนซี้เราแล้วนะ ตาคิว " พิมภาว่า " หรือว่าต้องให้พี่ชายฝาแฝดเราแต่งออกไปก่อนเราถึงจะยอมแต่ง "  

" เห็นทีว่าถ้าจะรอให้ตายูแต่งก่อนแล้วให้รายนี้แต่งตามไปก็คงยากไม่แพ้กันนะคะ คุณแม่ " พะยูนว่า " รายนั้นก็ใช่ย่อยที่ไหน " คนเป็นแม่มองลูกชายด้วยสายตารู้ทัน  

" เหมือนจะได้พ่อมาเต็มๆด้วยกันทั้งคู่สินะ " สินธุ์ว่ายิ้มๆ คนถูกพาดพิงถึงกับเอามือลูบหลังคอตัวเองเป็นอาการเก้อเขินมาตั้งแต่หนุ่มๆพอเข้าวัยกลางคนก็ยังเป็นอยู่ 

" อย่าแซวพ่อเลยครับ ปู่ " คิวชิงพูดก่อน " ตอนนี้พ่อมีแค่แม่คนเดียวแล้ว "  

" แล้วเมื่อไหร่จะถึงเราล่ะ หืม ตาคิว " พิมภายังวนกลับมาที่หลานชายเหมือนเดิม 

" อะไรกันครับย่าทำไมวนกลับมาที่ผมอีกล่ะครับ " คิวท้วงพลางตักข้าวต้มใส่ปากตัวเอง 

" ก็เรามันร้ายนิหน่า "  

" ขว้างงูไม่พ้นคอซะแล้วนะ เจ้าคิว " ติณณภพแซวพลางบีบไหล่ลูกชาย ทุกคนพากันหัวเราะแซวตัวแสบของบ้าน 

" ตอนลูกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้ออาบน้ำแม่ฝากเอาตะกร้าเสื้อผ้าในห้องมาด้วยนะ " พะยูนบอกกับคิวที่กำลังเดินขึ้นบันได " เสื้อผ้าลูกเองอย่าให้ป้าแก้วถือลงมานะ "  

" รับทราบครับ แม่ " คิวตะเบ๊ะใส่ก่อนจะเดินก้าวข้ามบันไดทีเดียวสองขั้นแค่แป๊บเดียวก็ถึงห้องนอนของตัวเอง บ้านจิรประชาภาขยายความใหญ่ของบ้านเพิ่มขึ้นไปอีกตามวัยที่โตขึ้นของพวกเขา จากเดิมที่ชั้นสองของบ้านจะมีห้องนอนใหญ่ที่ในอดีตเป็นของสินธุ์และพิมภา ตอนนี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นห้องนอนแขกแทน ส่วนเจ้าของห้องเดิมย้ายไปอยู่บ้านชั้นเดียวที่ติณณภพสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกให้พ่อแม่ในวัยชราที่จะได้ไม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดให้ลำบากและยังทำทางเชื่อมถึงกันระหว่างสองบ้าน 

ชั้นสองจึงเหลือแค่ห้องนอนของพ่อกับแม่ ห้องของพะแพงที่อยู่ติดกัน ของพี่ชายฝาแฝด และตัวของเขาเอง ทั้งเขาและแฝดพี่ชายต่างก็แยกห้องนอนกันตั้งแต่ขึ้นมัธยมต้นเมื่อต่างก็มีความคิดที่ว่าพวกเขาทั้งคู่ไม่จำเป็นต้องตัวติดกันตลอดเวลา 

คิวเลื่อนเปิดประตูห้องนอนตัวเองเข้าไปด้านในพลางถอดเสื้อนอกของตัวเองออกโยนลงบนเตียงก่อนจะตามด้วยเสื้อยืดแล้วโยนลงไปตำแหน่งเดิมพลางเดินไปหยิบผ้าขนหนูในตู้เสื้อผ้าออกมาเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างกายที่ไม่ได้ทำอะไรกับมันเลยมาหนึ่งวันเต็ม 

ครืด ครืด ครืด 

มือถือของคิวกำลังสั่นอยู่บนโต๊ะทำงานเรียกให้เขาเดินออกจากห้องน้ำ เจ้าตัวใช้ผ้าเช็ดตัวพันกายท่อนล่างไว้แล้วเดินออกมาดู  

'คิวคะ' 

'ทานข้าวเช้าหรือยังคะ' 

'ถ้ายังไม่ทาน ทานด้วยนะคะ พัดชาเป็นห่วง'  

ข้อความถูกส่งมาเรื่อยๆแต่คิวไม่ได้สนใจแล้ว เขาเดินกลับไปที่ตู้เสื้อผ้าหยิบกางเกงยีนส์สีเข้ม เสื้อยืดสีเทาออกมาจัดการแต่งตัวจนเรียบร้อย คิวทำตามที่แม่สั่งหยิบตะกร้าผ้าที่ใช้แล้วมาและเดินไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่ถอดทิ้งกองไว้ที่เตียงขึ้นมา เสียงแว่วบ่นของพิมภาผู้เป็นย่าดังเข้ามาในหูเขาอีกรอบ  

'น้ำหอมติดตัวมาเลย' 

คิวยกเสื้อของตัวเองขึ้นมาแตะที่จมูกกลิ่นหอมหวานคล้ายกลิ่นน้ำผึ้งยังคงติดอยู่บนเสื้อถึงจะจางลงไปบ้างแล้วก็ตามมุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย 

" ใช้น้ำผึ้งทาตัวหรือไงวะ " คิวค่อนขอดพลางเอาเสื้อใส่ตะกร้าแล้วเดินลงไปข้างล่างพร้อมกับตะกร้าผ้าตามที่พะยูนสั่งตั้งแต่เด็กมาพวกเขาสามคนพี่น้องก็ถูกติณณภพและพะยูนสอนให้รู้จักรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง เสื้อผ้าของแต่ละคนจะต้องเอาลงมาที่ห้องซักล้างด้วยตัวเองจะไม่มีคนเอาลงมาให้ถึงแม้จะมีคนงานในบ้านก็ตาม 

" ป้าจันครับ ผมฝากด้วยครับ " คิวส่งตะกร้าผ้าให้พี่เลี้ยงของเขาที่ดูแลสามพี่น้องจิรประชาภามาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งถึงตอนนี้จันจากเด็กสาวรับใช้ก็กลายเป็นคุณป้าแม่บ้านที่เคารพของพวกเขา 

" ได้ค่ะ คุณคิว เดี๋ยวป้าจัดการให้นะคะ " จันบอก 

" ขอบคุณครับ ป้าจัน "  

" อ้าว! จะเข้าไร่เหรอคิว " พะยูนเดินเข้ามาในห้องซักล้างเอ่ยถามลูกชาย " วันนี้วันอาทิตย์นิ "  

" เข้าไปเคลียร์งานน่ะครับ เมื่อวานเกเรไปแล้ว " คิวตอบยิ้มๆ " และก็กะว่าจะเข้าไปทำแนวกันไฟต่อด้วยครับ " พะยูนพยักหน้ารับ " ผมไปก่อนนะครับ แม่ " คิวเดินออกจากบ้านเข้าไปในไร่ที่วันนี้เหลือคนงานแค่บางส่วนในการเฝ้าเวรยามตรวจตราไร่กับขนลังผลผลิตในไร่ที่ยังตกค้าง 

" นาย! " ไก่แจ้เรียก สีหน้าดีใจ คิวพยักหน้าให้เขาหันไปคุยกับอาทิตย์ผู้ช่วยเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อของเขา 

" สวัสดีครับ อาอาทิตย์ งานในไร่เรียบร้อยดีหรือเปล่าครับ " คิวถามพลางไล่สายตาสำรวจผลผลิตในลังไม้ที่มีทั้งองุ่นมันฝรั่ง กะหล่ำ อะโวคาโดตั้งเรียงกันรอขนขึ้นรถ  

" เรียบร้อยดีครับ คุณคิว -- เมื่อวานคนงานช่วยกันเร่งกันเก็บองุ่นตามที่คุณสั่งลงลังเรียบร้อย พวกนี้ก็เป็นที่มาเก็บต่อเมื่อเช้า " อาทิตย์ว่าส่งแฟ้มให้คิว " รายการสั่งซื้อจากลูกค้าครับ แล้วก็เอกสารจากทางเฟาสต์กรุ๊ปที่คุณอเล็กซ์ให้เลขาส่งมาพิจารณาอีกรบ "  

คิวรับแฟ้มไปเปิด " นอกจากเรื่องที่จะไม่บังคับให้เราเอาสินค้าไปลงกับไม่เก็บค่าวางสินค้าหนึ่งปีแล้ว รายละเอียดที่เพิ่มเข้ามาก็เป็นเรื่องการเข้าร่วมโครงการไร่ตามฝันที่อยากให้เราเข้าร่วม "  

" โครงการไร่ตามฝัน!? " คิวทวนคำ อาทิตย์พยักหน้า 

" ครับ เป็นโครงการที่ทางเฟาสต์ตั้งใจจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเกษตรกรในภูมิภาค พวกเขาจะรับซื้อสินค้าเกษตรในราคากลางตลาดเพื่อไม่ให้เกษตรกรถูกพ่อค้าคนกลางกดขี่ราคา " อาทิตย์ตอบ " โครงการยังอยู่ในช่วงของการเริ่มต้น ทางเฟาสต์เลยอยากให้ทางจิรประชาภากับเรืองกิจเกษมเข้าประชุมกับพวกเขาเพื่อหารือร่วมกันครับ "  

" เข้าใจหาแนวร่วม " คิวว่า " ไอ้กระทิงน่าจะรู้เรื่องนี้แล้วเหมือนกันใช่มั้ยครับ "  

" คิดว่ารู้แล้วนะครับ "  

" โอเคครับ เดี๋ยวผมขอคุยกับมันก่อน " คิวปิดแฟ้มแล้วยื่นคืนให้อาทิตย์ " ทางนี้เรียบร้อยแล้ว อาไปพักผ่อนได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูแนวกันไฟด้านในป่า "  

" ได้ครับ "  

คิวหันไปพยักหน้าให้ไก่แจ้กับโต้งหัวหน้าคนงานเดินตามเขาเข้าไปในป่าสำรวจแนวกันไฟที่พวกเขาช่วยกันทำไว้เพื่อป้องกันไฟป่าที่เกิดขึ้นบ่อยในช่วงหน้าแล้ง 

" พวกผมขุดหน้าดินแล้วก็กำจัดพวกที่จะเป็นเชื้อเพลิงออกไปได้ประมาณสามร้อยเมตรแล้วครับ " โต้งรายงานคนเป็นนาย คิวมองคนงานตัวเองกำลังช่วยกันขุดหน้าดินขึ้นมาขณะเดียวกันก็จัดการกับพวกเชื้อเพลิงที่เป็นเศษใบไม้ หญ้าแห้ง กิ่งไม้แห้งออกไป  

" ยังไม่พอ อย่างน้อยต้องให้ได้หนึ่งกิโลแบบนั้นน่าจะปลอดภัยกว่านะครับ " คิวบอกพลางหยิบจอบขึ้นมา " เดี๋ยวผมช่วย " 

ตูม!!  

" เฮ้ย! อะไรวะ!! " โต้งร้องตื่นตกใจ คนอื่นๆเองก็พากันตกใจกับเสียงที่ดังแว่วมาแต่ไกล และแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินใต้เท้าตัวเอง 

ตูม!!! 

" เหวอ!! โลกจะแตกเหรอ นายคิว!! " ไก่แจ้โวยลั่นรีบก้มตัวหลบเอามือจับไว้ที่หัว คิวหันมาส่ายหัวกับคนของตัวเองที่ออกอาการตื่นกลัวจนเกิดเหตุเหมือนชื่อ  

" ไอ้ไก่แจ้เอ้ย!! ใช่ที่ไหนเล่า " โต้งตวาดใส่คนงานรุ่นคราวลูกพลางเดินย่ำเข้าไปคว้าคอเสื้อของไก่แจ้ให้ลุกขึ้นยืน " เสียงมันเหมือนดังมาจากทางนั้นเลยนะครับ นาย " โต้งพูดกับคิว 

" ลุงโต้งมากับผม ไก่แจ้เอ๊งด้วย " คิวสั่ง " คนที่เหลืออยู่ตรงนี้ทำแนวกันไฟต่อ " สั่งเสร็จคิวก็รีบเดินจ้ำออกจากไร่กลับไปที่บ้าน 

" ได้ยินเหมือนกันใช่มั้ย " ติณณภพที่ออกมายืนหน้าบ้านถามลูกชายที่เดินกลับมาขึ้นรถ เขาพยักหน้า 

" ผมจะขับรถออกไปดู " คิวก้าวขึ้นรถพร้อมกับโต้งและไก่แจ้  

" ระวังตัวด้วยนะ คิว "  

คิวพยักหน้ารับคำแล้วขับรถออกจากไร่จิรประชาภาออกไปด้านนอกที่ด้านหน้าไร่ รถของกระทิงเองก็ขับตามหลังออกมาจากไร่เรืองกิจเกษมด้วยเหมือนกัน 

" มันมาจากทางนั้นใช่มั้ย ไอ้คิว " กระทิงเปิดกระจกตะโกนถาม  

" ใช่! อาทิตย์นี้ก็สองครั้งแล้ว มันเหมือนแรงขึ้นเรื่อยๆ กูว่ามันไม่ได้ระเบิดธรรมดาแล้วล่ะ " คิวตอบกลับไปพลางเร่งเครื่องขับรถมุ่งไปยังทิศทางที่เสียงระเบิดดัง มีรถของกระทิงขับตามไปติดๆ  

เสียงล้อรถเบียดไปกับถนนที่เต็มไปด้วยหินกรวดก้อนเล็กจนฟังดูน่ากลัวว่ายางรถจะระเบิดออก คิวเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับโต้งและไก่แจ้มองโรงงานโม่หินที่ตั้งอยู่ห่างจากไร่ของทั้งสองมาหลายสิบกิโลเมตร  โรงงานแห่งนี้ถูกตั้งขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาแต่กลับสร้างปัญหาให้กับผู้คนที่อยู่ในละแวกนั้นไม่น้อยรวมถึงสองไร่ใหญ่อย่างจิรประชาภากับเรืองกิจเกษม และปัญหาใหญ่ที่พวกเขาต้องเจอก็คือเสียงระเบิดที่ช่วงระยะหลังมันดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ และดูจะหนักขึ้นเรื่อยๆด้วย 

" สภาพโรงงานแม่งดูยังไงก็ไม่น่าไว้ใจเลยว่ะ " กระทิงลงจากรถเดินมายืนข้างๆ คิวพยักหน้า 

" ลุงโต้งกับไก่แจ้อยู่ที่นี่ ผมจะเข้าไปข้างใน "  

" มึงด้วย ไอ้อ่ำ เดี๋ยวพวกกูกลับมา " กระทิงสั่งคนของตัวเองที่เดินไปสมทบกับโต้งและไก่แจ้  

" ครับ นายกระทิง "  

" เดี๋ยว! พะแพงรู้เรื่องที่มึงมาที่นี่มั้ย " คิวเอามือดันอกเพื่อนรักไว้ กระทิงยกคิ้วมองใส่  

" ไม่ต้องห่วง กูไม่ให้เมียกูเป็นหม้ายหรอก " กระทิงว่า คิวส่ายหน้า  

" เรื่องนี้กูจัดการเอง มึงอยู่เฉยๆ "  

" งั้นเชิญมึงก่อนเลยครับ คุณปริญ " กระทิงหยอกใส่เพื่อนที่แยกเขี้ยวคืนกลับ คิวเดินนำไปที่ประตูรั้ว  

" มาหาใคร " ยามที่เฝ้าหน้าประตูถามคิวกับกระทิง ไล่สายตาสำรวจทั้งคู่ 

" มาหาไอ้ -- อ่อ!โทษที เจ้าของโรงโม่นี่อยู่มั้ย " คิวถามสีหน้ากวน " บอกไปว่าคนจากไร่จิรประชาภามาหา " ยามที่เฝ้าหน้าประตูมองคิวอย่างไม่ไว้ใจก่อนจะเดินกลับเข้าไปในป้อมกดโทรศัพท์ ระหว่างที่รออยู่ทั้งกระทิงและคิวต่างก็เดินกลับไปมาอยู่หน้าประตูรั้ว สายตามองไปรอบด้านในบริเวณโรงโม่หินที่ทั้งคนและเครื่องจักรกำลังเดินหน้าทำงานเต็มกำลัง 

" ไม่อยู่! " ยามเดินกลับมาตอบเสียงห้วน " วันนี้คุณฉัตรไม่เข้า "  

" รู้มั้ยว่ามัน เอ้ย! ไม่ใช่ ไอ้ฉัตรมันจะเข้าเมื่อไหร่ " คิวถาม ยามถลึงตาใส่กับคำพูดของคิวที่ดูฟังยังไงก็จงใจเรียกอย่างส่อเสียด  

" ไม่รู้! ไม่ได้บอก "  

คิวหันไปมองหน้ากระทิง อีกฝ่ายยักไหล่ คิวเลยหันไปคุยกับยามเฝ้าหน้าประตูแทน " ที่นี่ทำงานกันยังไง " คิวถาม " หมายถึงทำงานวันละกี่ชั่วโมง กี่เวลา เริ่มงานกี่โมงเลิกงานกี่โมง ค่าแรงได้เท่าไหร่ มีวันหยุดมั้ย " คำถามยืดยาวของคิวทำเอายามอ้าปากค้างทำตาปริบๆ คิวกระตุกยิ้ม " แล้วเขาระเบิดหินกันกี่เวลา ตรงไหนบ้าง "  

" เฮ้ย! พวกมึงอะ มายืนทำอะไรวะ! "  

เสียงตะโกนของคนงานที่เดินตรงมาที่ประตูพร้อมกับกลุ่มคนงานอีกสามถึงสี่คน สีหน้าของแต่ละคนดูถมึงทึง คนตะโกนเป็นคนแรกมองกวาดคิวและกระทิง " ไม่รู้หรือไง! เขาห้ามคนที่ไม่เกี่ยวข้องมาที่นี่ กลับไปเลยไป!! "  

" สองคนนี้มาหาคุณฉัตรครับ ลูกพี่อ้ายเลอ " ยามเฝ้าประตูฟ้อง คนถูกเรียกชื่อจ้องเขม็งใส่ก่อนจะร้องอ๋อออกมา 

" พวกมึงสองคนนี่เอง ตายยากตายเย็นจริงนะ " อ้ายเลอคำราม คิวยิ้มถูกใจคำพูดอีกฝ่าย 

" ก็รอส่งมึงกับนายมึงตามไปอยู่กับญาติมันไง! " กระทิงว่ายิ้มๆ แต่ทำเอาฝ่ายที่อยู่หลังประตูออกอาการฮึดฮัดทำท่าทางว่าจะออกมาทำร้ายคิวกับกระทิง  

" เฮ้ย -- ไม่ต้องรีบร้อน ไอ้เลอ " คิวบอกกับอ้ายเลอและพวก " ได้เจอกันยาวแน่! ฝากบอกไอ้ฉัตรด้วยว่ากูมาและจะมาอีกถ้าโรงโม่หินพวกมึงยังไม่เลิกสร้างความเดือดร้อน " คิวคำรามทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินกลับไปขึ้นรถของตัวเองพร้อมกับกระทิง  

" จะทำยังไงต่อวะ ไอ้คิว " กระทิงเปิดกระจกรถออกมาถามตอนที่พวกเขาขับรถกลับมาถึงหน้าทางเข้าไร่จิรประชาภา " ขืนแม่งระเบิดอย่างนี้ทุกวันคงไม่ต้องทำมาหากินกันพอดี "  

" ได้ยินคนเค้าลือกันว่าพวกมันลักลอบระเบิดภูเขาเอาหินไปขาย เสียงระเบิดเมื่อกี้ก็ไม่รู้ว่าใช่การระเบิดภูเขาหรือเปล่า " คิวว่าเอาลิ้นดุนแก้มตัวเอง คิ้วของเขาขมวดกัน " สงสัยต้องไปเยี่ยมไอ้จอชหน่อยซะแล้วล่ะมั้ง "  

 

 

*** 

 

 

" จันทร์เจ้า! ปากไปโดนอะไรมา " ฉีทักจันทร์เจ้าเป็นคนแรกหลังเห็นริมฝีปากของจันทร์เจ้าเป็นแผลในเช้าวันทำงานแรกของสัปดาห์ คนถูกทักรีบยกมือแตะที่ปากตัวเองทันที " กัดปากตัวเองเหรอ!? " ฉีถาม 

จันทร์เจ้าพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจ 'ใครจะกัดปากตัวเองได้แผลขนาดนี้กัน ฉี' จันทร์เจ้าคำรามกับตัวเองอยู่ในใจ  

" ไหนดูสิ " เยลหลีไถเก้าอี้ตัวเองขยับมาใกล้จันทร์เจ้าจ้องริมฝีปากบางสีแดงระเรื่อนั่นที่มีรอยแผลฉีก " จริงด้วย นี่กัดอีท่าไหนปากถึงยับขนาดนี้ ทายายัง "  

จันทร์เจ้าส่ายหน้า " ไม่เป็นไร ไม่ได้เจ็บมากขนาดนั้นเดี๋ยวก็หาย -- แล้วเช้านี้เป็นไง คลื่นลมสงบมั้ย " จันทร์เจ้าถามเบี่ยงประเด็น ก่อนจะหันไปเปิดแล็ปท็อปของตัวเอง 

" สงบเงียบกริบเพราะชีลา " สีหน้าของเยลหลีดูลั้นลา วันนี้เยลหลีก็ยังมีพร็อพจัดเต็มและมาด้วยตีมดอกทานตะวัน ที่คาดผมดอกทานตะวันอันใหญ่ที่ล้นหัวของเยลหลีไป แว่นตากรอบสีเหลืองสดใส เสื้อสีขาวแขนกุดที่ติดเข็มกลัดดอกทานตะวันสีเงิน กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าลายดอกทานตะวันที่ดูไปกันได้กับสไตล์วันนี้ของเยลหลี 

" ลาเหรอ!? " จันทร์เจ้าทำหน้าฉงน  

" ใช่! โทรมาบอกว่าไม่สบายปวดหัวขอลาเปื่อย " เยลหลีย้ำ " เพราะงั้นวันนี้แมวไม่อยู่หนูร่าเริง เรามาทำงานให้มีความสุขกันดีกว่า "  

" จริง! เรามาทำโปรเจคส์ที่สันทรายกันดีกว่า " ฉีชวน " ไอเดียของจันทร์เจ้าวันก่อนเราชอบมากเลยนะ ทางโฆษณาเองก็ดูถูกใจเพราะประหยัดงบได้โข นี่เมื่อเช้าทีมนั้นส่งมาให้ดู " ฉียื่นแฟ้มให้จันทร์เจ้าดู " ถ้าเราโอเคกันหมดก็เอาเสนอฝ่ายบริหารได้เลย จะมีประชุมช่วงเช้านี้ ฝ่ายโฆษณาถามว่าเธอจะเป็นคนรับมั้ย ถ้าฝ่ายบริหารถามเรื่องไอเดียโฆษณา "  

" ไม่มีปัญหา ฉันจะรับผิดชอบเองทั้งหมด " จันทร์เจ้าว่าท่าทางไม่ได้ใส่ใจ " แล้วจะประชุมกันกี่โมงเหรอ "  

" เก้าครึ่ง " ฉีตอบ จันทร์เจ้าดูนาฬิกาบนโต๊ะอีกสิบนาทีก็จะเริ่มประชุม 

" ถามจริงเถอะ เธอห้อยพระอะไรไว้หรือเปล่าไม่กลัวเลยเหรอ " เยลหลีถามพลางหรี่ตามอง " ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนนะจันทร์เจ้าที่เข้าไปฟังเฉยๆ ฝ่ายผู้บริหารเราแต่ละคนเขี้ยวน่าดู มีคนในทีมการตลาดบางคนโดนไล่อัดกลับมาก็มี พี่ฐาเองก็เคยโดนมาแล้ว " 

" งั้นมาลองดูกันสักตั้งเถอะว่าจะโดนอัดกลับมามั้ย ฉันว่าถ้าเรามีเหตุผลสนับสนุนกับไอเดียเรา ฝ่ายบริหารก็น่าจะรับฟังนะ " จันทร์เจ้าว่า " ได้เวลาแล้วเราเข้าประชุมกันเถอะ " จันทร์เจ้าลุกขึ้นยกแล็ปท็อปของตัวเองพร้อมกับแฟ้มเอกสารชวนเยลหลีและฉีไปที่ห้องประชุม ตอนที่ทั้งสามมาถึงทีมโฆษณาเองก็กำลังเตรียมห้องประชุมอยู่ 

" ไง! เด็กใหม่ " เต้นหนึ่งในทีมโฆษณาทัก " พร้อมมั้ย " จันทร์เจ้ามองหน้าเต้นกับโอ๊ตแล้วพยักหน้า  

" เราสองคนคุยกันแล้วถ้าเราเห็นว่าท่าไม่ดีเราจะเข้าแอซซิทเธอทันที " โอ๊ตว่า  

" ขอบใจนะ "  

" ผู้บริหารมากันแล้ว " ฉีบอก พวกเขาต่างพากันยืนเรียงที่หน้าประตูรอรับฝ่ายบริหารที่ต่างก็ทยอยเดินเข้ามาในห้องเยลหลีคอยกระซิบบอกกับจันทร์เจ้าว่าแต่ละคนเป็นใครกันบ้าง  

" นั่นคุณวนิดาผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าเจ้าแม่เซอร์วิสเห็นดูเรียบๆง่ายๆแบบนี้ ถึงเวลาลูกค้างี่เง่าก็จัดเต็มได้เหมือนกัน ส่วนผู้ชายคนนั้นเป็นผู้จัดการฝ่ายขายชื่อเดชานี่ก็เจ้าพ่อฮาร์ดเซลล์ -- ที่นั่งอยู่ข้างคุณวนิดาคือผู้จัดการฝ่ายโปรดักส์ชื่อรัญญาระวังคนนี้ไว้นางนี่แหละไล่บี้พี่ฐายับเยินเลย แล้วนั่นพี่จิณฝ่ายบริหารดูแลแผนกบัญชี ชื่อเต็มคือจิณเจตต์ เป็นหนุ่มที่ฮอตมากที่สุดในบริษัทนับตั้งแต่คุณอเล็กซ์แต่งงานไป " เยลหลีว่า จันทร์เจ้าพยักหน้ารับทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าใครเป็นใครตั้งแต่ก่อนเธอมาถึงเชียงใหม่แต่จันทร์เจ้าก็อดนับถือข้อมูลของเยลหลีไม่ได้ เมื่ออเล็กซ์กับยลดาเลขาของเขาเดินเข้ามาเป็นคนสุดท้ายการประชุมก็เริ่ม  

ทั้งเต้นและโอ๊ตต่างก็นำเสนอชิ้นงานโฆษณาตามที่พวกเขาเคยคุยกับจันทร์เจ้า ฉีและเยลหลี 

" เพื่อการเข้าถึงสื่อโฆษณาจะมีการยิงแอดบนสื่อโซเชียลทุกแพลตฟอร์ม แล้วก็จะมีการทำป้ายโฆษณาโปรโมทโครงการยูนิตี้มอลล์ด้วยครับ โดยป้ายโฆษณานี้พวกผมได้คุยกับทีมการตลาดแล้วว่าเราจะใช้เป็นป้ายโฆษณาติดที่รถสาธารณะแทนการใช้บิลบอร์ด " 

ในที่ประชุมพากันมองหน้ากัน แล้วก็เป็นรัญญายกมือขึ้นถาม " ขอทราบว่าเป็นไอเดียใครในเรื่องป้ายโฆษณาติดที่รถสาธารณะ ฝ่ายโฆษณาเหรอคะ!? " เต้นกับโอ๊ตมองหน้ากัน แล้วเป็นจันทร์เจ้าที่ยกมือขึ้น 

" ขออนุญาตค่ะ " เธอลุกขึ้นยืน " ดิฉันศิวรัณดา แผนกการตลาดเป็นคนนำเสนอความคิดนี้เองค่ะ "  

 

 

 

****************** 

สวัสดีค่า รี้ดที่น่ารักทุกคน 

กลับมาแล้วค่า มาติดตามกันต่อนะคะว่าพี่คิวผู้ชายคนนี้เค้าจะร้ายไปสิ้นสุดที่ทางไหนกัน ^^ 

 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกการรอคอย ทุกการสนับสนุน และทุกข้อความของทุกคนมากนะคะ 

ขอให้สนุกและมีความสุขกับการอ่านค่ะ 

แล้วเจอกัน 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว